<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลผู้ดีแจง เจ้าชายชาร์ลส์ไม่ได้ลัดคิวตรวจไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ถึงเป็นเจ้าก็ไม่มีอภิสิทธิ์ สังคมอังกฤษตั้งคำถาม เหตุใดเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จึงได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 ทั้งที่คนทำงานสู้ไวรัสในแนวหน้านับล้านคนไม่ได้ตรวจ รัฐบาลอังกฤษต้องรีบแจงว่าพระองค์ไม่ได้ลัดคิว แต่เป็นการตรวจตามพระอาการและเงื่อนไขเข้าเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ พร้อมพระชายา คามิลลา ดัชเชสแหงคอร์วอลล์ ขณะทรงร่วมงานพิธีในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระตำหนักแคลเรนซ์แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ทรงรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อต้นสัปดาห์นี้ และผลออกมาปรากฏว่าพระองค์ติดเชื้อ โดยมีพระอาการป่วยเล็กน้อย แต่พระพลานามัยของเจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งมีพระชนมายุ 71 พรรษา ยังคงแข็งแรง โดยพระองค์ทรงแยกกักกันโรคอยู่ที่พระตำหนักบัลมอรัลในสกอตแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาของพระองค์ ซึ่งมีพระชันษา 72 ปี ก็ได้รับการตรวจเช่นกัน ไม่พบเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังปรากฏข่าว สังคมอังกฤษพากันตั้งคำถามและวิจารณ์ว่าเหตุใดพระบรมวงศ์ทั้งสองจึงได้รับการตรวจ ทั้งที่บุคลากรด้านสาธารณสุขที่ทำงานสู้ไวรัสโดยตรงและประชาชนที่มีอาการอีกหลายล้านคนกลับไม่ได้รับสิทธิ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานคำชี้แจงของเอ็ดเวิร์ด อาร์การ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า ตามความเข้าใจของเขา เจ้าชายมีพระอาการป่วย และสภาพของพระองค์ก็เข้าเกณฑ์ &amp;quot;เจ้าชายแห่งเวลส์ไม่ได้ทรงลัดคิว&amp;quot; เขายืนยันกับสกายนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำแนะนำในเว็บไซต์ของบริการสาธารณสุขแห่งชาติสกอตแลนด์ คนส่วนใหญ่ที่มีอาการของโรคโควิด-19 ได้รับคำแนะนำง่ายๆ ว่าให้อยู่บ้าน โดยไม่ต้องตรวจเชื้อ &amp;quot;โดยทั่วไป คุณจะได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 เมื่อคุณป่วยหนักถึงขั้นต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลเท่านั้น&amp;quot; คำแนะนำกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษาทางการแพทย์แห่งชาติของสกอตแลนด์กล่าวว่า มีเหตุผลทางคลินิกที่รองรับว่าเหตุใดทั้งสองพระองค์จึงได้รับการตรวจ ขณะที่แหล่งข่าวในวังกล่าวว่า เจ้าชายชาร์ลส์ทรงได้รับการตรวจเนื่องจากมีพระชนมายุมากและมีประวัติรับการรักษาทางการแพทย์ แต่แหล่งข่าวรายนี้ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มรีพับลิก ที่ต้องการล้มล้างระบอบกษัตริย์แล้วสถาปนาระบอบสาธารณรัฐ กล่าวในทวิตเตอร์ว่า ในภาวะวิกฤติระดับชาติเช่นนี้ ทุกคนล้วนมีความเสี่ยงเหมือนกันหมด ตอนนี้คือเวลาสำหรับการเข้าถึงการแพทย์อย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของพระตำหนักแคลเรนซ์ก่อนหน้านี้กล่าวว่า คณะแพทย์เชื่อว่าเจ้าชายติดไวรัสเมื่อวันที่ 13 มีนาคม หรือ 1 วันหลังจากพระองค์เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชินีซึ่งมีพระชนมพรรษา 93 พรรษา พร้อมด้วยเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามีที่มีพระชนมายุ 98 พรรษา ประทับอยู่ที่พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งอยู่ห่างจากพระตำหนักบัลมอรัลทางใต้ 820 กิโลเมตร มาตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระตำหนักแคลเรนซ์กล่าวด้วยว่า ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่าเจ้าชายติดไวรัสจากผู้ใด เนื่องจากพระองค์ทรงพบปะกับผู้คนจำนวนมากได้ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ แต่สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าชายเสด็จฯ ร่วมงานเดียวกับเจ้าชายอัลแบร์ ประมุขแห่งโมนาโก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม สำนักพระราชวังโมนาโกประกาศว่า เจ้าชายอัลแบร์ทรงติดไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติพระกรณียกิจในที่สาธารณะครั้งสุดท้ายของเจ้าชายชาร์ลส์คือวันที่ 12 มีนาคม โดยเป็นการเสด็จร่วมงานที่กรุงลอนดอน เพื่อระดมทุนสนับสนุนองค์กรดับไฟป่าออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลที่รัฐบาลอังกฤษแถลงเมื่อวันพุธ ภายในสหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 9,529 ราย เพิ่ม 1,452 ราย จากยอดเมื่อวันอังคาร และมีผู้เสียชีวิต 463 ราย เพิ่ม 41 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัสโคโรนา, ราชวงศ์อังกฤษ, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c79441e19c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฟ้าชายชาร์ลส์’ติดเชื้อ! สเปนวิกฤติตายแซงจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งอังกฤษทรงติดไวรัสโควิด-19 ล็อกดาวน์ทั่วโลกกระทบประชากร 1 ใน 3 ของโลกแล้ว หลังจากอินเดียสั่งพลเมือง 1,300 ล้านคนอยู่ในเคหสถานนาน 21 วัน สเปนสังเวยโคโรนา แซงหน้าจีน ยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 436,000 คน ตายใกล้แตะ 20,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลทั่วโลกด้วยการสั่งล็อกดาวน์ ยุติการเคลื่อนย้ายและบังคับประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน กำลังส่งผลต่อประชากรโลก 2,600 ล้านคนในมากกว่า 50 ประเทศ ขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายเพิ่มในอีกหลายประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 พบว่า ลิเบีย ซึ่งผจญภัยสงครามยืดเยื้อ, เบลีซ ในภูมิภาคอเมริกากลาง, เกรนาดา และดอมินิกา ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, มาลีในแอฟริกา และลาว มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในประเทศ ส่วนแคเมอรูนและไนเจอร์มีผู้เสียชีวิตรายแรก ข้อมูลนี้รวบตั้งแต่เวลา 02.00 น.ของวันจันทร์ ขณะเดียวกัน องค์การยูเนสโกกล่าวว่า ประชากรบนหมู่เกาะกาลาปาโกส 4 รายติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย ทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองกัวยากิลของเอกวาดอร์เมื่อวันจันทร์ ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 คน จากติดเชื้อ 1,049 คน เกินครึ่งอยู่ที่เมืองกัวยากิลนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันพุธ อยู่ที่อย่างน้อย 436,159 ราย เสียชีวิตแล้ว 19,648 คน อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 6,820 คน โดยเสียชีวิตเพิ่มถึง 743 คนเมื่อวันอังคาร จากผู้ติดเชื้อ 69,176 คน รักษาหายแล้ว 8,326 คน ขณะที่สเปนมีผู้เสียชีวิตมากแซงจีนขึ้นอันดับ 2 ของโลกแล้ว หลังจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 738 คนเมื่อวันพุธ ยอดรวมอยู่ที่ 3,434 คน จากผู้ติดเชื้อ 47,610 คน หายแล้ว 5,367 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสเปนยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด แม้สเปนจะล็อกดาวน์ประเทศมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ก่อนจะขยายเวลาต่อไปเป็นวันที่ 11 เมษายน รัฐบาลสเปนได้ร้องขอความสนับสนุนจากกองกำลังนาโตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน จีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเมื่อวันอังคาร แต่มีผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอีก 47 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 คน ยอดรวมจีนมีผู้ติดเชื้อ 81,218 คน เสียชีวิต 3,281 คน, อิหร่านเสียชีวิตเพิ่ม 143 คน ยอดรวม 2,077 ศพ ติดเชื้อ 27,017 คน, ฝรั่งเศสเสียชีวิตแล้ว 1,100 คน ติดเชื้อ 22,302 คน และสหรัฐ เสียชีวิตแล้ว 802 คน ติดเชื้อ 55,238 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เป็นบุคคลสำคัญคนล่าสุดที่ติดไวรัสโควิด-19 โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของพระตำหนักแคลเรนซ์เมื่อวันพุธว่า พระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงเริ่มมีพระอาการของโรคโควิด-19 ในระดับอ่อน แต่พระพลานามัยของพระองค์ยังแข็งแรงและยังทรงงานตามปรกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งมีพระชนมายุ 71 พรรษา และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา ทรงแยกกักพระองค์อยู่ที่พระตำหนักในสกอตแลนด์ แต่ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสด้วย แถลงการณ์กล่าวว่า ทั้งสองพระองค์ทรงรับการตรวจโดยระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ที่สกอตแลนด์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าพระองค์ทรงติดไวรัสจากใคร เนื่องจากเจ้าชายทรงพบปะกับบุคคลมากมายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงขณะนี้อังกฤษมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วมากกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 422 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี มีคำสั่งเมื่อวันอังคารให้ล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 21 วัน โดยขอให้ประชาชน 1,300 ล้านคนอยู่แต่ในเคหสถาน หลังจากนักวิจัยกล่าวเตือนว่า อินเดียอาจมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคนภายในกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐบาลตัดสินใจสั่งระงับการเดินทางทางอากาศและรถไฟทั้งหมด และสั่งปิดธุรกิจและโรงเรียนทั่วประเทศ ถึงวันพุธอินเดียมีผู้ติดเชื้อแล้ว 562 คนเสียชีวิต 10 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่สหรัฐ มีชาวอเมริกันเกือบ 130 ล้านคน หรือ 40% ของประชากรในหลายมลรัฐ กำลังถูกขอหรือถูกบังคับให้กักตัวในบ้าน ซึ่งรวมถึงประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ทว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการเห็นการชัตดาวน์ขยายเกินวันที่ 12 เมษายน โดยระบุว่าไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่าทีของทรัมป์ขัดกับมาตรการที่ใช้กันทั่วโลก และย้อนแย้งกับแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐที่รุนแรงขึ้น และองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยมาร์กาเร็ต แฮร์ริส โฆษกองค์การกล่าวเตือนที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐอาจกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่แทนที่ยุโรป เห็นได้จากอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงนั้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 85% ของทั้งโลกอยู่ในยุโรปและสหรัฐ และในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐ 40%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐยังมีข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่บ้าง เมื่อวุฒิสภาและทำเนียบขาวสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเท่ากับ 10% ของเศรษฐกิจสหรัฐทั้งหมด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60935</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b6c8bac6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงติดไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พระตำหนักแคลเรนซ์แถลงเมื่อวันพุธว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ทรงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ทรงแสดงสุนทรพจน์ในร่วมงานเลี้ยงระดมทุนฟื้นฟูและบรรเทาไฟป่าออสเตรเลีย ที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของพระตำหนักแคลเรนซ์เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 ว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระชนมายุ 71 พรรษา ทรงเริ่มมีพระอาการของโรคโควิด-19 ในระดับอ่อน กระนั้น พระพลานามัยของพระองค์ยังแข็งแรงดีและยังทรงงานตามปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแห่งเวลส์ และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาที่มีชันษา 72 ปี ทรงแยกกักพระองค์อยู่ที่พระตำหนักในสกอตแลนด์ แต่ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์กล่าวด้วยว่า ทั้งสองพระองค์ทรงรับการตรวจโดยระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ที่สกอตแลนด์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าพระองค์ทรงติดไวรัสจากใคร เนื่องจากเจ้าชายทรงพบปะกับบุคคลมากมายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 ซึ่งมีพระชนมพรรษา 93 พรรษา และเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามีที่มีพระชนมายุ 98 พรรษา ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังวินด์เซอร์นอกกรุงลอนดอนมาตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้อังกฤษมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วมากกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 422 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 องค์ประมุขแห่งราชรัฐโมนาโก ซึ่งมีพระชนมายุ 62 พรรษา ก็ทรงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เช่นกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม แต่พระอาการไม่น่าวิตกกังวล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัสโคโรนา, มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b3b1873d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; บอกประเทศไทยโชคดีที่ &#039;พี่ธร&#039; ต้องเป็นไป ทำให้ประเพณีกราบไหว้ยังอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์รูปภาพเจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ พร้อมข้อความระบุว่า พี่ธรเคยจะให้เลิกประเพณี การกราบไหว้ แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรครับ แม้สถานการณ์ของไวรัสโควิดในสหราชอาณาจักร จะยังไม่รุนแรงเท่าประเทศในยุโรปด้วยกันเหมือนที่อิตาลี แต่จากข้อมูลในอังกฤษ ณ วันที่ 11 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสะสมถึง 382 ราย รักษาหายแล้ว 18 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้สมาชิกระดับสูงในราชวงศ์อังกฤษต่างปรับพระองค์ในการพบปะกับผู้มาเข้าเฝ้า โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เพื่อร่วมพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเครือจักรภพ (Commonwealth Day) โดยการนี้ทรงใช้วิธีการไหว้ (หรือนมัสเต) แทนการสัมผัสพระหัตถ์ต่อคณะบุคคลที่รอต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.จ. จุลเจิม ยุคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับว่าเป็นโชคชะตาของประเทศ หรือเพราะสถานะการณ์ โรค ไวรัสโควิด&amp;nbsp;จะพาไป หรือไม่ ทำให้ประเพณีการไหว้ แบบไทยๆเรา ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก และประเทศเราก็โชคดีที่ ธนาธร ต้องเป็นไป ไม่เช่นนั้น ประเพณีที่ดีงาม เช่น การกราบไหว้คงต้องถูกยกเลิก เมื่อเป็นเช่นนั้น ประเทศอังกฤษ เขาคงจะเยาะเย้ย ประเทศเรา ว่าประเพณี ที่ดีงาม กลับไม่ชอบ ไม่อนุรักษ์ไว้ กลับจะไปนิยมเดินตามก้นฝรั่ง เอาประเพณี เลวๆมาใส่ตัว แทนประเพณีที่ดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประเพณีการไหว้, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e698c4d0bdd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงรับหน้าที่จูง &#039;เมแกน มาร์เคิล&#039; เข้าสู่พิธีเสกสมรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษซึ่งเป็นพระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี ทรงรับอาสาทำหน้าที่แทนบิดาของเมแกน มาร์เคิล ในการพาเจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์เพื่อทำพิธีเสกสมรสกับพระโอรสของพระองค์ในวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ (ซ้าย) และเมแกน มาร์เคิล / AFP
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเคนซิงตันของอังกฤษเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561 ว่านางสาวเมแกน มาร์เคิล ได้ทูลขอพระราชานุญาตจากเจ้าชายแห่งเวลส์ เพื่อให้พระองค์ทรงทำหน้าที่พาเธอเดินเข้าสู่พิธีในวันเสกสมรสที่โบสถ์เซนต์จอร์จภายในพระราชวังวินด์เซอร์วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp; และเจ้าชายแห่งเวลส์ทรงปีติที่จะได้ทรงทำหน้าที่นี้ เพื่อต้อนรับมาร์เคิลเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์เคิลเคยหวังไว้ว่า โธมัส มาร์เคิล บิดาของเธอจะสามารถทำหน้าที่จูงบุตรีเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้&amp;nbsp; แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายมาร์เคิลยืนยันแล้วว่าเขาไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีนี้ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างพักฟื้นจากการผ่าตัดหัวใจที่เม็กซิโก ทำให้คาดเดากันว่า นางดอเรีย แร็กแลนด์ มารดาของเธอจะทำหน้าที่แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์นางแร็กแลนด์มีกำหนดเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษเป็นครั้งแรกที่พระราชวังวินด์เซอร์ นางแร็กแลนด์ได้พบกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลา พระชายาของพระองค์ก่อนแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาผู้นิยมราชวงศ์ร้องเพลงต่อหน้ากล้องทีวีที่หน้าพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมการสำหรับพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับมาร์เคิลในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญกับเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับครอบครัวของเจ้าสาว และทำให้สำนักพระราชวังถูกวิจารณ์ว่าไม่รับมือกับเรื่องอื้อฉาวได้ดีพอ เพนนี จูนอร์ ช่างภาพราชสำนัก กล่าวกับเอเอฟพีว่า น่าเศร้าที่เรื่องญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงกลายเป็นข่าวใหญ่กว่าเรื่องพิธีเสกสมรสเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งสัปดาห์มีแต่ข่าวคาดเดาว่า นายมาร์เคิลจะสามารถมาร่วมพิธีของบุตรีซึ่งเป็นนักแสดงอเมริกันได้หรือไม่ โดยมีข่าวว่าเขาถอนตัวไม่มาร่วมพิธี หลังจากโดนเว็บไซต์ข่าวทีเอ็มซีเปิดโปงว่าเขาได้แอบตกลงกับปาปารัสซีเพื่อขายภาพจัดฉากแอบถ่ายเป็นเงิน 100,000 ปอนด์ ชอน แมนเดลล์ ผู้สื่อข่าวกล่าวกับบีบีซีว่า นายมาร์เคิลพยายามให้เหตุผลว่าการจัดฉากให้ปาปารัสซีแอบถ่ายนี้ก็เพื่อปรับปรุงภาพพจน์ของเขาให้ดูว่าเป็นพ่อที่รักลูกสาวและเตรียมพร้อมสำหรับงานแต่งงานของลูก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษพร้อมอาวุธลาดตระเวนใกล้ปราสาทวินด์เซอร์เมื่อวันศุกร์ 1 วันก่อนหน้าพิธีเสกสมรสวันเสาร์นี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9501</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูงเจ้าสาว, พิธีเสกสมรส, วินด์เซอร์., อังกฤษ, เจ้าชายแฮร์รี, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เมแกน มาร์เคิล, โธมัส มาร์เคิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afee36139085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
