<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบทีโออาร์เสนอตัวเจ้าภาพร่วม &#039;ฟุตบอลโลก 2034&#039; ของอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบต่อขอบเขตหน้าที่(ทีโออาร์)ของคณะทำงานด้านเทคนิคเพื่อเตรียมการเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปีค.ศ.2034 &amp;nbsp;หรือปีพ.ศ.2577 ซึ่งคณะทำงานด้านเทคนิคฯ มีขอบเขตหน้าที่ครอบคลุมจัดทำและส่งข้อเสนอการเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2034 ของอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดบทบาทของประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ ประเทศไทยเป็นประธาน ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เริ่มต้นการเตรียมการเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพ จนกระทั่งถึงการส่งเอกสารเสนอตัวในปี 2026 หรือตามระยะเวลาเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) กำหนด ส่วนคณะทำงานหลักได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ประเทศสมาชิกอื่นๆจะเป็นคณะทำงานสนับสนุน รวมทั้งมีผู้แทนจากสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากที่ครม.ให้ความเห็นชอบต่อทีโออาร์ของคณะทำงานด้านเทคนิคฯแล้ว ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดำเนินการศึกษาความคุ้มค่าและพิจารณาปัจจัยต่างๆของประเทศไทย ตลอดจนผลประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศในการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ครอบคลุมประเด็นสำคัญได้แก่ รูปแบบและมาตรฐานการจัดการแข่งขัน ความคุ้มค่าในการดำเนินงานต่างๆ เช่น ต้นทุนในการเตรียมความพร้อม การจัดหารายได้และผลประโยชน์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน การใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานและการต่อยอดการลงทุนหลังจากจบการแข่งขัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97018</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาเซียน, เจ้าภาพฟุตบอลโลก, เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b8932712c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039;หนุนอาเซียนเจ้าภาพบอลโลก2034เชื่อช่วยกระตุ้นศก. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62-น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;quot;เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี&amp;quot; ระบุว่า หลังจากที่สมาชิกอาเซียนประกาศจับมือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034 ที่เกิดขึ้นในการประชุมอาเซียนซัมมิท ทำให้เดียร์และเชื่อว่าแฟนบอลอีกหลายคนต้องดีใจเป็นพิเศษ &amp;nbsp;เพราะฟุตบอลโลกนอกจากจะเป็นความฝันสูงสุดของวงการฟุตบอลทีมชาติ แต่การจัดงานยังช่วยกระตุ้นระบบหมุมเวียนเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและยาวให้กับประเทศ ยกระดับกลุ่มอาเซียนให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก แต่เป้าหมายจะไปได้ถึงจริงหรือไม่ นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ 1. จากตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะได้รับเทียบกับมูลค่าการลงทุน หากเราดูกรณีตัวอย่างเจ้าภาพในรอบ 3 ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า ทั้งกรณีแอฟริกาใต้ บราซิลและรัสเซีย ต่างล้วนอยู่ในสภาวะที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งมาจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น ทั้ง 3 ประเทศล้วนมีต้นทุนค่าก่อสร้างสนามแข่งขัน และพื้นฐานสาธารณูปโภคอื่นๆที่สูงมาก โดยเฉพาะหากเราย้อนดูกรณีเมื่อครั้งที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพปี 2006 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการกอบโกยรายได้เข้าประเทศเพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับบราซิลที่งบประมาณก่อสร้างบานปลาย มีปัญหาคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นมากมาย จนสร้างสนามเสร็จวินาทีสุดท้ายก่อนพิธีเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2. ความเป็นเอกภาพของประเทศในอาเซียน ในการร่วมกันจัดงาน ยกตัวอย่างงานพิธีเปิด-ปิด ของฟุตบอลโลกที่จะถือเป็นไฮไลท์สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เราจะมีมาตรการอย่างไรในการคัดเลือกประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถ้าดูจากความพร้อมสนามปัจจุบันที่ต้องมีจำนวนที่นั่งอย่างน้อย 80,000 ที่นั่งตามข้อกำหนดของฟีฟ่า ก็ดูเหมือนจะมีเฉพาะ 2 ประเทศในอาเซียนที่มีความพร้อมปัจจุบันคือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เพราะสนามรัชมังคลาฯของไทยที่ใหญ่ที่สุดสามารถจุคนได้เพียงประมาณ 49,000 คนเท่านั้น ดังนั้นหากไทยต้องการคว้าพิธีเปิด หรือปิดฟุตบอลโลกมาจัดเองก็ต้องมีการลงทุนสนามแข่งเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วทันยา ระบุด้วยว่า ยังมีความท้าทายอีกหลายจุดโดยเฉพาะในการเตรียมทีมชาติเพื่อให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ หากอาเซียนต้องการเป็นเจ้าภาพจริง การพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลก็คงต้องทุ่มเทความสำคัญนับเป็นวาระหลักของประเทศอีกหนึ่งวาระ ส่วนจะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหนก็คงอยู่ที่ความสามารถของรัฐบาลที่จะวางแผนควบคุมต้นทุนไม่ให้เกิดปัญหาดังเช่นในกรณีประเทศบราซิล แต่ที่สำคัญแน่ๆคือ การลงทุนครั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือ ความสุขและความภูมิใจของแฟนบอลอาเซียนทุกคน และอีกสิ่งสำคัญนั่นคือความสามัคคีของคนในชาติที่สามารถสร้างได้ด้วยกีฬา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49478</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์, อาเซียน, เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9c9bc900f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
