<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องผู้ตรวจแผ่นดิน สอบ3ปมมาตรการรัฐบาลเอื้อเจ้าสัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; เมื่อเวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; ขอให้ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง&amp;nbsp; มาตรการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด -19&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวม 3 กรณี&amp;nbsp; คือ กรณีการปิดตลาดนัดชุมนุม ภายหลังมีการตรวจพบประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หรือคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดมักใช้มาตรการปิดตลาดนัด เป็นเหตุให้พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กเดือดร้อน&amp;nbsp; ทั้งที่พื้นที่ตลาดนัดเป็นสถานที่โล่ง&amp;nbsp; โอกาสแพร่ระบาดน้อยกว่าในห้องแอร์หรือในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ&amp;nbsp; เป็นการเลือกปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญและเอื้อกลุ่มทุน ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงานที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ สร้างและมอบให้กับทางราชการ โรงงานดังกล่าวว่าส่งมอบตั้งแต่เดือนเม.ย.2563&amp;nbsp; มีกำลังการผลิต 1 แสนชิ้นต่อวัน&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันน่าจะมีหน้ากากกว่า&amp;nbsp; 30 ล้านชิ้น&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ประชาชนกลับยังต้องหาหน้ากากอนามัยอย่างยากลำบาก และไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้หน้ากากดังกล่าวอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่าโรงงานดังกล่าวไม่ได้ผลิตตามที่โฆษณาไว้จริง&amp;nbsp; หรือมีการลักลอบนำเอาหน้ากากไปขายในตลาดมืด&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีกระแสวิพากาวิจารณ์ว่าร้านสะดวกซื้อในเครือซีพี ขายหน้ากากอนามัยแพงกว่าราคาตามที่กฎหมายควบคุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกรณีการนำวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; มาฉีดให้คนไทยล่าช้า เนื่องจากปลายเดือนพ.ย. 2563&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนกับบริษัท แอสตราเซนเนก้า&amp;nbsp; ซึ่งจะมีการส่งมอบวัคซีนชุดแรกกลางปีหน้า 26 ล้านโดส ทั้งที่ประเทศอื่นในภูมิภาคมีการฉีดไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนจากบริษัท ชิโนแวค ไบโอเทค&amp;nbsp; ของจีน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีข่าวว่าบริษัทเจ้าสัวเมืองไทย&amp;nbsp; เข้าไปถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวด้วย&amp;nbsp; ดังนั้นกรณีดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ไม่มีการรับรองวัคซีนของบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีการเริ่มใช้ไปแล้ว&amp;nbsp; ทั้งนี้หาก อย.รับรองวัคซีนแล้วจะทำให้โรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพ สามารถจัดซื้อจัดหาวัคซีนมาบริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น แม้จะมีราคาแพง&amp;nbsp; แต่คนที่มีกำลังซื้อก็จะสามารถเข้าถึงวัคซีน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงขอให้ผู้ตรวจฯ แสวงหาข้อเท็จจริง ทั้ง&amp;nbsp; 3 กรณี&amp;nbsp; เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลิกใช้อำนาจและเลือกปฎิบัติกรณีปิดตลาดนัดแต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า และควรมีมาตรการชดเชยความเสียหายให้กับพ่อค้า แม่ค้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องหน้ากากของบริษัท ซีพี ออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณทุกเดือนว่าหน้ากากอนามัยดังกล่าว นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบกี่ที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนล่าช้า มีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้รัฐบาลสั่งให้ อย.รับรองวัคซีนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89437</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทุน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, วัคซีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, เจ้าสัว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffbdc454007e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ชี้โพรงเหนือกว่ารัฐบาลขอทานคือผลประโยชน์ทับซ้อนเจ้าสัวประชารัฐ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63- ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ยังคงจัดในรูปแบบสตูดิโอและงดกิจกรรมร้องรำทำเพลง มีเพียงการสื่อสารของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ซึ่งกล่าวในรายการตอนหนึ่งว่า ไม่เชื่อ ประเทศไทยมีรัฐบาลขอทาน นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ จะทำจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าสัวลำดับที่ 1 ถึง 20 ของประเทศไทย จนกระทั่งมีแฮชแท็กติดในทวิตเตอร์ ว่ารัฐบาลขอทาน ซึ่งตนเองไม่เชื่อ บรรยากาศของประเทศไทยเหมือนอยู่ในสภาพของสงคราม เกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง ประชาชนคนไทยต้องไปต่อแถวเพื่อรับเงิน รับของบริจาค ข้าวสารอาหารกล่อง ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่า สภาพการณ์ของประเทศไทยเราเดินมาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ทั้งที่งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยปี 2563 มีมูลค่าทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ถ้อยคำที่ นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์นั้นไม่มีข้อความใด ที่ไปขอสตางค์จากบรรดาเจ้าสัว แต่ภาพมันฟ้อง ว่าบริหารจัดการจนประชาชนอดอยากเข้าแถวรับของบริจาคแทบจะเหยียบกันตายโดยไม่คำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพราะ คนกลัวตายมากกว่ากลัว โควิด- 19 ซึ่งตอนเเรกคนก็กลัว แต่ตอนนี้กลัวจนกล้า มีการฆ่าตัวตายไม่เว้นแต่ละวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ระบุว่า ขณะเดียวกันประสิทธิภาพของผู้ที่รับผิดชอบเรื่องการแจกเงินเยียวยา ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็เคยอธิบายไว้ว่า ที่พลเอกประยุทธ์บอกว่า มีเงินเยียวยาแค่เดือนเดียวเท่านั้น ต่อมาก็แก้ข่าวว่า แจกได้ 3 เดือน อยากถามพลเอกประยุทธ์ว่า ในขณะนั้นเอาข้อมูลที่ไหนมาแถลงข่าวว่ามีเงินเยียวยาเพียงเดือนเดียว จนกระทั่งต้องไปตราพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แต่ทุกมาตรการเป็นไปด้วยความล่าช้า ตอนกู้เงินเร็วเสมือนกับกระต่าย แต่พอเยียวยาช้ากว่าเต่าขาขาด และขอให้ขอเสียทีกับการออกมาพูดแบบไม่รับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการใช้ เอไอ คัดกรองประชาชนกว่า 27 ล้านคน ปรากฏว่าเห็นหน้าคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกับนักศึกษาแทบทั้งหมด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปเยียวยาคนที่เป็นเกษตรกร เมื่อคนที่ไม่ได้เป็น เกษตรกรจริง แต่เอไอ บอกว่าเป็นเกษตรกร คนเหล่านี้จะโดนข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่ หรือเอไอ เฟคนิวส์ นี่เป็นความเหลวแหลก อย่างไรก็ดีควรไปลดภาระเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟ ปรากฏว่าค่าไฟเดือนนี้แพงแทบทุกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ระบุว่า &amp;nbsp;เมื่อแสดงเจตนาว่าจะคุยกับบรรดาเจ้าสัวทั้ง 20 คนซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่กลุ่มทุนประชารัฐอยู่แล้ว ได้ประโยชน์จากสัมปทานผูกขาด ได้ประโยชน์กับการเลือกมาตรการ มีอำนาจเหนือการตลาดจากการเปิดช่องว่างให้ ดังนั้น การที่ไปทำจดหมายเปิดผนึกถึงบรรดาเจ้าสัวนั้นสิ่งที่น่ากลัวกว่าการขอสตางค์ คือ ผลประโยชน์ทับซ้อน ประเทศไทยคนไทยจะต้องเสียอะไร เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีข่าวออกมาว่า จะเปิดให้บริการวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ถามว่ารู้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลชุดนี้พังเพราะเรื่องการแจกเงิน โลกต้องจดจำเพราะสุดท้ายแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ควรระดมความคิดเห็นจากคนทั้งชาติ ไม่ใช่มา่เต้นการรับข้อเสนอและจาก 20 เจ้าสัว วันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารประเทศ คือศักยภาพ ตามด้วยคำว่าประสิทธิภาพ และความโปร่งใส เเม้ว่าวันนี้จะยึดอำนาจจากบรรดานักการเมืองส่วนใหญ่มาใช้ข้าราชการประจำ แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้น เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาความอดอยากได้ ในทางการแพทย์ก็สามารถควบคุมได้ ทุกคนในประเทศมีหน้ากากอนามัยใช้หากรัฐบาล ยังไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องการแจกเงินและปล่อยให้คนอดอยาก ก็ควรยกเลิก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเสียให้ประเทศเดินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ประเทศไทยเราต่างฝ่ายต่างได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลและให้โอกาสมาค่อนข้างล่าง ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไป ก็ถือว่าเป็นคำเตือนที่ไม่ได้มาจากตนเอง หากประชาชนกลัวอดตายชนิดที่ทนกันไม่ได้ ไม่กลัวโควิด -19 กันอีกต่อไป และสภาพการเหมือนวันนั้นไม่มีใครกลัวใครกันอีกแล้ว มองว่าเรื่องเหล่านี้น่าเป็นห่วง เพราะรัฐบาลชุดนี้มีโอกาสมากที่สุด แต่กลับได้ประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้นคือความทุกข์ของคนไทย .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63631</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., ประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลขอทาน, เจ้าสัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e9300be3df87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลฯสงสัย &#039;เสี่ยแม้ว&#039; เศรษฐีอันดับ 16 ของไทย ติดโผ 20 ชื่อที่ &#039;บิ๊กตู่&#039; จะทาบสู้ศึกโควิดด้วยมั้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เมื่อ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเตรียมออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 คน เพื่อขอให้ร่วมมือและช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างสูงจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้สังคมโซชียลฯได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า 20 มหาเศรษฐีเมืองไทยที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงนั้นรวมถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ เพราะในการจัดอันดับเศรษฐีเมืองไทย โดย นิตยสารฟอร์บส์ ไทยแลนด์ ซึ่งได้จัดอันดับ 50 อภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2563 มีมูลค่าทรัพย์สินรวมที่ 1.32 แสนล้านเหรียญ เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น พบว่านายทักษิณ ติดอันดับที่ 16 ใน 20 &amp;nbsp;อันดับแรกมหาเศรษฐีเมืองไทย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พี่น้องเจียรวนนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มูลค่าทรัพย์สิน 892,000 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายเฉลิม อยู่วิทยา ธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง มูลค่าทรัพย์สิน 660,000 ล้านบาท,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายเจริญ สิริวัฒนภักดี กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ มูลค่าทรัพย์สิน 343,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล มูลค่าทรัพย์สิน 310,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (กัลฟ์) มูลค่าทรัพย์สิน 222,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากร มูลค่าทรัพย์สิน 124,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ประจักษ์ ตั้งคารวคุณประธานกรรมการ บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) มูลค่าทรัพย์สิน 101,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ บมจ.โอสถสภา มูลค่าทรัพย์สิน 98,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. นายวานิช ไชยวรรณ ประธานกรรมการ บมจ.ไทยประกันชีวิต มูลค่าทรัพย์สิน 91,500 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร และนางดาวนภา เพชรอำไพ ผู้บริหาร กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทย ลิสซิ่ง มูลค่าทรัพย์สิน 86,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มูคค่าทรัพย์สิน &amp;nbsp;8.49 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: การแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.Harald Link &amp;nbsp;มูคค่าทรัพย์สิน7.51 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp; ธุรกิจ: หลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.นายกฤตย์ รัตนรักษ์ มูคค่าทรัพย์สิน 7.35 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: สื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14.นายคีรี กาญจนพาสน์ มูคค่าทรัพย์สิน &amp;nbsp;6.20 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: ขนส่ง สื่อโฆษณา อสังหาริมทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15.นายสันติ ภิรมย์ภักดี &amp;nbsp;มูคค่าทรัพย์สิน 6.07 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: เครื่องดื่มและอสังหาริมทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16.นายทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;มูคค่าทรัพย์สิน 6.04 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: การลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17. นายวิชัย ทองแตง 5.88 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: การลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18. นายสมโภชน์ อาหุนัย 5.72 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: พลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19.นายฤทธิ์ ธีระโกเมน มูคค่าทรัพย์สิน &amp;nbsp;5.39 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธุรกิจ: อาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20.นายศุภลักษณ์ อัมพุช 5.23 หมื่นล้านบาท ธุรกิจ: รีเทล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63491</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเศรษฐี, เจ้าสัว, เมืองไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d69282c20add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯร่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านนายกฯ เรียกร้องเศรษฐีเมืองไทย 100 อันดับแรกมีมาตรการช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรื่อง &amp;quot;มหาเศรษฐีในเมืองไทย 100 อันดับแรก ต้องมี มาตรการช่วยเหลือ ประเทศไทย ข้ามผ่านวิกฤตการแพร่ระบาด โรคโควิด-19&amp;quot;เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อส่งผ่านไปยัง 100 มหาเศรษฐีของเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ ปัจจุบัน การประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ผ่านไปแล้ว 1 วัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาถึงทางสองแพร่ง ที่จะสามารถระงับยับยั้ง หรือ จะบานปลาย ไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะดังกล่าว ในการที่จะแก้ปัญหา และฝากข้ามวิกฤต การแพร่ระบาด ครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ พี่น้องประชาชนคนเล็กคนน้อย พี่พอมีฐานะเศรษฐกิจที่เพียงพอ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือพี่น้องผู้ยากไร้กว่าด้วยการทำอาหารแจกฟรี เป็นภาพที่คุ้นชินในยามวิกฤติไม่ว่าเกิดภัยพิบัติประเภทใด ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือความงดงามที่สะท้อนถึงจิตอาสา ของคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมเห็นแล้วสะเทือนใจ หากมีกำลังเพียงพอ ก็อยากจะกระทำเช่นนั้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความห่วงใย ล้นเกล้าของชาวไทย ทรงช่วยเหลือ โดยการจัดหาเครื่องช่วยหายใจสนับสนุน การทำงานของโรงพยาบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาครัฐซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และบรรดาบุคคลด้านสาธารณสุข ก็พยายามทำงานหนักกันอย่างเต็มที่ อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง ก็ต้องให้กำลังใจ และให้ความร่วมมือ เพราะต้องเข้าใจว่า นี่คือวิกฤตการแพร่ระบาดใหญ่ ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก ที่ผ่านมาหลายร้อยปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านใด มีความเห็นต่าง จะวิพากษ์วิจารณ์ ก็ขอให้มีข้อเสนอแนะ ในทางสร้างสรรค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเวลานี้ เป็นเวลาที่คนไทย ทุกคน ไม่ว่าอาชีพใด ฐานะใด กลุ่มก้อนสีใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องรวมจิตหนึ่งใจเดียว ฝากข้ามวิกฤต ครั้งนี้ โดยยึดหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนไทยต้องไม่ทิ้งกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำคัญที่ผมต้องการนำเสนอ ในวันนี้ ขอให้มหาเศรษฐี 100 อันดับแรกของสังคมไทย ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือประเทศชาติ และช่วยเหลือรัฐบาล (บางกลุ่มอาจเริ่มดำเนินการแล้ว) โดยมีมาตรการที่ชัดเจนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 กลุ่มธุรกิจที่ประกอบการ ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของประชาชน ต้องลดราคาสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังผู้จัดจำหน่ายในราคาต้นทุน หรือ บวกกำไรไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก ต้องลดส่วนต่างของกำไร ให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 กลุ่มธุรกิจอื่นๆ อาจรวมตัวกัน ประกาศจัดตั้งกองทุน เพื่อสนับสนุนงบประมาณของรัฐ ในการจัดซื้อ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ที่อยากเห็น บรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย ได้มีจิตอาสาเพื่อ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันต่อพี่น้องประชาชน ผู้สร้างความร่ำรวยให้แก่ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยการหยุดทำกำไรบางส่วน หรือคืนกำไร ประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีปฏิบัติการเช่นนี้ สังคมไทย จะเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยความสุข ที่ชั้นชนใด ต่างสมัครสมาน สามัคคี และอาทรต่อกัน ในยามวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ จะเป็นแบบอย่าง กับอารยประเทศ ที่จะสะท้อนรากเหง้า ความเป็นสังคมไทย ที่มีจารีต วัฒนธรรม ที่งดงาม ที่คนไทย ถึงแม้จะมีฐานะที่ต่างกัน เชื้อชาติที่แตกต่างกัน ความเห็นที่แตกต่างกัน ในยามที่มีภัยพิบัติ ในยามที่มีข้าศึกรุกราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยทุกคนก็สามัคคีกลมเกลียว ฝาข้ามวิกฤต แก้ปัญหา และรักษาแผ่นดินนี้ มาได้ทุกครั้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดั่งเช่นเราเห็น จากบทเรียนในสยามประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักและศรัทธาในจิตวิญญาณของความเป็นไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61102</URL_LINK>
                <HASHTAG>อมร อมรรัตนานนท์, เจ้าสัว, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d6e6caf273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;โวข้อมูลเพียบ&#039;บิ๊กตู่&#039;พัวพันเจ้าสัว เย้ยทนไม่ไหวรีบลาออกก่อนซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 &amp;ndash; ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เร่งรัดให้มีการย้ายโรงงานยาสูบย่านคลองเตย เนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ที่อยู่ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยให้ย้ายไปสวนอุตสาหกรรมโรจนะ พระนครศรีอยุธยา และจะต้องก่อสร้างอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ต่ำ เมื่อปี2554 เคยเกิดน้ำท่วมหนักมาก และถ้าในอนาคตเกิดน้ำท่วมอีกจะทำอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน โรงงานยาสูบแถวคลองเตยกำลังจะเปลี่ยนเป็นโครงการ THE PARQ คำว่า พาร์ค สะกดด้วยตัวคิว ไม่ใช่ตัวเค โครงการนี้มีทั้งคอนโดมิเนียม ออฟฟิศ ช็อปปิ้งมอล์ โรงแรม มูลค่าโครงการกว่า 2 หมื่นล้านบาท ที่จะทำเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ CBD ที่ตนพูดเพื่อพยายามชี้ให้เห็นว่า มีความพยายามจะเอื้อให้กับเจ้าสัวหรือไม่ เพราะในการทุบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังไปออกเงินค่าทุบให้อีก รวมทั้งในการก่อสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้นำเงินรายได้จากโรงงานยาสูบ มาก่อสร้างให้อีก 950ล้านบาท ก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปยังบริเวณสวนป่าเบญจกิตติ ขอตั้งเป็นข้อสังเกตว่า เดินทางเพื่อจะไปดูว่า สวนแห่งใหม่ที่จะสร้างไปถึงไหนแล้ว โรงงานยาสูบย้ายไปหมดหรือยังใช่หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า แม้สวนแห่งนี้จะระบุเป็นการสร้างเพื่อคนกรุงเทพฯ ตนไม่เถียง แต่คนที่จะได้ประโยชน์มากสุดจากสวนแห่งนี้คือ คนที่มีบ้านอยู่ติดกับสวน พล.อ.ประยุทธ์ เคยบอก เอาโรงงานยาสูบออกไป เพื่อสร้างสวนป่าจึงย้ายโรงงานยาสูบ แต่ถ้าแน่จริง ต้องห้ามบุหรี่นอกจากบริษัทชื่อดังเข้ามาขายในประเทศไทย หรือเข้ามาขายแต่ต้องเก็บภาษีสูงๆ เพราะปัจจุบันบุหรี่มาร์โบโล่ ซองละ 120 บาท บุหรี่ไทย กรองทิพย์ สายฝน ก็ 95 บาท คนเลยไม่ค่อยซื้อบุหรี่ไทย ไปซื้อบุหรี่นอก แล้วทำไม พล.อ.ประยุทธ์ไม่จัดการ ไม่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูล จะแฉ พล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ชอบไปพัวพันกับเจ้าสัว ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ทนฟังที่ไปพัวพันเจ้าสัวไม่ได้ ยังมีเวลาภายในอาทิตย์นี้ ควรไปลาออก ก็ยังทัน แต่อย่าไปยุบสภาฯ เพราะเรื่องนี้ ส.ส.ไม่เกี่ยว ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะเดือดร้อนด้วย&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายจะส่งข้อมูลต่อไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่ออีกหรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลอย่างดี จะชี้ให้ประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดกฎหมาย ทำผิดรัฐธรรมนูญ ทำงานไม่รอบคอบอย่างไร จะไม่นำเรื่องเก่ามาพูด มีแต่เรื่องใหม่ ขอให้ติดตาม เชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่โง่ แม้จะอยู่มากว่า 6 ปี ที่ไปยกศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เป็นเพราะมีค่าโง่ใช่หรือไม่ ที่พูดก็ไม่ได้อิจฉาเจ้าสัว จะได้ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพียงแต่ขอทำให้ถูกต้อง&amp;nbsp; ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ฟังการอภิปราย อย่าให้องครักษ์มาคอยประท้วง เพราะประชาชนต้องการฟังข้อมูลดีๆ จากการอภิปราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, นายกฯ, บิ๊กตู่, ยุทธพงศ์, ยุบสภา, ลาออก, เจ้าสัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6aa3e99b485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปรมชัย&#039;ลุ้นอีกคดี1ต.ค.! ศาลนัดพิพากษาครอบครองงาฃ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีครอบครองงาช้างหมายเลขดำ อ.1143/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางคณิตดา กรรณสูตร อายุ 65 ปี ภรรยาของนายเปรมชัย, นายเปรมชัย กรรณสูตร อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ น.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 72 ปี คนใกล้ชิดของภรรยานายเปรมชัย เป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ จำเลยทั้งสามซึ่งได้รับประกันตัวคนละ 300,000 บาท เดินทางมาศาล ซึ่งปรากฏว่าในเช้าวันนี้ ศาลได้สืบพยานจำเลยคดีนี้จนแล้วเสร็จ จึงกำหนดนัดฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่ 1 ต.ค. นี้ เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนายเปรมชัยเป็นจำเลย ในความผิดฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490 นั้น ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 20 ส.ค.นี้เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43429</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ต.ค., คดีครอบครองงาช้าง, ศาลอาญา, เจ้าสัว, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53b61867821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีวราห์&#039;ยันหลักฐานมัด&#039;เปรมชัย&#039;ล่าเสือดำ เมินทนายอ้างไม่อยู่ที่เกิดเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 ธ.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ทนายความของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ระบุแนวทางการต่อสู้คดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันล่าเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ว่านายเปรมชัยไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ&amp;rdquo; ว่า ในส่วนตำรวจมีการสอบสวนอย่างชัดเจนว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน &amp;nbsp;คนยิงคงไม่สามารถเอานิ้วไปยิงได้ เอาปืนไปยิง ปืนที่ตรวจยึดในที่เกิดเหตุก็เป็นปืนของนายเปรมชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้บรรยายฟ้องไปอย่างชัดเจน จนกระทั่งพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหานี้ ตัวเสือแยกชิ้นส่วน กะโหลกอยู่ส่วนหนึ่ง หนังอยู่ส่วนหนึ่ง เนื้ออยู่ส่วนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้นำมาเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นตัวเสือถึงเข้าข้อหาล่าได้ทำอย่างชัดเจนแล้ว อัยการก็ฟ้องแล้ว เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินการไปตามนั้น การล่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนลงมือยิงแบ่งหน้าที่กันทำก็ได้ แค่ดูต้นทางก็ผิด คำพิพากษาศาลฏีกามีเยอะแยะ ส่วนที่ทนายอ้างนั้นเป็นเรื่องของเขา เป็นดุลพินิจของศาล ในส่วนของตำรวจนั้นจบแล้ว พนักงานอัยการฟ้องแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล อัยการเห็นตามฟ้องถือว่าประสบผลสำเร็จแล้วปฏิบัติหน้าที่ได้สมบูรณ์ &amp;nbsp;เหลือแต่นำตัวพยาน 32 ปากขึ้นเบิกความต่อศาล&amp;rdquo; รอง ผบ.ตร. ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23346</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองผบ.ตร., ล่าเสือดำ, ศรีวราห์, ศาลกาญจนบุรี, เจ้าสัว, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181008/image_mid_5bbaf5bbac756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
