<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก6เดือนเปรมชัยซุกปืน ไม่รอลงอาญาให้ประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 6 เดือน &amp;quot;เจ้าสัวเปรมชัย&amp;quot; ไม่รอลงอาญา คดีซุกปืนยาวในบ้าน พร้อมอนุญาตประกันตัว ตีราคาประกัน 5 แสนบาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายเลขดำ อ.1144/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 66 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 จำเลยกระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊ป&amp;nbsp; 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตภายในบ้านพัก ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยนายเปรมชัยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2562 เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้จำคุก 1 ปี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลยยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยได้รับการประกันตัว 2 แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี โดยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายเปรมชัย จำเลย เดินทางมาศาล ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อาวุธปืนมีหลายกระบอก ได้ปืนมาคนละครั้งคราวนั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีการกล่าวอ้างในคำฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย อีกทั้งโจทก์ไม่บรรยายว่าอาวุธแต่ละกระบอกได้มาอย่างไร และการตรวจยึดอาวุธปืนได้ในคราวเดียวกัน ฟังไม่ได้ว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ส่วนที่โจทก์ขออุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักนั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นวางโทษไว้เหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นอาวุธของบิดาที่ถึงแก่กรรมแล้ว ซึ่งลูกจ้างได้ขนย้ายเอามาวางไว้ในบ้านโดยจำเลยไม่ทราบ ศาลเห็นว่าขัดกับคำรับสารภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ว่ากันในศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น จำเลยมีอาวุธ 5 กระบอก บางส่วนใช้ล่าสัตว์ หากมีการนำไปใช้ก่ออาชญากรรม หรือกระทำความผิดล่าสัตว์ จะยากแก่การติดตามหาผู้กระทำผิด ถือเป็นเรื่องร้ายแรง และที่จำเลยอุทธรณ์ว่าป่วยร้ายแรงนั้น ในเรือนจำมีโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งมีแพทย์ให้การรักษาอยู่แล้ว หากมีอาการร้ายแรงอาจส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทนายความของนายเปรมชัย จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายเปรมชัยประกันตัวไประหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 5 แสนบาท และไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74153</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีซุกปืนยาวในบ้าน, คุก 6 เดือน, ศาลอุทธรณ์พิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าสัวเปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a66a32db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ้าสัวเปรมชัย&#039;แห้วศาลไม่อนุญาตให้ถอดกำไลอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัดมหาชน พร้อมพวกประกอบด้วยนายยงค์ โดดเครือ และนายธานี ทุมมา​ศ ที่ต้องเดินทางมารายงานตัวตามคำสั่งศาล หลังได้รับอนุญาตให้ประกันตัวไป เป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขต้องใส่กำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูตรจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา จำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา &amp;nbsp;จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน (แม่ครัว) จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และ จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ &amp;nbsp;ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสือดำ จำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนในเรื่องเงินค่าปรับ ให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิทูล ยิ้มพราย ทนายความของนายเปรมชัย พร้อมทีมทนายได้เดินทางมายังศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยนั่งรอนายเปรมชัยที่ด้านข้างที่ทำการศาล กล่าวว่า วันนี้นายเปรมชัย จะเดินทางมาเพื่อยื่นขอศาลถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราว เนื่องจากมีปัญหาที่ข้อเท้า เกิดการอักเสบ รวมทั้งยื่นเอกสารในคดีทุกเรื่องต่อศาลฎีกา ส่วนการรายงานตัวต่อศาล นายเปรมชัย พร้อมพวกได้เดินทางมารายงานตัวไปก่อน ถึงวันที่กำหนดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้วโดยที่จำเลยอีก3คน มี นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน นายธานี ทุมมาศ ก็ไม่ต้องเดินทางมาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายเปรมชัย ได้เดินทางมาโดยรถยนต์ ยี่ห้อแรงโรเวอร์ สีดำ ทะเบียน วข 3858 กรุงเทพฯ เมื่อรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าที่ทำการศาล นายวิทูลพร้อมทีมทนายได้เข้าไปรับที่ประตูรถ โดยนายเปรมชัยเปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากรถในชุดกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว โดยไม่ได้ใช้ไม้เท้า สีหน้าดูเรียบเฉย และไม่ได้สัมภาษณ์เลยแม้แต่คำเดียว เดินขึ้นบันไดไปห้องพิจารณาคดีบนชั้น2 ทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นประมาณ 20 นาที ในการรับฟังการพิจารณาของศาล ในเรื่องขออนุญาตถอดกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้าชั่วคราว นายเปรมชัยพร้อมทีมทนายความ ก็เดินลงมาจากชั้นบน โดยนายเปรมชัยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทูล ทนายความกล่าวว่า ศาลไม่อนุญาตให้ถอด เพราะการอักเสบเกิดที่ขาคนละข้าง โดยทางนายเปรมชัยก็บอกว่าไม่เป็นไร ก่อนนายเปรมชัยก้าวขึ้นรถผู้สื่อข่าวถามว่าสุขภาพเป็นอย่างไร นายเปรมชัยยิ้มก่อนตอบว่า &amp;ldquo;ก็เรื่อยๆ&amp;rdquo; จากนั้นก็ปิดประตูรถ โดยคนขับได้ขับออกจากศาลไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังนายเปรมชัยได้เดินทางออกจากศาลไปแล้ว นายวิทูลและทีมทนายความ ได้เดินขึ้นไปที่บนชั้น2 ของที่ทำการศาล เพื่อยื่นเอกสารต่างๆในเรื่องคดี ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลฏีกา ใช้เวลาราว10นาที ก็เดินลงมาที่รถ บริเวณหน้าที่ทำการศาล โดยบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องขออนุญาตศาลถอดกำไลอีเอ็มนั้น เนื่องจากเกิดปัญหาเวลานอนกำไลไปถูกับขาด้านซ้าย จนเกิดแผล เหตุที่ศาลไม่อนุญาต เพราะเกิดแผลที่ขาด้านซ้าย ส่วนกำไลอีเอ็มใส่อยู่ข้อเท้าด้านขวา ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ด้านขวาซึ่งใส่กำไลเกิดแผลหรือไม่ นายวิทูลตอบว่าก็มี จากนั้นก็ขอตัวขึ้นรถขับออกจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าวว่าสำหรับในเรื่องคดี ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา ทางด้านอัยการจังหวัดทองผาภูมิ จะไม่ยื่นฎีกาใดๆเนื่องจากศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษาเพิ่มโทษ กับผู้ต้องหาทุกคนไปแล้ว นอกจากนี้การรายงานตัวต่อศาลในครั้งที่2 กำหนดในวันที่11ก.พ.2562 โดยนายเปรมชัยพร้อมพวก &amp;nbsp;จะต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, ศาลกาญจนบุรี, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1bf3efc7363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปรมชัย&#039; นอนเรือนจำ! ศาลพิจารณาประกันตัวไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ธ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต&amp;nbsp;พร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ&amp;nbsp;ได้มีรถควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าศาล สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาสื่อมวลชนที่รอคอย แต่ก็มีกระแสข่าวว่าศาลอาจพิจารณาการประกันตัวไม่ทัน ถ้าเป็นดังนั้นนายเปรมชัยพร้อมพวก ก็จะต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำ อ.ทองผาภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 18.10&amp;nbsp;น.เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ศาลได้ยืนเรียงรายจากทางลงบันไดจนถึงรถเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัย กรรณสูต&amp;nbsp;ซึ่งมีสีหน้าสลดอย่างเห็นได้ชัด พร้อมนายยงค์ โดดเครือ นายธานี ทุมมาศ เดินลงบันไดมาจากชั้นสองของศาล ตรงมายังรถของเรือนจำที่เจ้าหน้าที่เปิดประตูรอไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัยพร้อมพวก ขึ้นรถเรือนจำและรีบปิดประตู พร้อมทั้งเปิดสัญญานไฟและไซเรนนำตัวนายเปรมชัยพร้อมพวกรวม 3 คนไปคุมขังที่เรือนจำอ.ทองผาภูมิทันที โดยมีทีมทนายความยืนดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทูล แย้มพราย ทนายความของนายเปรมชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ต้องรอคำสั่งศาล และจะดำเนินการเรื่องประกันตัว โดยเพิ่มหลักทรัพย์จากเดิมเป็นเงินสดอีกรายละ 2 แสนบาท จากนั้นทีมทนายความได้ขึ้นรถออกไปจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากในวันพรุ่งนี้ 13 ธ.ค. ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนายเปรมชัย และนายยงค์ต้องใช้เงินสดประกัน คนละ&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนนายธานี ทุมมาศ ประกันตัวโดยใช้เงินสด&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูตรจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน (แม่ครัว)&amp;nbsp;จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และ จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิง เสือดำ&amp;nbsp;จำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนในเรื่องเงินค่าปรับ ให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52346</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, ประกันตัว, ศาลจังหวัดทองผาภูมิ, เจ้าสัวเปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, เปรมชัยนอนคุก, โทษจำคุกไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df2306f5f22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปรมชัย&#039; รับตื่นเต้น! ขึ้นศาลสืบพยานจำเลยวันแรกคดีเสือดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.61 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอัยการจังหวัดทองผาภูมิ สั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 จำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2567 ใน 6 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 08.20 น. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 พร้อมทีมทนายความของจำเลยทั้ง 4 ได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเปรมชัย กรรณสูต ก้าวลงจากรถเดินด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ไม่ต้องใช้ไม้เท้าพยุงเดิน สีหน้าแววตาดูสดชื่น พร้อมยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวพูดเพียงสั้นๆว่า รู้สึกตื่นเต้น จากนั้นทนายความทั้ง 4 คน รวมทั้งจำเลยทั้ง4 ก็เดินขึ้นไปห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้น 2 ศาลจังหวัดทองผาภูมิทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 09.00 น. นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2ภาค7 นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ พร้อมด้วยนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ พตท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะโจทก์ ก็ได้เดินทางมาถึงศาลจ.ทองผาภูมิ โดยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2ภาค7 กล่าวเพียงว่ามาศาลสืบพยานจำเลย จากนั้นคณะอัยการได้เดินขึ้นไปห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้น 2 ศาลจังหวัดทองผาภูมิทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันนี้ ศาลนัดสืบพยานจำเลย ประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านทนายของนายเปรมชัย ได้เปิดเผยว่าสำรับพยานที่จะให้ปากคำนั้น แต่เดิมมีจำนวน17 ปาก ก็ได้ลดพยานลงเหลือเพียง 8 ปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลา 12.20น. คณะของอัยการจ.ทองผาภูมิ ออกจากห้องพิจารณาคดีที่2 เดินลงบันไดมาจากชั้น2 โดยมีนายเปรมชัยพร้อมพวก และทีมทนายความเดินตามกันลงมา เมื่อนายเปรมชัยเดินลงมาถึงด้านหน้าศาลโดยถือไม้เท้าพยุงเวลาเดิน ต่างจากเมื่อช่วงเช้าที่ขึ้นศาลที่ไม่ใช้ไม้เท้า ผู้สื่อข่าวได้กรูกันเข้าไปซักถามว่าวันนี้เป็นอย่างไร โดยนายเปรมชัยตอบสั้นๆว่าเรื่องอยู่ในศาล ส่วนทางด้านนายวิทูล พรายแย้ม ทนายความกล่าวว่า ต้องให้ปากคำต่อในช่วงบ่าย จากนั้นได้ขึ้นรถพร้อมทนายความ โดยคนขับได้ขับรถออกจากศาลไปทันที เชื่อว่าไปรับประทานอาหารเที่ยง แล้วจึงกลับไปศาลให้ปากคำต่อในช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสืบพยานจำเลยในวันนี้ นายเปรมชัยยังต้องให้ปากคำในช่วงบ่ายต่ออีก และหากเสร็จสิ้นก็จะเป็นการสืบพยานจำเลยปากต่อไป คือนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามศาลจ.ทองผาภูมิได้นัดสืบพยานโจทก์เป็นฝ่ายแรกรวม 10 นัด ตั้งแต่วันที่ 27-28-29-30&amp;nbsp; พ.ย. และวันที่ 6-7 ธ.ค.วันที่ 11-12-13 -18 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยพยานโจทก์มีทั้งหมดจำนวน 32 ปาก ซึ่งขณะนี้ได้สืบพยานโจทก์จนครบหมดแล้ว จากนั้นศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดสืบพยานจำเลยที่มีอยู่ จำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด ตั้งแต่วันที่ 19-20-21-25-26-27 ธ.ค.2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24597</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, จังหวัดกาญจนบุรี, นายเปรมชัย  กรรณสูต, ศาลจังหวัดทองผาภูมิ, สืบพยานจำเลย, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c19faf99ca78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮีโร่ทุ่งใหญ่&#039; ให้กำลังใจจนท.ขึ้นสืบพยานคดีเสือดำ &#039;เจ้าสัว&#039; ยุ่งธุรกิจสุขภาพไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอัยการจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ตกเป็นจำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2567 ใน 6 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสืบพยานโจทก์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นปากแรก จากนั้นสืบพยานปาก นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นปากที่ 2 โดยการสืบพยานปากนายวิเชียร เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา และในวันที่ 29 พ.ย.จะเป็นการสืบพยานโจทก์ปากนายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็น 1 ในชุดจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.45 น.นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (ด้านตะวันตก) ได้นำนายปิยะพงษ์ สืบแสน เดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง เดินทางมาให้กำลังใจ นอกจากนี้นายยุทธชัย ปัทธมสนธิ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) ยังมอบหมายให้นายวัลลภ พิสุทธิ์พิเชฎฐ์ ผอ. ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เดินทางมาให้กำลังใจนายวิเชียร และนายปิยะพงษ์ ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามนายวิเชียร ระหว่างเดินทางไปขึ้นศาลว่า วันนี้ดูมีสีหน้าสดใส รู้สึกอย่างไรบ้าง นายวิเชียรตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ก็คงเป็นเพราะตนขึ้นให้ปากคำสืบพยานเสร็จแล้ว วันนี้จึงเดินทางมาให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นผู้ขึ้นสืบพยานคนต่อไป ที่ผ่านมาผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็ให้กำลังใจมาโดยมาตลอด โดยเฉพาะนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจในการต่อสู้คดีด้วยความเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาไล่เลี่ยกัน นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 พร้อมด้วย นายวิทูล แย้มพราย นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ นายปิยพัชร์ สายพิณ นายปราโมช เล้าเกตุกรรณ์ และนายวิภาช อัมพรกลิ่นแก้ว ทนายความของจำเลยทั้ง 4 คน ก็เดินทางมาถึงศาล ยกเว้นนายเปรมชัย กรรณสูต เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทูล แย้มพราย ทนายความเผยว่า วันนี้ต้องดูว่าพยานปากใหม่ จะสืบในประเด็นและเรื่องไหน เพราะยังไม่มีการเบิกความ เราจึงไม่สามารถรู้ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพยานปากไหน ก็ไม่สามารถรู้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันคุณเปรมชัย เป็นอย่างไรบ้าง นายวิทูลตอบว่า ตอนนี้ท่านกำลังยุ่งกับธุรกิจ ส่วนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี เนื่องจากท่านมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ต้องกินยาเป็นประจำ สำหรับทิศทางของคดีเราก็จะทำอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การสืบพยานโจทก์ในวันนี้ คงจะใช้เวลาตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน โดยหลังจากนี้ต่อไปก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในวันเกิดเหตุ ที่จะต้องมาเป็นพยานโจทก์ปากต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23085</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, นายวิเชียร ชิณวงษ์, ศาลจังหวัดทองผาภูมิ, สืบพยานโจทก์คดีเสือดำ, อัยการจังหวัดทองผาภูมิ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bff8797b736a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ชี้ตร.ไม่เชื่อ&#039;ปลัดด่านมะขามเตี้ย&#039;ซื้ออุ้งตีนหมีขอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มรถออฟโรด พร้อมปืนไรเฟิลติดลำกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง กระสุนปืนจำนวนหนึ่ง พร้อมซากสัตว์ป่าคือหมีขอ โดยมี นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี นำทีมว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ หากทำผิดก็ดำเนินคดี ซึ่งตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อ กรณีที่ปลัดอําเภอปฏิเสธว่ามีส่วนรู้เห็น ส่วนจะไปซื้อมาจริงหรือไม่ก็ต้องสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิดกฎหมายใช้เองทำให้เสียภาพพจน์ของข้าราชการหรือไม่นั้นพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของตัวบุคคลอย่าไปว่าข้าราชการทั้งหมดคงไม่ได้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วยว่าเขาทำจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเข้าจับกุม หลังพบตั้งค่ายพักในบริเวณจุดห้ามตั้งและฆ่าเสือดำโดยเจตนานั้นกำลังดำเนินคดีกันอยู่ ยืนยันว่าเรื่องไม่ได้เงียบ และศาลก็ยังไม่ตัดสิน จะบอกว่าเรื่องเงียบได้อย่างไร เขาดำเนินการตามกระบวนการอยู่แล้วอย่าไปพูดเช่นนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19345</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, จ.กาญจนบุรี, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ปลัดอำเภอด่านด่านมะขามเตี้ย, ล่าสัตว์ป่า, หมีขอ, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbac61a136d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอลุยยึด &#039;รังเย็นรีสอร์ท&#039; พบญาติ&#039;เปรมชัย&#039;รุกป่าเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 61 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ ร่วมกับนายชีวภาพ ชีวธรรม ผอ.สำนักป้องกันป่าและสำนักไฟป่า หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, กรมที่ดิน, กรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ร่วมกันเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ในพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท ซึ่งอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในความผิด ร่วมกันบุกรุกป่า โดยเคยมีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. จำนวน 147 แปลง เนื้อที่ 6,229 ไร่ ซึ่งกรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนทั้งหมดเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการออก น.ส.3 ก. โดยใช้หลักฐาน ส.ค.1 จากอ.ด่านซ้าย บินมาเป็นหลักฐานในการออกเอกสารสิทธิ์ใน อ.ภูเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่วัดอาณาเขตการครอบครองประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหาบุกรุกกับกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท 3 คน ซึ่งเป็นเครือญาติของนายเปรมชัย กรรณสูต ทั้งนี้ ดีเอสไอจะตรวจสอบลึกลงไปว่าปีที่มีการยื่นของเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ใครคือผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทและใครคือผู้เข้ามาดำเนินการที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการการกระทำความผิดทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ สร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำสาธารณะ โดยพบว่ามีการขุดลำธารให้กลายเป็นแอ่งน้ำ หรือเขื่อนส่วนตัว ซึ่งภาพถ่ายทางอากาศพบว่าถนนที่ตัดเข้าสู่ตัวรังเย็นรีสอร์ท มีสภาพคล้ายเป็นสันเขื่อนส่วนตัว หากไม่มีการปิดกั้นทางน้ำดังกล่าว แหล่งน้ำธรรมชาติจะไหลจากเขาที่บริษัทครอบครองลงไปสู่พื้นที่ทำการเกษตรในที่ราบที่ชาวทำกินอยู่ โดยพื้นที่ 19 ไร่ ที่เป็นรังเย็นรีสอร์ท เป็นพื้นที่ลาดชันความสูง 560 เมตรจากน้ำทะเล ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ และการออกน.ส. 3 ก. ของบริษัทซี.พี.เค.ฯเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ล้อมรอบภูเขาทั้งลูก เนื้อที่อีกประมาณ 2,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชีวภาพ กล่าวว่า ที่ดินในความครอบครองของบริษัทซี.พี.เคฯ ได้ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2546 แต่ยังมีการใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง และเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์พืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงต้องดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งคู่ขนานไปด้วย โดยกรมป่าไม้ได้ประเมินความเสียหายของภาครัฐ พบว่าเฉลี่ยไร่ละ 100,000 บาท คาดว่าจะต้องฟ้องแพ่งเรียกคืนประมาณ 600 ล้านบาท สำหรับพื้นที่รังเย็น รีสอร์ท 19 ไร่ บ.ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังกรมป่าไม้ โดยขอเข้าทำประโยชน์บางส่วน ซึ่งฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าระหว่างการดำเนินคดีจะให้เข้าใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง รวมถึงการเข้าให้บริการที่พักของรังเย็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการตรวจยึดที่ดินกว่า 6,000 ไร่ ดีเอสไอได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พบว่ามีการถือครองที่ดินเพิ่มเติม จึงได้ตรวจยึดเพิ่มอีก 249 ไร่ รวมพื้นที่รอบนอกด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อหาออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบ &amp;nbsp;พบว่าคดียังไม่หมดอายุความ แต่ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้หลบหนีไปยังประเทศลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.พงศ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปบ.4 กอ.รมน. กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ที่มีการบุกรุกเพิ่มเติม ทหารได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีการขุดปิดกั้นทางน้ำเพื่อสงวนไว้ใช้ส่วนตัว จึงได้เข้าสอบปากคำชาวบ้าน ซึ่งให้การว่าแต่เดิมชาวบ้านได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำห้วยน้ำดุก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แต่ในภายหลังบริษัทได้สร้างประตูเหล็กปิดตายทางเข้า ทำให้ชาวบ้านเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ พื้นที่ดังกล่าวมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไปใช้ในการปลูกแมคคาเดเมียของบริษัท โดยวิธีการถือครองพื้นที่จะให้ชาวบ้านเข้าปลูกพืช ซึ่งเป็นการใช้นอมินีเข้าครอบครองแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ดีเอสไอ จะสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงพยานที่ กอ.รมน.ได้สอบปากคำไปก่อนหน้านี้ ส่วนพยาน 18 ปากที่ตำรวจได้สอบสวนไว้ ไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปคดี &amp;nbsp;ดีเอสไอจึงต้องสอบสวนใหม่ทั้งหมด และจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศ 3 มิติ &amp;nbsp;จากโดรนที่มีความละเอียดสูงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการต่อสู้คดีระหว่างรัฐกับเอกชนผู้ครอบครอง ซึ่งภาพ 3 มิติจะแสดงให้เห็นถึงความสูงชันของพื้นที่เขาเนื้อที่ 1 หมื่น ใน ต.ร่องจิก และ ต.โพนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังการตรวจพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ปลูกสร้างบ้านชัยชนะพบว่าเป็นบ้านพักส่วนตัว 2 หลัง และเรือนพักคนงาน ภายในมีกรงเลี้ยงสัตว์แต่คาดว่าถูกขนย้ายไปแล้ว เหลือเพียงไก่แจ้จำนวนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งห้างร้านบนต้นไม้เพื่อใช้ยิงสัตว์ โดยนายสอน ชินระนาท ผู้จัดการ ทำหน้าที่ดูแลบ้านชัยชนะนาน 17 ปี ระบุว่า ขณะนี้ไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านชัยชนะแล้ว&amp;nbsp;ส่วนห้างยิงสัตว์ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้างไว้ ขณะที่แม่บ้านดูแลทำความสะอาด ระบุว่า ทำงานในบ้านชัยชนะมานาน 8 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท ระยะหลังเจ้านายไม่ได้เดินทางมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พยัคฆ์ไพร, รังเย็นรีสอร์ท, อำเภอด่านซ้าย, อำเภอภูเรือ, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e68e03161e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
