<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ยืนยันทุกอย่างจบแล้ว ตำรวจวิสามัญจ่าคลั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 9.28 น. &amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าห้างเทอมินอล 21 โคราช &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ได้เดินทางออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อไปรับคณะของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างเดินทางไปขึ้นรถตู้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า เหตุการณ์จบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;ส่วนรายละเอียดให้รอให้ฟังคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าว รายงานว่า คนร้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, จ.ส.อ..จักรพันธ์ ถมมา, จ่าคลั่ง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ad2da7f07d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าแก๊งฆ่า4อส.ปัตตานี! ปะทะเดือดวิสามัญ2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปะทะเดือดที่ปัตตานี เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ &amp;nbsp;กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 2 ศพ หลังปะทะเดือด พบเป็นกลุ่มก่อเหตุบุกยิง 4 อส.ในโรงเรียน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ชี้ผู้เห็นต่างตั้งใจก่อการร้าย สร้างความหวาดกลัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 12 มกราคม พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43, พ.ท.สมคิด คงแข็ง ผบ.ทพ.42 ได้นำกำลังร่วมกว่า 100 นาย เข้าทำการปิดล้อมบ้านเลขที่ 152/2 บ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในบ้านหลังดังกล่าว และอาจจะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุบุกยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 นาย ขณะรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ ต.ประจัน อ.ยะรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงยังบ้านหลังดังกล่าว ขณะที่กำลังจะจอดรถกระบะ คนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งหลบอยู่ในบ้านเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้รถถูกยิงจนเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดลงจากรถกระจายกำลังปิดล้อมบ้าน แล้วเกิดการยิงปะทะกันขึ้นอย่างดุเดือดประมาณ 10 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ อส.ทพ.ธิตา บัวงาน เจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 43 ถูกกระสุนปืนที่แขนและขาได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีเด็กถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ ด.ญ.ฆอยรูอิบบาตีซาน อาแว อายุ 9 ขวบ ถูกกระสุนเฉี่ยวบริเวณลำตัว เจ้าหน้าที่ได้รีบนำทั้งสองส่ง รพ.ปัตตานี ล่าสุดปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนเข้ามายังจุดเกิดเหตุเพื่อเจรจากับคนร้าย เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 4 กำชับให้ดำเนินตามกรรมวิธีจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายไม่ได้สนใจ และได้เปิดฉากยิงอีกครั้ง ทำให้สถานการณ์เพิ่มความตึงเครียดและมีการยิงปะทะกันอีกระลอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อคนร้ายทั้งสองใช้จังหวะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเส้นทางหลบหนี ก่อนจะวิ่งหนีออกจากหลังบ้าน ปรากฏว่าได้ประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่อีกชุดที่ปิดล้อม จึงยิงปะทะดุเดือด จนกระทั่งคนร้ายถูกวิสามัญฯ เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบทราบชื่อ 1.นายอับดุลเลาะ เจะหลงอายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/3 ม.3 ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี มีหมายจับ 1 หมาย 2.นายอับดุลเลาะ สาแม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง มีหมายจับ จำนวน 6 หมาย และพบอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุบุกยิง อส.เสียชีวิต 4 นายที่ อ.ยะรัง จนทราบว่าไล่ติดตามรู้เบาะแสว่าคนร้ายทั้งสองคนนี้ได้หลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่บ้านท่าด่าน จึงได้ส่งกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว แต่เมื่อมาถึงคนร้ายได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที จนกระทั่งเกิดการยิงปะทะ ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญฯ ทั้งสองคน ซึ่งในทางสืบสวนมั่นใจว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุยิง อส. 4 นาย แต่ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ก่อนการยิงปะทะทางเจ้าหน้าที่พยายามใช้วิธีการตามยุทธวิธีเบาไปหาหนัก เพื่อลดการสูญเสียตามนโยบายที่แม่ทัพภาคที่ 4 แต่คนร้ายพยายามยิงต่อสู้จนทำให้ถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต สำหรับคนร้ายทั้งสองถือว่าเป็นบุคคลตามหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุยิง อส.อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 นาย ขณะที่คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุพอจะรู้ตัวแล้ว กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้เห็นต่างใช้วิธีตอบโต้ โดยเลือกเป้าหมายที่มีความอ่อนแอหรืออ่อนไหวมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการติดต่อสื่อสารกับตนตลอดเวลา ทั้งการสื่อสารระบบทางไกล หรือวีทีซี และติดต่อสื่อสารโดยตรงในการสั่งการ สำหรับการให้ความระมัดระวังและการใช้อาวุธตามสถานการณ์ เพราะบางครั้งจะเห็นว่าเรานั่งดูแลความปลอดภัยอยู่ในโรงเรียน หรือฐานปฏิบัติการ เราต้องมีความพร้อมในการใช้อาวุธได้ในทุกอิริยาบถ ไม่ใช่ว่าจะฝึกในสนามยิงปืนอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการฝึกตามสถานการณ์ขณะนี้ กองทัพภาคที่ 4 ได้ขยายผลมาสู่อาสาสมัคร ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่เป็นจุดอ่อนต่างๆ นั้น ทางฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ยุทธวิธีที่มีความหลากหลาย เช่น การแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่เพื่ออำพรางตัว เมื่อเจ้าหน้าที่เผลอก็ลอบทำร้าย ซึ่งตนดูแล้วว่ามันเป็นการก่อการร้าย และจงใจที่จะก่อการร้ายโดยทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว อีกทั้งปัจจุบันหน่วยทหารในพื้นที่ได้มีการลาดตระเวนและตั้งฐานปฏิบัติการนอกฐานอีกครั้ง โดยไปอยู่ตามภูมิประเทศ เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม ส่วนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็ดำเนินการต่อไป แต่ในส่วนของกำลังทหาร ถ้าอ่อนเมื่อใดจะทำให้การพูดคุยฯ ประสบความสำเร็จได้ยาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, ปัตตานี, ผู้เห็นต่างตั้งใจก่อการร้าย, สร้างความหวาดกลัว, หนังสือพิมพ์, เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39e7456bda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
