<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก๊วนจตุพรร่วมคาร์ม็อบ ตำรวจขู่ฟัน47คันชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด! ตำรวจเอาผิดคาร์ม็อบ 47 คัน มีผู้กระทำความผิดกว่า 70 คน เตือนฝืนชุมนุมอีกระวังเป็นคลัสเตอร์ใหม่ &amp;quot;ไทยไม่ทน&amp;quot; ไม่สนชุมนุมต่อขอพ่วง บ.ก.ลายจุด &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; ซัด &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; รับงานคนหนีคดีโกง ตั้งชื่อให้ใหม่ &amp;quot;พรรคอาชญากรข้ามโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ค.2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. กล่าวว่า กรณีที่มีการนัดหมายการชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค. ประกอบด้วย 1.กลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ เวลา 15.00 น. นัดรวมกลุ่มที่แยกอุรุพงษ์เดินไปหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดกิจกรรมปราศรัยให้นายกรัฐมนตรีลาออก 2.กลุ่มไทยไม่ทน โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. นัดรวมกลุ่มที่แยกผ่านฟ้าฯ แล้วเดินไปหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดกิจกรรมปราศรัยขับไล่นายกรัฐมนตรี หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงเข้าร่วมกับกลุ่ม Car Mob และ 3.กลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์ เวลา 13.00 น. นัดรวมกลุ่มทำกิจกรรม Car Mob ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (จยย.) แรลลี่ไปตามท้องถนนบีบแตรเพื่อขับไล่รัฐบาล มีเส้นทาง 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1.พรรคประชาธิปัตย์ 2.พรรคภูมิใจไทย 3.พรรคพลังประชารัฐ 4.พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ 5.แยกราชประสงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก บช.น.กล่าวว่า การกระทำของกลุ่มดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด, พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง อยากจะเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม หลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุม เพราะมีโอกาสที่จะติดเชื้อโรคระบาดแล้วนำไปแพร่กระจายต่อได้โดยง่าย เนื่องจากวันที่ 8 ก.ค. มีผู้ติดเชื้อโควิดสูงถึง 9,276 ราย เสียชีวิต 72 ราย ใน กทม.ติดเชื้อ 2,212 ราย เสียชีวิต 38 ราย การชุมนุมอาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้การแพร่ระบาดโรคเลวร้ายยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการชุมนุมวันที่ 2-4 ก.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน บช.น.รวบรวมพยานหลักฐานปรากฏผู้กระทำความผิดกว่า 70 ราย ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว 59 ราย และพิสูจน์ทราบรถที่ใช้การชุมนุมแล้วทั้งหมด 47 &amp;nbsp;คัน พนักงานสอบสวนจะดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิดทุกราย ส่วน บช.น.ได้ประชุมเตรียมความพร้อมปฏิบัติหน้าที่กรณีที่รัฐบาลมีคำสั่งล็อกดาวน์เรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค.นี้ว่า ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สำคัญด้วยกัน 3 กลุ่ม ว่าเนื่องจากในช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในภาพรวมของประเทศและในเขตกรุงเทพมหานคร สถิติเมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อ 9,270 คน และเสียชีวิตอีก 72 คน อยากฝากเตือนว่าการชุมนุมครั้งนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ในเขตกรุงเทพฯ เลวร้ายยิ่งขึ้นช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนจะต้องสมัครสมานสามัคคีฝ่าฟันวิกฤติรักษาประเทศเพื่อนำพาประเทศให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ลาออกโดยเร็วที่สุด ก่อนชาติบ้านเมืองจะพังทลาย และความเสียหายจะยากเกินเยียวยามากไปกว่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค. คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอประกาศเข้าร่วมกิจกรรม Car Mob กับเครือข่ายนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ สมบัติ (ทัวร์) เพื่อร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และแกนนำพรรค ได้เปิดแคมเปญของพรรคไทยสร้างไทยเปิดให้ลงชื่อ เพื่อฟ้องรัฐบาลฆาตกรว่า รัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่ฆาตกร มีแต่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในทางกลับกัน พรรคตั้งใหม่บางพรรค รับจ๊อบช่วยคนโกงหนีคดี นั่นคือพรรคช่วยอาชญากรโกงชาติโกงแผ่นดินหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าสมมติว่ามีคนคิดที่จะสร้างพรรคขึ้นมาใหม่เพื่อวางแผนช่วยคนหนีคดีจากการทุจริตโกงเงินเงินภาษีของประชาชน และยังวางแผนร่วมมือกันโดยให้อาชญากรที่หนีคดีเป็นคนวางแผนหนุนหลังสนับสนุนการเงิน เพื่อโจมตีใส่ร้ายป้ายสีนายกฯ และรัฐบาล เพื่อหวังล้มรัฐบาล ให้อาชญากรหนีคดีกลับมามีอำนาจรัฐเพื่อกอบโกยโกงกินอีกครั้ง การคิดจะช่วยเหลืออาชญากรหนีคดีให้พ้นโทษ นำกลับมาเมืองไทยโดยไม่มีความผิด พฤติกรรมของพรรคที่คิดวางแผนการชั่วร้ายเช่นนั้น พรรคการเมืองนั้นน่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่ชื่อ &amp;quot;พรรคอาชญากรข้ามโลก&amp;quot; จะเหมาะสมกว่า คงเป็นพรรคการเมืองที่เลวร้ายที่สุด ที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถ้ามีพรรคการเมืองเช่นนี้ ประเทศไทย ประชาชนคนไทยคงได้รับความหายนะจากพรรคการเมืองเลวๆ เช่นนี้อย่างแน่นอน&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109193</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร, บ.ก.ลายจุด, ฟัน47คัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ๊หน่อย, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67bdc7fcd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039;มึน!&#039;เจ๊หน่อย&#039;ยกพวกออก ไม่รู้เป็นแผนแตกแบงก์ย่อยหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63- &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยหลายคน ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่า ยังไม่ทราบเหตุผลการตัดสินใจในครั้งนี้ และไม่ทราบว่าบุคคลที่ลาออกไปนั้นจะมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาหรือไม่ โดยตอนนี้ที่มีความชัดเจน คือ การแยกกันทำงาน แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่า การแยกกันทำงานครั้งนี้เป็นปัจจัยจากรัฐธรรมนูญ หรือเป็นยุทธศาสตร์หรือมีปัญหาสั่นคลอนในพรรคเพื่อไทย โดยสามารถมองได้ทั้ง 2 แบบ แต่คิดว่ากลุ่มคนที่ลาออกไปยังคงมีอุดมการณ์เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย เพียงแต่อาจมีวิธีการทำงานที่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในวันพรุ่งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีบ้านพักทหาร ของนายกรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวพันกับสถานะของนายกรัฐมนตรี ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ลาออกไป จะทำให้ชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์หลุดออกจากบัญชีของพรรคเพื่อไทยที่เสนอให้เป็นที่เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ยังมีข้อสงสัยในข้อกฎหมายว่าเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ ลาออกจากสมาชิกพรรคจะยังคงอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่พรรคยื่นไว้ต่อ กกต. หรือไม่ แต่หากเทียบเคียงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จึงคาดว่าคุณหญิงสุดารัตน์น่าจะยังคงอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามไม่ได้เตรียมพร้อมกับการอ่านคำวินิจฉัยพรุ่งนี้ (2 ธ.ค. ) แต่เป็นกังวลผลที่จะเกิดจากคำวินิจฉัย โดยหวังว่าคำวินิจฉัยที่ออกมาจะมีเหตุผลทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ว่า ยังมีปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าร่างกฎหมายดังกล่าว เข้าข่ายการปฏิรูปประเทศจึงเสนอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ดังนั้น จะรอฟังคำชี้แจงจากผู้เสนอร่างว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศอย่างไร แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า รัฐบาลต้องการให้ทางกฎหมายผ่านโดยเร็วเพื่อรองรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรืออยากให้ผ่านโดยเร็ว เพราะมีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่ได้เปิดกว้างให้รณรงค์หรือแสดงความคิดเห็น รวมถึงรัฐบาลก็มีเสียงมากกว่าในที่ประชุมร่วมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ขณะที่ร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ฝ่ายค้านจะเสนอไปที่สภาผู้แทนราษฏร แต่ติดปัญหาว่าจะเข้าข่ายเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ทำให้ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเซ็นต์รับรองเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งผลให้เกิดปัญหาว่าร่างกฎหมายฉบับเดียวกัน แต่เสนอแยกให้พิจารณาสองสภา หากผ่านการพิจารณาต้องตั้งกรรมาธิการแยก 2 คณะ ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายซับซ้อน อันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่ไม่บัญญัติเรื่องประเภทกฎหมายให้ชัดว่าควรเข้าสู่การพิจารณาของสภาใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85594</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, สุดารัตน์, เจ๊หน่อย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6040094e5ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039;ถอนหงอก&#039;เจ๊หน่อย&#039; อย่ามาสั่งสอนห้ามปรามเรา ทวงบุญคุณเคยลงคะแนนให้เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.63- นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารัก ว่าขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับการแถลงของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ การปราศรัยของเราเป็นไปตามหลักเสรีภาพ ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่มีคำใดเลยเป็นความเท็จ เป็นความจริงว่าด้วยปัญหาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่กล้าพูดถึงแต่ซุกไว้ใต้พรมมาตลอด ดังนั้น อย่าสั่งสอนห้ามปรามเราเมื่อเราลุกขึ้นมาพูดความจริงเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้าม ผมขอเรียกร้องให้นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นมาพูดสิ่งที่เราเรียกร้องกลางสภา เราจะได้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กันสักที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฏร ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74125</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์   เกยุราพันธุ์, ม็อบมธ., เจ๊หน่อย, เพนกวิน-พริษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32850daae87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเลวหน้าค่ายเปิดศึก!&#039;เอี่ยม&#039;ซัด&#039;แรมโบ้&#039;พูดทีไรรัฐบาลลุงตู่เจ๊งทุกที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไปเอาข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์เรื่องตัดงบบัตรทอง 2,400 ล้านบาทมาจากไหนหรือเต้าข่าวเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ถ้าตนเป็นผู้บังคับบัญชานายสุภรณ์ จะไม่บันทึกแต้มจากจำนวนครั้งที่นายสุภรณ์ ออกมาพูด แต่ข้อมูลที่พูดต้องถูกต้อง สังคมรับฟังได้ข่าวตัดงบบัตรทอง 2,400 ล้านบาท ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งประเทศ ถ้านายสุภรณ์ไม่รู้ลองเข้าไปพิมพ์ค้นหาคำว่า ตัดงบบัตรทอง 2,400 ล้านบาท ในกูเกิ้ล จะพบว่ามีคนออกมาให้ความเห็นกันเป็นจำนวนมาก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ออกมาแสดงความผิดหวังที่รัฐบาลตัดงบโครงการหลักประกันสุขภาพหรือบัตรทองจำนวน 2,400 ล้านบาท นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกมาบอกว่าตัดงบประมาณบัตรทอง 2.4 พันล้าน ไม่กระทบค่ารักษาพยาบาลรายหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับปากกับตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพว่าจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนการโอนงบประมาณ 2,400 ล้านบาทของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบบัตรทอง เฉพาะรอบนี้คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเขาออกมาสื่อสาร แสดงว่าไม่ได้เป็นข่าวปลอมที่ไหน ส่วนจะชี้แจงว่าเป็นการโอนงบเพื่อการใดก็สื่อสารกับสังคม ส่วนหนึ่งที่ประชาชนกังวลใจเพราะทัศนคติของรัฐบาลนี้เห็นงบบัตรทองเป็นภาระ จึงมีความพยายามจะตัดงบบัตรทองมาหลายครั้งก่อนหน้านี้พฤติกรรมของนายสุภรณ์ แม้แต่สื่อที่เป็นกองเชียร์พล.อ.ประยุทธ์ ยังส่ายหน้าเอือมระอา ยิ่งนายสุภรณ์ขยันออกมาพูด ยิ่งเป็นลบต่อพล.อ.ประยุทธ์ นอกจากไม่ได้ช่วยอะไรยังทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก การออกมาตอบโต้ทุกเรื่องของนายสุภรณ์ ไม่ได้ทำให้รัฐบาลดูดีขึ้นเลย ลักษณะเจตนาดีแต่ประสงค์ร้าย พูดทีไรรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เจ๊งทุกที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, เจ๊หน่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7ce05ade8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ทุบโต๊ะ!รัฐบาลไม่ตัดงบก่อนกู้ เท่ากับทำร้ายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เกลี่ยเงิน vs. กู้เงิน พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกทำอย่างไหนก่อนคะ..?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จะทำให้ประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ ต้องใช้งบมหาศาล
ก่อนจะ&amp;rdquo;กู้เงิน&amp;rdquo;สร้างหนี้เพิ่ม
จึงควรตัดงบปี 63 ที่ไม่จำเป็น
เช่น ซื้อเรือดำน้ำ อาวุธ
ตึกใหม่ รถใหม่
ตัดได้อย่างน้อย 10-15%
จะได้งบ 300,000-500,000 ล้านบาท
มาช่วยประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ตัดงบก่อนกู้ เท่ากับทำร้ายประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันและพรรคเพื่อไทยเล็งเห็นว่า วิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ หนักหนาสาหัสมาก โดยที่รัฐบาลจะต้องใช้เม็ดเงินจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาล เพื่อดำเนินการในเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ปัญหาต่อเนื่อง ที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากผู้นำประเทศไม่รู้จักการประหยัด ด้วยการปรับแผนในการใช้เงินตั้งแต่ตอนนี้ เราจะโดน 2 เด้ง คือใช้เงินตามแผนเก่า(ปี 63)อย่างไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และรัฐบาลจะต้องไปกู้เงินอีกจำนวนมหาศาล เพื่อมาแก้ไขวิกฤตของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลที่มีการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด ควรจะ &amp;ldquo;เกลี่ยเงิน&amp;rdquo; จากค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น, ไม่เร่งด่วน มาใช้แก้ปัญหาวิกฤต ก่อนที่จะตัดสินใจ &amp;ldquo;กู้เงิน&amp;rdquo; ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันได้เสนอไปหลายวัน และย้ำไปหลายครั้งแล้ว ให้นายกฯ ตัดงบประมาณปี 63 ที่ไม่จำเป็นของทุกกระทรวงลงโดยเฉลี่ย 10% เป็นอย่างน้อย เพื่อเกลี่ยเงินส่วนนี้มาช่วยแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกและทั่วประเทศไทย ต่างก็ปรับการใช้งบประมาณใหม่กันหมดแล้ว หากรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ ไม่รู้จักปรับตัว ท่านจะกลายเป็นตัวสร้างภาระให้ประเทศ จากการใช้งบประมาณที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้จากการเก็บภาษีอากรในปีหน้า เราน่าจะเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าเยอะมาก ทำให้เราต้องกู้เงินมากขึ้น หนี้รายหัวของประชาชนก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมธุรกิจอื่นเลื่อนการจ่ายตังค์ หรือ Pending การจัดซื้อไว้ได้ แต่ระบบราชการไทยจึงทำไม่ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การจัดซื้อเรือดำน้ำ, อาวุธต่าง ๆ, การสร้างตึกใหม่, สั่งซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่, การดูงาน, อบรมสัมมนา และเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่าการแก้ปัญหาโควิด-19 ควรจะถูกปรับเลื่อน-ลด-ยกเลิก ไปบ้าง หากนายกฯ มีความจริงใจที่จะทำเพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศนั้น ควรจะตัดงบปี 63 ได้ถึง 15% ด้วยซ้ำ เพราะงบประมาณปี 63 ล่าช้า และเหลือเวลาใช้อีกเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ทำไมจึงต้องเร่งใช้ให้เต็ม 3.3 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตัดงบปี 63 ได้ 10% จากงบประมาณทั้งหมด 3.3 ล้านล้านบาท เราจะได้เงิน 300,000 ล้านบาท ถ้าตัด 15 % เราจะได้เงินเกือบ 500,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินจำนวนครึ่งล้านล้านบาทนี้ รัฐบาลสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤต แก้ปัญหาให้หมอและพยาบาลให้ดีกว่าที่ผ่านมา เชื่อว่าพี่น้องประชาชนตลอดจนพรรคฝ่ายค้าน. จะเห็นด้วยมากกว่าการหลับหูหลับตาใช้เงินเก่าให้หมด เพื่อจะกู้เงินใหม่มาใช้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอเรียกร้องต่อพลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ต้องรีบสั่งการให้ตัดงบประมาณปี 63 ลงอย่างน้อย 10-15% เพื่อนำเงินก้อนนี้ที่จะได้ 300,000 ถึง 500,000 ล้านบาท มาเยียวยาประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก และกลาง SMEs ต่างๆ ให้ประคองตัวอยู่ได้ ในยามวิกฤตเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ต้องกระจายงบกลางที่อยู่ในมือนายกฯ เป็นแสนล้าน ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้พอเพียงสักที อย่าให้ใครมาตั้งคำถามว่า #งบกลางหายไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การกู้เงินต้องทำหลังจากทำข้อ (1)ข้อ (2)ให้ครบถ้วนก่อน และการกู้เงินต้องเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้ในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วางแผนปรับเปลี่ยนงบประมาณ เร่งเกลี่ยเงินที่ไม่จำเป็นมาใช้ ก่อนการกู้เงินสร้างหนี้ให้ประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61891</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e869b77bd92f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;แนะเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.62-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธ์ศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ว่ายกระดับมาตรการของรัฐบาล ยุติการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ - ระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศจากทุกช่องทาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการนี้เป็นเหมือนยาแรงที่จะแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว เพื่อให้ &amp;ldquo;คนไทยปลอดภัย-เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้รวดเร็ว และมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เร็วเท่านั้น เสนอให้นายกรัฐมนตรีทำทันที เพื่อคนไทยปลอดภัย-เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาทีนี้ หนทางที่จะทำให้ประเทศไทย &amp;ldquo;ชนะ&amp;rdquo; ได้อย่างแท้จริง คือกุมหัวใจของการควบคุมโรคระบาดให้ได้ นั่นคือ &amp;ldquo;การค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้เร็ว และได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดอย่างเร่งด่วนคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประกาศเปิด &amp;ldquo;ปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ&amp;rdquo; เป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยลงมือทำทันที แบบปูพรมพร้อมกันทั้งประเทศ โดยใช้กลไกของสาธารณสุข ที่มีโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และ อสม. อยู่ทั่วประเทศ และใช้กลไกของมหาดไทย และ กทม.ร่วมสนับสนุน ทำ 3 รอบ ให้จบภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจบปัญหาการแพร่ระบาดให้ได้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจของปฏิบัติการอยู่ที่การค้นหาผู้ที่มีอาการเสี่ยงทั้งหมด เช่น ไอ จาม เจ็บคอ มีไข้ หรือสัมผัสกับผู้ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้สามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้มากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เร็วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ในระหว่าง &amp;ldquo;ปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ&amp;rdquo; จำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะพุ่งสูงขึ้น แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะถ้าเราพบผู้ติดเชื้อได้มากเและรวดเร็ว จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ปลอดภัยมากขึ้น และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ฟื้นเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จบเร็ว คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอเสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดให้นายกรัฐมนตรีเลือก 2 มาตรการคือ
A. ประกาศปิดประเทศ (Lockdown) ไม่รับผู้เดินทางจากต่างประเทศ 14 วัน
หรือ
B. ประกาศให้ผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ต้องถูกกักตัวเฝ้าระวังสังเกตอาการ 14 วัน อย่างเคร่งครัด ตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐบาลประสานเช่าโรงแรมต่าง ๆ ที่ขณะนี้มีผู้เข้าพักน้อยอยู่แล้ว เป็นที่พักระหว่างการเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน ซึ่งผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และรัฐส่งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลให้ปฏิบัติตามคำประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อให้ทั้ง 2 มาตรการ สามารถปฏิบัติได้สำเร็จบนพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ &amp;ldquo;นักรบ Covid-19 ด่านหน้า&amp;rdquo; คือ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข เป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณให้ทุกโรงพยาบาล เพื่อจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองของบุคลากรให้พร้อมเพรียง อย่าให้เป็นปัญหาขาดแคลน อย่างหน้ากากอนามัยอีก และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรซึ่งถือเป็น &amp;ldquo;นักรบ COVID-19 ด่านหน้า&amp;rdquo; รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยความเสี่ยงให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องจัดอุปกรณ์เวชภัณฑ์ให้เพียงพอรองรับการรักษาผู้ป่วยที่จะมีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต้อง มี Single command ให้มีผู้รับผิดชอบแต่ละด้านชัดเจน ทั้งด้าน
- ด้านการแพทย์
- ด้านการควบคุมป้องกัน
- ด้านอุปกรณ์ + เวชภัณฑ์
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการเร่งด่วนทั้งหมดนี้
#ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ
&amp;ldquo;จบเร็ว คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว&amp;rdquo;
จึงจะเป็น &amp;ldquo;ชัยชนะ&amp;rdquo; ที่แท้จริงของคนไทย และประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60037</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, เจ๊หน่อย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e707ac5f08a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ทุบโต๊ะเปรี้ยง!&#039;บิ๊กตู่&#039;ต้องรับผิดชอบ พึ่งไม่ได้ ซักฟอกแล้วก็ยังไม่ปรับปรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมประชุมหารือวาระพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ แถลงภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันที่10มี.ค.มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์นัดพิเศษ โดยได้พิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันเกิดวิกฤติทั้งด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มีทั้งเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ความล้มเหลว ความบกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั้งด้านเศรษฐกิจที่แย่ลง ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 โดยมาตรการที่รัฐบาลออกมาแต่ละครั้งสับสน ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนทั้งคนไทยหรือผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ หน้ากากอนามัย ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง มาตรการกักตัวก็ยังสับสน &amp;nbsp;จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นประธานติดตามตรวจสอบประเด็นหลังการอภิปราย รวบรวมเพื่อให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปยื่นเอาผิดทางกฎหมายตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ วันนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ปัญหาในบ้านเมือง เป็นฟางเส้นสุดท้าย แต่ไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ด้วยรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดการปัญหาใดๆเลย หลังการอภิปราย ก็ยังไม่มีการปรับปรุง เห็นแต่ความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ประชาชนพึ่งหวังไม่ได้ มีการจัดการปัญหาผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงควาวมรับผิดชอบกับสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด19 ภัยแล้ง ให้ประชาชน ได้เลย จากวิกฤติที่เกิดขึ้นทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล การที่ยังร่วมงานกับรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการปัญหากับประชาชนได้นั้น ขอเรียกร้องจิตสำนึก พิจารณาว่าจะสนับสนุนรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นความเห็นจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ได้มีการพูดคุยกัน&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ซักฟอกรัฐบาล, เจ๊หน่อย, เพื่อไทย, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67383b1e739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
