<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอเฉลิมชัย’ย้ำชัดบินไปฉีดวัคซีนที่อเมริกาไม่คุ้มเสี่ยง เสียเงินมาก ป้องกันติดโรคโควิดไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาภาพ เฟซบุ๊ค&amp;nbsp;Chalermchai Boonyaleepun&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 2564 นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกวุฒิสภา เขียนข้อความลงในบล็อกส่วนตัว  แสดงความเห็นเกี่ยวกับ การจัดทัวร์ไปฉีดวัคซีนในสหรัฐอเมริกา มีเนื้อความว่าตามที่มีบริษัททัวร์หรือบริษัทจัดนำเที่ยวบางแห่ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ว่า พร้อมจะจัดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทาง ไปท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 10 วัน 7 คืน(จริงๆก็คือ 7 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเดินทางไปที่ซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลิส นอกจากการเที่ยวตามปกติแล้ว ในวันที่สามมีกำหนดว่า จะให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของบริษัท Johnson &amp;amp; Johnson หนึ่งเข็มโดยคิดราคาค่าใช้จ่าย 175,000 บาทต่อคน แต่ถ้าเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ 10 คน ลดราคาเหลือคนละ 76,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ราคาดังกล่าวไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ไม่รวมอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตลอดจนค่ากักตัวโรงแรมในประเทศไทยตอนขากลับ(ASQ) และอื่นๆเช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และการทิปต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นแปลว่าผู้ที่จะเดินทางไปในทัวร์ลักษณะนี้ ต้องใช้จ่ายคนละไม่ต่ำกว่า 1-300,000 บาท ต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองมาพิจารณารายละเอียดกันดูนะครับ ว่าน่าสนใจหรือคุ้มค่าหรือไม่ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การเดินทางไปสหรัฐฯช่วงสั้นไม่เกิน 10 วัน ไม่สามารถจะฉีดวัคซีนสองเข็ม เพื่อให้ครบตามมาตรฐานได้แต่รายละเอียดบริษัทก็แจ้งว่า การฉีดของบริษัท Johnson &amp;amp; Johnson เข็มเดียวก็พอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงวัคซีนของบริษัท Johnson &amp;amp; Johnson ถ้าฉีดเพียงเข็มเดียวจะมีประสิทธิผล 66% และทางบริษัทกำลังเร่งวิจัย เพื่อให้ได้คำตอบว่า ถ้าฉีดสองเข็มประสิทธิผลจะขึ้นเป็นเท่าใด คือมีแนวโน้มที่ทางบริษัทจะแนะนำให้ฉีดสองเข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกในขณะนี้ สูงมากกว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว แม้เริ่มมีการฉีดวัคซีนแล้วอัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตก็ยังสูงกว่าประเทศไทยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) สหรัฐอเมริกามีไวรัสกลายพันธุ์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อังกฤษ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งดื้อต่อวัคซีนพอสมควรทีเดียว ที่สำคัญคือ มีสายพันธุ์แคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นที่ตั้งของซานฟรานซิสโกและลอสแองเจลีสที่บริษัททัวร์จะพาไปท่องเที่ยวนี่ล่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) บริษัททัวร์แจ้งชัดเจนว่า ไม่รับผิดชอบอาการแพ้วัคซีน ซึ่งถ้าไปแพ้ในต่างบ้านต่างเมือง ค่ารักษาพยาบาลจะแพงมาก และจะไม่ได้รับความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) เมื่อเดินทางกลับมาเมืองไทยแล้ว ก็จะต้องถูกกักตัวอีก 14 วัน ไปเที่ยว 7 วัน กลับมากักตัว 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ได้วัคซีนไม่ครบสองเข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ภูมิต้านทานสูงไม่พอที่จะป้องกันไวรัสโดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) อาจนำไวรัสกลายพันธุ์เข้าสู่ประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากการที่จะติดโควิดในประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงอันดับหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น การไปทัวร์สหรัฐอเมริกา โดยการแวะฉีดวัคซีนหนึ่งเข็มดังกล่าว เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน คำนึงถึงประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้ว คงจะมีความไม่คุ้มค่า และไม่ควรเสี่ยงเดินทางไปแต่อย่างใดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนในสหรัฐอเมริกา, เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60939b5741659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะลดเหลื่อมล้ำได้ไง !กสศ.โดนตัดงบฯขอไป 5,000 ล้านเหลือ 3,000ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12พ.ย.62-ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) ได้พิจารณารายงานประจำปี 2561 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยนพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อความเสอมภาคทางการศึกษาไม่ใช่กองทุนที่ทำงานเป็นปกติเหมือนราชการ เป็นกองทุนเดียวที่ปรากฎในรัฐธรรมนูญ เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หน่วยงานของรัฐจะไปทำให้โอกาสนี้ลดน้อยลง ในครั้งแรกก็เข้าใจข้อจำกัดเรื่องงบประมาณนี้ว่าอาจจะจัดสรรไม่ได้ถึง 25,000 ล้านบาท แต่ถ้าคำนวณ 25,000 ล้านต่อปี ดูแลเด็กและเยาวชนที่เลือกเกิดไม่ได้ 4 ล้านคน คำนวณตกเดือนละไม่เกิน 600 บาท &amp;nbsp;เป็นปัญหามากมายมหาศาลทุกขั้นตอน ปี 2563 เรายังจัดสรรเงินที่ 5,000 ล้าน จาก 25,000 ล้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดเหลือ 3,000 ล้าน หน่วยงานที่ตัดงบประมาณ คือหน่วยงานไหน มีเหตุผลอะไร มีความคิดอะไร &amp;nbsp;เรื่องไหนสำคัญกว่ากัน &amp;nbsp;สาธารณะน่าจะมีส่วนร่วมรับทราบเรื่องนี้ การช่วยคนยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่มีเงินมีอำนาจจะทำสำเร็จ ตนเห็นว่า กสศ. ได้ถูกออกแบบ ผ่านการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เป็นระบบ ด้วยงานวิจัยจากต่างประเทศ มีความเชื่อว่าการจัดงบประมาณลักษณะนี้จะทำให้เข้าถึงโอกาส ทำให้ทุกคนเสมอภาคกัน แต่พอเริ่มช่วยได้ไม่กี่แสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่โทษกองทุนฯ เพราะเงินได้มาแค่นี้ กองทุนต้องทำงานหนัก อย่าท้อถอย เร่งทำงานให้สังคมเห็นความสำคัญ เพราะลงทุน 1 บาทวันนี้ จะได้เงิน 7 บาทในอนาคต เพราะคนเหล่านี้ไม่เป็นภาระ วัยแรงงาน ซึ่งลดจำนวนเงินช่วยเหลือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโตไปเป็นผู้สูงอายุที่พึ่งพาตัวเองได้ คนเหล่านี้พัฒนาศักยภาพ เป็นแรงงานฝีมือเสียภาษีให้รัฐ รัฐก็ลดเงินกู้มาโปะงบประมาณ สามารถสร้างการแข่งขันระดับประเทศ คนเหล่านี้จะเคลื่อนทัพมาเรื่อยๆ กสศ.ต้องช่วยตัวเองในการทำให้สาธารณะข้าใจเรื่องนี้ ต้องร่วมกันสนับสนุน ทำงานใช้เงินคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน&amp;rdquo;นพ.เฉลิมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ.ได้จัดระบบฐานข้อมูลและมีการออกระเบียบข้อบังคับให้ระบบงาน กสศ.มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใสมากที่สุดเท่าที่ทำได้ &amp;nbsp;กสศ.เป็นองค์กรขนาดเล็กมีบุคลากรเพียง 50 คน เน้นแนวทางการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก กสศ.เป็นแนวหนุนมากกว่าจะไปดูแลเยาวชนด้วยตัวเอง ซึ่งได้รับความร่วมมือย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งที่ผ่านมา กสศ.มีระบบติดตามผลลัพธ์นักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาค โดยจากการติดตามพบว่าทำให้เด็กไม่ขาดเรียน มาเรียนได้ถึงร้อยละ 98 อีกทั้งมีฐานข้อมูลตามดูผลการเรียนรายบุคคล เมื่อได้รับทุนจาก กสศ.แล้วผลการเรียนก้าวหน้าอย่างไร สำหรับเรื่องฐานข้อมูลถือเป็นการลงทุนที่ช่วยเหลือประชาชน มีการแชร์ฐานข้อมูลกับกระทรวงการคลังอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 2 ล้านคน ลงลึกข้อมูลเชิงประจักษ์ &amp;nbsp;ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการวิเคราะห์นโยบายระดับชาติ &amp;nbsp;วิเคราห์ระดับโรงเรียน นักเรียนคนไหน เข้าเรียนน้อย มาก มีความสม่ำเสมอหรือไม่ &amp;nbsp;ในส่วนความซ้ำซ้อน &amp;nbsp;เมื่อมีฐานข้อมูลที่ดีก็มั่นใจได้ว่า ปัญหาการให้ทุนซ้ำซ้อนจะลดลงไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., งบประมาณกสศ., นพ.สุภกร บัวสาย, เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca720cb6c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   มุ่งปฎิรูปสถานศึกษามีอิสระ&quot;เชื่อสร้างเด็กมีคุณาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
26มิ.ย.61-บอร์ด อิสระฯ มุ่ง สร้าง สถานศึกษาอิสระ บริหารจัดการตัวเอง &amp;ldquo;หมอเฉลิมชัย&amp;rdquo; เผย ไม่จำเป็นต้อง บริหารเองทั้ง 4 ด้าน เหมือน รร.นิติบุคคล ชี้ ไม่ต้องออก กม. ใหม่ กม.ที่มีอยู่เพียงพอสำหรับการดำเนินการ เตรียม เสนอแผนให้รัฐบาล พิจารณา เชื่อเป็นหนทางสร้างเด็กมีคุณภาพ ได้ผู้นำและครูดี เข้าสู่ระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจาณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่ได้รับฟังความคิดเห็นทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค รวมถึงจากเด็กและเยาวชนในระดับต่างๆ ไปแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ โดยในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะมีประเด็นจาก นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้นำเสนอการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสถานศึกษานิติบุคคล ดังนั้น เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างระบบการศึกษาหากจะทำให้เกิดคุณภาพ สถานศึกษาต้องมีอิสระในการบริหารจัดการ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้เราจะนำเสรีภาพไปไว้ที่โรงเรียน เพราะโรงเรียนเป็นปัจจัยหลักของการศึกษาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประธานอนุกรรมการปฎิรูปฯ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในภาพรวม ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบ จะมีอยู่ 2 ประเด็น คือ การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ การให้สถานศึกษามีความอิสระในการบริหารจัดการด้วยตัวเอง &amp;nbsp;ซึ่งการปฎิรูปสถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระ จะแตกต่างจากการเป็นโรงเรียนนิติบุคคล &amp;nbsp;เพราะการเป็นโรงเรียนนิติบุคลจะต้องมีความหมายตามกฎหมายให้ครอบคลุมงาน 4 ด้าน คือ งานวิชาการ งานบริหารบุคคล งานงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป แต่การดำเนินการให้สถานศึกษาเป็นอิสระไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน เช่น โรงเรียนบางแห่งอาจจะดำเนินการเป็นรายด้านหรือทุกด้านก็ได้ เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งจากนี้คณะกรรมการอิสระฯ จะจัดทำแผนเสนอรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นอิสระของสถานศึกษาจะเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นอย่างไร และยังต้องมีแผนการบริหารจัดการให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระด้วย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การให้อิสระกับสถานศึกษาไม่จำเป็นต้องออกกฏหมายเพิ่มเติม เพราะจากการศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ รวมทั้ง พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 พบว่ามีการกำหนดสาระสำคัญ &amp;nbsp;ในการให้อิสระกับสถานศึกษาไว้เพียงพอแล้ว และได้ประกาศเป็นกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงหลายฉบับ ถ้าได้ดำเนินการตามกฎระเบียบดังกล่าวครบถ้วนสถานศึกษาจะมีความเป็นอิสระ แต่ที่ผ่านมาขาดผู้รับผิดชอบโดยตรงว่า &amp;nbsp;จะต้องขับเคลื่อนให้สถานศึกษาเป็นอิสระจำนวนเท่าใดและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนต้องดีขึ้นอย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งความเป็นอิสระของสถานศึกษาจะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูดีๆเข้าสู่ระบบและทำงาน ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ จะเสนอข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลอย่างเป็นทางการตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะมุ่งเป้าหมายความเป็นอิสระของสถานศึกษาอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย คือ ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน และจิตวิญญาณของครู ที่จะช่วยให้คุณภาพการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ ขณะเดียวกันเราคงไม่ดำเนินการให้โรงเรียนทั้งหมด 30,000 แห่งเป็นโรงเรียนอิสระ แต่จะดูตามความจำเป็นและเสียงตอบรับจากชุมชน และความพร้อมของสถานศึกษา&amp;rdquo;ประธานคณะอนุฯ ปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ ไม่ได้บรรจุเรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยงานทางการศึกษาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่เป็นการโยนภาระให้รัฐบาลชุดใหม่นั้น &amp;nbsp;นพ.เฉลิมชัย กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้จะแตกต่างกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯเดิมที่มีการกำหนดโครงสร้างของหน่วยงานทางการศึกษาไว้ แต่ในร่างใหม่จะกำหนดเฉพาะโครงสร้างหลักที่จำเป็นต้องมี &amp;nbsp;ส่วนโครงสร้างอื่นที่จะต้องปรับจะไปออกเป็นกฏหมายลูก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีประธาน เพราะหากกำหนดในร่าง พ.ร.บ.จะแก้ไขได้ยาก ซึ่งหลังรับฟังความคิดเห็นแล้วคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12162</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, ความเป็นอิสระสถานศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่, เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
