<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงข้าใครอย่าแตะ! &#039;เฉลิมชัย&#039;ลั่นมีอำนาจคุม&#039;กษ.&#039;100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรค ปชป. ไม่พอใจหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แจ้งแล้วว่าตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการ มีหน้าที่กำกับดูแลทั้งหมดอยู่แล้ว ตรงนี้เป็นส่วนนอกเหนือจากกระทรวง ยืนยันการกำกับทั้งหมดตนดูแล วันที่มีรัฐมนตรช่วยดูแล ตนก็กำกับทุกอย่าง จะออกจากกระทรวงได้ตนต้องเป็นผู้อนุมัติ&amp;nbsp; วันนี้การแต่งตั้งดังกล่าวก็ไม่ได้ตัดอำนาจอะไรของตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การเปลี่ยนคนกำกับจากนายจุรินทร์ เป็นพล.อ.ประวิตร เหมือนการก้าวก่ายการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ภาพอาจจะมองอย่างนั้น&amp;nbsp; แต่เรื่องนี้หลายคนก็พูดไปแล้ว สื่อมวลชนก็พูดไปแล้ว แต่ในวิธีปฏิบัติ&amp;nbsp; เนื้องานก็มีไม่มาก ที่ต้องผ่านไปตรงนั้น เพราะงานส่วนใหญ่ก็จะจบในการตัดสินในกระทรวงอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนมีมติวันที่ 28 ก.ย. นายกฯ ได้แจ้งให้ทราบก่อนหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นายกฯ ได้แจ้งด้วยวาจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นเรื่องบริหารภายในกระทรวง ที่ผมยังกำกับดูแล100%&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้หลายเสียงสะท้อนออกมาให้สังคมรับทราบแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งผมรักษาการอยู่ตรงนั้น สามารถดำเนินการทุกอย่างในกระทรวงได้ 100% และ ในชีวิตการทำงานผมเชื่อว่า ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่มีใครมาก้าวก่ายได้ และผมก็ยืนยันจะปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นการก้าวก่ายไม่มี&amp;quot; รมว.เกษตรฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายจุรินทร์หรือไม่ เพราะเรื่องนี้จะกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทุกคนพูด และ ยืนยันไม่มีการลิดรอนอำนาจในการสั่งการหรือปฏิบัติงานของตนในการกำกับในกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคปชป.ที่ยังติดใจเรื่องการแบ่งงานดังกล่าวอยู่หรือไม่ นายเฉลิมชัย ไม่ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118712</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, นายกฯ, บิ๊กป้อม, ปชป., เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a8c204b445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มัลลิกา ชู &#039;ประกันรายได้เกษตรกร&#039; ช่วยประชาชนเกือบ 8 ล้านครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เวลา 9.00 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าครบ 2 ปีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเมื่อ 25 กรกฎาคม 2564 ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่ตามเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลและหนึ่งในนั้นคือนโยบายช่วยเกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา เปิดเผยว่า จากการติดตามผลสรุปเชิงนโยบายของนายจุรินทร์และรัฐบาลเพื่อเดินหน้าปีที่3ของโครงการตามนโยบาย ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายสินค้าเกษตรพืช 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา ได้เห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปี 2564/65 ในเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว เหลือในส่วนของปาล์มน้ำมันนั้นอยู่ระหว่างการนำเสนอ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปเช่นกัน สำหรับผลการดำเนินโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน ปี &amp;nbsp;2563/64 หรือสรุปของปี2 มีเกษตรกรที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการทั้ง 5 สินค้า รวม 7.87 ล้านครัวเรือน วงเงินประกันรายได้5 สินค้า รวม 75,166.70 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินชดเชยให้เกษตรกรแล้ว 6.964 ล้านครัวเรือน รวมเป็นเงิน 60,041.95 ล้านบาท คิดเป็น 79.88%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา ระบุว่า การประกันรายได้ข้าว กำหนดราคาประกันรายได้เหมือนกันทุกปี คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 14 ตัน) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 25 ตัน) ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 30 ตัน) ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) โดยมีเกษตรกรจำนวน 4.686 ล้านครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ วงเงิน 49,509.81 ล้านบาท ซึ่งประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงครบแล้วทั้ง 30 งวด โดยได้โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 4.688 ล้านครัวเรือน จำนวน 48,177.32 ล้านบาท เป็น 97.31% ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร สำหรับข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;42,830.62 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 41,680.96 บาท/ครัวเรือน ข้าวเปลือกเจ้า 36,670.80 บาท/ครัวเรือน ข้าวปทุมธานี 26,674.00 บาท/ครัวเรือน และข้าวเหนียว 33,349.44 บาท/ครัวเรือน และสำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 หรือปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 64 เห็นชอบโครงการโดยให้คงหลักการเดิม วงเงิน 89,306.39 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;
มันสำปะหลัง กำหนดราคาประกัน 2.50 บาท/กก. ไม่เกิน 100 ตัน/ครัวเรือน มีการจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยจ่ายไปแล้ว 10 งวด จากจำนวน 12 &amp;nbsp;งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 0.524 ล้านครัวเรือน วงเงิน 9,570.97 ล้านบาท โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 0.484 ล้านครัวเรือน จำนวน 3,084.13 ล้านบาท (32.22%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร&amp;nbsp;28,000 บาท/ครัวเรือน สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการทันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 6,811.28 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำหนดราคาประกัน 8.50 บาท/กก. ไม่เกิน 30 ไร่/ครัวเรือน มีการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยจ่ายไปแล้ว 10 งวด จากจำนวน 12 &amp;nbsp;งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 0.452 ล้านครัวเรือน วงเงิน 1,867.92 ล้านบาท โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 0.338 ล้านครัวเรือน จำนวน 1,233.51 ล้านบาท (66.04%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร &amp;nbsp;9,625.50 บาท/ครัวเรือน สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 1,863.51 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;
ปาล์มน้ำมัน กำหนดราคาประกัน 4.00 บาท/กก. ไม่เกิน 25 ไร่/ครัวเรือน อายุ 3 ปีขึ้นไป มีการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 15 ของเดือน โดยประกาศราคาอ้างอิงแล้วจำนวน 8 &amp;nbsp;งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 0.370 ล้านครัวเรือน วงเงิน 4,500.00 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ราคาตลาดอ้างอิงงวดที่ 1 &amp;ndash; 8 สูงกว่าราคาเป้าหมาย กก.ละ 4 บาท
จึงไม่มีการจ่ายชดเชย สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 7,660 ล้าบาทโดยอยู่ระหว่าง นำเสนอคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;
ในส่วนยางพารา ซึ่งฝ่ายเลขาคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น กำหนดราคาประกัน ไม่เกิน 25 ไร่ อายุ 7 ปีขึ้นไป สำหรับยางดิบ (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 60 บาท/กก. น้ำยางสด (DRC 100%) (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 57 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) (ปริมาณ 40 กก./ไร่/เดือน) 23 บาท/กก. มีการจ่ายชดเชยทุกเดือน ครบแล้วทั้ง 6 งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 1.83 ล้านราย วงเงิน 10,042.82 ล้านบาท โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 1.454 ล้านราย จำนวน 7,546.994 ล้านบาท (77.66%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกรยางแผ่นดิบ 3,610.00 บาท/ราย น้ำยางสด (DRC 100%) 14,770.00 บาท/ราย และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 13,400.00 บาท/ราย สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 &amp;nbsp;มติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 64 เห็นชอบในหลักการ เดิม วงเงิน 10,065.68 ล้านบาท ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า นโยบายรัฐบาลด้านการประกันรายได้พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศนั้นเพื่อให้หลักประกันเกษตรกรและเห็นผลได้ชัดในภาวะวิกฤตหากพืชเศรษฐกิจราคาตกต่ำตามกลไกตลาดเกษตรกรจะมีรายได้เป็นส่วนต่างอีกกระเป๋าหนึ่งขณะเดียวกันก็ขายตามราคาตลาดอีกกระเป๋าหนึ่ง ซึ่งกระเป๋าที่เป็นเงินส่วนต่างนั้นจ่ายตรงเข้าบัญชี ธกส.ของเกษตรกรไม่มีรั่วไหลไม่เกิดการทุจริตทำให้นโยบายนี้ได้รับการยอมรับและประเมินแล้วเกษตรกรมีความพอใจ ขณะเดียวกันเมื่อเกิดภาวะวิกตโควิด-19 รายได้ที่อยู่ในกระเป๋าเกษตรกรกลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากช่วยประเทศชาติไว้อย่างทันท่วงทีด้วย แต่นอกเหนือจากโครงการนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรยังได้ยกระดับราคาโดยใช้มาตรการเสริมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการเสริมหรือมาตรการคู่ขนาน สินค้าข้าว ได้แก่ 1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยเกษตรกรเก็บยุ้งฉาง ได้รับค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ระยะเวลา 1-6 เดือน ซึ่งเป้าหมายในปี 62/63 ปริมาณ 1.5 ล้านตัน ปี 63/64 ปริมาณ 1.82 ล้านตัน และปี 64/65 ปริมาณ 2.0 ล้านตัน 2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ซึ่งสหกรณ์ที่รวบรวมข้าว จะได้รับการชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปีละ 1.5 ล้านตัน 3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก โดยการชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปีละ 4 ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยสนับสนุน 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ โดยในปี 2563/64 มีงบประมาณวงเงินรวม 62,812.66 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้ามันสำปะหลัง ได้แก่ 1) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยชดเชยดอกเบี้ยให้สหกรณ์ 3% ระยะเวลา 12 เดือน เป้าหมายปี 62/63 และปี 63/64 อยู่ที่ 0.6 ล้านตัน และปี 64/65 ปรับเป้าหมายลดลงอยู่ที่ 0.2 ล้านตัน 2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง โดยชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ 3% ระยะเวลา 6 เดือนโดยปี 63/64 และปี 64/65 เป้าหมายปีละ 6 ล้านตันหัวมันสด นอกจากนี้มีการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลัง ปี 63/64 และปี 64/65 เป้าหมายปีละ 650 เครื่อง โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 280 ล้านบาท
&amp;nbsp;
สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ 1) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตร โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปี 62/63 และปี 63/64 อยู่ที่ 0.17 ล้านตัน และปี 64/65 ปรับเป้าหมายลดลงอยู่ที่ 0.15 ล้านตัน 2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดในการเก็บสต๊อก โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 2-4 เดือน โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 60 ล้านบาท
&amp;nbsp;
สินค้าปาล์มน้ำมัน ได้แก่ 1) ผลักดันส่งออก ปี 63/64 เป้าหมาย 300,000 ตัน ส่งออก ระหว่าง ต.ค. 63 - ก.ย. 64 (อยู่ระหว่างเสนอ กนป. ขยายถึง ธ.ค. 64) ชดเชย 2 บาท/กก. โดยกำหนดเงื่อนไขการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ดังนี้ ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์ม ต้องมากกว่า 300,000 ตัน และราคา CPO ในประเทศต้องสูงกว่าราคา CPO ตลาดโลก &amp;nbsp;สำหรับปี 64/65 คงหลักการเดิม เป้าหมาย 150,000 ตัน ส่งออกระหว่าง ม.ค.-ก.ย. 65 วงเงิน 300 ล้านบาท (อยู่ระหว่างเสนอ กนป.) 2) ติดตั้งมิเตอร์น้ำมันปาล์ม (ถังเก็บขนาด 1,000 ตันขึ้นไป) จำนวนไม่น้อยกว่า 469 ถัง กำหนดแล้วเสร็จ ก.พ. 65 โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 600 ล้านบาท
&amp;nbsp;
สินค้ายางพารา ได้แก่ 1) สนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการยาง ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยาง ผู้ประกอบการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ โดนชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี วงเงินชดเชยรวมไม่เกิน 1,950 ล้านบาท วงเงินกู้ 65,000 ล้านบาท และ 2) สนับสนุนสินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง จาก ธ.ก.ส. (วงเงินกู้รวม 10,000 ล้านบาท) โดยมีงบประมาณวงเงิน 11,950 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรต่อไปเป็นปีที่ 3 ทีมประกันรายได้ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในเป็นฝ่ายเลขาในการดูแลพืชเกษตร4 ชนิดมีนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน รับผิดชอบ ส่วนกระทรวงเกษตรฝ่ายเลขาคือการยาง มีนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการจัดสรรงบประมาณนั้นมีการกำชับให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฏหมายและสุจริตโปร่งใสสำหรับงบประมาณที่จัดสรรไว้หากช่วงใดที่ราคาพืชเกษตรตามกลไกตลาดสูงกว่าการประกันรายได้จะไม่มีการได้จ่ายส่วนต่าง ดังนั้นงบประมาณเหล่านั้นก็จะไม่ได้ใช้งบก็จะตกเป็นงบประมาณแผ่นดินต่อไป แต่หากฤดูกาลใดในปีนั้นพืชผลซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักราคาตกต่ำกระทบกับเกษตรกรจำนวนมากก็ต้องคิดเงินส่วนต่างจ่ายตรงให้เกษตร คือใช้งบตามกลไกการประกันรายได้ ซึ่งโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและตั้งแต่นายจุรินทร์เข้ามาบริหารงานร่วมกับรัฐบาลนี้หลังการเลือกตั้งครั้งที่แล้วทำให้ราคาพืชผลเกษตรยกระดับสูงขึ้นแม้จะฝากภาวะวิกฤตหลายวิกฤตในรอบ 2 ปีก็ตาม เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่โครงการได้รับเสียงปรบมือจากเกษตรกรและหลายฝ่าย ดิฉันถือนายจุรินทร์เป็นผู้นำทางด้านการประกันรายได้ช่วยเกษตรกรร่วม 8 ล้านครัวเรือน และเมื่อลงพื้นที่ก็ได้รับการตอบรับจากเกษตรกร &amp;quot; นางมัลลิกา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117139</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เ, ประกันรายได้เกษตรกร, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146a5d472c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปริญญ์ - ดรุณวรรณ&#039;ชี้ผลโหวต &#039;เฉลิมชัย&#039;สะท้อนการทำงานหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากกรณีได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจสูงสุด (270 เสียง) ในการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน วานนึ้ ( 4 ก.ย. ) ชี้คะแนนเสียงที่ได้รับสะท้อนผลงานของนายเฉลิมชัยที่ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอบคุณทุกคะแนนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่โหวตไว้วางใจ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ว่ามีความเหมาะสมกับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนตัวเชื่อว่าการได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในครั้งนี้ มาจากการที่รมว.เกษตรฯ สามารถตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านได้ตรงประเด็น มีข้อมูลประกอบชัดเจน ทั้งในเรื่องการระบายยางพารา การรักษาเสถียรภาพราคายาง การดำเนินการช่วยเหลือโรคระบาดลัมปี สกิน รวมถึงการที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ลงมือทำงานจริง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนให้ทำเกษตร 4.0 นำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับการเกษตร เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยกับนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรและบริหารจัดการแผนการผลิตสินค้าร่วมกัน โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป เดินหน้าการทำนาหยอดทดแทนนาหว่าน ผลักดันการทำเกษตรผสมผสาน-เกษตรอัจฉริยะ พัฒนาองค์ความรู้ด้านการค้าออนไลน์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ ดร.เฉลิมชัย เป็นอย่างดี การนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนงานเพื่อยกระดับการเกษตร&amp;rdquo; นายปริญญ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย กล่าวเพิ่มเติมว่ากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การกำกับดูแลของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้ใช้ยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;เกษตรผลิต -พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างก.เกษตร ก.พาณิชย์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้สร้างแรงเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อผนึกกำลังช่วยเหลือภาคการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการเพาะปลูก พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการทางการตลาด ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม &amp;nbsp;หรือแปรรูปผลผลิตในช่วงกลางน้ำ ตลอดจนปลายน้ำในการช่วยหาตลาดในการจำหน่ายสินค้า รวมถึงการสร้างเสถียรภาพราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาด พร้อมทั้งหามาตรการในการช่วยเหลืออย่างทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและในสถานการณ์วิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อระดับราคา โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้ราคาพืชผลการเกษตรทั้ง 5 ชนิด ที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการโดยมีเหตุผลก็คือต้องการให้พี่น้องประชาชนได้รับการประกันว่าจะมีรายได้ขั้นต่ำที่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คะแนนโหวตไว้วางใจในสภาฯ มาจากเสียงของสมาชิกคือ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน แต่ในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง เราให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่อยู่ภายนอกควบคู่กันไปด้วย เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนมาแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของทุกภาคส่วนมากที่สุด โดยยึดหลัก &amp;lsquo;การงานนำการเมือง&amp;rsquo; ภายใต้นโยบายต่าง ๆ ที่พรรคได้หาเสียงไว้และมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานมาโดยตลอดด้วยความซื่อสัตย์สุจริต&amp;rdquo; นางดรุณวรรณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย, ปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, โหวตไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613434cb9ebd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยต่อ&#039; กวาดเสียงพรรคเล็ก ทำผลโหวตสูงสุด ฝ่ายค้านงดออกเสียง-ไม่ลงมติเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงคะแนนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับคะแนนไว้วางใจสูงสุดในครั้งนี้ พบว่า การออกเสียงลงคะแนนของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแทบจะไม่มีแตกแถว มีเพียงส.ส.ก้าวไกล ลงมติไว้วางใจ ได้แก่ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พรรคเพื่อไทย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ลงมติงดออกเสียง และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ลงมติไม่ลงคะแนน นอกจากนี้ ยังพบว่าส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ไม่ลงมติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ส.ส.จากพรรคเพื่อชาติ ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล นางลินดา เชิดชัย และนายอารี ไกรนรา ลงมติงดออกเสียง ยกเว้นนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคที่ลงมติไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พรรคขนาดเล็กมีเพียง นายนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย เท่านั้น ที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายเฉลิมชัย ที่เหลือทั้ง 12 เสียง แม้แต่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ลงมติไว้วางใจนายเฉลิมชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115607</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.เกษตรและสหกรณ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, เสี่ยต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61332f11ce0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039; ชี้คะแนนอภิปรายพิสูจน์รัฐบาลเป็นปึกแผ่น ต้องแก้ปัญหาประเทศก่อนยุบสภาค่อยว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;12.20&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจสูงที่สุด ว่า รู้สึกว่ารัฐบาลได้รับความไว้วางใจทั้งหมด ส่วนผลคะแนนที่ออกมาขอกลับไปตรวจสอบดูก่อน ซึ่งผลที่ออกมาแบบนี้แสดงให้เห็นว่าว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นปึกแผ่น และทุกคนผ่านการตรวจสอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลซ์ ชงให้เป็นนายกฯ เพราะได้คะแนนสูงสุดด้านความนิยม นายเฉลิมชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;มีอย่างนั้นด้วยหรือ ฝากขอบคุณ แต่ไม่หรอกครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เสถียรภาพของรัฐบาล หลังจากนี้จะยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากคะแนนที่ออกมาวันนี้ เป็นภาพที่ชัดเจนว่า รัฐบาลยังเป็นปึกแผ่น ยังเหนียวแน่น และยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลมีการเรียกร้องให้ยุบสภา นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ทุกอย่างว่าเหมาะสม หรือสมควรหรือไม่ คิดว่า เรื่องนี้นายกฯ ท่านมีวิจารณญาณอยู่แล้ว&amp;nbsp;จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะยุบสภาหรือไม่ เพราะไม่ใช่อำนาจของตน แต่คิดว่าวันนี้ควรจะแก้ไขปัญหาประเทศไปก่อน ช่วยกันทำให้โควิดเบาลงให้ได้ ให้เข้าสู่สภาวการณ์ปกติ และสถานการณ์อื่นๆ ค่อยว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นรัฐมนตรีที่ถูกสอดไส้ ทั้งที่ตามจริงแล้วไม่สมควรโดนอภิปราย นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้ชี้แจง เรื่องอะไรที่ยังคาใจอยู่ ถ้าเราไม่มีโอกาสได้ชี้แจงก็จะยังคาใจอยู่อย่างนั้น ถ้าได้ชี้แจงให้ชัดเจนแล้ว ก็จะเป็นคำตอบให้คนฟังได้คิดตามว่าอะไรถูก อะไรผิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115600</URL_LINK>
                <HASHTAG>อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6133264114c78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039; มั่นใจเสียง ปชป.โหวตเท่ากันทั้ง 6 รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เชื่อว่าการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกคนต้องทำตามมติพรรค ส่วนเสียงรัฐมนตรีแต่ละคนตนมั่นใจว่าเท่ากัน และตนก็พูดชัดเจนแล้วว่า ถ้าไม่เลือกคนอื่น ก็ไม่ต้องเลือกตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่อดีตเคยมี ส.ส.โหวตสวนมติพรรค 2-3 คนนั้น คราวนี้ก็พูดคุยกันแล้ว รอดูมติก็แล้วกัน แต่ในเมื่อมีข้อบังคับพรรคอยู่ก็ต้องปฎิบัติตามนั้น เราเป็นกลุ่มก้อนอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีวินัย ทุกคนรักษาวินัยไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115578</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ซักฟอก, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132e09a774b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ปชป. จวก &#039;ทวี&#039; บิดเบือนข้อมูลโจมตี &#039;เฉลิมชัย&#039; เหน็บคุ้นเคยรัฐบาลเก่าทุจริตจนจำฝังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีการอภิปรายของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในส่วนที่มีการอภิปรายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เป็นการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่บิดเบือนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี กระบวนการระบายยางพาราครั้งที่ 3 ซึ่งยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด ไม่มีการทุจริตเชิงนโยบายและรัฐไม่ได้เสียประโยชน์แต่ประการใด ที่สำคัญที่กล่าวหาว่ามีแผนประทุษกรรมนั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะไม่มีใครที่จะคิดแผนประทุษกรรมงบประมาณของแผ่นดินและยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดๆทั้งสิ้น

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ชี้แจงในวาระที่มีการอภิปรายตนต่อไป และจะขอชี้แจงเมื่อได้มีการฟังสมาชิกที่จะอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบทั้งหมดทีเดียว แล้วจะตอบชี้แจงในทุกประเด็น ซึ่งมั่นใจว่า เมื่อประชาชนได้ฟังความจริงจะทราบทันทีว่า เป็นหนังคนละม้วนกับข้อมูลของพ.ต.อ.ทวี

&amp;ldquo;ผิดหวังกับการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพ.ต.อ.ทวี ที่เป็นถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ออกมาพูดไม่น่าเชื่อว่าจะมีการบิดเบือนข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง นายเฉลิมชัย ไม่มีความคิดที่จะเป็นอาชญากรเหมือนที่พ.ต.อ.ทวี กล่าวหา แต่พ.ต.อ.ทวี อาจเคยเห็นนักการเมืองในรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา ที่พ.ต.อ.ทวี คุ้นเคย ที่มีการทุจริตจนจำฝังใจแล้วมาบิดเบือนข้อมูลโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือของนายเฉลิมชัย ซึ่งจะนายเฉลิมชัย จะชี้แจงความจริงในสภาต่อไป&amp;rdquo;นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115177</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พรรคประชาธิปัตย์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e00a9165ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
