<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวจีนแห่ร้องอัยการตามคดี &#039;เฉิน เป่า เซิน&#039; หลอกสร้างสถานปฏิบัติธรรมในไทยเสียหาย 150 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;พ.ย. 61 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มผู้เสียหายชาวจีนกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีที่ถูกนายเฉิน เป่า เซิน อายุ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี ผู้ต้องหาสัญชาติไต้หวันและฮ่องกง อาจารย์สำนักปฏิบัติธรรมจงหัวหวิงฉือ ฮ่องกง ซึ่งอ้างตนเป็นหนึ่งในแปดพระลามะทิเบตผู้ยิ่งใหญ่ หลอกลวงเรียกเงินจากผู้เสียหายและลูกศิษย์ว่าต้องการสร้างสถานปฏิบัติธรรมที่ประเทศไทย มูลนิธิโพธิวัชระ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ต้องการเงินบริจาค&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านหยวน หรือประมาณ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ล้านบาทไทย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงบริจาคเงินไป แต่กลับไม่มีการสร้างจริงตามที่อ้าง โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง และนายประยุทธ เพชรคุณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายไป๋ เย่า ฟง นักธุรกิจชาวจีน หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยผ่านล่ามว่า นายเฉินได้หลอกลวงชาวจีน ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา โดยหลอกว่าจะมาลงทุนสร้างวัดที่เมืองไทย เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ศิษย์เดินทางมาชม แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงแล้วไม่มีวัดดังกล่าว มีแค่ตึก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น ที่ไม่ได้มาจากเงินบริจาค แต่เป็นเงินของชาวจีนคนใดคนหนึ่งสร้างมา ไม่ทราบว่าเงินกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านหยวนหายไปไหน อยากให้รัฐบาลไทย กฎหมายช่วยจัดการ คดีนี้ได้แจ้งความกับตำรวจแล้ว ทางตำรวจบอกหลักฐานไม่พอ ซึ่งทางเราไม่มีหลักฐานเพราะให้เป็นเงินสด ตามที่นายเฉินต้องการเงินสด จึงอยากให้อัยการช่วยดำเนินการนำเงินที่สูญเสียไปกลับคืน ขณะที่ฮ่องกงได้ออกหมายจับนายเฉิน และรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ห้ามไม่ให้นายเฉินเดินทางเข้าจีน ทั้งนี้ นายเฉินยังได้หลอกเอาเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านหยวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายโกศลวัฒน์ กล่าวหลังรับเรื่องว่า คดีนี้เคยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ต้องหาไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งมีการทำความเห็นสมควรสั่งฟ้องส่งมาที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาแล้ว ทราบมาว่าพนักงานอัยการคดีอาญามีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว แต่ในส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาและคำสั่งต้องขอตรวจสอบอีกครั้ง เท่าที่ทราบคดีนี้มีการนัดตัวผู้ต้องหามาฟังคำสั่งเพื่อที่จะนำตัวไปฟ้อง แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหามีการขอเลื่อนฟังคำสั่งและส่งตัวฟ้องหลายครั้ง โดยอ้างเหตุว่าป่วย ทางอัยการสำนักงานคดีอาญาก็คงได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบสาเหตุการเลื่อนคดีที่แท้จริงอีกครั้ง หากพบว่าไม่ป่วยจริงทางอัยการก็จะไม่ยอมให้เลื่อนต่อไปอีก และถ้ายังไม่มาพบตามกำหนดนัดอัยการก็คงจะสั่งลงไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับต่อไป โดยคดีนี้ทางอัยการสำนักงานคดีอาญาใช้เวลาพิจารณาสำนวนไม่นาน แต่พอมีการขอเลื่อนส่งตัวหลายครั้งแล้วผู้เสียหายก็อาจเกิดความกังวล แต่ก็ขอให้วางใจเพราะในปัจจุบันนี้ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด มีนโยบายเร่งรัดคดีเพื่อความเป็นธรรมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายประยุทธ กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือในวันนี้ก็จะนำเรียนส่งอัยการสูงสุด โดยอัยการเรามีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจน ถ้าการเลื่อนคดีไม่มีเหตุผล นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ก็จะออกมาตรการกำกับดูแล ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานต่อไป ส่วนเรื่องตัวผู้ต้องหาจะอยู่ในประเทศหรือไม่จะต้องมีการตรวจสอบ แต่ถ้าหลบหนีไม่มาตามที่นัดก็จะให้ทางพนักงานสอบสวนไปขอศาลออกหมายจับ เมื่อออกหมายจับแล้วได้ความว่าตัวอยู่ต่างประเทศ ก็จะมีวิธีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งจะเป็นเรื่องของอัยการสำนักงานต่างประเทศต่อไป นี่เป็นขั้นตอนที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงไปถึงขนาดนั้น ส่วนการกระทำผิดของผู้ต้องหาเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่นั้น ต้องขอตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายโกศลวัฒน์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังได้ตรวจสอบถามไปยังอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 เจ้าของสำนวนแล้วพบว่า เรื่องนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอำนาจสอบสวนของอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดจึงได้มีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามผู้ต้องหามาฟ้อง ทราบว่าผู้ต้องหาได้มีการยื่นขอเลื่อนการส่งตัวไปฟ้อง และทางอัยการสำนักงานคดีอาญาได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏหลักฐานการรักษาตัว จึงได้แจ้งไปพนักสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ดำเนินการตรวจสอบและขอให้ดำเนินการออกหมายจับต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22521</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัยการสูงสุด, เฉิน เป่า เซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf667a06c1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
