<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตามรอยพ่อฯ&#039;ปี 9 ปลุกคนไทยใช้ศาสตร์พระราชาฝ่าทุกวิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&amp;rdquo; (ตามรอยพ่อฯ) เดินหน้าสู่ปีที่ 9 สร้างแรงบันดาลใจและเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;ปีนี้เพิ่มจัดทำบทเรียนออนไลน์&amp;rdquo;คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ&amp;rdquo; ให้คนไทยเรียนรู้และลงมือทำเพื่อสู้ทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด &amp;lsquo;9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาจารย์ยักษ์ - ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความ &amp;lsquo;สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย&amp;rsquo; เตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี&amp;nbsp; 2547 เป็นสิ่งที่คณะทำงานยึดมั่นในการปฏิบัติมาตลอด แม้กระทั่งแก้ปัญหาโรคระบาดทั้งในคน สัตว์ พืช หากเกิดขึ้นแล้วจะตามมาด้วยความอดอยาก กระทบมากกับคนชนชั้นกลาง คนรายได้ ความขัดแย้งทางสังคมจะรุนแรง ทรงใช้คำว่า มีระเบิดเกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่โควิดระลอกที่1 จนถึงระลอกใหม่ โลกจะเปลี่ยนใหม่จนไม่สามารถกลับมาได้เหมือนเดิม ที่เรียกว่า New Normal ยกตัวอย่างภูเก็ตเมืองท่องเที่ยว ล็อคดาวน์เงินสูญไป 4 พันล้าน เกิดวิกฤต ศาสตร์พระราชาเป็นทางรอด คนในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ มีพืชผักสมุนไพรกิน สร้างรายได้ &amp;nbsp;ทั้งยังสามารถแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ยักษ์ บอกว่า &amp;nbsp;วิกฤตโควิดระลอก 3 มา &amp;nbsp;มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติเชิญแกนนำเครือข่ายเตรียมการวางแผนรับมือกับวิกฤต จัดทัพรับมือโรคระบาด แบ่งทีมทำงานเป็น 5 ทีม จะบุกไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1.ทีมบวร รวมพลังบ้าน วัด โรงเรียน ทำหน้าที่รวมรวมข้อมูลแปลงของสมาชิกเครือข่ายทั้งหมดในแต่ละจังหวัด เพื่อเก็บข้อมูลของทุกศูนย์และแปลงของสมาชิกเครือข่าย ถ้าล็อกดาวน์จะใช้ข้อมูลนี้ช่วยเหลือกันได้ &amp;nbsp;2.ทีม CMS (Crisis Management Survival Camp) มีหน้าที่เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์&amp;nbsp; แจ้งเตือนภัย เพื่อพัฒนาและเตรียมพร้อมสู่ขั้นการเป็นศูนย์พักพิงหลุมหลบภัย หรือเป็น Hospitel 3.ทีมพอรักษา เน้นเรื่องโควิด-19 แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ป้องกันผู้ไม่ป่วย บำบัดผู้ที่ป่วยอยู่ และฟื้นฟูผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว โดยให้ข้อมูลอาหารและยาที่ควรใช้ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ตามข้อมูลจากทางแพทย์แผนปัจจุบัน-ไทย-จีน และทางเลือกอื่น ๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.ทีมสื่อพอดี มีหน้าที่นำข้อมูลของทั้ง 3 ทีม มาสื่อสารต่อยอดและเผยแพร่ เพื่อให้ความรู้ แนะทางออก ผ่านช่องทางเผยแพร่ต่าง ๆ &amp;nbsp;5.ทีมข้อมูลมีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล และออกแบบการจัดเก็บข้อมูลใช้ในการบริหารจัดการขับเคลื่อนเครือข่าย จัดทัพรับมือ เพราะภาวะวิกฤตเช่นนี้ต้องพึ่งพาตัวเองและพึ่งพากันเองให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวว่า โครงการตามรอยพ่อฯ ปี 9 จะเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจัดทำบทเรียนออนไลน์คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติในรูปแบบบทความและวีดิทัศน์เข้าถึงได้ง่าย &amp;nbsp;เหมือนย่อหลักสูตรเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ รวม 14 บท เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ไปลงมือทำเองได้ แก้ปัญหาได้จริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากติดขัดหรือสงสัยเรามีช่องทางถามตอบในสื่อออนไลน์ของโครงการทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กและไลน์(@inspiredbytheking)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เนื้อหาในสื่อจะเสนอมาตรการโคก หนอง นา โมเดลที่ได้มาตรการตามศาสตร์พระราชา และได้เห็นเรื่องราวของคนต้นแบบ คนมีใจที่ผ่านกระบวนการปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ พัฒนาตัวเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สนใจ และเชื่อว่าเป็นทางรอด ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีที่ จ.นครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น คนได้รับวัคซีนจะจัดงานสรุปความสำเร็จโครงการ 9 ปี ที่สวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี ที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาทิตย์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า วิกฤตโควิด เอามื้อสามัคคีไม่ได้ จัดอบรมไม่ได้ เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จึงใช้แพลตฟอร์ตออนไลน์ open chat โคกหนองนาสามัคคี โดยมีอาสาสมัครที่ผ่านอบรมโคก หนอง นา และสร้างฐาน 4 พอ คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น สามารถพึ่งตนเองได้และถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนอื่น&amp;nbsp; มีสมาชิก 5,000 กว่าคน มีกว่า 100 ห้อง รวม 77 จังหวัด นอกจากนี้ ยังมีกองกำลังเกษตรโยธิน 5 กองกำลัง เช่น&amp;nbsp; กองทัพข้าวแลกปลา กองทัพเมล็ดพันธุ์ ฯลฯ อนาคตจะจัดอบรมหลักสูตรออนไลน์ &amp;nbsp;ที่ผ่านมา เราได้เปิดรับศิษย์ เครือข่าย คนมีใจ และประชาชนที่สนใจเป็นอาสาสมัครให้กับทีมงานขับเคลื่อนทั้ง 5 ทีม ร่วมทัพรับมือโรคระบาด &amp;nbsp;ซึ่งการรวมกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและพึ่งพากันในยามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ศาสตร์พระราชา จะทำให้เราทุกคนอยู่รอดปลอดภัย เส้นทางที่เราเดินตามในหลวง ร.9 คือทางรอดจริงๆ &amp;nbsp;อนาคตจะจัดอบรมหลักสูตรออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายโจน จันใด ผู้ก่อตั้งสวนพันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ &amp;nbsp;บอกว่า วิกฤตโควิดสอนเราให้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต คือ การพึ่งพาตนเอง ซึ่งคนหลงลืมไป ในสภาวะแบบนี้ทางรอดที่ง่ายสุด พึ่งตัวเองด้านปัจจัย 4 อาหาร การดูแลรักษาสุขภาพ กลับมาเรียนรู้การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำแหล่งอาหารไม่ใช่การทำงาน ใช้เวลาเล็กน้อยในชีวิตต่อวัน แต่สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิต มีอาหารในมือ คนในเมืองก็ทำในส่วนที่ตนถนัด รวมกลุ่มกันมาเชื่อมต่อกับกลุ่มเกษตรกรแล้ว ให้ส่งวัตถุดิบมาให้ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ทั้งยังสร้างเศรษฐกิจแนวใหม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อยู่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ &amp;ldquo;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&amp;rdquo; ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106243</URL_LINK>
                <HASHTAG>เชฟรอน, แตกตัวทัั่วไทย เอามื้อสามัคคี, “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5dfca14a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เชฟรอน-จุฬาฯ&quot;ประสาน สธ..นำ&quot;สุนัข&quot;ดมกลิ่นตรวจหาเชื้อโควิดหาผู้ติดเชื้อ ในกทม.เร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20เม.ย.64-&amp;nbsp; &amp;nbsp; การศึกษาและวิจัยโดยทาง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และคณะสัตวแพทย์&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ในโครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) อาจจะเป็นอีกหนึ่งหนทางในการตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยโควิด-19 ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ มีผู้คนจำนวนมาก ต้องการตรวจงหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; ซึ่งทำให้ดกิดปัญหาเกินศักยภาพของสถานพยาบาลของทั้งรัฐและเอกชนขะรองรับได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า &amp;nbsp;ในเบื้องต้น ปัจจุบันสุนัขในโครงการชุดแรก พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) จำนวน 6 ตัว ได้นำไปใช้ในการคัดกรองบุคลากรของบริษัทเฟฃชฟรอน ที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง อีกทั้ง ในอนาคตจะนำมาใช้กับบุคลากรบนฝั่งด้วย ทั้งนี้ จากการประสานงานของทีมวิจัยจุฬาฯ ได้มีการหารือในการนำสุนัขในโครงการวิจัยฯ ที่ผ่านการฝึกอบรม นำไปทำการคัดกรองกลุ่มบุคคลอื่นๆ ภายใต้การจัดการของจุฬามหาวิทยาลัย ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในเร็วๆวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งได้รับการอนุมัติและอนุญาตจากกรมควบคุมโรค ให้สามารถนำสุนัขไปปฏิบัติงานในพื้นที่สาธารณะได้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการจัดจ้างการสร้างและจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์เพื่อประกอบกับรถขนย้ายในการเคลื่อนที่เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของสุนัข โดยที่สภาพแวดล้อมจะมีขอบเขตมิดชิดเหมาะสม โดยให้สุนัขดมผ่านอุปกรณ์ และไม่มีการดมสัมผัสโดยตรงกับคน เช่นเดียวกับที่ทำการฝึกฝนในงานวิจัย เพื่อความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ 2 หน่วยงานแสดงความสนใจที่จะฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่อปฎิบัติการ คือ ในหน่วยงานนั้นมีเป้าหมายที่จะฝึกสุนัขจำนวนอย่างน้อย 10 ตัว ให้สามารถจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ด้วย สำหรับด้านการเผยแพร่ผลงาน ทางจุฬาฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมบทความงานวิจัยนี้ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษไปตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อเป็นชุดความรู้และเป็นต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่องานทางการแพทย์ชุดแรกในประเทศไทย ที่หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่นๆ สามารถนำไปต่อยอดใช้งานในการตรวจวิเคราะห์โรคต่างๆ ต่อไปได้&amp;rdquo; นายอาทิตย์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำงานของสุนัชดมกลิ่นหาโตวิด หากสุนัขพบว่า คนที่รับการตรวจ &amp;nbsp;มีการติดเชื้อแล้ว สุนัขก็จะนั่งลง ผลการวิจัยของคณะวิจัยจากจุฬาฯ ยืนยันว่าการใช้สุนัขดมกลิ่นจำแนกผู้ป่วยโควิด-19 มีความแม่นยำสูงถึง 80-100% เพราะสุนัขมีเซลล์ประสาทรับรู้กลิ่นมากกว่า 300 ล้านเซลล์ มากกว่ามนุษย์ถึง 50 เท่า จึงสามารถบ่งบอกชนิดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds, VOCs) ที่เกิดจากการเผาผลาญเซลล์ที่ผิดปกติของผู้ป่วยได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
sora168
123fox
galaxyauto
agen108
bonus99
68g
wy88
58bet
tw2x
y2k168</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100118</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #สธ., #โควิด-19, สุนัขดมกลิ่น, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เชฟรอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ec2a4c95b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯร่วมมือเชฟรอน ฝึกสุนัขK9  ดมกลิ่นหาผู้ติดเชื้อโควิด ไม่แสดงอาการ  แม่นยำ80-100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 มี.ค.64- &amp;nbsp;ณ ศูนย์ฝึกสุนัข ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โชว์การฝึกใช้สุนัขดมกลิ่นในการตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ โครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) จำนวน 6 ตัว &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาทักษะของสุนัขดมกลิ่นให้สามารถตรวจสอบและจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; ทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการออกจากกลุ่มคนปกติ &amp;nbsp;และสร้างต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่องานทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) ให้ข้อมูลว่า ในทางการแพทย์ ได้มีการใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาโรคมาแล้วหลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคมาลาเรีย โรคลมหลับ โรคไมเกรน อาการชัก รวมถึงโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการใช้สุนัขดมกลิ่นในการตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 นั้นมีการใช้จริงภายในสนามบินต่างประเทศมาแล้วหลายแห่ง อาทิ ฟินแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย ซึ่งงานวิจัยยืนยันว่าการใช้สุนัขดมกลิ่นจำแนกผู้ป่วยโควิด-19 มีความแม่นยำสูงถึง 80-100% นั่นเป็นเพราะว่าสุนัขนั้นมีเซลล์ประสาทรับรู้กลิ่นมากกว่า 300 ล้านเซลล์ มากกว่ามนุษย์ถึง 50 เท่า จึงสามารถบ่งบอกชนิดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds, VOCs) ที่เกิดจากการเผาผลาญเซลล์ที่ผิดปกติของผู้ป่วยได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าโครงการฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจุดประสงค์ของโครงการนี้ คือการฝึกสุนัขดมกลิ่นผู้ป่วยโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการ ที่แตกต่างจากการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เพราะเมื่อผู้ป่วยโควิด-19 ไม่มีไข้ ก็จะสามารถเดินผ่านไปได้ แต่สำหรับสุนัขจะสำรวจดมกลิ่นเหงื่อได้ดี เพราะผู้ป่วยโควิด-19 ในเหงื่อจะมีสารที่แตกต่างจากคนปกติ จึงลดโอกาสการเล็ดรอดของผู้ป่วยโควิด 9 ที่ไม่มีไข้ จากการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 และมีการเก็บตัวอย่างเหงื่อในเดือนพฤศจิกายน แบ่งเป็น การดมเหงื่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิดแล้ว 30 &amp;nbsp;คน และเหงื่อของคนปกติไม่ติดเชื้อ &amp;nbsp;24 คน &amp;nbsp;แต่ระยะแรกจะให้สุนัขจำกลิ่นเหงื่อใต้รักแร้ที่ดูดซับโดยแท่งสำลี และกลิ่นเหงื่อจากถุงเท้าของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และคนปกติที่ได้รับการยืนยันผลตรวจโดย RT-PCR แล้ว ซึ่งจะมีทีมแพทย์และสัตวแพทย์ดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ถึงแม้ว่าในเหงื่อจะไม่มีเชื้อไวรัส ทางคณะผู้วิจัยก็ได้ทำการฆ่าเชื้อที่อาจปนเปื้อนมาในเหงื่อด้วยวิธีตามเกณฑ์มาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากผลทดสอบจากสุนัข 6 ตัว ในการค้นหาตัวอย่างผลบวก โดยความไว(ค่าวัดผลที่ดมผลบวกถูกต้อง) &amp;nbsp;96-98% ความจำเพาะ(ค่าวัดผลที่ดมผลลบถูกต้อง) &amp;nbsp;82.2% ความแม่นยำ 94.8% หมายความว่าโอกาสผิดพลาดมีเพียง 5.2% เมื่อเทียบกับความไวของชุดตรวจที่ผ่านมาตรฐานโดยคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) &amp;nbsp;คือ ความไวของแอนติบอดี้ 85% และแอนติเจน 90% &amp;nbsp;ในส่วนของความจำเพาะของทั้งสองชนิดอยู่ที่ประมาณ 98% และเมื่อเทียบกับสุนัขที่ประเทศเยอรมันนี ความไวอยู่ที่ 82.6% ความจำเพาะ 96.4% และมีความแม่นยำใกล้เคียงของไทยอยู่ที่ 94%&amp;rdquo; หัวหน้าโครงการ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
หัวหน้าโครงการฯ กล่าวย้ำอีกว่า การนำสุนัขมาฝึกในการดมกลิ่นก็ได้ผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ในการรับรองว่าสุนัขจะไม่ติดเชื้อโควิด-19 และไม่มีผลทางด้านลบต่อสวัสดิภาพของสุนัข โดยจะได้รับการฝึกเพื่องานในโครงการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริง แต่หากจะขยายในพื้นที่ใหญ่ขึ้นอาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ปัทมา ต.วรพาณิช คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า ในกรณีการนำไปใช้ในพื้นที่สนามบินที่มีผู้คนจำนวนมาก แล้วจะให้สุนัขไปดมคนเดินผ่านโดยตรงนั้น ความสำเร็จอาจจะน้อย เพราะมีปัจจัยกวนของกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอื่นๆ จึงต้องมีการแบ่งเป็น &amp;nbsp;2 กลุ่ม คือ กลุ่มเสี่ยงสูง ควรใช้การตรวจ RT-PCR ในกลุ่มนี้จะไม่นำสุนัขไปดม ในส่วนอีกกลุ่มที่อาจจะมีความเสี่ยง ซึ่งจะต้องใช้การคัดกรองอุณหภูมิด้วย ก็อาจจะนำสุนัขไปช่วยเสริมการคัดกรอง เพราะสุนัขจะได้รับกลิ่นของผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการ และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บตัวอย่างเหงื่อ ด้วยการให้ผู้ที่คัดกรองเช็ดเหงื่อเอง เพื่อคัดกรองได้อย่างแม่นยำมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ปัทมา ต.วรพาณิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิ่งกาน แก้วฝั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวกิ่งกาน แก้วฝั้น&amp;nbsp;ผู้จัดการโครงการ บริษัท พี คิว เอ แอสโซซิเอท จำกัด กล่าวว่า สำหรับการฝึกสุนัขดมกลิ่นผู้ป่วยโควิด-19 เป็นพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) เพราะหน้าตาเป็นมิตร เข้ากับคนง่าย อีกทั้งยังเป็นสุนัขหน้ายาว ที่มีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ เฉลี่ยอายุประมาณ 7 เดือน ที่มีความพร้อมทั้งสุขภาพ และร่างกาย ที่ยังไม่ผ่านการฝึกใดๆ ซึ่งในการฝึกครั้งแรกจะใช้โดยทางครูฝึกจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 จะเป็นผู้ช่วยฝึกอบรมการบังคับสุนัข โดยใช้ระยะเวลาจนถึงปัจจุบันรวม 6 เดือน แบ่งการฝึกตามโมเดลเดียวกับการฝึกดมหาสารเสพติดและคำสั่งทั่วไป สำหรับการฝึกดมผู้ป่วยติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;ทำใน 3 เดือนหลังจะมีการได้ใช้เทคนิค การสลับตัวอย่างกลิ่นเหงื่อ และเทคนิคความแม่นยำ โดยใช้อุปกรณ์วงเวียนทดสอบ 6 ขาใส่กลิ่นเหงื่อในกระป๋องและหมุน โดยภายในนั้นจะบรรจุเหงื่อของทั้งผู้ป่วยโควิด-19 และคนปกติ เมื่อสุนัขได้กลิ่นผู้ติดเชื้อโควิด จะนั่งลงทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการทำงานจากการประเมินของสุนัขแต่ละตัวจะใช้เวลาตัวละประมาณ 3 นาที ไม่เกิน 5 นาที &amp;nbsp; ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการดมหาสารเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิตย์ กริธพิพรรธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ในการสนับสนุนการวิจัยเพื่อเป็นชุดความรู้ ที่อาจจะได้นำไปใช้จริงในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางในพื้นที่สาธารณะและในสนามบิน เพื่อใช้ร่วมกับการตรวจวัดอุณหภูมิ ให้มีความแม่นยำการคัดกรองสูงขึ้น ทั้งนี้จะมีการนำสุนัขไปทดสอบใช้ดมกลิ่นเพื่อคัดกรองพนักงานของเชฟรอนที่จะเดินทางไปปฎิบัติงานนอกชายฝั่ง ณ จุดคัดกรองที่จังหวัดสงขลาต่อไป และ มุ่งหวังว่าจะได้นำผลงานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ ให้เกิดประโยชน์แก่วงวิชาการทั่วโลก สร้างต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่อใช้งานทางการแพทย์ชุดแรกในประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ณ จุดคัดกรองโรคในพื้นที่สาธารณะ อันจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ RT-PCR ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงนำไปใช้งานตรวจวิเคราะห์โรคต่าง ๆ ในมนุษย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94894</URL_LINK>
                <HASHTAG>K9, คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ, สุนัขดมกลิ่น, เชฟรอน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f49a4772f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคก หนอง นา โมเดลฟื้นผืนป่าบ้านฮ่าง จ.ลำปาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ภาพเขาหัวโล้นแถบภาคเหนิอ ที่คนไทยเห็นจนชินตา ผลจากการแผ่วถางป่าเพื่อปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว การบุกรุกตัดไม้ ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย ทำลายหน้าดินเสียหาย &amp;nbsp;ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าประเทศไทยมีป่าต้นน้ำเหลืออยู่เพียงร้อยละ 23.01 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ซึ่งภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่มีป่าต้นน้ำมากที่สุด ร้อยละ 42.25 ในทางการแก้ปัญหาก็ยังไม่สามารถที่จะลงมือทำและเห็นผลได้ในทันที่ ด้วยปัจจัยหลักคือ คน เพราะผู้ครอบครองพื้นที่ ที่ยังคงใช้ผืนป่าใช้สอยเพื่อประโยชน์ส่วนตน นำไปสู่ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ไฟป่า น้ำท่วม อีกทั้งยังส่งผลด้านสุขภาพจากการได้รับสารเคมีจากการเกษตรสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บ้านแม่ฮ่าง ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง คือหนึ่งในพื้นที่ที่มีเขาหัวโล้นถึงจะไม่มากเท่ากับพื้นที่ภาคเหนืออื่นๆ แต่ก็มีพื้นที่ป่าต้นน้ำกว่า 600ไร่ ป่าใช้สอยอีก 700 ไร่ และพื้นที่ทำกินกว่า 1 พันไร่ &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ประชากรในพื้นที่ประมาณ 144 ครัวเรือน ปลูกพืชเชิงเดี่ยว &amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวโพด ดังนั้นพื้นที่ 100 ไร่ ของชาวบ้านที่เข้าร่วมในการนำแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยรูปแบบ โคก หนอง นาโมเดล มาปรับใช้เพื่อเป็นตัวอย่าง &amp;nbsp;ในการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผืนป่าในไทย ในโครงการวิจัยการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยการติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการโครงการ &amp;ldquo;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&amp;rdquo; ปี7 &amp;nbsp;โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดร่วมกับศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (Integrated TechnologyOperations KMITL (ITOKmitl) และภาคีเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า การทำวิจัยในโครงการครั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรได้เห็นถึงประโยชน์ของการนำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะหัวใจของศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่นอกเหนือไปจากการออกแบบพื้นที่และการทำ โคก หนอง นา คือ การพัฒนาคนซึ่งมีกระบวนการสำคัญ 4 ข้อ คือ เปลี่ยนความคิด เรียนรู้ทักษะ ฝึกให้มีความชำนาญและจัดเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาต่อในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; สำหรับ พื้นที่บ้านแม่ฮ่าง มีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการทำตามศาสตร์พระราชาจำนวน 10 ครัวเรือน อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2559 &amp;nbsp;ซึ่งเดิมพื้นที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่การปลูกแค่ข้าวโพดได้ทำลายสภาวะการเป็นป่าต้นน้ำ ทำให้ความสามารถในการอุ้มน้ำของภูเขาก็หายไป ทำให้เวลาฝนตกก็จะซัดเอาหน้าดินซึ่งเป็นดินที่มีปุ๋ยสมบูรณ์ที่สุด ไหลลงไปจากภูเขาหัวโล้นก็จะขุ่นเป็นโคลน ตะกอนดิน กักเก็บไว้ในหนอง คลอง บึง หรือเขื่อน คิดเป็นปริมาณน้ำฝนไร่ 1 ที่ไหลลงไปยังด้านล่างจาก 2.5 -3 พันคิวบิกเมตร ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 4 พันคิวบิกเมตร ที่ทำให้เกิดการตื้นเขิน ดังนั้นแม้จะสร้างฝาย สร้างเขื่อนก็จะไม่สามารถที่จะเก็บน้ำไว้ได้ นำไปสู่ปัญหาน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เราต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งตอนนี้มี 7 กลุ่มหลัก ที่ช่วยกันผลักดัน &amp;nbsp;คือ 1.ภาครัฐ 2.ครู ที่มีโรงเรียนกว่า 3 หมื่นโรงเรียน และ อีก 200 มหาลัย ที่จะต้องทำงานวิจัยเกี่ยวกับป่าให้มากขึ้น &amp;nbsp;และพระ ที่มีกว่า &amp;nbsp;4 หมื่นวัด นับว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการชี้นำสังคม 3. ประชาชน ที่มีบทบาทกับพื้นที่และการลงมือทำ 4. ภาคเอกชน ที่จะมีพลังร่วมสนับสนุน 5. สื่อมวลชน มูลนิธิภาคประชาสังคม เชื่ออย่างยิ่งว่าหากเกิดการร่วมมือกันไม่ถึง 10 ปี ปัญหาป่าต้นน้ำจะมีทิศทางที่ดีขึ้น&amp;rdquo; อ.ยักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สจล. กล่าวว่า ในการลงสำรวจพื้นที่ก่อนทำวิจัยพื้นที่ทั้ง 100 ไร่ ที่ทำตามโมเดล โคก หนอง นา มีชาวบ้านเข้าร่วม 14 ราย &amp;nbsp;ซึ่งเดิมบ้านแม่ฮ่างมีสภาพเป็นภูเขาหัวโล้น ดินเสื่อมสภาพ &amp;nbsp;แข็งจากการใช้สารเคมีมานาน เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่ หน้าดินถูกทำลาย กักเก็บน้ำได้ไม่เกิน 10% ของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ ส่วนรายรับชาวบ้านจากการขายข้าวโพดอย่างเดียวไม่แน่นอน &amp;nbsp;เช่น มีรายได้จากข้าวโพดปีละ 30,000 บาท และมีรายจ่ายเรื่องสารเคมี ซึ่งรายได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ ชาวบ้านขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการดิน น้ำ ป่า ตามแนวทางศาสตร์พระราชา &amp;nbsp; แต่หลังจากเริ่มทำการวิจัยกว่า 3 ปี จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; ทั้งในเรื่องของดิน พบมีแร่ธาตุ NPK จากสารเคมีลดลง พันธุ์ไม้ และสัตว์หน้าดินเพิ่มขึ้น ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ อุ้มน้ำได้ดี &amp;nbsp;ในส่วนของน้ำ ในพื้นที่วิจัยไม่ตรวจพบสารเคมีตกค้าง สามารถเก็บน้ำใต้ดินโดยเฉลี่ยได้ถึง 45% ของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ ส่วนที่เหลือจะเก็บในหนอง นา &amp;nbsp;และคลองไส้ไก่ หรือน้ำบนดิน ซึ่งสามารถเก็บได้เกิน 100% ทุกแปลง ด้วยการจัดการน้ำด้วยหลุมขนมครก ในรูปแบบ โคก หนอง นา มีการเน้นการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ครอบคลุมการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ คือ สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน และหัวใต้ดิน รายได้จากการปลูกพืช และการเป็นวิทยากร ลดค่าใช้สารเคมีได้มาก ที่สำคัญคือ คน ที่มีความเข้าใจถึงความสำคัญและสัมพันธ์กันของ ดิน น้ำ ป่า เลิกเผาป่า กลายเป็นจิตอาสา และสามารถต่อยอดเป็นวิทยากร ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการวิจัยสามารถให้ความรู้แก่ผู้อื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อย่างในพื้นที่ของ นายประวีณ ศิราไพบูลย์พร หรือ ติ่ง ที่มีพื้นที่ 48 ไร่ และได้นำพื้นที่เข้าทดลองเพื่อเป็นตัวอย่างโครงการฯ 10 ไร่ และขยาย เพิ่มอีกประมาณ 11 ไร่ ซึ่งในพื้นที่ที่เหลือก็ยังคงปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งติ่งมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำตามแนวศาสตร์พระราชาอย่างมาก ทั้งเป็นผู้นำโคก หนอง นา โมเดล มาออกแบบในพื้นที่ตนเอง ในปีแรกดินในพื้นที่ก็เริ่มมีการฟื้นฟู &amp;nbsp;ต้นไม้ต่างๆเริ่มเจริญงอกงาม ทำให้เขามีโอกาสที่จะทำการขยายไปยังพื้นที่ที่เหลือ และยังเป็นวิทยากรแนะนำให้กับพื้นที่อื่นๆได้ดีอีกด้วย ซึ่งในอนาคตหากผลการวิจัยนี้สมบูรณ์ก็จะมีการนำไปต่อยอดเป็นหลักสูตรในมหาวิทยาลัย และผลักดันให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังต่อไป&amp;rdquo; รักษาการผู้อำนวยการฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวว่า โครงการวิจัยการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยการติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างมีส่วนร่วม คิดน่านี้จะเป็นอาวุธสำคัญที่จะเกิดการยอมรับในวงกว้าง รวมไปผู้กำหนดนโยบายมากขึ้นที่ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยแต่อาจจะสามารถประยุกต์ใช้ในประเทศอื่นๆที่ประสบปัญหาเหมือนกับประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายประวีณ ศิราไพบูลย์พร หรือ ติ่ง ชาวปกาเกอะญอ หมู่ 4 บ้านแม่ฮ่าง ต.นาแก อ.งาว จ.ลำปาง ที่ได้เปลี่ยนพื้นที่ 21 ไร่ ที่เคยเป็นไร่ข้าวโพดให้เป็นป่าใช้สอยจนพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp; เล่าว่า เมื่อก่อนมีที่เท่าไหร่ก็จะปลูกข้าวโพด ซึ่งปลูกมานานแล้ว เพราะการปลูกรอผลผลิตไม่นาน ซึ่งก็จะมีหนี้อยู่บ้างจากค่าปุ๋ยค่ายา &amp;nbsp;พอมีการอบรมเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ก็เข้าร่วมทันที เพราะมีความสนใจ ในการนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ จึงได้มีการปรับพื้นที่ของตนให้เป็นขันบันได และขุดคลองไส้ไก่ ตามแนวเขา เพราะเป็นพื้นที่สูง ซึ่งการทำตรงนี้จะสามารถกักน้ำได้ในร่องคลองไส้ไก่ และยังสามารถนำน้ำจากฝายสู่พื้นที่เกษตรได้ด้วย ในพืชที่ตอนนี้ก็จะพืชต่างๆ อย่างกล้วย &amp;nbsp;ผักสวนครัว ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น และดีใจที่ได้มีโอกาสนำความรู้ไปเผยแพร่ต่อโดยเป็นวิทยากรอบรมในพื้นที่ของการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการวิจัยฯ นางปนัดดา ปิ่นเงิน หรือแดง ไร่ตะวันแดง หมู่ 4 บ้านแม่ฮ่าง ต.นาแก อ.งาว จ.ลำปาง บอกว่า มีความมุ่งมั่นที่จะปรับพื้นที่ 10 ไร่ จากพื้นทั้งหมด 24 ไร่ ตามโมเดลโคก หนอง นา แทนไร่ข้าวโพดอย่างจริงจัง แม้ในช่วงแรกจะมีความเห็นไม่ตรงกับครอบครัว แต่ตนก็ยังยืนยันที่จะทำ โดยเริ่มต้นจากการปรับพื้นที่ขุดคลองไส้ไก่ เวลาฝนตกจะกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับพืชผลได้ และปลูกต้นกล้วย และไม้ผลต่างๆมาเสริม มะม่วง เงาะ โกโก้ อโวคาโด้ และปลูกข้าวภายใน 1 ปี และจากเดิมที่มีหนี้สินจากการทำไร่ข้าวโพด กำไรไม่เยอะ แต่จะมีหนี้ค่ายาค่าปุ๋ย จากหนี้สินกองทุนหมู่บ้าน 30,000 บาท โครงการวิจัยฯก็มาช่วยปลดหนี้ให้ด้วยการทำธนาคารต้นไม้&amp;nbsp; โดยโครงการวิจัยฯให้ค่าตอบแทนการปลูกต้นไม้ต้นละ 10 บาท เพื่อนำไปชำระหนี้ซึ่งปลูกต้นไม้ไปกว่า 4,000 ต้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้กิน ได้ใช้ผลผลิตเหล่านี้ แม้จะมีรายรับที่ยังไม่มากนัก แต่รายจ่ายลดลง ไม่มีหนี้ อีกทั้งจะขยายให้ครบทั้งหมดในพื้นที่ที่มี เพื่อช่วยรักษาดินและป่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50989</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร, บ้านแม่ฮ่าง ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง, มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เชฟรอน, โคก หนอง นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda213331777.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญรอด&#039; หมาอ่าวไทยถึงบ้านแล้ว คนขอนแก่นทำพวงมาลัยผ้าขาวม้าต้อนรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62 - จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะของบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ทำการช่วยเหลือสุนัขตัวหนึ่งที่ลอยคออยู่กลางทะเลอ่าวไทย โดยจุดที่พบนั้นห่างจากฝั่งประมาณ 220 กม. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือโดยใช้เชือกคล้องตัวขึ้นมาบนแท่นได้อย่างปลอดภัย และให้การดูแลเป็นอย่างดีบนแท่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อว่า &amp;quot;บุญรอด&amp;quot; จนเป็นกระแสฮือฮาในสื่อสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทีมงานอาสาบ้านหมายิ้มหาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแทนขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ &amp;quot;WATCHDOG THAILAND&amp;quot; หรือ WDT ได้เดินทางไปรับตัวเจ้าบุญรอดที่มีสภาพอิดโรยจากการลอยคอในน้ำเป็นเวลานาน โดยภายหลังจากการรักษาและตรวจเช็คสุขภาพอย่างละเอียด จนเจ้าบุญรอดสมบูรณ์แข็งแรงดี และกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง ต่อมา นายวิฐิศักดิ์ พระยาลอ หรือ คุณอ้น หนึ่งในทีมช่วยเหลือเจ้าบุญรอดได้ขอเป็นผู้อุปการะ และได้เดินทางมารับเจ้าบุญรอดจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำกลับไปเลี้ยงที่บ้านที่ จ.ขอนแก่น แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวิฐิศักดิ์ ผู้รับอุปการะเจ้าบุญรอด ได้พาเจ้าบุญรอดมาเดินออกกำลังกายที่บึงแก่นนคร ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ท่ามกลางชาวขอนแก่นที่ทราบว่าเจ้าบุญรอดเดินทางมาถึงที่ได้ พากันทำผ้าขาวม้ามารับขวัญเจ้าบุญรอด พร้อมกับการผูกเอวและโพกหัว เพื่อรับขวัญและต้อนรับให้เป็นหนุ่มขอนแก่น พร้อมร่วมกันถ่ายภาพคู่กับเจ้าบุญรอดเพื่อเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฐิศักดิ์ บอกว่า หลังจากรับตัวเจ้าบุญรอดกลับจากหาดใหญ่ จ.สงขลา ก็ได้พาตรวจสุขภาพก่อนเดินทางอีกครั้ง ซึ่งพบว่าสุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี ทั้งนี้ในตอนแรกวางแผนว่าจะเจ้าบุญรอดกลับโดยรถยนต์แต่ระยะทางค่อนข้างไกล จึงตัดสินใจเดินทางกลับทางเครื่องบิน จากหาดใหญ่ถึงกรุงเทพฯ และต่อเครื่องมาที่ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เจ้าบุญรอดปกติทุกอย่าง ซึ่งพอรับน้องมาถึงบ้านที่ขอนแก่น คุณแม่ก็ได้อาบน้ำให้ทันที ซึ่งเจ้าบุญรอดนั้นเป็นมิตร เข้ากับทุกคนในบ้านได้ง่าย ช่วงเเรกที่เดินทางมาถึงี่บ้านคือเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานที่ผ่านมา (28 เม.ย.) ก็จะเดินสำรวจบริเวณบ้านทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฐิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนเองนั้นจะอยู่กับเจ้าบุญรอดประมาณ 3 สัปดาห์จากนั้นตนเองก็จะเดินทางกลับไปทำงานตามปกติ โดยที่ครอบครัวจะดูแลต่ออย่างดีเหมือนสุนัขที่เคยเลี้ยง อย่างไรก็ดีต้องขอบคุณทุกคนที่รักและติดตามเรื่องราวของเจ้าบุญรอด ซึ่งก่อนเดินทางมาถึงขอนแก่นระหว่างทางมีหลายคนทักมาถามตลอดว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ บางคนถึงกับทำพวงมาลัยผ้าขาวม้าต้อนรับเจ้าบุญรอดเป็นการต้อนรับแบบชาวอีสานที่จะผูกผ้าขาวม้าที่เอว สร้างความปลาบปลื้มอย่างมากและต้องขอบคุณทุกกำลังใจ ขอให้เชื่อมั่นว่าตนเองและครอบครัวจะดูแลเจ้าบุญรอดเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34700</URL_LINK>
                <HASHTAG>WATCHDOG THAILAND, ชาวขอนแก่น, บุญรอดหมาอ่าวไทย, บ้านหมายิ้มหาดใหญ่, หมาติดแท่นขุดเจาะน้ำมัน, องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์, เจ้าบุญรอด, เชฟรอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6a20ca6033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด EXPRESSO BY Gloria Jean&#039;s ในปั๊มคาลเท็กซ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;คาลเท็กซ์&amp;rdquo; ร่วมกับ สิโรตม์ ตันนาภัย ประธานกรรมการ บริษัท พรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัดเจ้าของลิขสิทธิ์กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ ประเทศไทย กาแฟพรีเมียม สัญชาติออสเตรเลีย จัดงานพิธีเปิดร้าน &amp;ldquo;EXPRESSO BY Gloria Jean&amp;#39;s&amp;rdquo; ในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์&amp;rdquo; เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยเมนูกาแฟที่คัดสรรมาจากสุดยอดเมล็ดพันธุ์กาแฟอาราบิก้า คุณภาพเยี่ยม 100% พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค นักเดินทางทุกท่าน ตามแนวคิด &amp;ldquo;เติมเต็มความสุขทุกเส้นทางไปกับคาลเท็กซ์&amp;rdquo; ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;Smart Value for All&amp;rdquo; ที่มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ณ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาเพชรคลองหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, จีนส์ คอฟฟี่, ซาลมาน ซาดัต, บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด, พรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, สิโรตม์ ตันนาภัย, เชฟรอน, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb947da36fb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลสำเร็จ&quot;แตกตัว&quot;ทำตาม&quot;ศาสตร์พระราชา  &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมที่สระบุรี การปลูกต้นไม้&amp;nbsp;บนหัวคันนาทองคำ&amp;nbsp; ด้วยมือเล็กๆ ที่มีส่วนร่วมและเรียนรู้ศาสตร์พระราชา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน &amp;nbsp;หรือโครงการตามรอยพ่อของแผ่นดิน ปีที่ 6 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของระยะที่ 2 ในแผนหลัก 9ปี &amp;nbsp;ได้ปิดฉากลง พร้อมกับการประกาศว่าจะสานต่อโครงการในปีที่ 7 ในปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ ทางบริษัทเชพรอน ประเทศไทยสำรวจและการผลิต จำกัด ผู้สนับสนุนหลัก พร้อมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้มีการสรุปผลการดำเนินงานในรอบปี2561 ซึ่งดำเนินงานภายใต้แนวคิด&amp;quot;แตกตัว&amp;quot; ซึ่งมีเป้าหมายขยาย&amp;quot;คนต้นแบบ&amp;quot; ให้ทวีคูณในวงกว้างยิ่งขึ้น ภายใต้แคมเปญหลัก &amp;quot;แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี &amp;quot; ที่เน้นการขยายผลแนวคิดและวิธีปฎิบัติการทำมาหากิน การดำรงชีวิตตามศาสตร์พระราชา ไปสู่ฃุมชนและคนทุกระดับ พร้อมกับรื้อฟื้นประเพณีการ&amp;quot;ลงแขก&amp;quot;ในการทำการเกษตร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตการยู่ร่วมกันของคนไทยในอดีต ให้กลับมามีบทบาทในสังคมขึ้นอีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิตย์ กริธพิพรรธ ผู้บริหารเชฟรอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำเร็จในปีที่ 6 อาทิตย์ กริธพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนฯ กล่าวว่า &amp;nbsp; เป็นที่น่าภาคภูมิใจ &amp;nbsp;ที่โครงการดำเนินมาถึงปีที่ 6 และมีผู้ตอบรับแนวคิดนี้จำนวนมาก แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพบิตร ในหลวงร.9 ทรงห่วงแม่น้ำป่าสัก &amp;nbsp;เป็นการโฟกัสจุดเดียว แต่ปัจจุบันแนวคิดนี้ได้แตกตัวไปทั่ว เกิดการเปลี่ยนแปลง &amp;nbsp;และในปี 2561 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 4พื้นที่ คือ กรุงเทพ ราชบุรี &amp;nbsp;จันทบุรี และน่าน มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ได้หลายแห่ง &amp;nbsp;ทำให้ผู้ที่อาจจะแค่เคยได้ยินโครงการได้มีโอกาสสัมผัสของจริง ได้มีส่วนร่วมในการทำเกษตรตามแบบวิถีธรรมชาติพอเพียง ได้เห็นการพลิกเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ที่ดำเนินโครงการ ที่สำคัญมีคนที่เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 2,500 คน ในจำนวนนี้มีพนักงานของบริษัท เชฟรอนฯที่เข้าร่วมโครงการเป็นจิตอาสา มาช่วยลงแขก และทำกิจกรรมด้านอื่นๆด้วยประมาณ 300 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าถามว่าทำไม บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันอย่างเชฟรอน มาสนใจทำโครงการนี้ &amp;nbsp;ทั้งที่เรามีไซต์งานที่อ่าวไทย หรือแหล่งอื่นๆที่คาดว่าจะมีก๊าซและน้ำมัน ก็เพราะว่า เราศรัทธาในศาสตร์พระราชา ที่ในหลวง ร.9 ทรงทำไว้ และแนวทางที่พระองค์ทรงทำไว้ น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง สำหรับประเทศไทย &amp;nbsp;ที่พึ่งพาเกษตรกรรมเป็นหลัก &amp;nbsp;ซึ่งหากเรายังทำเกษตรแบบเดิม ไม่ได้มีแต่เพียงภาคเกษตรรอบนอกที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่คนในเมืองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะต้องกินอาหารจากเกษตรเคมี ที่ส่งจากแหล่งปลูกต่างๆ &amp;nbsp;จึงหวังให้โครงการนี้ สามารถแก้ไขปัญหาเกษตรเคมีได้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตัวโครงการยังสอดคล้องกับนโยบายเพื่อสังคมของบริษัท ที่เน้นการพัฒนาการศึกษา สิ่งแวดล้อม พัฒนาคน &amp;nbsp;พัฒนาสังคม&amp;quot;อาทิตย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแง่ความคาดหวังต่อไป ผู้บริหารเฃฟรอน &amp;nbsp; กล่าวว่า แม้การดำเนินโครงการในปีที่ 6 จะได้รับผลตอบรับที่ดีมาก แต่ในความเห็นส่วนตัวลึกๆ แล้วเห็นว่า ยังไม่พอ และอยากให้ศาสตร์พระราชา และแนวคิดทำเกษตรแบบโคก หนอง นา พออยู่พอกิน เป็นกระแสหลักของสังคมไทย และเป็นตัวอย่างที่สังคมโลกต้องทำตาม เพราะจะมีก็แต่วิธีการนี้เท่านั้น ที่จะเป็นทางรอดของประเทศไทยและทางรอดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการตามรอยศาสตร์พระราชา จะสำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย ที่มาช่วยสืบสานพระราชปณิธาน และในปีหน้า ซึ่งเป็นปีที่ 7 และเข้าสู่ระยะที่ 3 ทางโครงการจะมีความเข้มข้นมากขึ้นเป็นลำดับ &amp;quot;ผู้บริหารเชฟรอนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ด้วยความเชื่อและศรัทธา ในแนวคิดศาสตร์พระราชา ของในหลวง ร.9 &amp;nbsp;และทำตามที่พระองค์ท่านบอก และทรงทำให้ดู 4,741โครงการ มีกรณีศึกษามากมาย บางคนเชื่อเชื่อครึงไม่เชื่อครึ่ง แต่ 6ปี เราได้พิสูจน์ชัดเจนว่า แนวคิดการบริหารจัดการน้ำของพระองค์ เป็นศาสตร์ได้ 40ทฤษฎี &amp;nbsp;ลง ที่พระองค์ทำให้จากจุดเริ่มต้นที่พะองค์มีความเป็นห่วงลุ่มน้ำป่าสักมากที่สุด เพราะมีความชัน และมีความยาวจากจ.เลยมาถึงอยุุธยา 7 จังหวัด กินพื้นที่เป็น 10 ล้านไร่ แต่ภูเขาไม่มีป่าเป็นเขาหัวโล้น &amp;nbsp;ซึ่งจัดการยากที่สุด เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง พระองค์ทรงบอกว่าถ้าหายพระประชวรจะออกมาช่วย แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ตนจึงได้ชวน 7ภาคส่วนมาช่วยกันพิสูจน์ ทฤษฎีของพระองค์ และขณะนี้ผ่านมา 6ปีแล้ว เกิดตัวอย่างความสำเร็จเต็มไปหมด จนยกระดับไปสู่ศูนย์ฝึกถ่ายทอดไปทั่วโลก และวันนี้องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้จัดตั้งสมัชชาวันดินโลก มีสมาชิก220ประเทศ และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประเทศไทยจัดงานวันดินโลก เมื่อวันที่ 5ธันวาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp; ซึ่งปีนี้นับว่าเป็นปีที่ 5 ของการจัดงานวันดินโลกอย่างเป็นทางการแต่ถ้าไม่นับที่ไม่เป็นทางการก็ถือว่าเป็นปีที่ 7แล้วของการจัดงานวันดินโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันบำรุงดิน เนื่องในวันดินโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเนื่องในงานวันดินโลก &amp;nbsp;FAO ยังจัดการประกวดหัวข้อ &amp;nbsp;Be the Solution to Soil Pollution มีการขอใช้พระนามของในหลวงร.9 เป็นรางวัลแก่ประเทศสมาชิก คือ รางวัลBhumibol &amp;nbsp;World soil &amp;nbsp;Day award &amp;nbsp; ซึ่งมีประเทศบังคลาเทศได้รางวัลในปีนี้ &amp;nbsp;เกณฑ์การคัดเลือกก็คือ สามารถบริหารจัดการดินและน้ำได้อย่างดี ตลอดจนมีการเผยแพร่องค์ความรู้ สร้างการมีส่วนร่วมของคน &amp;nbsp;นอกจากนี้ FAO ยังสนับสนุนให้มีการตั้งศูนย์วิจัยดินอัจฉริยภาพ ทำหน้าที่วิจัยดินทุกรูปแบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีงานนี้ขึ้นเพราะ สมัชชาประเทศต่างๆ เขารู้สึกว่าคำสอนของพระเจ้าแผ่นดินไทย เป็นคำสอนที่ให้มนุษย์อยู่รอด &amp;nbsp;ไม่ทิ้งใครให้อดอยาก และแนวคิดที่ว่า เราต้องเริ่มจากดิน เริ่มจากน้ำ ต้องดูแลลุ่มน้ำ &amp;nbsp;และต้องพัฒนาคนด้วย และใน 40 ทฤษฎีที่กล่าว หมายรวมถึงการพัฒนาคนด้วยเป็นความจริง นอกจากนี้ พระองค์สอนให้ทำงานสุดกำลัง ตั้งมั่นใจสุจริตและชีวิตพอเพียง แต่โลกมันกำลังเดินสู่วิกฤตรุนแรงและรวดเร็วเหลือเกินในเวลานี้ &amp;nbsp;ยิ่งทำให้เราต้องตั้งมั่นในการทำงานอย่างสุดกำลังมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งมั่นในสุจริต ใช้ชีวิตพอเพียงไปด้วย &amp;quot;อาจารย์ยักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ยักษ์ อธิบายความสำคัญของวันดินโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินงานระยะที่ 3 ที่เริ่มในปีที่ 7 อาจารย์ยักษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;เป็นการขยายผลเชื่อมทั้งระบบ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ไปสู่นโยบายระดับชาติ ที่จะมี 5ภาคีเข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน การยกระดับไปถึงจุดที่มีการแข่งขันกัน การพัฒนาคนขยายวงกว้างขึ้นไปอีก &amp;nbsp;ตลอดจนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำโขง โยง 25ลุ่มน้ำทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินงานฐานแตกตัวทั่วไทย ฯ ในรอบปี61 ที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนจัดกิจกรรมทั้งในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จันทบุรี สระบุรี และน่าน โดยแต่ละพื้นที่มีภูมิสังคมที่แตกต่างกัน เป้าหมายการขับเคลื่อนก็คือ การสร้างคนต้นแบบ ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาเรียนรู้ และส่งต่อแรงบันดาลใจได้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้จัดกิจกรรมที่ ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 &amp;nbsp;เมื่อเดือนเม.ย.มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300คน นำโดยนายพิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ จากพื้นที่ต่างๆเข้ามาวางขายในฐานธรรมธุรกิจ โดยมีเป้าหมายให้เกิดการเรียนรู้ศาสตร์พระราชา กลางเมืองหลวง และวางแผนที่จะขยายงานไปที่เชียงใหม่ และบ้านศรีฐาน จ.ยโสธร ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี ที่นำมาขายที่ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมที่ 2 มีขึ้นที่บ้านสวนอิสรีย์เกษตรอินทรีย์และฟาร์มม้าเมืองจันทท์ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของนางแววศิริ ฤทธิโยธี เมื่อเดือนมิ.ย. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 500คน มุ่งให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย ซึ่งแม้แต่ฟาร์มขนาดใหญ่ 200 ไร่ ก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ซึ่งผลผลิตจากฟาร์มทั้งเงาะ ทุเรียน ลองกอง ล้วนเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ เป็นตัวอย่างสะท้อนให้เห็นว่าเกษตรอินทรีย์สามารถทำได้ แม้จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ และผลผลิตของสวนยังได้รับการรับรองมาตรฐาน PGS ( Participatory &amp;nbsp;Guarantee System) &amp;nbsp; หรือการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ด้วยกันเอง ที่เข้ามาเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ โดยอิงระบบมาตรฐานรับรองIFOAM: International Federation of Organic Agriculture &amp;nbsp;Movement &amp;nbsp;ที่มีความซับซ้อนและรายละเอียดขั้นสูงของการรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำสวนเกษตรอินทรีย์ เงาะ ทุเรียน ลองกองที่จันทบุรีในพื้นที่ขนาดใหญ่ 200 ไร่ ของแววศิริ ฤทธิโยธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมครั้งที่ 3 &amp;nbsp;จัดขึ้นบนพื้นที่ 47ไร่ ที่บ้านโคกเสมอ อ.หนองแซง จ.สระบุรี เมื่อเดือนส.ค.61 มีเป้าหมายเพื่อสร้างชุมชนกสิกรรมวิถีในพื้นที่ของกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ ที่มีแนวคิดต้องการพัฒนาพื้นที่เกษตรของตนเองตามศาสตร์พระราชา โดยมี บอย-พิษณุ นิ่มสกุล นักแสดง เป็นหนึ่งในเจ้าของพื้นที่ด้วย พร้อมด้วยนายบุญล้อม เต้าแก้ว คณะทำงานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ &amp;nbsp;ก่อนจัดกิจกรรมมีฝนตกหนัก 2วัน ทำให้พื้นที่โดยรอบ โครงการน้ำท่วมทั้งหมด เหลือแต่พื้นที่ ที่ทำโครงการเท่านั้น ที่น้ำไม่ท่วม ในงานมีผู้ร่วมกิจกรรม ประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ทำโครงการที่โคกเสมอ สระบุรี น้ำไม่ท่วม เพราะยึดแนวทำผังที่ดินตามหลัก&amp;nbsp;โคก หนอง นา ขณะที่พื้นที่นารอบๆมีน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขังทั้งหมด เพราะมีฝนตกติดต่อกัน 2วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมครั้งที่ 4 &amp;nbsp;มีขึ้นเมื่อเดือนต.ค.61 พื้นที่อุทยานศรีน่าน จ.น่าน บนพื้นที่ของ นางสาววริศรา จันธี ผู้ใช้ประโยชน์บนพื้นที่อุทยาน &amp;nbsp;โดยมีนาบบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นแกนนำ ทำกิจกรรมร่วมกับเครือข่าย 329คน เพื่อสร้างต้นแบบหลุมขนมครกบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดิมทีชาวบ้านที่นี่ กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯไม่ถูกกัน ผมจึงใช้แนวทางปลูกป่าในใจคน ตามแนวทางของในหลวง ร. 9 &amp;nbsp; ลงพื้นที่อย่างเป็นมิตร ทำความเข้าใจกับชาวบ้่าน ชวนชาวบ้านปลูกข้าวกินแทนการกู้เงินมาซื้อข้าวกิน ตอนนี้มีชาวบ้านมาอบรมและทำตามแล้ว 9 คน ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งที่สมัครใจลงชื่อเข้าอบรมและสนใจพร้อมลงมือทำตามอีกหลายร้อยคน เพราะถ้าทุกคนทำตามศาสตร์พระราชาแล้ว ก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องมาบุกรุกป่า ส่วนอุทยานฯก็จะได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น &amp;quot;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่านกล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมลงแขกที่น่าน เปลี่ยนเปลือกข้าวโพดให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ทำตามศาสตร์พระราชา, มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ, วันดินโลก, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เกษตรอินทรีย์, เชฟรอน, แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี, โคก หนอง นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14be4e1fcd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
