<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส ปลุกทุกโสตสัมผัสความท้าทาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส รถกระบะรุ่นย่อยใหม่สไตล์อเมริกันสายพันธุ์แท้ 4 ประตู พร้อมปลุกจิตวิญญาณความเร้าใจให้ดังกระหึ่มแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ ฉีกกฎสายลุยแบบเดิมๆ โคโลราโด เทรล บอส มาพร้อมเครื่องยนต์ ดูราแม็กซ์ ดีเซล วีจีที&amp;nbsp; เทอร์โบ 2.5 ลิตร 180 แรงม้า 4 สูบ ควบคู่เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมเทอร์โบแปรผันเต็มพละกำลัง เร่งแรงสู่ทุกจุดหมายอย่างเหนือชั้น เพิ่มดีกรีความเท่กับรูปโฉมที่รังสรรค์ใหม่ เพื่อฉีกกฎกระบะสายลุยที่เคยสัมผัส ให้คุณพุ่งทะยานออกไปพบเส้นทางใหม่ๆ ได้อย่างเร้าใจด้วยชุดแต่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp; สปอร์ตบาร์ดีไซน์พิเศษแข็งแกร่งดุดัน ซุ้มล้อสีดำ ล้ออัลลอยสปอร์ตพร้อมยาง 18 นิ้ว สะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าและตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ ให้คุณออกไปใช้ชีวิตแบบจัดเต็มกับความสมบูรณ์แบบที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น โคโลราโด เทรล บอส มาพร้อม Chevrolet MyLink ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิงอัจฉริยะ สะดวกสบายด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ผ่อนแรง เที่ยงตรง แม่นยำ ให้ทุกวงเลี้ยวอยู่ในทุกการควบคุม ลุยแรงอย่างมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะรถลงทางลาดชัน ป้องกันไม่ให้รถไถลลื่นอย่างรวดเร็ว ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ&amp;nbsp; และ ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ไม่ว่าเส้นทางจะโหดแค่ไหนก็ไม่เกรงกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สัมผัสความท้าทายในราคาที่คุณจับต้องได้ เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส ราคาเริ่มต้นเพียง 859,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษซูเปอร์ดีล ดาวน์ 0% ดอกเบี้ยเริ่มต้นพิเศษ 2.8% ผ่อนนาน 48 เดือน* เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43094</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ข่าวรถ, เชฟโรเลต, เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส, เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส ปลุกทุกโสตสัมผัสความท้าทาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d46942dae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีเอ็ม แต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประกาศแต่งตั้ง เฮกเตอร์ บีจาเรียล ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีผลทันที เฮกเตอร์จะประจำอยู่ที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;เฮกเตอร์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเข้ามาบริหารดูแลตลาดที่มีความสำคัญนี้ หลังจากนายเอียน นิโคลส์ ได้ตัดสินใจเกษียณอายุหลังจากทำงานให้กับจีเอ็ม มาเป็นเวลา 27 ปีก่อนหน้าที่จะมารับตำแหน่งประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายเฮกเตอร์ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ จีเอ็ม รัสเซีย ในบทบาทใหม่นี้ เขาจะมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจและความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เชฟโรเลตในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นที่กลยุทธ์การทำตลาดรถกระบะ และ รถอเนกประสงค์ของเชฟโรเลต อาทิ รถกระบะโคโลราโดและรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ที่มีคุณภาพระดับโลก รวมถึงการเปิดตัวรถอเนกประสงค์ แคปติวา รุ่นใหม่ในประเทศไทย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41695</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, จีเอ็ม ., ช่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, เจนเนอรัล มอเตอร์ส, เชฟโรเลต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb168f289156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคโนโลยีช่วยให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยตลอดฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ฤดูฝนถนนหนทางมักเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง ผู้ขับขี่จึงควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่มักมาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับรถมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่มีในรถอเนกประสงค์เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์และรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ทราบหรือไม่ว่าการขับรถในขณะฝนตก ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่รถจะลื่นไถลออกนอกช่องจราจรมากกว่าการขับขี่รถในสภาพอากาศปกติมากถึง 4 เท่า จากผลการสำรวจของกองบริหารทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา อุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถออกนอกช่องจราจรนั้นมีมากกว่าครึ่งหนึ่ง (51 เปอร์เซ็นต์) ของอุบัติเหตุรถชนทั้งหมดที่มีผู้เสียชีวิต ข่าวดีคือ ผลวิจัยจากสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนถนนทางหลวง พบว่า ระบบป้องกันการชน อย่าง ระบบช่วยเตือน เมื่อขับขี่รถออกนอกช่องจราจร ช่วยลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการชนได้เป็นอย่างมาก ระบบช่วยเตือน เมื่อขับขี่รถออกนอกช่องจราจร ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการชนหากรถวิ่งออกนอกช่องจราจรโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ตั้งใจหรือไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ขึ้นไป ระบบฯ จะส่งสัญญาณเสียงหรือสัญญาณภาพเตือนทันที ที่รถข้ามเส้นแบ่งช่องทางจราจร อีกหนึ่งระบบรักษาความปลอดภัยในรถเชฟโรเลตที่ช่วยเรื่องทัศนวิสัยในการขับขี่และเมื่อฝนตกหนัก ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 40 กม./ชม. ขึ้นไป กล้องที่ความคมชัดสูงซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณกระจกมองหลังที่ด้านหน้ารถยนต์ จะวิเคราะห์และประเมินระยะห่างของรถคันหน้าตลอดเวลาหากพบว่ารถของเราเข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป ระบบฯจะส่งสัญญาณเสียงและสัญญาณภาพเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;จากการศึกษาของสถาบัน IIHS พบว่ารถยนต์ของจีเอ็ม ที่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าและระบบหยุดรถยนต์ฉุกเฉินอัตโนมัติ ช่วยป้องกันการชนได้จริง ส่วนรถยนต์ที่ติดตั้งเพียงระบบป้องกันการชนด้านหน้า สามารถลดอัตราการชนด้านหน้าถึงด้านหลังได้ 17 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดอัตราการชนที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บด้านหน้าถึงด้านหลังรถได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทัศนวิสัยการมองเห็นผ่านกระจกด้านหน้าลดลง ทัศนวิสัยการมองเห็นผ่านกระจกด้านข้างและจุดอับสายตานั้นย่อมแย่ยิ่งกว่าและนี่คือสิ่งที่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในการขับขี่เหล่านี้ช่วยให้เราขับขี่รถได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระบบช่วยเตือนการจราจรที่ด้านหลัง ขณะถอยรถ  ระบบเรดาร์จะตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ท้ายรถ เมื่อผู้ขับขี่กำลังถอยหลังออกจากที่จอดรถ จะมีสัญญานจะแจ้งเตือนเมื่อพบความเคลื่อนไหวบริเวณท้ายรถเช่น หากมีรถคันอื่นผ่านด้านหลังรถของคุณ สัญญาณภาพและเสียงจะดังขึ้น ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา  ก็ใช้ระบบเรดาร์ในการตรวจจับรถที่เคลื่อนที่ในจุดหรือพื้นที่อับสายตา เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ &amp;ldquo;มอง&amp;rdquo; เห็นรถยนต์ด้านข้างที่เข้ามาประชิดโดยส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟLED-lit ที่จะแสดงขึ้นบนกระจกมองข้าง ในขณะที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ลดลงยังคงเป็นปัญหาหลักในฤดูฝนเช่นเดียวกับปัญหาสภาพถนนเปียกลื่น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยีเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ระบบป้องกันการลื่นไถล และ สภาวะถนนเปียกลื่นยิ่งเป็นสิ่งที่ควรระวังโดยเฉพาะการขับขี่บนพื้นที่บริเวณภูเขา ซึ่งในกรณีนี้ผู้ขับควรจะมีเทคโนโลยีคอยช่วยเหลือได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ขณะรถลงทางลาดชัน (HDC) ช่วยป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลอย่างรวดเร็วขณะวิ่งลงทางลาดชัน โดยใช้ระบบเบรก ABS ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ คุณจึงมั่นใจเวลาขับรถลงทางลาดชัน ระบบช่วยการออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ช่วยป้องกันไม่ให้รถยนต์ไหลลง ขณะไต่ขึ้นเขาหรือบนทางลาดชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะออกรถ เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากเบรกไปยังคันเร่ง โดยระบบนี้จะช่วยเพิ่มความเสถียรให้รถยนต์ขณะรถอยู่บนทางลาดชัน จะช่วยพยุงรถไม่ให้ไหลและหน่วงเวลาไว้ 3 วินาที เพื่อป้องกันการไหลชนด้านหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;เมื่อผู้ขับขี่เดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้วรถยนต์เชฟโรเลตยังมี เซ็นเซอร์หน้าหลังช่วยในการนำรถเข้าจอด เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับสามารถจอดรถยนต์และสัญญาณจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อเข้าใกล้วัตถุ เพื่อช่วงหลีกเลี่ยงการชนสิ่งจากทางด้านหน้า หรือด้านหลัง ในขณะที่ใช้ความเร็วต่ำ ท้ายที่สุดนี้ การขับขี่รถยนต์ในขณะฝนตกยังมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้ ตรวจสอบสภาพของดอกยางและแรงดันลมยาง ตรวจสอบการใช้งานของที่ปัดน้ำฝน เปิดไฟหน้ารถ ขับรถด้วยความเร็วต่ำ หลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังเนื่องจากอาจทำให้เกิดการเหินน้ำได้ งดใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติโดยเด็ดขาด จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองและตาจ้องมองอยู่ที่ถนนขณะขับขี่อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39099</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว., เชฟโรเลต, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c5a2dac177.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลตเผย 10 เคล็ดลับ การขับรถกลางคืนให้ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;จากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ระบุว่า การขับรถท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดมิดในเวลากลางคืนอาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ภาวะของสายตาและการมองเห็นในเวลากลางคืน ปัญหาการจราจรแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน สภาพร่างกายที่อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และการขับรถในเวลากลางคืนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตสูงกว่าเวลาอื่นๆ ถึง 3 เท่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เชฟโรเลต ประเทศไทยได้พัฒนาและติดตั้งเครื่องมือในรถกระบะ โคโลราโด และรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ (ในรุ่นแอลทีแซดและรุ่นที่สูงขึ้น) เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีไฟเบรกท้ายรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี รวมถึงไฟส่องสว่างแอลอีดีขณะขับขี่ในเวลากลางวัน ทำให้สามารถมองเห็นรถยนต์ได้อย่างชัดเจนในทุกช่วงเวลาทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ตัวอย่างเช่น ไฟเบรกท้ายรถยนต์แบบแอลอีดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการชนทางด้านหลังของรถยนต์ได้ เนื่องจากไฟส่องสว่างจะสว่างเต็มที่ เร็วกว่าหลอดไฟประเภทหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดา (Incandescent Bulb) เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงจะใช้ระยะเบรกมากกว่า 60 เมตร ดังนั้น การที่รถยนต์ของคุณมีไฟเบรกแบบแอลอีดีจะช่วยเตือนให้ผู้ที่ขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์ของคุณเห็นรถของคุณได้เร็วขึ้น ซึ่งช่วยให้ระยะห่างในการหยุดรถมีมากขึ้น 6 เมตร จากข้อมูลของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางจราจรบนถนนหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration - NHTSA) ระบุว่า เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้มาก นอกจากรถยนต์ที่ติดตั้งไฟเบรกแบบแอลอีดีแล้ว เชฟโรเลตยังมีเคล็ดลับ 9 ข้อสำหรับการขับรถยนต์ในเวลากลางคืนอย่างไร ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;หากรถยนต์ของคุณมีสวิตช์หรี่ไฟแผงหน้าปัด คุณควรใช้สวิตช์นี้ เพราะความสว่างที่เกินความจำเป็นของแผงหน้าปัดแอลอีดีและหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ที่แสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์สามารถรบกวนผู้ขับทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง และการหรี่ไฟที่แผงหน้าปัดช่วยกำจัดแสงสะท้อนบนกระจกได้ช่วยให้ตาของคุณสามารถปรับแสงให้เหมาะสมกับความมืดบนเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น ในขณะที่คุณขับรถยนต์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด แสงสว่างอื่นๆ ภายในรถยนต์ อย่างเช่น ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารสามารถรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรปิดไฟเหล่านั้นขณะขับรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เมื่อขับรถไปต่างจังหวัด ผู้ขับมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟสูง แต่ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า ควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถยนต์สวนมา นอกจากนี้คุณควรใช้ไฟต่ำเสมอเมื่อขับรถตามหลังรถยนต์คันอื่น มิเช่นนั้นจะทำให้คนขับรถคันข้างหน้าของคุณมองไม่เห็นเส้นทาง และสำหรับการขับรถยนต์ในเมืองโดยทั่วไปผู้ขับมักจะลืมเปิดไฟหน้ารถยนต์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าทำการเปิดไฟหน้าก่อนจะขับรถยนต์รวมทั้งในช่วงเวลาเช้ามืดและเวลาเย็นก่อนค่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;แว่นตา ทั้งแว่นสายตาที่จักษุแพทย์สั่งหรือแว่นอื่นๆ นั้นเพิ่มพื้นผิวที่มีการสะท้อนแสงระหว่างสายตาของผู้ขับและถนนได้ ดังนั้น การเลือกใส่แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกแว่นตาที่ใช้เลนส์ที่เคลือบสารกันสะท้อน (Anti-reflective coating หรือ AR-coating) นี้จะช่วยลดแสงที่เกิดจากการสะท้อนภายในผิวเลนส์ของแว่น และปล่อยให้แสงผ่านเข้ามาได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ควรทำความสะอาดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟสัญญาณต่างๆ กระจกหน้าต่าง และกระจกรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง หรืออาจจะบ่อยกว่านั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ กระจกหน้ารถยนต์ที่ดูสะอาดในช่วงกลางวัน อาจเผยให้เห็นรอยขีดข่วนที่อาจทำให้เกิดแสงสะท้อนในเวลากลางคืน ควรพกผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังสือพิมพ์ไว้ในรถยนต์ เพื่อเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดกระจกหน้ารถยนต์และกระจกหน้าต่าง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและจับผิวด้านในของกระจกหน้ารถยนต์ กระจกหน้าต่างด้านข้าง หรือกระจกอื่นๆ ด้วยมือเปล่าของคุณ เพราะความมันจากผิวของคุณอาจจะทำให้กระจกรถยนต์เป็นรอยเปื้อนได้ ซึ่งจะเห็นเป็นฝ้าที่กระจก เมื่อมีแสงไฟจากภายนอกหรือภายในรถยนต์มากระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;แม้ว่าไฟหน้ารถยนต์จะได้รับการปรับตั้งมาอย่างถูกต้องจากโรงประกอบรถยนต์แล้วก็ตาม แต่การมีช่างเทคนิคคอยทำการตรวจสอบการฉายลำแสงจากไฟหน้ารถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟหน้ารถยนต์จะส่องถนนในทิศทางที่ถูกต้อง โดยที่ไม่แยงตาผู้ขับรถสวนมา เช่นเดียวกันคุณสามารถหลีกเลี่ยงสภาวะ &amp;ldquo;มองไม่เห็น&amp;rdquo; โดยการปรับกระจกมองข้างรถยนต์ของคุณลงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นรถยนต์ที่อยู่ด้านหลังโดยไม่มีแสงจ้าจากไฟหน้าของรถคันดังกล่าวสะท้อนมาเข้าตา นอกจากนี้ การปรับกระจกมองหลังภายในรถยนต์ไปที่โหมดกลางคืน หรือ Auto Dim ซึ่งทำให้กระจกมืดเพื่อป้องกันแสงจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ผู้ขับควรชะลอความเร็วในการขับรถยนต์และทิ้งระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้นหากขับรถในความมืด การกะความเร็วและระยะของรถคันหน้าในเวลากลางคืนเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ความใกล้ไกล การจำแนกสี และความสามารถในการมองเห็นรอบๆ จะตอบสนองช้าลงหากอยู่ในความมืด และปฏิกิริยาการตอบสนองของผู้ขับประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับการมองเห็น แม้ว่าไฟหน้ารถยนต์จะส่องแสงสว่างให้มองเห็นถนนด้านหน้า แต่ไฟต่ำทั่วไปมีระยะส่องสว่างจากด้านหน้ารถยนต์ของคุณ ตั้งแต่ 50-75 เมตร ขณะที่ไฟสูงจะมีระยะส่องแสงสว่างประมาณ 100-150 เมตร เมื่อขับรถยนต์ด้วยความเร็ว ระยะหยุดรถที่ปลอดภัยจะต้องใช้มากกว่า 60 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การขับรถยนต์ในเวลากลางคืนบางครั้งผู้ขับอาจต้องพบเจอและชนสัตว์ต่างๆ ที่อยู่บนถนน ในเมืองนั้นคุณอาจพบเจอสุนัขจรจัด อย่างไรก็ตาม ตามถนนในต่างจังหวัดคุณอาจพบเจอสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น วัวป่าหรือแม้แต่ช้าง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายร้ายแรง แม้ว่าไฟสูงหน้ารถยนต์ของคุณไม่สามารถส่องสว่างได้ไกลเกินกว่าระยะทางที่ใช้หยุดรถหรือบริเวณรอบๆทางโค้ง แต่คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงการชนสัตว์ได้ โดยสังเกตจากไฟหน้ารถยนต์ของคุณที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของพวกสัตว์ จุดสว่างเล็กๆ เหล่านี้มักจะปรากฎอยู่บนถนนทำให้ผู้ขับมีเวลามากขึ้นในการชะลอหรือหยุดรถยนต์ได้ทันเวลา เมื่อพบเจอกับสัตว์ใหญ่ที่อยู่ใกล้ถนนหรือบนถนน วิธีที่ดีที่สุดคือควรขับรถยนต์ให้ช้าลงโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลนหรือขับรถยนต์ออกนอกเลน ตัวอย่างเช่น กวางมักจะชอบติดตามไฟหน้ารถยนต์และเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านหน้ารถยนต์ของคุณ ดังนั้น การหักเลี้ยวพวงมาลัยอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรขับรถยนต์อย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีสัตว์ต่างๆ สัญจรบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ทานยาที่แพทย์สั่งจ่าย และสมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นเครื่องดื่มชนิดเดียวที่ทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการง่วงนอนและอ่อนเพลียจากฤทธิ์กล่อมประสาท การดื่มแอลกอฮอลล์ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการชนร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตและมีอัตราการเสียชีวิตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ขับควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ขณะที่คุณขับรถยนต์อยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายต่อดวงตา ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการสายตาของผู้ขับขี่ หนึ่งในผลกระทบจากสารนิโคตินในบุหรี่ยับยั้งการผลิตสารเคมีสำคัญที่ช่วยในการมองเห็นในเวลากลางคืน จากการศึกษา ระบุว่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากควันบุหรี่ทำให้การมองเห็นลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า การขับรถยนต์ในขณะที่ผู้ขับง่วงนอนเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนได้มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน และความเหนื่อยล้าเป็นปัจจัยสำคัญเกือบ 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุรถชนในต่างจังหวัด คนทั่วไปไม่รู้สึกเหนื่อยจากการขับรถยนต์ แต่พวกเขาน่าจะเหนื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นเวลานานๆ การทำงานหนักหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ควรนอนหลับให้เพียงพอก่อนที่จะขับรถยนต์ไม่ควรขับรถยนต์เกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ควรหยุดพักเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง สลับกันขับหากเป็นไปได้ไม่ควรขับรถยนต์ในเวลาที่คุณรู้สึกง่วงนอน หากคุณรู้สึกง่วงนอนให้หาสถานที่ปลอดภัยในการจอดรถยนต์ และงีบหลับประมาณ 15 นาที ควรรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายอยู่เสมอด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ และทานของว่างที่ให้พลังงานสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt 36pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถกลางคืน, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, เชฟโรเลต, เทรลเบลเซอร์, โคโลราโด, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7c9d5daa1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลตเผยโฉมรถกระบะซิลเวอร์ราโด ที่สร้างสรรค์จากตัวต่อเลโก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชฟโรเลต และนักเรียนจากโครงการแข่งขันหุ่นยนต์ FIRST LEGO&amp;reg; League โรงเรียนออกซฟอร์ด คอมมูนิตี้ ร่วมกับนักเรียนจากโครงการ A World in Motion Program ของโรงเรียนมัธยม ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน ในดีทรอยต์&amp;nbsp; เปิดตัวรถกระบะขนาดใหญ่ เชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโด ที่ถูกสร้างจากชิ้นส่วนเลโก้&amp;reg; ขนาดเท่ารถของจริงเป็นครั้งแรกในงานนอร์ท อเมริกา อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ (North American International Auto Show) ซึ่งเพิ่งจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมงาน แบบจำลองนี้ถูกสร้างเป็นรถกระบะซิลเวอร์ราโด ใหม่ รุ่นปี 2019 1500 LT เทรล บอสส์ขนาดเท่ารถของจริง และเป็นรถกระบะเชฟโรเลตคันแรกที่สร้างจากตัวต่อเลโก้ทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้นี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟโรเลตและวอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์สที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง &amp;quot;เลโก้ แบทแมน&amp;quot; และ &amp;ldquo;เลโก้ แบทโมบิลจากเชฟวี่&amp;rdquo; ในปี 2560 โดยความร่วมมือล่าสุดนี้เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะสร้างกิจกรรมทางการตลาดให้กับรถกระบะซิลเวอร์ราโดที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถกระบะเชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโด ไฮคันทรี ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเองจะอวดโฉมในภาพยนตร์แอนิเมชันแนวผจญภัย &amp;ldquo;เดอะเลโก้มูฟวี่ 2&amp;rdquo; ที่จะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นภาคต่อของการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ของเหล่าฮีโร่จากเดอะเลโก้มูฟวี่ที่รวมตัวกันต่อสู้ เพื่อปกป้องเมืองอันเป็นที่รักของพวกเขาจากเลโก้ ดูโป้ ผู้บุกรุกจากนอกอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แซนดอร์ พิซซาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถกระบะเชฟโรเลต เปิดเผยว่า การกลับมาร่วมงานของเชฟโรเลตและวอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์สครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เราต้องการที่จะนำแบรนด์และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของเราอย่างรถกระบะซิลเวอร์ราโดเข้าไปมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ &amp;lsquo;เดอะเลโก้มูฟวี่ 2&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งแนวคิดของการตัดสินใจและการทำงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้สอดคล้องกับคุณค่าแบรนด์เชฟโรเลต และเรามั่นใจว่า รถกระบะซิลเวอร์ราโด ใหม่มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงความทนทานที่สามารถช่วยให้ตัวละครในเรื่องอย่างเอมเม็ต ลูซี่ และเพื่อนๆ ทะยานสู่การผจญภัยครั้งใหม่ สามารถเอาชนะความท้าทายครั้งใหม่นี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักต่อเลโก้ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษทั้ง 18 คน ใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มากกว่า 2,000 ชั่วโมงในการคัดเลือกตัวต่อด้วยมือและนำตัวต่อเลโก้ทั้งหมด 334,544 ชิ้น มาประกอบเป็นรถกระบะเชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโดจากตัวต่อเลโก้ สีแดง ที่มีรายละเอียดของแสงและข้อมูลกราฟฟิคบนรถ โดยกระบะซิลเวอร์ราโดที่สร้างจากเลโก้&amp;reg; มีดังนี้&lt;/p&gt;


	รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่สร้างจากเลโก้นี้มีความสูง 72 นิ้ว (6 ฟุต) ความยาว 240 นิ้ว (20 ฟุต) และความกว้าง 96 นิ้ว ฟุต) น้ำหนักรวมทั้งหมด 3,307 ปอนด์ (ประมาณ 1,500 กิโลกรัม) จำนวนตัวต่อของรถกระบะซิลเวอร์ราโดที่สร้างจากเลโก้ ทั้งหมด 334,544 ชิ้น แต่ละชิ้นมีการคัดเลือกด้วยมือและประกอบโดยนักต่อเลโก้ที่ผ่านการอมรมมาเป็นพิเศษ ตัวต่อที่ถูกใช้มากที่สุดสำหรับรถคันนี้ คือ ตัวต่อ 2X8 สีแดง รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้&amp;reg; ต่อโดยนักต่อเลโก้ที่ 18 คนใช้เวลาในการต่อมากกว่า 2,000 ชั่วโมง&amp;nbsp; รถกระบะซิลเวอร์ราโดที่ต่อจากเลโก้ ได้รับการออกแบบและประกอบโดยนักต่อเลโก้ผู้เชี่ยวชาญในร้านเลโก้ กรุ๊ป โมเดล ช็อป เมืองเอนฟิลด์ รัฐคอนเนตทิคัต

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28496</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถกระบะซิลเวอร์ราโด, เชฟโรเลต, เลโก้, แซนดอร์ พิซซาร์, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ade36dd86a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลตเปิดตัวโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น ขายจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เชฟโรเลตเปิดตัว โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว มีเสน่ห์เข้มเร้าใจและน่าหลงใหล พร้อมท้าทายทุกสายตา มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่เพิ่มความสะดวกสบายเพื่อให้คุณดื่มด่ำกับการขับขี่ที่เร้าใจในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นท้องถนนในเมืองหรือป่าเขา หรือจะในยามค่ำคืนหรือยามเช้า ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังแห่งรัตติกาล ที่ท้าทายคุณ&amp;rdquo; โดยโคโลราโด รุ่นพิเศษนี้ จะเปิดให้จองในปีนี้เพียง 100 คันเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;รถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น ประกอบด้วย ภายในห้องโดยสารสีดำแบบ Jet Black พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ เพิ่มความหรูหรา และกาบข้างประตูสีดำเงา พร้อมตราสัญลักษณ์ MIDNIGHT , ยางออลเทอร์เรน (AT) ทั้งล้อหน้าและหลัง ขนาด 18 นิ้ว ใหม่ , ไฟท้ายแอลอีดี ใหม่ , ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว , กระจังหน้าสีดำเงาพร้อมตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ , กระจกมองข้าง มือจับประตู กรอบไฟหน้า สปอร์ตบาร์ ขอบหน้าต่าง กันชนหลังพร้อมมือจับฝาท้ายเและซุ้มล้อ (ทั้งหมดเป็นสีดำ) , กระจกนิรภัยเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy Glass) สำหรับห้องโดยสารตอนหลัง 3 บาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;รถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นเกิดจากทักษะและความชำนาญของเชฟโรเลตในการผลิตรถกระบะเป็นระยะเวลากว่า 100 ปี และยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่ รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆ เช่นเดียวกับที่มีในรถกระบะโคโลราโด ไฮ คันทรี ขุมพลังของรถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นมาพร้อมเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซล เทอร์โบ 2.5 ลิตร ใช้ระบบเทอร์โบแปรผัน มีพละกำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที รวมถึงยังมีอุปกรณ์ ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากระบบขับเคลื่อนสู่ภายในห้องโดยสาร จึงทำให้มั่นใจได้ว่าการขับขี่จะเงียบมากขึ้นกว่าเดิม กล่องควบคุมของเครื่องยนต์ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของตัวรถ มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาโดยจีเอ็ม เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์การขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;โครงสร้างนิรภัยที่แข็งแกร่งและทนทานของรถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นช่วยป้องกันการบิดตัวของตัวถังที่อาจเกิดจากแรงปะทะ พร้อมเสริมความแข็งแรงของห้องโดยสารด้วยคานนิรภัยด้านข้างที่แผงประตู ที่จะช่วยรับแรงกระแทกจากการชนด้านข้าง เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร นอกจากนี้ แชสซีส์ยังได้รับการออกเเบบมาเพื่อต้านทานแรงบิดของตัวถังเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้โคโลราโด รุ่นพิเศษนี้มีเสถียรภาพการทรงตัวเเละการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทุกรูปเเบบ ไม่ว่าจะเป็นขับขี่โดยปกติหรือการบรรทุกสัมภาระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;รถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปเปิล คาร์เพลย์ พร้อมสิริ อายส์ ฟรี และแอนดรอยด์ ออโต้ เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีนของโคโลราโดจะเหมือนกับที่แสดงผ่านจอมือถือ ไม่ว่าจะเป็นฟังค์ชั่นออดิโอ รูปภาพและภาพยนตร์ โทรศัพท์ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และการตั้งค่าต่างๆ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ในการควบคุมระบบเสียง และรับสายโทรศัพท์ผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ หรือสั่งการระบบครูสคอนโทรลโดยตรงจากพวงมาลัย ขณะที่ระบบนำทางที่ติดตั้งมาในรถยนต์จะแสดงผลผ่านหน้าจอทัชสกรีนบนคอนโซลกลาง ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;ระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ยังมาพร้อมกับความบันเทิงผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้ง คลื่นวิทยุระบบ AM และ FM ช่อง AUX และ USB รวมทั้งการเชื่อมต่อบลูทูธ โดยผู้โดยสารสามารถชมภาพยนตร์เรื่องโปรดผ่านทาง USB และ AUX นอกจากนี้ ยังสามารถชมคลังภาพในโหมดสไลด์โชว์ได้อย่างปลอดภัยด้วยฟังก์ชั่นหยุดการเล่นภาพโดยอัตโนมัติในขณะรถเคลื่อนที่ และสามารถเข้าถึงวิทยุอินเตอร์เน็ตด้วยการเปิดเครือข่ายวิทยุสตรีมมิ่ง เพื่อรับฟังสถานีวิทยุทั้งจากในประเทศและทั่วโลกผ่านแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับการทำงานของตัวรถได้ตามต้องการ ตั้งแต่สัญญาณเตือน ระบบไฟส่องสว่าง ไปจนถึงการล็อกประตู ผ่านหน้าจอทัชสกรีนมายลิงค์ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟที่ล้ำสมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 15pt;&quot;&gt;รถรุ่นพิเศษนี้ยังมีฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อจอดกลางแจ้ง โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมการสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมสั่งการให้ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารทำงานอัตโนมัติเมื่ออยู่นอกตัวรถ เพื่อให้ห้องโดยสารเย็นสบายก่อนขึ้นรถ สำหรับราคาจำหน่าย โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,028,000 บาท รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,098,000 บาท ทั้งนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทยจะเปิดจองและจำหน่ายรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน &amp;ndash; 10 ธันวาคม 2561 นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถจองรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่นได้ที่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รถใหม่, รีวิว, ลิมิเต็ด., เชฟโรเลต, โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c0601035f59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลต แนะเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าว บลูมเบิร์ก หน้าเศรษฐกิจ ระบุว่า ราคาน้ำมันสูงขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน และหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ที่ 0.8-1.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคผ่านการอุดหนุนพลังงานเชื้อเพลิง ผู้บริโภคสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ ด้วยการปฏิบัติตามเคล็ดลับการประหยัดน้ำมันที่แนะนำโดยเชฟโรเลต ดังนี้ ปรับตั้งเครื่องยนต์อย่างถูกต้อง สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐหรืออีพีเอ เผยว่า เครื่องยนต์ที่มีการปรับตั้งที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เช่น เซ็นเซอร์วัดปริมาณออกซิเจนทำงานผิดปกติ &amp;nbsp;จะสามารถช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ และผู้ขับขี่ไม่ควรละเลยสัญญาณไฟเตือนให้นำรถเข้าไปตรวจสอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;ตรวจสอบแรงดันลมยาง การเติมลมยางที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 3.3 เปอร์เซ็นต์ และช่วยให้ปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนานขึ้น ยางที่มีลมยางอ่อนอาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 0.3 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;, แก้ไขปัญหาสิ่งอุดตัน หากคุณหายใจไม่ออก คุณก็จะเคลื่อนไหวได้ยากลำบาก เครื่องยนต์ก็เช่นกัน เครื่องกรองอากาศที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างหนัก และสิ่งแปลกปลอมอาจทำลายเครื่องยนต์ได้ การเปลี่ยนไส้กรองที่อุดตันจะช่วยเพิ่มการประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันขึ้น&amp;nbsp; 14 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;, เลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม การใช้น้ำมันเครื่องจะช่วยลดการเสียดสีของเครื่องยนต์ เพราะการเสียดสีนั้นจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ยากขึ้น ดังนั้น การใช้น้ำมันเครื่องตามที่บริษัทผู้ผลิตรถแนะนำจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 1-2 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;, ตรวจสอบฝาถังน้ำมัน ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่สนิท ไม่เพียงแต่จะทำให้ &amp;ldquo;ไฟเตือนรูปเครื่องยนต์&amp;rdquo; แจ้งเตือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังเป็นเหตุทำให้น้ำมันระเหยไปหลายล้านลิตรในทุกๆ ปี ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่สนิทจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 1-2 เปอร์เซ็นต์

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;นอกจากนี้ยังควร หลีกเลี่ยงสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ การมีล้อขนาดใหญ่เต็มซุ้มล้อ และยางอัลตราโลว์โปรไฟล์อาจจะทำให้รถดูน่ามอง แต่จะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้น , วางแผนการเดินทางของคุณ ควรวางแผนการเดินทางให้ดี , &amp;nbsp;นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ การบรรทุกสัมภาระที่มากเกินไปทำให้รถของคุณต้องใช้กำลังและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเพิ่มขึ้น , ขับรถให้ช้าลง การขับรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจะใช้น้ำมันมากกว่าการรักษาความเร็วให้คงที่ เหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวล เมื่อออกจากทางแยกหรือสัญญาณไฟจราจร หลีกเลี่ยงการเร่งรถอย่างรวดเร็ว การใช้ความเร็วมากเกินไป และการเบรกอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง , หลีกเลี่ยงการจอดรถแบบติดเครื่องยนต์นานเกินไป การจอดรถโดยที่ติดเครื่องยนต์ไว้จะเผาผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ รถคันหนึ่งจะกินน้ำมันศูนย์กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร เมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ขณะที่การสตาร์ทรถใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย แต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันเกือบหนึ่งลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ลดประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลง 10 เปอร์เซ็นต์ แนะนำให้ปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้น เพื่อหมุนเวียนอากาศแทนการปรับลดอุณหภูมิลง และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศหากขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสามารถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างแทนได้ถ้าอากาศดี แต่ถ้าหากขับด้วยความเร็วเกินกว่า 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเปิดหน้าต่างรับอากาศจากด้านนอก แรงฉุดของลมที่ไหลเวียนเข้ามาทางหน้าต่างจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการเปิดแอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;ใช้เกียร์สูง เมื่อขับรถด้วยเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้ต่ำเนื่องจากการหมุนรอบเครื่องยนต์ต่ำจะใช้น้ำมันที่น้อยกว่า แต่ไม่ควรขับขี่เช่นนี้มากเกินไป เพราะจะฉุดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน หากขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติ ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในจังหวะที่ระบบเกียร์เปลี่ยนไปสู่เกียร์ที่สูงขึ้น รถเชฟโรเลตทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ซึ่งมีอัตราการทดเกียร์ที่สูงกว่า ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่และประหยัดน้ำมัน , ใช้ระบบควบคุมความเร็วให้คงที่อัตโนมัติ (ครูสคอนโทรล) ถ้ารถของคุณมาพร้อมระบบครูสคอนโทรล ให้เปิดใช้ระบบนี้ โดยเฉพาะการขับรถบนทางหลวง ระบบครูสคอนโทรลจะช่วยป้องกันไม่ให้ขับรถเร็วเกินกำหนด และช่วยประหยัดน้ำมัน ผ่านการเร่งและผ่อนความเร็วอย่างนุ่มนวล ซึ่งระบบจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับโหมด &amp;ldquo;ประหยัด&amp;rdquo; หรือโหมด &amp;ldquo;ออโต้&amp;rdquo; ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ระบบดังกล่าวในช่วงที่ฝนตกหนักหรือบนถนนที่เปียกลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;, ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลหรือเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์สูงมาเกียร์ต่ำจนรถจอดสนิท หากขับรถเกียร์ธรรมดา ให้ลดเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องจนรถจอดสนิท ผู้ขับขี่สามารถถอนคันเร่งออก ขณะที่ยังใส่เกียร์เดินหน้าอยู่ได้ เครื่องยนต์สมัยใหม่แทบจะไม่ใช้น้ำมัน และเพียงพอต่อการเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ เครื่องยนต์จะใช้น้ำมันมากกว่าถ้าอยู่เกียร์ว่างขณะรถจอดนิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18777</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, เชฟโรเลต, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb18f96a2926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
