<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนเฟิร์ม &#039;ปปช.&#039; ชี้มูลเลขาฯศาลรธน. เอื้อประโยชน์จัดซื้อคอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีทุจริตจากการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ จำนวน 281 เครื่อง ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มูลค่า 13 ล้านบาทเศษ ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการแถลง แต่ยอมรับว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลจริง ส่วนรายละเอียดอยากให้รอก่อน อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นกรณีที่มีการสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง นายเชาวนะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีการจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์รวมประมาณ 13 ล้านบาท โดยลักษณะมีการล็อคละเอียดของคุณสมบัติเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ประกอบ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109962</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัติไชย เกษมมงคล, เชาวนะ ไตรมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f144a9845a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา!8 พ.ค.ศาลรธน.รับคำร้องตั้งกรรมการสรรหาส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- นายเชาวนะ &amp;nbsp; ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ใช้ตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งทางสำนักงานฯจะมีการนำคำร้องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 8 พ.คเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นกรณีที่คณะราษฎรไทยแห่งชาตินำโดยนายพลภาขุน เศรษฐาญาบดี ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ขอให้ตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. โดยอ้างว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคสช ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว.โดยให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและกรรมการทั้งหมดที่สื่อมีการเผยแพร่ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกฯของพรรค ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ( 1 )ที่กำหนดให้หัวหน้าคสช.ต้องตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว ที่ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆที่สำคัญและมีความเป็นกลางทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 269 (ค) กำหนดให้คสช.คัดเลือกส.ว.จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจากกกต.จำนวน 50 คนและจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาอีก 194 คนรวมกับผู้ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกโดยตำแหน่ง 6คน &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น250คน ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา268 ซึ่งเมื่อกกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ในวันที่7- 8พ.ค. คสช.ก็จะต้องดำเนินการคัดเลือกส.ว.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่11พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 8 พ.ค.แล้ว ต้องรอดูว่าหากศาลฯรับวินิจฉัย จะกำหนดขั้นตอนการพิจารณาอย่างไรและกำหนดจะวินิจฉัยลงมติได้ก่อนวันครบระยะเวลา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้คสช.ต้องคัดเลือกส.ว.ให้แล้วเสร็จหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, สรรหาส.ว., เชาวนะ ไตรมาศ, เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd0e12234fe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อเคาะปาร์ตี้ลิสต์ อนุทินไม่เอานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เงื้อต่อไม่รีบเคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์ หลังศาล รธน.เตรียมลงมติรับคำร้องผู้ตรวจการฯ หรือไม่สัปดาห์นี้ &amp;quot;ประชาชาติ-เพื่อชาติ&amp;quot; ปฏิเสธร่วมงาน พปชร. &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำชัดไม่เป็นนายกฯ ตาอยู่ ไม่เอาสูตรหาทางออกไม่ได้แล้วโยนเก้าอี้มาให้ ยังกั๊กพา ภท.ร่วมรัฐบาลขั้วเพื่อไทยหรือพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมรับหรือไม่รับพิจารณาคำร้องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้แน่นอน ซึ่งก็พยายามเร่งให้มีการประชุมก่อนหรือหลังการประชุมวาระปกติที่ศาลจะมีประชุมทุกๆ วันพุธของสัปดาห์ โดยตอนนี้ตุลาการได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สืบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้พิจารณาครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.แถลงย้ำว่า กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดได้ทันในวันที่ 9 พ.ค. ส่วนเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมคณะกรรมการ กกต.เมื่อ 29 เม.ย. แต่ยืนยันว่าสูตรไม่ได้อยู่ในที่ประชุม กกต.แต่อยู่ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล หลังมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเริ่มทาบทามพรรคการเมืองจับมือตั้งรัฐบาล โดยมีการทาบทามพรรคประชาชาติและพรรคเพื่อชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่ายังไม่ได้มีการหารือหรือ พบปะกับใครในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีการติดต่อพูดคุยจากใครมาถึงตนเอง รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ซึ่งได้รับมอบหมายโดยตรงในการหารือเข้าร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้หารือกับใคร หากมีก็ต้องแจ้งในที่ประชุมพรรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเพราะยังต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต.ในวันที่ 9 พ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันพรรคประชาชาติไม่ได้ฉีกสัตยาบันที่ทำไว้กับ 7 พรรคแนวร่วมในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. เพราะถือเป็นสัญญาประชาชน สัตยาบันที่ทำนั้นไม่ได้ทำกับพรรคการเมือง แต่ทำกับประชาชนด้วย พรรคประชาชาติจึงไม่หักหลังประชาชนเด็ดขาด&amp;quot; หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวเช่นกันว่า พรรคเคารพเสียงประชาชนและนโยบายที่ใช้หาเสียงที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนในฝ่าย คสช.ติดต่อมาแต่อย่างใด ยืนยันพรรคประชาชาติตระหนักว่า ในระบอบประชาธิปไตยต้องอยู่ข้างประชาชนและนักการเมืองต้องศรัทธาต่อประชาชน ก่อนและหลังการเลือกตั้งได้ร่วมตกลงและประกาศให้ประชาชนทั้งประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศทราบว่า จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยในการจัดตั้งรัฐบาล และหากดูคะแนนทั้ง 7 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบัน Popular Vote มากกว่า 16.4 ล้านเสียง &amp;nbsp;ส่วนพรรคที่สนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ มี 3 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนปฏิรูป รวมกันเพียงประมาณ 8.8 ล้านเสียงเท่านั้น คะแนน Popular Vote นี้ยังไม่รวมถึงพรรคการเมืองอื่นที่ในช่วงหาเสียงที่หัวหน้าพรรคพูดผ่านสื่อสารมวลชนทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าจำไม่ผิดหัวหน้าพรรคที่ได้ที่ 4 และที่ 5 ได้ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงด้วยที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ที่สำคัญการตัดสินใจหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ จะรอผลเลือกตั้งจาก กกต.อย่างเป็นทางการที่จะประกาศประมาณช่วงวันที่ 9 พ.ค.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคเพื่อชาติ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรค กล่าวว่าได้สอบถามนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค ซึ่งไม่ทราบข่าวการทาบทามนี้เช่นกัน พร้อมยืนยันอุดมการณ์เดิมที่ได้ลงสัตยาบันโดยกล่าวว่า &amp;quot;ผมคนทำธุรกิจ ยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นคนซื่อสัตย์และรักษาคำพูด และไม่ได้เดือดร้อนที่จะต้องเอาพรรคไปแลกผลประโยชน์กับเผด็จการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2562 ของพรรคภูมิใจไทย จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้กล่าวหลังประชุมว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีทางการเมืองใดๆ ได้เพราะยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และยังมีการนับคะแนนใหม่กันอยู่ พรรคจึงตัดสินอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอให้ทุกอย่างได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคนใช้ช่วงเวลามหามงคลอยู่กับประชาชน และชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมงานพระราชพิธีนี้เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตอนนี้ขอให้ลืมเรื่องการเมืองไปก่อนจนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะผ่านพ้นไปด้วยความเป็นมงคล ซึ่งหลังจากวันที่ 8-9 พฤษภาคมค่อยมาคิดหาแนวทางและทิศทางทางการเมืองของทุกคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยหรือพรรคฝั่งสืบทอดอำนาจ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศมาตลอดว่าจุดรีเซตคือการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วถือว่าผ่านกระบวนการประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจะไปทางไหนหรือไปกับใคร เราไม่ได้ดูว่าอยู่ฝั่งไหน แต่จะดูว่าสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ มีความขัดแย้งใดๆ หรือไม่ เข้าใจกันหรือไม่ และมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักชัยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่พรรคจะพิจารณาว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ไม่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวและรู้สถานะของตัวเอง ทั้งนี้อย่ามาพูดเรื่องเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย เพราะทุกคนผ่านกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว และเท่าที่เห็นก็ยังไม่มีกระบวนการไหนในการเลือกตั้งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยบอกมาตลอดว่าเราเคารพกติกาทุกอย่างที่มาจากรัฐธรรมนูญ และหลังจากการเลือกตั้งพรรคยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะผลักดันนโยบายกัญชาเสรีหรือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน นายอนุทินกล่าวว่า &amp;nbsp;การผลักดันนโยบายน่าจะผลักดันได้เร็วกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยเข้าสภาเพื่อทำงาน &amp;nbsp;เราไม่ได้มีปัญหาอย่างมีนัยกับรัฐธรรมนูญจนรู้สึกว่าจะทำงานไม่ได้ พรรคจึงกล้าที่จะแถลงจุดยืนและนโยบายที่ตั้งใจจะทำได้ทันที ทำได้เร็วและทำได้เลย เพราะรู้ว่าถ้ามัวแต่ไปวุ่นวายหรือกังวลกับปัญหาทางการเมืองเราจะทำงานไม่ได้ พี่น้องประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาปากท้อง เราต้องทำตามสิ่งที่ประชาชนได้สั่งการ ไม่ได้เข้ามาแก้ไขอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวหลังถูกถามว่า มีพรรคการเมืองใดทาบทามให้เข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ โดยบอกว่าไม่มี เพราะทุกคนต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ยังไม่ได้มีการพูดคุยติดต่ออะไรกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสเสนอให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;เป็นกระแส ก็ว่ากันไป ใครจะรู้ดีกว่าผม เพราะไม่เห็นมีใครมาให้ผมสักคน เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ พรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่าจะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเป็นพรรคที่หนึ่ง มี ส.ส.มากมาย แต่ตอนนี้เป็นพรรคลำดับที่ 5 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนที่มาที่ 1 ที่ 2 สามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญจากฝ่ายใดเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าหากมีการเสนอให้เป็นนายกฯ จริงๆ จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รับครับ บอกแล้วว่าคนเราจะได้อะไรต้องสมควรได้ ไม่ใช่ว่าหาทางออกไม่ได้แล้วโยนมาให้ นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถามว่าอยากเป็นนายกฯ ไหม ตอบว่าอยากเป็น แต่จะเป็นได้หรือไม่ได้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงท่าทีของพรรคหลังวันที่ 9 พฤษภาคมจะเปิดประตูเจรจาอ้าซ่าหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า &amp;quot;ทำไมต้องบอกว่าเปิดประตูอ้าซ่า ทำไมไม่บอกว่าปิดประตูแล้วให้คนหา ทั้งนี้ธรรมชาติการเมืองมันมีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาคนนี้จะคุยกับคนนี้ มันกำหนดไม่ได้ถ้ามาถามผมตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ผมจะรู้ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์สายนี้ดังเข้ามา เราควรจะคุยกับคนนี้ แล้วคิดว่าน่าจะมีข้อสรุป หรือว่าเราไม่ควรจะรับสายคนนี้ เพราะคุยไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ถือเป็นสัญชาตญาณเพราะอธิบายไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะคุยกับใคร และยังไม่มีใครโทรเข้ามา ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะก็เป็นเรื่องดีจะได้ทำงานต่อไป แต่หากเป็นโมฆะก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นกงเกวียนกำเกวียน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้าใจธรรมชาติของการเมืองดีอยู่แล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34742</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เชาวนะ ไตรมาศ, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70b0127848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้7วันส่งคำแก้ตัว ศาลรธน.รับร้องยุบ&#039;ทษช.&#039;-ทีมหาเสียงยุติภารกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; มติเอกฉันท์รับคำร้อง กกต.ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ให้เวลา 7 วันส่งคำแก้ตัว 27 ก.พ.ถกนัดต่อไป แต่ยังไม่ตัดสิน &amp;ldquo;ทษช.&amp;rdquo; ส่อเค้าแพแตกก่อนศาลลงดาบ &amp;ldquo;จาตุรนต์&amp;rdquo; ควง &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ&amp;rdquo; พร้อมคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะแถลง โบ้ยรู้เรื่องหลังวันที่ 8 ก.พ. ตอกย้ำเรื่องละเอียดอ่อน ทีมรณรงค์หาเสียงส่วนกลางขอยุติภารกิจจนกว่าสะเด็ดน้ำ สวมบทพระเอกพร้อมช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่การชี้แจงต้องให้กรรมการบริหารพรรคทำ &amp;ldquo;ทนายถุงขนม&amp;rdquo; อัดจะโยนให้ กก.บห.อย่างเดียวไม่ได้ &amp;ldquo;ระเบียบรัตน์&amp;rdquo; เสียงสั่นทุกอย่างถูกลิขิตมาแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และส่งสำนวนคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา วิธีการส่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้ส่ง ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง หากไม่มีผู้รับให้ปิดหนังสือนำส่ง และสำเนาคำร้องไว้ ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง และให้ถือว่าได้ส่งโดยชอบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาขอศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 5 ประกอบมาตรา 54 แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันพุธที่ 27 ก.พ.2562 เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญอธิบายว่า วันที่ 27 ก.พ. ยังไม่ใช่วันตัดสิน ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล หากได้ข้อสรุปศาลจึงจะนัดลงมติอีกครั้ง ซึ่งในเอกสารข่าวไม่ได้สั่งห้ามพรรค ทษช.รณรงค์หาเสียง เพราะถือเป็นกิจการภายในของพรรค และศาลไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้
&amp;ldquo;ตอนนี้บางคนสับสนคิดว่า 27 ก.พ.เป็นวันตัดสิน ซึ่งไม่ใช่ ยังไม่ได้ตัดสิน ยังอยู่ในกระบวนการ&amp;rdquo;นายเชาวนะกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; และในเวลา 15.07 น. ที่พรรค ทษช. เจ้าหน้าที่จากศาลรัฐธรรมนูญได้เดินทางมายังพรรค ทษช.เพื่อนำสำเนาคำร้องของ กกต. ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคนำมาให้พรรค โดยมีนายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค และนายสุรชัย ชินชัย ทนายความผู้ที่ได้รับอำนาจจากหัวหน้าพรรค รับสำเนาดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายสุรชัยกล่าวว่า ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ให้โอกาสพรรค ทษช.ทำคำชี้แจง โดยเราจะนำสำนวนดังกล่าวไปวิเคราะห์ และทำคำชี้แจงยื่นต่อศาลในเวลาที่กำหนด เบื้องต้นจะทำในรูปแบบเอกสารยื่นต่อศาล ตามประเด็นที่ศาลตั้งเป็นข้อๆ โดยจะชี้แจงทั้งประเด็นและข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเพื่อยื่นต่อศาล ส่วนรายละเอียดพยานหลักฐานที่จะยื่นให้ศาลพิจารณานั้น เนื่องจากยังไม่เห็นสำเนาทั้งหมด จึงยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้
ขอทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า นายมิตติได้นำคณะแกนนำ ทษช.ลงพื้นที่เขตสวนหลวง บริเวณตลาดคลองตันและสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นพรรคการเมืองของประชาชน เรายืนยันว่ามีเจตนาอันบริสุทธิ์ เราจึงขอทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่เวลา 10.35 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค ทษช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค ทษช., นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ,นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายเหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเดินทางมาถึงที่ทำการพรรคพร้อมกัน โดยนายจาตุรนต์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าขอปรึกษาหารือกันก่อน แล้วเดี๋ยวแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นเวลา 11.20 น. ทั้งหมดได้ร่วมกันนั่งแถลงข่าว โดยนายจาตุรนต์กล่าวว่า เรามาในฐานะสมาชิกพรรค ทุกคนยังเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังมีหน้าที่ต่างๆ อยู่ และที่ถามกันว่าวันนี้เข้ามาพรรคทำไมนั้น เมื่อพรรคกำลังเผชิญปัญหา เพราะเราต้องมาร่วมกันคิดเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถที่สุด เราได้ติดตามสถานการณ์โดยตลอดตั้งแต่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรคด้วยความห่วงใยมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์กล่าวว่า จากการรับฟังการแถลงของกรรมการบริหารหลายครั้งหลังวันที่ 8 ก.พ. เห็นว่าทุกคนมีเจตนาดี ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นศาลจะวินิจฉัยยุบพรรค ทษช.หรือไม่นั้น และดูจากข้อกล่าวหาที่บอกเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อเรื่องกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของศาล เราจึงต้องรอการพิจารณาของศาลก่อน ดังนั้นการรณรงค์หาเสียงและการปราศรัย รวมถึงการจัดกิจกรรมพบปะประชาชนจำนวนมาก จะงดกิจกรรมเหล่านี้ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน ส่วนการดำเนินการในชั้นศาล หากเรามีช่องทางใดที่จะช่วยได้ยืนยันว่าเราพร้อมช่วยและเต็มใจร่วมแก้ปัญหาของพรรคไปถึงที่สุด และยังผูกพันกับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิขยายความว่า ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 100 เขต ยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัคร มีพันธะผูกพันต้องทำงานให้กับประชาชน ก็ต้องเดินหน้าพบปะประชาชนต่อไป เพียงแต่ทีมรณรงค์หาเสียงจากส่วนกลางจะยุติภารกิจเพื่อรอให้สถานการณ์เดินไปจนได้ข้อสรุปจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพราะเราอยากให้พรรคมีสมาธิในเรื่องคดีความ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า กรณีนี้นายณัฐวุฒิและนายจาตุรนต์จะยังอยู่ในตำแหน่งประธานรณรงค์หาเสียงและประธานยุทธศาสตร์พรรคอยู่ใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิตอบว่า เป็นสมาชิกพรรค ทษช.ที่เดินเข้ามาก็บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนว่าภารกิจคือนำพาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตย และเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน ดังนั้น ภารกิจนี้ยังคงอยู่ไม่ว่าอยู่ในบทบาทหน้าที่ใดก็ตาม จะขอยืนหยัดอยู่กับพรรคจนกว่าสถานการณ์ได้ข้อยุติ ไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม สถานะความเป็นความสมาชิกพรรค ไม่สามารถที่จะทิ้งไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า การหยุดรณรงค์หาเสียงจะกระทบต่อความนิยมของพรรคหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขณะนี้เราดูเรื่องความเหมาะสมของสถานการณ์ ถ้าดูจากข้อกล่าวหาและประเด็นที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การดำเนินการในลักษณะที่ต้องปราศรัยพบกับคนจำนวนมากไม่น่าเป็นผลดี และเราน่าจะต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมการชี้แจงในกระบวนการ และขั้นตอนในศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าสิ่งที่พรรคชี้แจงและรณรงค์กับประชาชนตลอดช่วงที่ผ่านมาก็น่าจะเป็นความเข้าใจต่อประชาชน การจะหยุดพักการจัดชุมนุมปราศรัยไม่น่าจะเสียหายอะไร การพูดคุยชี้แจงกับประชาชนจะเกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีข้อยุติตัดสินแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีชี้แจงกับประชาชนระหว่างการพิจารณา
อ๋อยลั่นแจงแทน กก.บห.ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เมื่อไม่ได้ไปร่วมยื่นชื่อแคนดิเดตนายกฯ กับพรรคในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จะไปช่วยชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะไปในสถานะไหน รวมถึงการได้รับเชิญให้ไปชี้แจงด้วยหรือไม่ แต่จะชี้แจงเท่าที่ทำได้ให้เต็มความสามารถ เช่น การได้รับการหารือหรือพูดคุยกับกรรมการพรรคหลายท่านหลังวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ทราบว่าหลายท่านเจตนาดี มีความบริสุทธิ์ใจที่จะทำในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ซึ่งตรงกันกับที่ กก.บห.พรรคได้ชี้แจงกับประชาชนไปแล้ว ส่วนอื่นๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะ เป็นอำนาจของคณะ กก.บห.พรรค ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สามารถชี้แจงได้ การประกาศยุติการปราศรัยเวทีใหญ่นั้นไม่ใช่มติของพรรค แต่เป็นมติของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามต่อว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง นายจาตุรนต์และนายณัฐวุฒิหายตัวไปจากพรรคเลย สะท้อนถึงการเกิดรอยร้าวในพรรคหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ไม่มีรอยร้าวอะไร เมื่อเกิดเรื่องขึ้นเรามีการติดตามสถานการณ์ มีความห่วงใย การตัดสินใจต่างๆ หลังจากนั้นเข้าใจว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะ กก.บห.พรรคโดยตรง รวมถึงการหาทนาย และผู้ที่จะมาชี้แจง ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นหน้าที่ของคณะ กก.บห.พรรค มาถึงวันนี้มาเพื่อร่วมแก้ปัญหา สิ่งที่เราได้ชี้แจงไปคือการร่วมช่วยในการแก้ปัญหา และยืนยันว่าเราพร้อมร่วมแก้ปัญหาไปจนถึงที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าเสียใจหรือไม่ที่ตัดสินใจมาอยู่พรรค ทษช. นายณัฐวุฒิกล่าวว่า สิ่งที่เดินหน้ามาวันนี้มีเจตนาเดียวคือนำพาบ้านเมืองกลับสู่แนวทางประชาธิปไตย สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะมีที่มาและเหตุผลของมันอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวว่า สิ่งที่เราดำเนินการมาเป็นไปตามที่เราตั้งใจ และได้ประกาศไว้ทุกอย่าง อย่างเต็มความสามารถ และได้รับความเข้าใจจากประชาชนที่เห็นด้วย และเข้าร่วมกับเรา ไม่มีอะไรที่รู้สึกเสียดาย ทั้งนี้ เมื่อเรื่องไปถึงศาลแล้วเราจะไม่แสดงความคิดเห็นนอกศาล ส่วนการแสดงความคิดเห็นอื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็นจะยังดำเนินต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เป็นการลอยแพพรรคหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบติดตลกว่า ไม่ได้เป็นการลอยแพ และไม่ใช่การมาพรรคครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทุกคนที่ร่วมแถลงก็เดินทางออกจากพรรคทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 16.10 น. นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค ทษช. กล่าวในเรื่องนี้ว่า เราน้อมรับทุกอย่าง และให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้พิจารณาประมาณ 2-3 วัน เพราะมีเวลา 7 วัน ส่วนการหาเสียงของผู้สมัครนั้น ก็ถือเป็นดุลพินิจของผู้สมัครและฝ่ายอื่นๆ จะไปทิ้งน้ำหนักให้กรรมการบริหารเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ผู้สมัครแต่ละท่านต้องมีวุฒิภาวะว่าจะต้องหาเสียงต่อหรือไม่ เพราะขณะนี้เราเป็นคู่กรณี กกต.ก็ไม่ได้แถลงรายละเอียดใดออกมา ดังนั้น พรรคก็ไม่ควรไปแถลงอะไรแทน กกต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเด็นต่างๆ ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายพิจารณา และขอเวลาให้ฝ่ายกฎหมายทำงานก่อน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด โดยยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เราจะทำให้ดีที่สุด และพรรคเองก็น้อมรับทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งฝ่ายกฎหมายทราบรายละเอียดคำร้องแล้ว เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่จะไปคิด แล้วนำมานำเสนอในวันที่ 18 ก.พ.นี้&amp;rdquo; นายพิชิตกล่าว
ทุกอย่างถูกลิขิตมาแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะออกเอกสารข่าว นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค ทษช. เข้ายื่นร้องต่อศาลรัธรรมนูญขอให้ไม่รับคำร้องของ กกต.ที่ให้วินิจฉัยสั่งยุบพรรค ทษช. โดยระบุว่า คำร้องของ กกต.อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากศาลรัฐธรรมนูญดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป กรณีย่อมอาจขัดต่อหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง กำหนดไว้
นอกจากนั้น กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดยนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง และนายเอกชัย หงส์กังวาน รวมทั้งแนวร่วม เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมตะโกนคัดค้านการยุบพรรค และอ่านแถลงการณ์ รวมทั้งได้รวมตัวถือป้ายผ้าสีดำขนาดใหญ่ระบุข้อความโกงเลือกตั้ง เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 จ.บุรีรัมย์ พรรค ทษช.พร้อมทีมงาน เข้าไหว้สักการะศาลหลักเมือง และพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 อธิษฐานขอให้พรรคผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยดี พร้อมเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียง ทำความเข้าใจกับประชาชนครอบคลุมมากที่สุด&amp;nbsp;
ส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดา ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ทษช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก &amp;quot;เสาวนิต การสุทธิ์&amp;quot; และ &amp;quot;Paul PK&amp;quot; ที่โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทโดยพาดพิงถึงตนเอง และ ร.ท.ปรีชาพล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นางระเบียบรัตน์ยังกล่าวตอบข้อถามกรณีหากศาลรัฐธรรมวินิจฉัยยุบพรรค ทษช. และตัดสิทธิการเมือง นางระเบียบรัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ทุกอย่างมีลิขิตมาแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ครอบครัวดิฉันพร้อมยอมรับ แต่อยากขอความเมตตา เพราะเชื่อว่าลูกชายมีความรู้ความสามารถ ที่จะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็พร้อมทำงานเพื่อประเทศชาติ ดิฉันมีความภูมิใจในตัวลูกชายอย่างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29166</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ พูนสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชาวนะ ไตรมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c65849003a61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; www.thaipost.net &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาขอศาลรัผบธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 แจ้งให้ผู้ร้องทราบและส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ... ศาลนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันพุธที่ 27 ก.พ.62 เวลา 13.30 น.&amp;quot; เท่ากับเริ่มนับหนึ่งไต่สวนคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) สิ่งที่ต้องลุ้นต่อคือ ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้วิธีการไต่สวนคำร้องอย่างไร จะพิจารณาแค่เอกสารจากฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับ&amp;nbsp; ทษช.ที่ส่งมา ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะมาตรา 92 (2) ของกฎหมายพรรคการเมือง แล้วตัดสินเลย หรือจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ส่งตัวแทนไปเบิกความในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ สู้คดีในห้องไต่สวนของศาล หากศาลรัฐธรรมนูญใช้วิธีการไต่สวนคำร้องแบบนี้ ก็มีโอกาสที่การวินิจฉัยอาจเสร็จสิ้นหลังวันเลือกตั้ง แต่ที่แน่ๆ 27 ก.พ. ยังไม่ใช่วันชี้ชะตา ทษช. &amp;quot;เชาวนะ ไตรมาศ&amp;quot; เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ การันตียังไม่ใช่วันตัดสินคดี เพราะยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา หากได้ข้อสรุปศาลถึงจะนัดลงมติอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ตัดมาที่ฝั่งจำเลย พรรคไทยรักษาชาติ แม้ภายนอก ทั้งแกนนำ-ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค ฝ่ายกฎหมาย จะเสียงแข็งบอกว่าพร้อมสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงทุกคนยอมรับสภาพว่า โอกาสพลิกชนะในชั้นศาลรัฐธรรมนูญมีน้อยจนถึงน้อยมาก ด้วยเหตุนี้หลายคนก็ทำใจแล้ว ถ้าศาลวินิจฉัยก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต 175 คน กับบัญชีรายชื่อ 108 คน รวม 283 คน ขาดคุณสมบัติสมัคร ส.ส.ทันที ก็ยังไม่หนักสาหัสสากรรจ์เท่ากับกรรมการบริหารพรรคทั้ง 14 คน ไม่ใช่แค่หมดสิทธิ์เที่ยวนี้ แต่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองยาวนานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร, นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายมิตติ ติยะไพรัช, นายต้น ณ ระนอง, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์, นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, นางสาวขัตติยา สวัสดิผล,&amp;nbsp; นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์, นายรุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ แต่ถามว่า &amp;quot;นายใหญ่&amp;quot; ทักษิณ ชินวัตร คนอำมหิต 2019 ตามคำนิยามที่กำนันสุเทพว่าไว้ อยากได้แบบไหน ก่อนหรือหลัง 24 มีนาคม ประเมินว่าคงต้องการให้ตัดสินก่อน เพื่อจะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ถ้ายุบพรรค ทษช.ก่อนเลือกตั้ง ฝ่ายทักษิณจะได้ปรับแผนสั่งหัวคะแนนรณรงค์ให้ประชาชนเทเสียงไปยังพรรคเครือข่ายแทน ทั้งพรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ โดยเฉพาะเขตที่ไม่มีผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เช่น สนามเมืองกรุงที่หลบไม่ให้ชนกัน เพื่อไทยส่ง 22 เขต ทษช.ส่ง 8 เขต แต่เพื่อชาติกับประชาชาติส่งคนลงสมัครครบทุกเขต ถึงแม้ตัวผู้สมัครอาจแพ้ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ แต่จะได้คะแนนไปบวกเป็นเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ให้สองพรรคนี้ แล้วมาจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง หากเอาสูตรนี้ โดยเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง บรรดาผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ระดับแกนนำอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พิชัย นริพทะพันธุ์ ถึงจะชวดไม่ได้เข้าสภา ก็อาจมีลุ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหลัง 24 มีนาคม ในช่วงรอ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ที่ใช้เวลาถึง 60 วัน และน่าจะรู้ผลก่อนเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกแน่นอน อันเป็นสูตรที่ฝ่ายทักษิณจะเสียหายมากกว่า เพราะหาก กกต.ยังไม่รับรองผลให้กับคนของไทยรักษาชาติทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ แล้วสั่งยุบพรรค เท่ากับทุกคะแนนของไทยรักษาชาติกลายเป็นศูนย์หมด ดังนั้น ฝ่ายทักษิณจึงย่อมต้องการให้เคลียร์ไปเลยก่อน 24 มีนาคม ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นเช่นนั้น!!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า 4, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, ลี้คิมฮวง, เชาวนะ ไตรมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
