<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองโฆษก ปชป. กังขาผลสอบ &#039;เนตร นาคสุข&#039; ผิดวินัยไม่ร้ายแรง หวัง ก.อ.พิจารณารอบคอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chao Meekhuad เรื่อง&amp;nbsp;ผลสอบ &amp;ldquo;เนตร นาคสุข&amp;rdquo; ตอกย้ำความคลางแคลงองค์กรอัยการ รอวัดใจ กอ. ฟัน ฟื้นศรัทธา ปชช. มีเนื้อหาระบุว่า&amp;nbsp;หลังมีการเปลี่ยนแปลงตัวประธานคณะกรรมการอัยการ เป็นนายพชร ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp; ท่านออกมาประกาศขึงขังจะทำความจริงให้ปรากฏ ฟันไม่เลี้ยงหากพบอัยการคนใดไปเกี่ยวพันกับการค้าสำนวน เข้าด้วยช่วยเหลือคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ผมก็พอมีความหวังว่า การเอาจริงเอาจังล้างบ้านตัวเอง จะช่วยฟื้นศรัทธาประชาชน ทำให้องค์กรอัยการยืนหยัดได้อย่างมีศักดิ์ศรี สมเป็นทนายแผ่นดินได้ แต่ล่าสุดมีข่าวว่าคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่มีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน สรุปสำนวนว่า นายเนตร&amp;nbsp;มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เพราะไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ผมก็เกิดความไม่มั่นใจ และเชื่อว่าสังคมก็เกิดความคลางแคลงสงสัยด้วยเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้แต่หวังว่าในวันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการอัยการ จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ลำพังแค่จะลงโทษด้วยการงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี และไม่เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส ซึ่งหมายถึงต้องพ้นจากราชการก่อนอายุ 70 ปีนั้น ไม่มีความหมายอะไรเลย เนื่องจากเป็นความประสงค์ของนายเนตรอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปีที่แล้ว แต่อัยการสูงสุดระงับการลาออกเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังทำให้ระบบตรวจสอบภายในของอัยการถูกตั้งคำถามมากขึ้น อำนาจอัยการสูงสุด ที่มีมากกว่าคณะกรรมการอัยการ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ระบบ กอ.ขาดความศักดิ์สิทธิ์ หากต้องการกอบกู้องค์กร ไม่เพียงต้องลากคอคนทำผิดมาลงโทษ ยังต้องลากไส้ให้เห็นว่ามีใครสมรู้ร่วมคิดบ้าง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม และที่สำคัญถึงเวลาปฏิรูปกระบวนการตรวจสอบภายในของสำนักงานอัยการสูงสุดเสียที&amp;rdquo; นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115810</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอัยการ, เชาว์ มีขวด, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f16e6b98221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ชงรัฐเจรจาร้านสะดวกซื้อแปลงเป็นคลังอาหารชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องใช้ร้านสะดวกซื้อ เป็นคลังอาหารให้ชุมชน โดยระบุว่า ผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องกำหนดมาตรการที่เข้มข้นขึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุหลักหมื่น ยอดผู้เสียชีวิตทะลุหลักร้อย และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงแบบนี้ต่อไปไม่น้อยกว่าสองเดือน สิ่งที่ต้องเร่งทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้นโยบายรัฐบาลสัมฤทธิ์ผลคือ การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจภาครัฐ พร้อมร่วมมือทำตามทุกนโยบายที่กำหนดออกมา ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นได้ ภาครัฐต้องมีความชัดเจนในเรื่องการดูแลปากท้องของประชาชน นอกเหนือไปจากการเยียวยาที่ออกมาด้วย โดยเฉพาะชาวชุมชนที่กลายเป็นพื้นที่ระบาดในวงกว้าง และยากต่อการควบคุม เมื่อห้ามทุกกิจกรรม ต้องดูแลปากท้องคนเหล่านี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ชุมชนย่านห้วยขวางพบความจริงที่น่าตกใจ เช่น ชุมชนโรงปูน เมื่อวานนี้มีผู้ป่วยรอเตียงมากถึง 58 คน ยังไม่รวมกลุ่มเสี่ยงสูงต้องกักตัวหลายร้อยคนที่รอความช่วยเหลือตามยถากรรมต้องรับปัญหา 2 เด้ง ทั้งต้องหายารักษาตัวเองและหาข้าวกินในแต่ละมื้อเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ ซึ่งก็หนีไม่พ้นที่เขาต้องดิ้นรนออกนอกบ้าน ในที่สุดก็จะแพร่เชื้อติดต่อกันไปเป็นเท่าทวีคูณ นี่คือความจริงของคนจนเมืองที่ภาครัฐต้องเร่งเข้ามาดูแล ผมเรียกร้องมาหลายครั้งให้จัดถุงยังชีพ ข้าวกล่อง และหยูกยาเวชภัณฑ์ที่เพียงพอ ในการดูแลทุกชีวิตที่ขาดรายได้ของคนกลุ่มนี้ แบบมีหน่วยบริการดูแลเฉพาะในการส่งข้าวส่งน้ำให้ทุกวัน ซึ่งทำได้หลายช่องทาง เช่น ให้ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ตามจุดใกล้เคียงตามชุมชนซึ่งมีข้าวกล่องสำเร็จรูปแช่แข็ง รวมทั้งหยูกยาเวชภัณฑ์จำเป็นและมีพนักงานรับส่งอยู่ในมือแล้วด้วย ผมคิดว่าแค่รัฐสั่งการลงมาก็สามารถทำได้ทันที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนี้การตั้งโรงครัวก็ทำไม่ได้เนื่องจากเป็นการรวมกลุ่มกันเกิน 5 คน ขัดต่อกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จะรอข้าวกล่องจากกลุ่มจิตอาสาต่างๆ ก็มีน้อยเต็มทีเพราะนาทีนี้ทุกคนก็ต่างระวังตัว ผมจึงขอเสนอให้รัฐเร่งเจรจากับร้านสะดวกซื้อที่มีสาขากระจายอยู่ทุกที่ ให้เป็นคลังอาหารของชาวชุมชน โดยนำอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปพร้อมรับประทานที่จำหน่ายในร้าน มาขายให้รัฐในราคาย่อมเยา ช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐ ช่วยประชาชนอิ่มท้อง นอกเหนือจากข้าวกล่องล้านกล่องที่รองนายกฯประวิตร เตรียมดำเนินการ เพราะประชากรในกทม.มีมากกว่า 10 ล้านคน ยังไงก็ไม่พอ ที่สำคัญต้องเลิกระบบลงทะเบียน เนื่องจากสำนักงานเขตมีข้อมูลประชาชนในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว และให้มอเตอร์ไซด์รับจ้าง หรือไลน์แมนส่งของในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้ขนส่งกระจายอาหารให้กับชุมชน ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตเราจ่ายเงินซื้อของในร้านโซห่วยข้างบ้าน อาจจะขายแพงกว่า แต่ในยามทุกข์สุขเจ้าของร้านยังไปร่วมดูใจให้ความช่วยเหลือ เพราะถือเป็นเพื่อนบ้าน แต่ปัจจุบันเราจ่ายเงินซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ที่ไม่เคยเอาเงินใส่ซองคืนกลับมาให้เรา ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานบวช หรืองานบุญใด ๆ เมื่อบ้านเมืองพัฒนาหลายอย่างเปลี่ยนไป ก็ควรใช้พัฒนาการนั้นมาร่วมคลี่คลายวิกฤตในบ้านเมืองด้วย สโลแกน สะดวกครบ จบที่เดียว ขอให้เกิดในการช่วยเหลือประประชาชนยุคโควิด-19 ด้วยจะได้ไหม เมื่อถึงวันที่ประชาชนแข็งแรง ท้องหิวเมื่อไหร่จะได้แวะไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110283</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังอาหารชุมชน, ปชป., ร้านสะดวกซื้อ, เชาว์ มีขวด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4fba91523a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองโฆษก ปชป. เปิดข้อมูลสุดสะเทือนใจ แม่ลูกตายห่างกันสองวันจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chao Meekhuad เรื่อง &amp;ldquo;ความตายเพราะนอนรอเตียง&amp;rdquo; คือสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ มีเนื้อหาระบุว่า ปัญหาเตียงไม่มี หมอไม่พอ ยังเป็นเรื่องด่วนที่รัฐต้องรีบแก้ไข อย่าปล่อยให้เกิดสภาพ &amp;quot;เคยชินกับความตายเพราะรอเตียง&amp;quot; เนื่องจากในขณะนี้คนตายคาบ้านมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดผมได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากคนในชุมชนย่านห้วยขวางไม่ต่ำกว่า 20&amp;nbsp; คน ขอให้ช่วยหาเตียงให้ ส่วนใหญ่ติดโควิด-19 กันแบบยกครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศร้าที่สุด เพิ่งเกิดขึ้นที่ชุมชนร่วมใจพิบูล 2 เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; หลังจากคุณแม่ตุ้มทอง แก้วกัญญา ติดโควิดจนเสียวิตไปเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ต่อมาลูกสาวคือคุณประไพ สาพันธุ์ ติดโควิดนอนรอเตียงจนเสียชีวิตคาบ้านเมื่อวานนี้ ถัดจากคุณแม่ตุ้มทองไปแค่สองวันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้สะท้อนหลายอย่าง ตั้งแต่กรณีแรกคุณประไพ มีอาการป่วย ปวดเมื่อย เจ็บคอ ท้องเสีย เพราะตัวเองมีความเสี่ยงสูงน่าจะติดเชื้อจากคุณแม่ที่ติดโควิดอยู่ก่อน แต่เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านคลองตันที่ตนเองมีสิทธิรักษา(บัตรทอง) เจ้าหน้าที่อ้างว่าน้ำยาตรวจโควิดไม่มี และบอกว่าอาการแบบนี้ไม่ใช่โควิดแล้วให้กลับบ้านโดยไม่ได้ตรวจหรือทำอะไรเลย ต่อมาเมื่อกลับถึงบ้านอีกสองวันอาการเริ่มทรุดหนัก จึงไปที่โรงพยาบาลเพื่อขอตรวจหาเชื้อโควิดอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบเช่นเดิม คือน้ำยาตรวจโควิดไม่มี ตรวจให้ไม่ได้ แต่ได้ฉีดยาให้ 1 เข็ม ให้น้ำเกลือ แล้วไล่ให้กลับบ้าน ทั้งๆที่ผู้ป่วยอยู่ในอาการทรุดหนักเดินแทบไม่ได้ และรู้อยู่แล้วว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงเพราะคุณแม่เพิ่งเสียชีวิตเพราะติดโควิด แต่ไม่ยอมตรวจหาเชื้อให้โดยอ้างว่าน้ำยาหมดถึงสองครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีคำถามว่านี่คือวิธีปฏิบัติต่อผู้ป่วยตามหลักการแพทย์ที่ถูกต้องแล้วหรือ&amp;nbsp; เพราะการปล่อยผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงกลับบ้านไป ไม่เพียงผู้ป่วยอันตราย คนรอบข้างและสังคมก็ไม่ปลอดภัยด้วย เพราะเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้แพร่เชื้อไปแบบไม่ตั้งใจ กรณีนี้จึงถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโรงพยาบาลอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะหลังกลับจากโรงพยาบาลคุณประไพอาการยี่งแย่ลง จนลูกๆต้องนำตัวไปตรวจอีกครั้งที่หน่วยบริการตรวจคัดกรองเชิงรุก ผลปรากฏว่าคุณประไพติดเชื้อโควิดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นมานานแล้วเพราะออกอาการในระยะสุดท้ายครบทุกอย่าง แถมมีโรคประจำตัวเบาหวานอยู่ด้วย หลายฝ่ายจึงช่วยกันประสานหาเตียง เพื่อให้ถึงมือหมอ แต่ก็หาเตียงให้ไม่ได้ ไม่มีโรงพยาบาลไหนมารับ นอนรอเตียงจนเสียชีวิตคาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุต่อไปว่า เป็นประเด็นที่หนักหนาสาหัสมากในขณะนี้ หากรัฐบาลยังแก้ปัญหาเตียงเต็มไม่ได้ จนมีผู้ป่วยตายคาบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ถามว่าท่านจะปล่อยไว้แบบนี้หรือ ท่านมองเห็นความตายของคนเหล่านี้บ้างหรือไม่&amp;nbsp; ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังบอกเราว่า รัฐบาลกำลังหมดสภาพ ขณะที่ประชาชนกำลังหมดความอดทน รีบแก้ปัญหาเถอะครับ อย่าปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้รายวัน ไม่เช่นนั้นผมนี่แหละจะเป็นตัวแทนญาติผู้ที่ได้รับผลกระทบฟ้องรัฐบาลฐานละเมิดไม่ได้รับการบริการสาธารณสุขที่ดีจากรัฐตามกฎหมาย ส่วนกรณีของคุณประไพผมคิดว่าเป็นความชุ่ยของโรงพยาลที่ขาดความรับผิดชอบ ทำงานแบบลวกๆ&amp;nbsp; ปฏิเสธการตรวจหาเชื้อแบบไม่มีเหตุผล แล้วปล่อยคนป่วยกลับบ้านจนเชื้อลุกลามนอนตายคาบ้าน ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ผมจะดำเนินคดีกับโรงพยาบาลนี้ให้เป็นคดีตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถิติผู้ป่วยโควิด 19 สูงขึ้นทุกวัน วันนี้ ทำสถิติสูงสุดรวม 5,533 ราย เสียชีวิตทำสถิติสูงสุด 57 ราย ถ้ายังอยู่อย่างนี้ในไม่ช้าเราคงจะเห็นคนติดเชื้อวันละเป็นหมื่นตายวันละเป็นร้อย ทำอะไรต้องรีบทำเถอะครับ อย่าชินกับความตายของประชาชนเลยครับ&amp;quot;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108298</URL_LINK>
                <HASHTAG>เชาว์ มีขวด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd68d78eb70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039; จี้สรรพสามิตเร่งเคลียร์สังคมปมล่อซื้อน้ำส้ม ไม่ใช่แค่ย้าย 5 จนท.เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง&amp;nbsp;กรณี น้ำส้มสรรพสามิต &amp;ldquo;การล่อซื้อ&amp;rdquo;คือวิธีผิดกฎหมาย มีเนื้อหาระบุว่า จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เข้าทำการจับกุมผู้ขายน้ำส้ม จำนวน 500 ขวด และมีการเรียกค่าปรับเป็นเงินจำนวน 12,000 บาท จนกลายเป็นดราม่าร้อนในโลกออนไลน์นั้น ในความเห็นของผม คิดว่ามีสามประเด็น ที่สังคมควรเรียนรู้จากเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การผลิตเครื่องดื่มผลไม้ แค่ไหนถึงเข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิต เรื่องนี้มีพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 เป็นตัวกำกับ โดยในกฎหมายฉบับนี้ให้คำนิยามคำว่า &amp;ldquo;โรงอุตสาหกรรม&amp;rdquo; ไว้อย่างกว้าง ๆ ว่า หมายถึง สถานที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้า รวมตลอดทั้งบริเวณแห่งสถานที่นั้น&amp;rdquo; ไม่ได้ระบุกำลังผลิตว่าต้องเป็นจำนวนเท่าไหร่ จึงจะเรียกว่าเป็นโรงอุตสาหกรรม ส่วนคำว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรม ก็คือเจ้าของโรงอุตสาหกรรมนั้น การกำหนดขอบเขตคำนิยามกว้างเช่นนี้ เสี่ยงต่อแสวงหาประโยชน์ของเจ้าหน้าที่นอกแถวได้โดยง่าย อีกทั้งต้องเข้าใจสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่มีอุตสาหกรรมครัวเรือนเกิดขึ้นมากในยุคโควิด-19 แพร่ระบาด คนตกงานต้องดิ้นรนทำกิน ด้วยการทำมาค้าขายเล็ก ๆ น้อย รับคำสั่งซื้อผ่านโลกออนไลน์ อาจมีอุปกรณ์สำหรับการผลิต เช่น เครื่องบรรจุขวด ราคาแค่หลักพัน แต่ถูกนับเป็นเครื่องจักรสำหรับการผลิต ก็ไม่น่าจะถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการล่อสั่งให้ผลิตน้ำส้มจำนวน 500 ขวด หลังจากเจ้าของร้านผลิตแล้วจึงเข้าไปจับกุมรวบรวมหลักฐานอ้างว่ามีเครื่องจักรสำหรับการผลิต และขายส่งในปริมาณมากทุกวัน ซึ่งในวันนั้นถ้าไม่มีคำสั่งซื้อน้ำส้ม 500 ขวด ก็คงไม่มีการผลิตจำนวนมากขนาดนั้น เรื่องการล่อซื้อ มีคำพิพากษาศาลฎีกา ได้วางแนวเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า การล่อซื้อคือการก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดผู้ล่อซื้อย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2553 คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีเนื้อหาโดยย่อว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ ส. ล่อซื้อนั้นเป็นการทำซ้ำอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์หลังจากวันที่ ส. ไปล่อซื้อแล้วเพื่อมอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำซ้ำให้แก่ ส. มิใช่ทำซ้ำโดยผู้กระทำมีเจตนากระทำผิดอยู่แล้วก่อนการล่อซื้อ น่าเชื่อว่าการกระทำผิดดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของ ส. ซึ่งได้รับจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดโจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้&amp;rdquo; พูดง่ายๆคือคนล่อซื้อก็คือคนที่ร่วมกระทำผิดนั่นเอง จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในมุมทางสังคม ผมคิดว่าการล่อซื้อเช่นนี้ เป็นพฤติกรรมที่ใจดำโหดร้ายเกินไป ทุกชีวิตยากลำบากอยู่แล้วกับปัญหาโรคระบาด ทำมาหากินก็ยากเย็นแสนเข็ญ ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า กรมสรรพสามิต มีนโยบายสั่งการให้เจ้าหน้าที่รีดภาษีกับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยแบบนี้ เพราะการจัดเก็บรายได้ไม่ตรงเป้าหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีที่เกิดขึ้น กรมสรรพสามิตต้องให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ไม่ใช่แค่การย้าย 5 เจ้าหน้าที่ออกนอกพื้นที่ แต่ควรบอกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า ผลิตเครื่องดื่มผลไม้ขนาดไหน จึงถือว่าเข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิต แนวทางการล่อซื้อที่เจ้าหน้าที่ทำ มีกฎหมายอะไรมารองรับ จะกำชับเจ้าหน้าที่ของกรมฯไม่ให้เกิดเหตุรีดเลือดกับปู จนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าอย่างไร ผมเข้าใจดีว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายต้องอยู่บนหลักนิติธรรม เพราะตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ หากผู้ใช้กฎหมายไม่มีธรรมในใจ&amp;rdquo;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106716</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำส้ม, น้ำส้มสรรพสามิต, พรรคประชาธิปัตย์, ล่อซื้อ, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb2405c142e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ-ษิทรา-ลุงพล&#039; ฟังไว้ &#039;เชาว์- ปชป.&#039; ชี้ กมธ.ของสภาฯไม่ใช่เครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางคดีให้กับใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย. 64 - นายเชาว์ มีขวด ทนายความและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;ldquo;คดีลุงพล&amp;rdquo; อย่าซ้ำรอย &amp;ldquo;คดีบอส&amp;rdquo; ใช้ฝ่ายนิติบัญญัติ เปลี่ยนรูปคดี มีเนื้อหาระบุว่า ผมไม่แปลกใจที่เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตำหนิกลางสภากรณีมีการเอาผู้ต้องหามาแถลงสู้คดีอยู่ใต้ถุนสภา พร้อมตั้งคำถามเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งเป็นมุมเดียวกับที่ผมเป็นห่วง เป็นเรื่องที่นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ต้องเร่งทบทวน เพราะการใช้อาคารรัฐสภาเป็นเวทีให้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ พร้อมด้วยนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตน้องชมพู่ และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา แถลงข่าวในการสู้คดีฆาตกรรมน้องชมพู่ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เรื่องในทางคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ที่ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรไปก้าวล่วง ไม่เช่นนั้น ระบบถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตยจะเสียไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการฯระบุชัดในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 90 (1) กำหนดว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ทีเกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงมีคำถามว่าเรื่องคดีลุงพลเข้าข่ายตามกรอบอำนาจหน้าที่นี้หรือไม่ เมื่อไม่เข้า จะดึงดันเดินหน้าไปเพื่ออะไร มีแต่ผลเสีย ไม่มีผลดีใด ๆ เลย ถ้ายังมองภาพไม่ชัด ผมแนะให้ถอดบทเรียนคดีบอส อยู่วิทยา ที่ใช้ กมธ.กฎหมาย ยุคสนช.เป็นเครื่องมือ เปลี่ยนรูปคดีจนนำไปสู่ข้อกล่าวหาสมคบคิดเปลี่ยนสำนวน สะเทือนทั้งวงการนิติบัญญัติและกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นมาแล้ว อย่าให้ซ้ำรอยอีกเลยครับ เพราะกรรมาธิการฯของสภา ไม่ใช่เครื่องมือในการสร้างความได้เปรียบทางคดีให้กับใครทั้งสิ้น รวมทั้งไม่มีอำนาจที่จะไปชี้ผิดชี้ถูกให้กับใครในคดีที่อยู่ในอำนาจสืบสวนสวบสวนของพนักงานสอบสวนซึ่งจะแทรกแซงไม่ได้ และการออกหมายจับก็เป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามคำร้องขอออกหมายจับ ถ้านายษิทราเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกต้องนำพยานหลักฐานเป็นเท็จไปเสนอต่อศาลก็ชอบที่จะไปฟ้องร้องต่อศาลฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ใช่มาร้องที่กรรมาธิการกฎหมายและถ้าใครปล่อยให้มีการใช้กรรมาธิการฯแบบนี้ คนนั้นก็มีความผิดตามมาตรา 157เช่นกันครับ&amp;rdquo;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายษิทรา, ลุงพล, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c187966f6d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039; อัด สภากทม.ยุคมรดกคสช. ทำงานไม่คุ้มภาษีประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง &amp;nbsp;สภากทม.ชุดมรดกกรรม คสช. ถ้าไม่คิดช่วย ปชช. ให้ลาออกไปยกชุด มีเนื้อหาระบุว่า นับตั้งแต่คสช.เข้ายึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เราห่างหายการเลือกตั้ง สก. สข.ไปนาน 7 ปี โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่ง คสช.ที่ 86/2557 ให้มีการสรรหาผู้มาทำหน้าที่ในสภากทม. รวม 30 คน ได้ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ อดีตปลัดกทม. มาเป็นประธานสภากทม.คนแรกของคสช. ก่อนที่จะเปลี่ยนประธานสภากทม.คนใหม่ เป็นนายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ช่วงต้นปี 2563 ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมแทบไม่เห็นบทบาทในการดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านจากสภากทม.ที่ได้มาจากการสรรหาในยุค คสช.เลย ยิ่งในยุควิกฤตที่กทม.ต้องทำสงครามกับโรคระบาดโควิด-19 ประชาชนต้องการการดูแลที่ใกล้ชิด ลำพังแค่ข้าราชการกทม.เข้าไม่ถึง รับฟังปัญหาไม่รอบด้าน จนเกิดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน และมีคำถามตัวโตๆ ที่ชาวบ้านฝากผมมาคือ สก.ที่ได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนทุกเดือนหายหัวไปไหน หรืออยู่แต่ในเซฟโซน ขณะที่ชาวบ้านมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ทุกวัน โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนแออัด พวกท่านเคยเข้ามาดูดำดูดีบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นบทสะท้อนให้เห็นว่า การไม่มีผู้แทนจากประชาชนทำหน้าที่ กลายเป็นจุดบอดในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ รับฟังปัญหาของประชาชน ผมยืนยันว่าไม่มีใครรู้จักและเข้าใจความทุกข์ยากของประชาชน เท่ากับคนที่ประชาชนเลือกให้ไปทำหน้าที่แทน คนที่มาจากการแต่งตั้ง กินเงินเดือนแต่ไม่เคยร่วมทุกข์ สุขกับชาวบ้าน หลังโควิด-19 คลี่คลาย สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ คืน สก.และ สข.ให้ชาวกทม. เพื่อมาช่วยบริหารจัดการให้ งบประมาณในแต่ละปี 7-8 หมื่นล้าน เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เฉพาะที่ห้วยขวางซึ่งผมอาศัยอยู่ ได้รับอนุมัติงบประมาณตั้งแต่ไตรมาสแรก 352,488,000 บาท ขณะนี้เกิดวิกฤตมีการติดเชื้อในชุมชน ผมอยากให้นำเงินภาษีของประชาชน มาช่วยประชาชนอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะเรื่องปากท้องที่การทำมาหากินทำได้ยาก ต้องจัดถุงยังชีพให้ทั่วถึง ถ้าสภากทม.ชุดมรดกกรรม คสช.ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ ทำไม่ได้ ผมแนะนำให้ลาออกไปยกชุด จะช่วยประหยัดงบประมาณในการจ่ายเงินเดือนมาช่วยประชาชนได้มากขึ้น&amp;rdquo;นายเชาว์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102197</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2cfb82b31b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ปัญหาด่วน! พบผู้ป่วยโควิดใจกลางกรุง อย่างน้อย 3 คนยังหาเตียงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ ข้อความบนเฟซบุ๊ก ดังนี้ &amp;nbsp;ติดโควิด หาเตียงไม่ได้ เรื่องจริงที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายวันมานี้ ภาครัฐเสียเวลาไปกับการยืนยัน ตัวเลขเตียงรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ว่ามีเพียงพอที่จะรองรับ ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม แต่ในความเป็นจริงหากผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไม่ได้ตรวจพบจากการระบาดในคลัสเตอร์ที่เป็นข่าวดังจะมีปัญหาเรื่องการรับตัวส่งต่อไปรักษาจำนวนมาก แค่เฉพาะที่มีการร้องเรียนมากับตนในเขตห้วยขวาง มี 3 กรณี ดังนี้ 1.น้องเอ(นามสมมุติ) ติดต่อประสานงาสคุณนพรัตน์ &amp;nbsp;เกิดทอง โทร 099-0969637 บ้านเลขที่ 695 ซอยโพธิรัญอุทิศมพระราม 9 ซอย 15 เขตห้วยขวาง ตรวจพบโควิดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านคลองตันตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนกลับมาพักอยู่ที่ห้องพัก ยืนยันกับผมว่าโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่มีเตียงรองรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. น้องบี(นามสมมุติ) ชุมชนลาดพร้าว 45 เขตห้วยขวาง ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;14 เม.ย. 64 ได้กักตัวอยู่ที่บ้านจนถึงวันนี้ ซึ่งคนป่วยได้จัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวรอมาหลายวันแล้ว ติดต่อไปโรงพยาบาลแต่ไม่มีรถมารับ และ 3. น้องซี(นามสมมุติ)ชุมชนลาดพร้าว 45 ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 19 เมษายน แต่ก็ไร้โรงพยาบาลที่จะรับตัวเช่นเดียวกัน ทั้งสองรายนี้ติดต่อประสานงานที่ประธานชุมชนลาดพร้าว 45&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า ต้องการให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลของรัฐ โดยให้ติดต่อสายด่วน 1669 และ 1668 ของกระทรวงสาธารณสุข แต่กลับติดต่อยากไม่มีผู้รับสาย มีคำถามว่าคู่สายเต็มเพราะมีคนติด covid จำนวนมากหรือไม่กล้ารับสายแล้ว เพราะไม่สามารถส่งต่อไปโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามได้ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องรีบเคลียร์ปัญหาโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3. กรณีผู้ป่วยที่ผมชี้เป้าให้ หากมีเตียงอย่างที่พวกท่านคุยไว้จริง ต้องรีบส่งรถมารับผู้ป่วยทั้ง 3 คนเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลภายในวันนี้ เพราะผู้ป่วยทั้งหมดไม่มีใครเกี่ยงงอนว่าจะเป็นโรงพยาบาลหลัก โรงแรมที่จับคู่กับโรงพยาบาล &amp;nbsp;หรือโรงพยาบาลสนาม ที่สำคัญรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการที่ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ในการรับตัวส่งต่อเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยเร็ว เพราะหากมีผู้ป่วยติดค้างอยู่ภายในบ้าน คนในครอบครัวย่อมมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนแออัด บ้านเล็กคับแคบ ไม่ได้มีพื้นที่ห้องหับมากพอที่จะกักตัวได้แบบเว้นระยะห่าง สุดท้ายหากคนในครอบครัวของผู้ป่วยเหล่านี้ต้องติดโควิดและระบาดไปทั่วชุมชน จะไปโทษใคร ถ้าไม่บอกว่า พวกเขาติดโควิชจากคลัสเตอร์การบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100289</URL_LINK>
                <HASHTAG>เชาว์ มีขวด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080e69bcc1b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
