<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสักการะพระบรมสารีริกธาตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 13 ริ้วขบวนงดงามอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ-พระพุทธรูปสำคัญ 13 ประเทศ เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 เคลื่อนสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เปิดให้สักการะถึง 1 ม.ค. ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานต่อที่พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร ถึง 15 ม.ค. &amp;quot;วีระ&amp;quot; ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีตั้งสติสู่ปีหมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับถอยหลังสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp;2562 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีการจัดงานเสริมศรัทธาสร้างสิริมงคลให้กับคนไทย ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;สวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พ.ศ. 2562&amp;rdquo; โดยกิจกรรมแรกที่จัดขึ้นเป็นริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งประมุขสงฆ์และผู้นำศาสนาพุทธจาก 12 ประเทศ ได้แก่ ประเทศภูฏาน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย ลาว มองโกเลีย เมียนมา สิงคโปร์ ศรีลังกา และเวียดนาม ให้อัญเชิญมาจากประเทศต่างๆ เพื่อประดิษฐานร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระพุทธรูปสำคัญออกจากบรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีพระเทพรัตนมุนี รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พร้อมด้วยพระสงฆ์ 40 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนประดิษฐานบนเสลี่ยง และเคลื่อนมายังลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าพนักงานกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกมาจากพระบรมมหาราชวัง มายังลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ จากนั้นอัญเชิญขึ้นบนราชรถน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.05 น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ปล่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญ โดยเคลื่อนริ้วขบวนจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปตามถนนราชดำเนิน เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้นำคณะสงฆ์ต่างชาติที่เข้าร่วมงาน อาทิ &amp;nbsp;พระ Thich Thien Nhon ประธานสภาบริหารคณะสงฆ์ชาวพุทธแห่งเวียดนาม, พระภัททันตะ กุมาระภิวังสะ ประธานมหาเถรสมาคมแห่งสหภาพเมียนมา, พระซื่อ หย่งซิน รองประธานสงฆ์สาธารณรัฐประชาชนจีน และเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน, พระปัญญาวโร ประมุขสงฆ์ฝ่ายเถรวาท อินโดนีเซีย, พระ Seck Kwang Phing ประธานสมาพันธ์สงฆ์แห่งสิงคโปร์, พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล, พระ Warakagoda Sri Gnanarathana &amp;nbsp;พระมหานายกะ ฝ่ายอัสคีรีย์ และ REV DIMBULKUMBURE WIMALADHAMMA THERO อนุนายกะ ฝ่ายมัลวัตตะ &amp;nbsp;ประเทศศรีลังกา, พระมหาพวงประเสริฐ พูมะวง รองประธานกรรมาธิการการศึกษาของคณะสงฆ์ สปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมหรือศาสนา และผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศและของไทยเข้าร่วมจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ริ้วขบวนพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญทั้ง 13 ขบวน ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนแรก เป็นการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญบนเสลี่ยง ตามมาด้วยรถขบวนจำลองศาสนสถานสำคัญ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของแต่ละประเทศ เริ่มจากริ้วขบวนประเทศไทย ที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมีขบวนรถจำลองเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระศรีศากยะทศพลญาณ พระพุทธรูปยืนปางลีลาขนาดใหญ่ ประดิษฐานร่วมด้วย ตามด้วยภูฏาน เป็นขบวนรถจำลองวัดทักซัง และอัญเชิญพระพุทธรูปดอร์เดนมา ซึ่งเป็นพระพุทธศากยมุนีประทับนั่งบนวัชระอาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในภูฏาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชา อัญเชิญพระพุทธรูปศากยมุนี สมัยอังกอร์ ต่อด้วยขบวนรถจำลองปราสาทนครวัดอัญเชิญพระองค์เจ๊ก-พระองค์จอม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองประจำเมืองเสียมเรียบ, จีน อัญเชิญพระศรีอริยเมตไตรย ตามด้วยขบวนรถจำลองวัดเส้าหลิน และพระพุทธรูปในวัดเส้าหลิน , อินเดีย ขบวนเสลี่ยงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธเมตตา ต่อด้วยขบวนรถจำลองเจดีย์พุทธคยา และพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสมัยปาละ วัดมหาโพธิ ตำบลพุทธคยา, อินโดนีเซีย อัญเชิญพระพุทธรูปนวโลหะสามัคคีรัตน ตามด้วยขบวนรถจำลองบุโรพุทโธ และพระพุทธรูปในบุโรพุทโร, ญี่ปุ่น เป็นขบวนรถจำลองวัดโทไดจิ และพระพุทธรูปไดบุทสึ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขบวนรถจำลองพระธาตุหลวง และพระบางพุทธลาวัลย์ ปางห้ามสมุทรที่มีความสำคัญสูงสุดของ สปป.ลาว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองโกเลีย อัญเชิญพระพุทธรูปทองเหลืองอวโลกิเตศวร ตามด้วยขบวนรถจำลองวัดกานดาน และพระพุทธรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระพุทธรูปยืนในร่มที่สูงที่สุดในโลก, เมียนมา อัญเชิญพระสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ จากเจดีย์เทพทันใจ พระเขี้ยวแก้ว ที่ได้รับมาจากศรีลังกา ตามด้วยขบวนรถจำลองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง และพระมหามัยมุนี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ทรงเครื่อง, สิงคโปร์ อัญเชิญพระพุทธรูป TIAN TAN ตามด้วยขบวนรถจำลองวัดพระเขี้ยวแก้ว และพระพุทธศรีอริยเมตไตรย วัดพระเขี้ยวแก้ว, ศรีลังกา อัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้ว ตามด้วยขบวนรถจำลองเจดีย์เชตวันและพระพุทธรูปในวัดเกลานยาราชมหาวิหาร และปิดท้ายด้วยเวียดนาม ขบวนรถอัญเชิญพระพุทธรูปอมิตาภพุทธะ ตามด้วยขบวนรถจำลองวัดเฉินก๊วก และพระพุทธรูปอมิตาภพุทธะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอดสองข้างทางของริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน มีพุทธศาสนิกชนนั่งเป็นแถวยาวรอรับพระบรมสารีริกธาตุพร้อมก้มลงกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. ริ้วขบวนทั้ง 13 ขบวนได้เคลื่อนเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นเจ้าพนักงานกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของไทย จากราชรถน้อย ขึ้นประดิษฐานบนมณฑป ขณะเดียวกัน ประมุขสงฆ์และผู้นำประเทศต่างประเทศอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญขึ้นประดิษฐานมณฑปของแต่ละประเทศ ก่อนที่พระสงฆ์เจริญชัยมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญแต่ละประเทศขึ้นบนมณฑปเสร็จเรียบร้อย ปรากฏว่ามีฝนตกหนัก หลังจากฝนเบาบาง จึงเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะ โดยกำหนดประดิษฐานที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานต่อที่ &amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จนถึงวันที่ 15 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีจัดเป็นปีที่ 14 มีประชาชนร่วมสวดมนต์เพิ่มขึ้นทุกปี ถือเป็นการเข้าสู่ปีใหม่ของชาวพุทธด้วยความเป็นสิริมงคล การร่วมสวดมนต์และฟังพระธรรมเทศนาทำให้เรามีเข็มทิศนำทางชีวิตปี 2562 ต่อไป สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปี ณ วัด หรือสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ จะได้รับหนังสือสวดมนต์บทเจริญพระพุทธมนต์พระราชทานเพื่อใช้เป็นบทสวดมนต์ ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเชิญชวนประชาชนร่วมตั้งสติสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดใกล้บ้าน ส่วนกรุงเทพมหานคร มีวัดร่วมจัดสวดมนต์ข้ามปีกว่า 400 วัด ขณะที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงถือเป็นสถานที่พิเศษ มีสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ประเทศต่างๆ ร่วมสวดมนต์ข้ามปีด้วย อีกทั้งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญให้คนไทยสักการะเป็นสิริมงคลปีใหม่&amp;quot; นายวีระกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25400</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑลพิธีท้องสนามหลวง, หนังสือพิมพ์, อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ, เชิญพระบรมสารีริกธาตุ-พระพุทธรูปสำคัญ 13 ประเทศ, เปิดให้สักการะถึง 1 ม.ค., เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c279181f1f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
