<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเปิดทางเอกชนลงทุนชิงเค้ก 2.8 พันล้านศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. ได้ประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 วงเงินโครงการรวมกว่า 2,864 ล้านบาท โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน และค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงานและส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ และเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา ทั้งหมด รวมทั้งผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้ภาครัฐตลอดระยะเวลา 15 ปี นับจากปีเปิดให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าว จัดเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เชียงของ ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) บนเนื้อที่กว่า 335 ไร่ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศไปสู่ภายในประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย R3A เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนฝั่งตะวันตก (นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน) รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงาน CIQ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว และยังรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางราง ผ่านแนวการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งจะก่อสร้างแนวรางเข้ามายังพื้นที่โครงการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นศูนย์กลางทางด้าน โลจิสติกส์ของภาคเหนือ ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางให้เป็นระบบการขนส่งหลักของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของภาคเอกชน ตลอดจนการดำเนินโครงการบนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคเอกชนที่สนใจสามารถติดต่อขอซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ได้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.-5 พ.ย.64 ในราคาชุดละ 50,000 บาท ได้ที่ส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ อาคาร 6 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทุกวันทำการ เวลา 09.00-15.00 น. สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศเชิญชวน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dlt.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), เชียงราย, เปิดประมูล, โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7b1c2b43ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย​ เฮมพ์​ เวลเนส​  จับมือ SAPPE (เซ็ปเป้)​ ร่วมปลูกกัญชง​ 1,600ไร่​  จ.เชียงราย กระตุ้นตลาด&quot;กัญชง&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
บริษัท​ ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด เปิดงานปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ ต้นแรกในพื้นที่เพาะปลูกรวม 1600 ไร่ ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน โดยผลักดัน &amp;nbsp;&amp;ldquo;กัญชง&amp;rdquo; เป็นพืชเรือธง ฟื้นเศรษฐกิจไทยร่วมกับพืชสมุนไพรอื่นๆ เตรียมโรงงานสกัดกัญชงด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัยมามากกว่า 20 ปี &amp;nbsp;ให้สอดคล้องความต้องการของภาคธุรกิจและนักลงทุน คาดว่าจะส่งมอบสารสกัดจากกัญชงได้ภายใน เดือนธันวาคมปีนี้ &amp;nbsp;พร้อมแง้มผู้สนใจอยากร่วมลงทุนสามารถใช้สกุลเงินดิจิทัล Crypto Token ในการแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ สู่ตลาดโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา &amp;nbsp;ประธานบริษัท ไทยเฮมพ์ เวลเนส และ ดร.เสฐียรพงษ์ แก้วสด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ พร้อมด้วยเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชงของบริษัทฯ ได้จัดงานปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ โดยมี นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานจัดงาน พลเอกสุทัศน์ จารุมณี ดร.เพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินทร์ กรรมการมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ นายดิเรก ตนพยอม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมการปลูกกัญชงต้นแรก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ โดยกิจกรรมได้จัดขึ้นในรูปแบบกิจกรรมกลางแจ้ง ณ แปลงปลูกกัญชงเลขที่ใบอนุญาต ชร 171/2564 (ป) &amp;nbsp;ของ นายศิริชัย ใจแปง พิกัดสถานที่ 19.745239, 99.711847 &amp;nbsp;ณ ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เสฐียรพงษ์ แก้วสด ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานนี้ว่า &amp;ldquo;การนำกัญชงมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้นั้น เนื่องจากกัญชงเป็นพืชที่นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะสารสกัดจากกัญชงมีมูลค่าสูงที่จะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การปลูกกัญชงได้มีใช้เทคโนโลยีปุ๋ยอินทรีย์และเทคโนโลยีเอนไซม์ จากประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถกระตุ้นให้กัญชงมีการสังเคราะห์และสะสมสาร CBD ในส่วนของใบสูงกว่าการปลูกปกติเกือบ 10 เท่า จึงมีปริมาณที่เหมาะสมต่อการนำไปสกัด โดยแปลงปลูกนี้ เป็นต้นแบบให้เกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีสัญญาการซื้อขายกัญชงกับบริษัทฯ รวมพื้นที่ทั้งหมด 1,600 ไร่ สร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรรวมทั้งภาคธุรกิจปลายน้ำที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทฯ &amp;nbsp;
ขณะนี้ตลาดโลกมีความต้องการสาร CBD ที่สกัดจากกัญชง สูงถึง 6,500 ตัน/ต่อปี และไม่เกิน 2 ปีจากนี้จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 7,500 ตัน &amp;nbsp;จึงมีภาครัฐและภาคเอกชน ให้ความสนใจ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่จะสามารถช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากได้ ให้กับเหล่าเกษตรกร &amp;nbsp;ให้ได้เปลี่ยนวิถีการผลิตเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีการเกษตรกรสมัยใหม่และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลในด้านบวก พร้อมเป็นห่วงโซ่แก่ธุรกิจที่จะเป็นการเติบโตของกัญชงในเชิงพาณิชย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ดร.เสฐียรพงษ์ กล่าวต่อว่า &amp;ldquo; ในตอนนี้ เกษตรกรสามารถปลูกกัญชง ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยบริษัทเฮมพ์ เวลเนส จำกัด &amp;nbsp;ได้มีข้อตกลงความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อนำสารสกัดจากกัญชงไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทในเครือของกลุ่มโรงพยาบาลยันฮี &amp;nbsp;และนอกจากนี้ยังมีโรงงาน OEM ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมอีกหลายราย &amp;nbsp;ดังนั้นทางเราจึงเร่งติดตั้งเครื่องจักร ซึ่งได้สั่งซื้อมาจากประเทศมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท ที่จะสามารถสกัดกัญชงได้มากกว่าวันละ 2 ตันน้ำหนักแห้ง เพื่อส่งมอบให้กับพันธมิตรเหล่านี้ ในขณะเดียวกันทางบริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยภาครัฐหลายแห่งในทางภาคเหนือ เพื่อวิจัยและพัฒนาการกำหนดมาตรฐาน คุณลักษณะและคุณสมบัติของสารพฤกษเคมีให้มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้ที่จะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างสูงสุด นับว่ากัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่น่าจับตามอง ที่จะยกระดับธุรกิจในกลุ่มสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม ยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสมุนไพร รวมทั้งยังใช้กับสัตว์ได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจสารสกัดซีบีดี (CBD) และผลิตภัณฑ์จากกัญชง ใบสด ใบแห้ง ใบชา และสนใจร่วมปลูกกัญชง หรือพัฒนาสายพันธุ์ร่วมกับบริษัทฯ สามารถติดต่อกับทางบริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด
CONTACT &amp;nbsp;0619262466 Line at : @thaihempwellness&amp;nbsp;
https://www.thaihempwellness.com/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสฐียรพงษ์ แก้วสด, ปลูกกัญชง​, เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614ec9c3d3a15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แหม่ม คัทลียา&#039;เหมาสับปะรด-ลำไย ช่วยเกษตรกรชาวเชียงราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งดาราสาวใจบุญที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวเชียงรายที่กำลังประสบภาวะสินค้าล้นตลาดในขณะนี้ &amp;nbsp;โดย แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ได้เหมาสับปะรดจำนวน 1 ตัน และลำไยอีก 300 กิโลกรัม โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมกับระบุข้อความว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แหม่มช่วยรับซื้อสับปะรดภูแลมา 1 ตัน และลำไย 300 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวเชียงรายที่กำลังประสบภาวะสินค้าล้นตลาดในขณะนี้ พรุ่งนี้ลูกค้าที่สั่งผลิตภัณฑ์สิรินทร์ฟาร์มไว้ แหม่มขออนุญาตฝากรับสับปะรด และลำไยไปให้รับประทานด้วยนะคะ เพื่อแทนคำขอบคุณที่อุดหนุนสิรินทร์ฟาร์มมาโดยตลอดค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้โพสต์อีกว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลำไย&amp;hellip;หวานอร่อยมากค่ะ ผลิตผลจากเกษตรกรชาวจังหวัดเชียงราย วันนี้เราจัดส่งให้ลูกค้าสิรินทร์ฟาร์มให้ได้ชิมกันด้วยนะคะ ท่านไหนได้รับ ได้ชิมแล้วส่งข่าวบ้างนะคะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม mcintosh&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเกษตรกร, เชียงราย, แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61331842eca48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งมท.กำชับ76จังหวัดวางแผนจัดการน้ำตลอดฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายทั้ง 8 อำเภอ กลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งไม่กระทบต่อการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กับประชาชนในพื้นที่ยังทำได้ต่อเนื่อง เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่คลัสเตอร์ ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้มอบหมายกระทรวงมหาดไทยกำชับทั้ง 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อวางแผนจัดการน้ำตลอดฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบ ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยในพื้นที่อำเภอเชียงของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำสำหรับระบายน้ำ อำเภอแม่สาย ระดับน้ำ ณ สะพานมิตรภาพกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รวมทั้งที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ได้ดำเนินการแก้ไขดินโคลนสไลด์และเสาไฟที่ล้มปิดถนนเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ในส่วนอำเภอแม่จัน ผู้ว่าราชการ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ สมาคมในพื้นที่ ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มาจากเหตุฝนตามฤดูกาล แต่เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากกตกบริเวณดอยที่สูง และไหลลงพื้นที่ลุ่ม ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการในระดับท้องถิ่นได้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า รวมทั้งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุทันที ขณะเดียวกันจังหวัดได้เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เราทำดี ด้วยหัวใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วด้วย ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ไม่กระทบต่อการดำเนินการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดของจังหวัด เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมไม่มีคลัสเตอร์เสี่ยง หลังจากนี้จังหวัดจะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องและจะได้รายงานให้ผู้บริหารทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและคาดการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลทรัพยากรน้ำให้เป็นประโยชน์ เพื่อวางแผนทำงานเชิงป้องกันก่อนเกิดผลกระทบโดยเฉพาะการแจ้งเตือน รวมถึงสื่อสารสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบสถานการณ์น้ำล่วงหน้าด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113688</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, เชียงราย, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e43e53578d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นคิด!รวบอดีตผู้ใหญ่บ้านผันตัวนำขบวนค้ายาบ้าล็อตใหญ่เกือบ5แสนเม็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภาค 5 ให้ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สืบสวน ภ.จว.เชียงราย ร่วมกับ พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผกก.สภ.เชียงแสน ทำการสืบสวน และขยายผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดพร้อมของกลาง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน คือ นายวีรพล แซ่ซ้ง อายุ 42 ปี &amp;nbsp;อดีตผู้ใหญ่บ้านม้งเก้า หมู่ที่ 9 , นายสุชาติ แซ่ส้ง อายุ 26 ปี , นายล่า แซ่เล่า อายุ 25 ปี ทั้ง 3 อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และ นายนุพล แซ่คง อายุ 24 ปี หมู่ที่ 7 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 496,000 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ประจวบ ระบุว่าในการสืบสวน&amp;nbsp;พบรถยนต์กระบะจำนวน 3 คัน ขับออกมาจากหมู่บ้านม้งเก้าหลัง หมู่ที่ 9 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง พื้นที่ชายแดนติดประเทศเมียนมา มุ่งหน้าสู่ อ.เชียงแสน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งได้ตั้งจุดสกัดกั้นและด่านตรวจที่ บริเวณสี่แยกวงเวียนช้างงู ต.เวียง อ.เชียงแสน จึงได้ให้สัญญานหยุดรถยนต์กระบะทั้ง 3 คันซึ่งขับตามกันมา โดยมีรถกระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีเทา ทะเบียน ผต 2142 จ.เชียงราย ขับมาเป็นคันแรก รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บว 7881 จ.เชียงราย และรถกระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กต 2344 จ.พะเยา ขับตามมาตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นครั้งแรกไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนในรถ แต่พบคนขับให้การแบบมีพิรุธ จึงนำทั้งหมดไปตรวจค้นต่อที่โรงพัก พบที่ท้ายรถกระบะ มีร่องรอยการปะเชื่อม และพ่นสีทับ จึงได้เปิดงัดออก พบว่าเป็นช่องลับ ภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 496,000 เม็ด จากการสอบสวน ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้าง 200,000 บาท เพื่อนำยาบ้าไปส่งยังพื้นที่ภูชี้ฟ้า แล้วจะมีคนมารับช่วงต่อ โดยต้นทางจะติดต่อมา จากการสอบขยายผลต่อ ไม่ปรากฏมีผู้กระทำผิดมารับยาบ้าต่อ &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาบ้า, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa088b8d06f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน 4 จังหวัด กรุงเทพ-นนท์-ปทุม-สมุทรปราการไปเชียงรายไม่ฉีดวัคซีนต้องกักตัว 14 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2564-รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)เรื่อง ผู้โดยสารเครื่องบินที่จะเดินทางเข้าเชียงรายหากไม่มีเอกสารรับรองฉีดวัคซีนครบหรือไม่มีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต้องกักตัว 14 วัน โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายได้มีประกาศ เรื่อง กำหนดมาตรการปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย สั่ง ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่กรุงเทพมหานคร ,นนทบุรี ,ปทุมธานี และสมุทรปราการ หากเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงรายจะต้องมีผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT PCR หรือAntigen Rapid Test ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม โดยให้ผู้เดินทางปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากผู้เดินทางไม่มีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย ให้กักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้เป็นเวลา 14 วัน หรือเท่าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่หากมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย ต้องกักกันตนเองอย่างเข้มข้นที่บ้านหรือที่พักอาศัย เป็นเวลา14 วัน หรือเท่าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรายโดยเครื่องบิน จัดเตรียมหลักฐานผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT PCR หรือ Antigen Rapid Test ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือหลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่สายการบินตั้งแต่ท่าอากาศยานต้นทาง และปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงรายที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103579</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว 14 วัน, ฉีดวัคซีน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.), เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6219bee512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงรายเจอ &#039;คลัสเตอร์วงลาบดิบ&#039; ติดเชื้อเพิ่ม 19 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย รายงานสถานการณ์ว่าได้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีกจำนวน 19 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมเดือน เม.ย.นี้แล้วจำนวน 247 ราย รักษาหายแล้ว 44 ราย ทำให้คงเหลือผู้ที่รักษาตัวอยู่จำนวน 203 ราย โดยอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 53 ราย สถานที่ดูแลผู้ป่วย &amp;nbsp;53 ราย และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 97 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบผู้ป่วยมากที่สุดในเขต อ.เมืองเชียงราย ครบ 100 คนแล้วโดยวันนี้เพิ่มขึ้น 4 ราย รองลงมาคือ อ.แม่สาย จำนวน 70 ราย โดยวันเดียวกันนี้เพิ่มขึ้น 5 ราย โดยทั้ง 18 อำเภอของ จ.เชียงราย คงเหลือเพียง 3 อำเภอที่ยังไม่พบผู้ป่วยคือ อ.ดอยหลวง อ.เวียงเชียงรุ้ง และ อ.ป่าแดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย ได้สรุปผลการสอบสวนโรค ณ วันที่ 23 เม.ย.2564 ว่ากรณีพบผู้ติดเชื้อภายในพื้นที่จังหวัดเพิ่มขึ้นนั้น ได้ตรวจสอบจากผู้ป่วยจำนวน 122 ราย พบว่าในจำนวน 84 ราย หรือร้อยละ 69 ของผู้ป่วยทั้งหมดมีสาเหตุของการติดเชื้อมาจากพฤติกรรมเสี่ยงคือ การจัดกินเลี้ยงสังสรรค์ นัดพบปะเพื่อนฝูง รับประทานอาหารร่วมกัน ร่วมงานบุญ และไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ารวมทั้งไม่เว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นล่าสุดทางสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย จึงมีประกาศขอให้ประชาชนงดพฤติกรรมเสี่ยงโดยเฉพาะเลี่ยงพบปะกันและหยุดการสังสรรค์ในช่วงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข อ.แม่สาย พบได้ตรวจพบคลัสเตอร์ที่เกิดจากงานเลี้ยงหลายรายโดยที่ ต.โป่งงาม ซึ่งพบผู้ป่วยจำนวน 29 รายพบว่ามีถึง 4 รายที่มีอาการป่วยหลังร่วมวงกินลาบดิบจนทำให้ติดเชื้อยกวง นอกจากนี้ยังมีหลายรายใน ต.เวียงพางคำ ที่ติดเชื้อหลายคนจากการไปร่วมพิธีขึ้นบ้านใหม่ทั้งในพื้นที่ของตัวเองและเดินทางออกไปร่วมงานนอกพื้นที่ โดยในงานเดียวกันดังกล่าวทำให้เกิดผู้ป่วยในหลายหมู่บ้านเป็นกลุ่มหรือคลัสเตอร์งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่อีกด้วย ส่วนรายอื่นๆที่เหลือเกิดจากการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อจากนอกพื้นที่ จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.วัชพงศ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียราย ได้ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยที่หายกลับบ้านได้จำนวน 14 รายให้ปฏิบัติตนได่อย่างถูกต้องจนกว่าจะครบกำหนดจึงออกมาใช้ชีวิตตามปกติแต่ก็ต้องป้องกันการติดเชื้อรอบใหม่ด้วยเช่นกัน ขณะที่แพทย์หญิงสุดานี บูรณเบญจเสถียร รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย ได้รับมอบหมายให้เข้าซักซ้อมทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย ณ ศูนย์ประชุมนครเชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ที่การเตรียมเตียงรองรับเอาไว้แล้วจำนวน 250 เตียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100582</URL_LINK>
                <HASHTAG>เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60840dd3b93b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
