<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>    ไม่รอดซิ่งขนยาบ้า! กองกำลังผาเมืองไล่ทันวิธีใหม่ สกัดได้เกือบแสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 - พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ภายหลังนำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจ จุดสกัดเพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายของกองกำลังป้องกันชายแดนด้านจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บริเวณจุดตรวจบ้านหัวปาย &amp;nbsp;ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังตั้งจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยขับขี่จักรยานยนต์สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จากกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบเป้สะพายหลังสีเทา ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 90,000 เม็ด จึงได้นำของกลางส่ง สภ.เวียงแหง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวว่า จากการข่าวในพื้นที่ชายแดนพบว่า กลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าพื้นที่ตอนใน โดยใช้จักรยานยนต์ในการขนส่งและการขนส่งยาเสพติดในแต่ละครั้งปริมาณไม่เกินครั้งละ 100,000 เม็ด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ดั้งนั้นได้แจ้งเตือนหน่วยในพื้นที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, ยาบ้า, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61629fd08c3d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดคดีหนุ่มสาวร่วมเพศริมถนนต้นยางนาเชียงใหม่ สอบอีก 70 คลิป สาวเส้นทางการเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีวีรชน บุญทวี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พลตำรวจตรี วรพงษ์ คำลือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และพลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีการจับกุมสองหนุ่มสาวคู่รักที่ถ่ายคลิปร่วมเพศริมถนนต้นยางนา ถนนเชียงใหม่-ลำพูน พื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการนำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์ม OnlyFans และสื่อออนไลน์จนเกิดเรื่องอื้อฉาวและวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างหนัก เนื่องจากชาวบ้านเชื่อกันว่าทำให้เกิดอาเพศฝนตกหนักพายุถล่มจนต้นยางล้มหลายต้นสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 สืบทราบว่าหนุ่มสาวตามคลิปดังกล่าวคือ นายเอ (นามสมมติ) ชาวจังหวัดน่าน และนางสาวบี (นามสมมติ) ชาวอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่จังหวัดพะเยาเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างหลบหนี โดยทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าเป็นชายหญิงในคลิปดังกล่าวจริง &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวมาตรวจค้นที่บ้านพักในอำเภอสันกำแพงพบหลักฐานเป็นจำนวนมาก ทั้งชุดคอสเพลย์ที่ใช้ถ่ายทำคลิปกว่า 20 ชุด รวมทั้งคอมพิวเตอร์, ฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ผลิตคลิป ตลอดจนสมุดบัญชีธนาคารกว่า 10 เล่ม ทั้งนี้ได้ตรวจยึดของกลางไว้และควบคุมตัวส่งดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า เบื้องต้นหนุ่มสาวคู่นี้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุตามคลิปที่เป็นข่าวอื้อฉาวจริง โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ถ่ายคลิปดังกล่าวช่วงไม่กี่เดือนก่อน และที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 63 ได้ทำการถ่ายคลิปร่วมเพศตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ถนนต้นยาง, แม่ออน และต่างจังหวัด รวมแล้วประมาณ 70 คลิป นำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มที่มีการเรียกเก็บเงินจากสมาชิกที่ต้องการดูคลิป ทั้งเว็บ OnlyFans และอื่นๆ รวม 4-5 ช่องทาง ซึ่งมีรายได้จากการดูของสมาชิกรายละ 500 บาท แต่อ้างว่าไม่ได้มีรายได้รวมมากมายเท่าใด เบื้องต้น ดำเนินคดีฐานความผิดกระทำการอันขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล, ความผิดฐานทำ ผลิต มีไว้หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร และความผิดฐานนำเข้าสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลการจับกุมด้วยการตรวจสอบดำเนินคดีแต่ละคลิปทั้ง 70 คลิป และตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินก็จะต้องมีการดำเนินการด้วย รวมทั้งสันนิษฐานว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3-4 คน เช่น รับเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหากพบร่วมทำผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า จากข้อมูลพบว่ามีชายหนุ่มหญิงสาวที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกันนี้อีกเป็นจำนวนมากที่ผลิตคลิปโป๊ส่วนตัวออกเผยแพร่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงเป็นการกระทำผิดศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังมีความผิดตามกฎหมาย จึงอยากเตือนให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งขอความร่วมมือพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยสอดส่องดูแลลูกหลานไม่ให้มีพฤติกรรมดังกล่าวด้วย โดย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอดส่องตรวจตราอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายทุกรายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118824</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bf8f0c7002.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน ต้นยางนา200ปีหักโค่น ล้มทับบ้านเรือนเสียหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3 ต.ค.64 - นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ หมู่ที่ 2-8 และหมู่ที่ 10 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน (สายเก่า) ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีต้นยางนาอายุกว่า150ปีโค่นล้ม 10 ต้น ต้นไม้ใหญ่โค่นล้ม 2 ต้น เสาไฟฟ้าแรงสูงเสียหาย 41 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำเสียหาย 8 ต้น บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 77 หลังคาเรือน และมีเสียหายหนักทั้งหลัง 5 หลังคาเรือน
นายรัฐพล กล่าวว่า &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวส่งผลให้ไฟฟ้าดับในพื้นที่เป็นวงกว้างกว่า 2,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงยังคง ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าได้มากที่สุด และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 95 % ส่วนกางวางแผนในการตัดต้นไม้ที่โค่นล้ม อยู่ระหว่างการดำเนินการ ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 2 ราย ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อประสานการปฏิบัติการครั้งนี้ที่เทศบาลตำบลสารภี เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ตลอดจนสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นยางนา, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61597757ac423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิยดา&#039; ซัดทอดครอบครัวแฟนตัวการใหญ่หลอกขายมือถือ ตร.ฝากขังค้านประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - ที่สถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวนควบคุมตัวนางสาวพิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีหลอกขายโทรศัพท์มือถือ ที่กำลังเป็นที่สนใจเวลานี้​ เพื่อ​ทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในการทำสำนวนดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ก่อนจะนำตัวนางสาวพิยดา ออกจากสถานีตำรวจนาหวาย ไปควบคุมตัวต่อไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พนักงานสอบสวนไปศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังนางสาวพิยดา โดยที่ทนายความของนางสาวพิยดา ตามไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นางสาวพิยดา เปิดเผยระหว่างที่เดินลงจากสถานีตำรวจไปขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหาว่า รู้สึกเสียใจที่ตกเป็นเครื่องมือถูกหลอกใช้จากครอบครัวของแฟนหนุ่มในการก่อเหตุกระทำความผิดหลอกขายโทรศัพท์มือถือจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งยืนยันว่า​ ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเลย แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ในการก่อเหตุและโยนความผิดมาให้รับคนเดียว กรณีของ &amp;ldquo;น้องก้อง&amp;rdquo; นักเรียนชายชั้น ม.2 อายุ 14 ปีที่เสียชีวิตนั้น ตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้เป็นคนหลอกขายโทรศัพท์ให้ตามที่มีการพาดพิงถึง อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นคดีและมีชื่อตัวเองตกเป็นผู้ต้องหาแล้วก็รู้สึกเสียใจและขอโทษครอบครัวของผู้เสียหายด้วย​ จากนี้ก็ขอต่อสู้ทางคดีตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิเชียร อินเรน ทนายความส่วนตัวของนางสาวพิยดา เปิดเผยว่า เบื้องต้นถึงเวลานี้ลูกความให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจากนี้กำลังเร่งตรวจสอบรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับรายรับรายจ่ายเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการต่อสู้คดี ส่วนประเด็นที่นางสาวพิยด้าอ้างว่าครอบครัวของแฟนหนุ่มเป็นผู้บงการทั้งหมด โดยที่ตัวนางสาวพิยดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นด้วยนั้น ตัวเองยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ในกรณีเงินจำนวน 700,000 บาท ที่พ่อและแม่เลี้ยงเตรียมมาเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว แต่ถูกตำรวจอายัดไปตรวจสอบนั้น กำลังเร่งทำเรื่องขอคืนจากตำรวจ และกำลังรอว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ขอออกความเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ สำหรับการขอประกันตัวนางสาวพิยดานั้น จะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะพยายามทำให้ทันภายในวันนี้ ส่วนจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขอฝากขังนางสาวพิยดา ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในชั้นสอบสวนทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนขั้นตอนการยื่นประกันตัวในชั้นศาลนั้นเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้แต่ก็เป็นดุลพินิจ​ของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานแจ้งว่า ทางครอบครัวของนางสาวพิยดา พร้อมทนายความ เตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ตามขั้นตอน หากศาลให้ประกันตัวก็มีหมายจับจากพื้นที่อื่นเตรียมอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไปแล้ว แต่หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการส่งตัวนางสาวพิยดาไปควบคุมอยู่ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างดำเนินคดี เนื่องจากอายุยังครบ 20 ปี และหากได้รับการปล่อยตัวก็ยังมีหมายจับจากพื้นที่อื่นๆหลายคดีเตรียมอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, พิยดา, หลอกขายมือถือ, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6154316179107.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาฏิหาริย์มีจริงพบ’น้องจีน่า’แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8​ ก.ย.- กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายเสี่ยว อายุ 44 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งมีความคุ้นเคยกับครอบครัว &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; รับสารภาพว่าเป็นคนที่นำตัว &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; ไปเอง โดยอ้างว่านำไปสังเวยเจ้าป่าเจ้าเขา ด้วยการนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่งห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตรนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังและพบน้องจีน่าแล้ว &amp;nbsp;ปลอดภัยดี เจอที่กระท่อมในสวนข้างๆ หมู่บ้าน โดยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116027</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องจีน่า, เจ้าป่าเจ้าเขา, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61382ab02ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มอังกฤษ ค้าโคเคน-ยาอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 รวบหนุ่มอังกฤษพร้อมแฟนสาวชาวไทย พร้อมของกลางหลายรายการ ทั้งโคเคน ยาอี และกัญชา หลังตระเวนออกขายให้ลูกค้าทั่วเมืองเชียงใหม่ สารภาพสั่งซื้อออนไลน์จากต่างประเทศด้วยการใช้บิตคอยน์ อ้างรายได้ช่วยเหลือคนเดือดร้อนโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2564 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการจับกุมตัว นาย MITESH GOVIND VARSANI อายุ 38 ปี สัญชาติอังกฤษ และนางสาวสิริพร สุนทรจามร ชื่อเล่นฝ้าย อายุ 32 ปี แฟนสาวชาวไทยที่มีอาชีพเป็นดีเจ พร้อมของกลางยาเสพติด ทั้งโคเคน ไอซ์ และกัญชา เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องทางจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าทั้งสองคนมีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้รถตู้และรถเก๋งเป็นพาหนะในการนำยาเสพติดส่งมอบแก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อตามนัดหมายในเมืองเชียงใหม่ จึงมีการติดตามสืบสวนอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้วางแผนให้สายลับติดต่อซื้อโคเคนและยาอีจากนางสาวสิริพรผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยตกลงซื้อโคเคน จำนวน 2 ถุง ในราคา 8,000 บาท และยาอี จำนวน 3 เม็ด ราคา 3,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 11,000 บาท ซึ่งนางสาวสิริพรให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร พร้อมนัดส่งมอบของในช่วงบ่าย วันที่ 3 ส.ค.2564 บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งย่านนิมมานเหมินทร์ โดยนางสาวสิริพรแจ้งว่าจะให้แกร็บนำมาส่ง เมื่อถึงเวลานัดหมายปรากฏว่า นาย MITESH GOVIND VARSANI ได้ขับรถตู้สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮก 1431 กรุงเทพฯ นำยาเสพติดมาส่งด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวขอเข้าทำการตรวจค้น พบโคเคนแบ่งบรรจุในซองพลาสติก และยาอี จำนวน 3 เม็ด อำพรางด้วยการใส่กล่องขนมช็อกโกแลตซุกซ่อนไว้ในรถตู้ จากนั้นได้ควบคุมตัวนาย MITESH GOVIND VARSANI ให้นำพาไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 233/289 หมู่ 15 ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นบ้านในหมู่บ้านจัดสรร ตรวจค้นพบโคเคนแบบแท่งจำนวนหลายแท่ง และกัญชา รวมทั้งรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรลลา อัลติส สีเทา ทะเบียน งร 9280 เชียงใหม่ จึงทำการตรวจยึด พร้อมจับกุมตัวนางสาวสิริพร จากนั้นควบคุมตัวทั้งสองคนและของกลางนำไปสอบสวนต่อ พร้อมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น นาย MITESH GOVIND VARSANI ให้การยอมรับสารภาพว่ากัญชาเป็นของตัวเองมีไว้เพื่อเสพ ส่วนโคเคนและยาอีมีไว้เพื่อจำหน่ายจริง โดยโคเคนจะสั่งซื้อมาจากต่างประเทศผ่านการช็อปปิ้งออนไลน์และจ่ายเงินเป็นบิตคอยน์ นำเข้ามาจำหน่ายให้ลูกค้าที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปเท่านั้น ไม่จำหน่ายให้เด็กอย่างเด็ดขาด อีกทั้งเงินที่ได้จากการขายยังนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากโควิด-19 ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางสาวสิริพรให้การยอมรับว่าทำหน้าที่ในการพูดคุยติดต่อกับลูกค้าและจัดการเรื่องเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; แก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าโคเคน, ซื้อออนไลน์, ยาอี, รวบหนุ่มอังกฤษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงใหม่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แฟนสาวชาวไทย, ใช้บิตคอยน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่ เปิดผู้สูงอายุและป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค วอล์กอิน ฉีดวัคซีน  ประกาศงดจองคิวผ่าน หมอพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่ ประกาศความพร้อมในการฉีดวัคซีน สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนผ่านเว็บไซต์&amp;quot;ก๋ำแปงเวียง&amp;quot; โดยจะมีการทยอยเรียกฉีดตามคิวผู้จอง ผ่านระบบ SMS ขณะเดียวกันยังขยายวันสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป , กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เรื้อรัง และกลุ่มผู้มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ที่สามารถวอล์ก อิน Walk in ณ ศูนย์ฉีดวัดซีน อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้นแล้ว ทางจังหวัดเชียงใหม่ยังได้ประกาศเพิ่มเติมว่า ชาวเชียงใหม่งดจองคิวในระบบ &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot;เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้คิวในระบบ &amp;quot;ก๋ำแปงเวียง&amp;quot; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ่านประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กำแปงเวียงพร้อมฉีด... วัคซีนให้ชาวเชียงใหม่
วันที่ 1 สิงหาคม 2564 ให้แก่...
- กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
- กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค
รับ Walk in เฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้น
ณ ศูนย์ฉีดวัดซีน อุทยานหลวงราชพฤกษ์
ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.00 น.
สำหรับกลุ่มอื่นๆที่จองคิวไว้ในเว็บไซต์ &amp;quot;กำแปงเวียง&amp;quot;จะถูกเรียกตามคิว ผ่านระบบ SMS
ทั้งนี้ขอแจ้ง!!!ชาวเชียงใหม่ งดจองคิวในระบบ &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot;เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้คิวในระบบ &amp;quot;กำแปงเวียง&amp;quot; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6105ed4fcb8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
