<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีผวาโควิด!ขอปิด16-25เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14​ เม.ย.64 - สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แจ้งปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส COVID &amp;ndash; 19​ โดยนายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะติดตามการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส COVID - 19 เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2564 มีมติให้ปิดการให้บริการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการควบคุมและลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID - 19 ที่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเป็นแหล่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID - 19 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงขอหยุดการให้บริการเข้าเที่ยวชมภายในบริเวณเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ในทุกพื้นที่รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ทุกกิจกรรม เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 16&amp;ndash; 25 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีกรณีจำเป็น เช่น เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น หรือมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม จะมีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการปิด - เปิด การให้บริการตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้กำชับผู้ปฏิบัติงานให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID - 19 พร้อมทั้งได้มีมาตรการการปฏิบัติงานนอกพื้นที่สำนักงาน (Work Form Home) และกระจายการปฏิบัติงานที่ไม่เกิดการรวมกลุ่มกัน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ เตรียมรองรับการเปิดให้บริการอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่​ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีผู้เข้ารับการตรวจ หาเชื้อต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากการตรวจเชิงรุก และเริ่มพบผู้ติดเชื้อกระจายไปหลายอำเภอ แต่ละอำเภอก็ได้มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชน พร้อมยึดแนวทางปฏิบัติตามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่และ​ ศบค.กลาง พร้อมลดความเสี่ยงในกิจกรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไปพร้อมกัน​ ทำให้บรรยากาศเงียบเหงาไปถนัดตา รวมทั้งการทำบุญตามหัววัดต่างๆ ก็เงียบเหงาไปด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99446</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน), เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60766bdbe1127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&#039; แจงเสือโคร่งตายรวด 3 ตัวพบติดเชื้อ &#039;หัดแมว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.62 - หลังจากที่มีกระแสข่าวเสือโคร่งตายในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ล่าสุด&amp;nbsp;นายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ได้ชี้แจงการเสียชีวิตของเสือโคร่งดังกล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจากสาเหตุของโรคหัดแมว ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีความชื้นสูง โดยในช่วงดังกล่าวเกิดฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงหน้าฝนเป็นปกติที่มักเกิดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทุกปีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้มีการป้องกันเป็นปกติ โดยการฉีดวัคซีนให้กับเสือ สำหรับโรคที่เกิดขึ้นกับเสือทั้งสามตัวอาจเป็นเพราะมีภูมิต้านทานไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันความชื้นโดยใช้ทรายโรยที่พื้นให้แห้ง&amp;nbsp;และใช้ปูนขาวโรยรอบพื้นที่ฆ่าเชื้อโรค เพิ่มวัคซีนให้กับเสือทุกชนิด และสามารถควบคุมโรคได้ในเวลา 1 สัปดาห์ ไม่เกิดการแพร่ระบาดแก่เสือตัวอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพาหะที่ทำให้เกิดโรคนั้นเป็นเชื้อไข้หวัดแมวเป็นเชื้อที่มาทางอากาศ ซึ่งความชื้นทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้รวดเร็ว หรืออาจมาจากน้ำที่ไหลเข้ามา&amp;nbsp; ซึ่งอาจมาจากต้นน้ำและไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากแหล่งใด&amp;nbsp; นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องทำพื้นที่ให้แห้งที่สุด&amp;nbsp;ตอนนี้ทุกอย่างหยุดหมด ไม่มีโรคระบาด ไม่มีเสือป่วยแล้วและโรคนี้เป็นโรคที่ไม่ติดต่อสู่คน และไม่เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเสือที่เสียชีวิตจำนวน 3 ตัว ประกอบด้วย เสือโคร่งเบงกอล&amp;nbsp;ชื่อ ซีด วัย 15 ปี เสือโคร่งอินโดจีน ชื่อปุ่น วัย 9 ปี และเสือโคร่งขาว วัย 6 ปี ทั้งหมดเป็นเพศเมีย ที่เหลือได้รับการดูแลและรับวัคซีนหมดแล้ว จึงไม่อยากให้ตื่นตระหนก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงใหม่, สำนักงานพัฒนาพิงคนคร, หัดแมว, เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี, เสือโคร่งตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d822ee6e02e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
