<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณร้องบิ๊กตู่ ค้านใช้ที่ดินมักกะสันเชื่อม3สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ขอคัดค้าน TOR รฟท. เอื้อนายทุนนำที่ดินของชาติ ที่มักกะสันไปประเคนให้ EEC&amp;quot; ว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 ประกาศเงื่อนไขการประมูล TOR สำหรับโครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินซึ่งมีการใช้ที่ดินมักกะสันของการรถไฟฯ นั้น พบว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์ และอาจผิดกฎหมายหลายประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1. โครงการดังกล่าวรัฐบาลอ้างว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพมหานครและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ พัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ บริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพฯกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp; และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา และการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวว่ารัฐจะอนุญาตให้เอกชนผู้พัฒนาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ได้สิทธิใช้ที่ดินมักกะสัน เริ่มต้นด้วยเนื้อที่ 140 ไร่ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่รัฐเพียงเล็กน้อย และถึงแม้เอกชนจะมีภาระต้องจ่ายเงินชดเชยขาดทุนของการรถไฟฯ อีก 1 หมื่นล้านบาท แต่คณะตรวจสอบภาคประชาชนมีความเห็นว่าเป็นค่าตอบแทนที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าปัจจุบันของที่ดิน 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะมีการขยายขอบเขตไปครอบคลุมที่ดินเกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2. การที่ผลประโยชน์ทั้งหมดไม่ตกแก่การรถไฟฯ เป็นการผิดพระราชปณิธาน เพราะที่ดินมักกะสันเป็นที่ดินที่ล้นเหล้ารัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานเพื่อใช้พัฒนากิจการรถไฟ ดังนั้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวมิได้ก่อประโยชน์ให้ตกแก่การรถไฟฯ แต่ผู้เดียว จึงจะเป็นการผิดไปจากพระราชปณิธาน ดังนี้ (1) โครงการรถไฟที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานนั้น วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความสะดวกในการเดินทางเพื่อใช้ท่าอากาศยานทั้งสามแห่ง ประโยชน์หลักจึงตกอยู่กับท่าอากาศยานทั้งสาม โดยทำให้มีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้น แต่ผลกำไรจากรถไฟดังกล่าวมิได้ตกเป็นของการรถไฟฯ ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อทำให้ผลประโยชน์ไปตกแก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในทางเทคนิค ที่ดินมักกะสันที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการเชื่อมโยงบริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชานั้น จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น การยกให้เอกชนได้สิทธิใช้ที่ดินมากถึง 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสัน จึงเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 สายทางดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) TOR ระบุว่าที่ดิน 140 ไร่ดังกล่าว จะใช้เพื่อการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ แต่ในข้อเท็จจริง พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการเชื่อมโยง 3 สายทางรถไฟ จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น พื้นที่ส่วนที่เหลือในเนื้อที่ 140 ไร่และต่อไปน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันนั้น จึงมิใช่พื้นที่สำหรับสนับสนุนบริการรถไฟอย่างแท้จริง แต่ตามที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้า น่าจะเป็นการอ้างคำพูดดังกล่าว เพียงเพื่อจะพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน ซึ่งนอกจากเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 เส้นทางดังกล่าวแล้ว ผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์ มิได้ตกแก่การรถไฟฯ แต่จะไปตกแก่ภาคเอกชนผู้พัฒนารถไฟเชื่อมท่าอากาศยานแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) วิธีพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าที่ดินมักกะสัน หรือที่ดินอื่นของการรถไฟ โดยให้ผลประโยชน์ทั้งหมดตกแก่การรถไฟฯ อันเป็นไปตามพระราชปณิธาน นั้น จะต้องให้การรถไฟฯ หรือบริษัทลูกที่การรถไฟฯ ถือหุ้นทั้งหมดตลอดเวลา เป็นผู้จัดการพัฒนาที่ดิน โดยว่าจ้างบริการจากผู้ที่มีประสบการณ์ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจจะเสนอรับค่าจ้างเป็นสัดส่วนจากรายได้ที่เกิดขึ้นในโครงการ และคัดเลือกโดยวิธีประมูลแข่งขันอัตราค่าจ้าง จึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3. การรวมโครงการทำให้รัฐไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจาก (ก) ที่ดินมักกะสันเป็นโครงการใหญ่ในตัวเอง และเนื่องจากจะใช้เพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แบบหลากหลาย โดยมิใช่งานอุตสาหกรรม หรืองานโกดังเก็บสินค้า ดังนั้น ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาที่ดินมักกะสัน จึงมิได้ขึ้นอยู่กับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง (ข) ความรู้และความชำนาญในการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ก็ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงดังเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง จึงสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อยๆ เพื่อจะเปิดให้มีนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและแม้แต่ขนาดย่อมเข้ามาแข่งขันได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ค) รัฐควรเป็นผู้กำหนดแผนผังแบ่งพื้นที่มักกะสันเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เอง เพื่อจะสามารถกันพื้นที่สำหรับสาธารณะให้พอเพียงอย่างเหมาะสม แทนที่จะมอบให้เอกชนเป็นผู้พิจารณา (ง) ตำแหน่งที่ตั้งและลักษณะของการใช้งานของพื้นที่มักกะสันนั้น เป็นเอกเทศอิสระจากพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างสิ้นเชิง และในเชิงเทคนิค โครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งก็ใช้พื้นที่มักกะสันแต่เพียงเล็กน้อย โดยมีส่วนอื่นใดที่จะใช้พื้นที่มักกะสัน จึงไม่มีเหตุผลที่จะเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปไว้ในโครงการดังกล่าว (จ) การนำเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปผูกรวมกับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง จะทำให้โครงการมีขนาดยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีผู้เข้าแข่งขันน้อยลง และเป็นการทำให้รัฐไม่ได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ฉ) เนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งเป็นประโยชน์แก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ ถ้าจำนวนผู้ใช้ในช่วงแรกและอัตราค่าโดยสารไม่คุ้มทุน รัฐบาลก็ควรกำหนดให้ท่าอากาศยานซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่ถูกควบคุมราคา และมีกำไรสูง ให้เป็นผู้อุดหนุน และเนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งจะก่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น รัฐจึงสามารถใช้รายได้รวมจากระบบงบประมาณแผ่นดินมาอุดหนุนได้อีกด้วย แต่ไม่สมควรใช้ทรัพยากรจากการรถไฟฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุผลดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และเครือข่ายกัลยาณมิตร คณะตรวจสอบภาคประชาชน&amp;nbsp; สหภาพของพนักงานการรถไฟฯ และผู้แทนสหภาพรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่ง มีความเห็นร่วมว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม และผิดกฎหมายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 164 (1) เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์และไม่ตรงกับพระราชปณิธาน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข TOR โดยพลัน และระหว่างนี้ ก็ขอให้ชะลอการประมูลแข่งขันในโครงการนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งและมีฝ่ายค้านในรัฐสภาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบให้เข้มแข็งเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมและกัลยาณมิตร จะร่วมกันเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 24 ก.ค. 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล และเวลา 11.30 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อกระทรวงคมนาคม ต่อไปด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ที่ดินมักกะสัน, นายกฯ, บิ๊กตู๋, รฟท., ศรีสุวรรณ, อีอีซี, เชื่อม3สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มี.ค.เปิดชิงเค้กไฮสปีดเทรนเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รฟท.&amp;rdquo; ขีดเส้น มี.ค. 2561 เปิดประมูลรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.15 แสนล้าบาท ฟุ้งเอกชนไทย-เทศรุมตอม แจงอยู่ระหว่างยกเครื่องกฎหมายเปิดทางต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.61-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ช่วงกรุงเทพฯ - ระยอง วงเงินลงทุน 2.15 แสนล้านบาท ว่า เตรียมเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) และเชิญชวนเอกชนซื้อซองประกวดราคาได้ภายในเดือน มี.ค. 2561 เพื่อเร่งเปิดประมูลโครงการต่อไป สำหรับรูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบ PPP Net Cost ให้เอกชนเป็นผู้บริหารและรับความเสี่ยงโครงการทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีเอกชนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจอย่างมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับแนวทางการลงทุนนั้นจะเหมือนกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลือง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่างานโยธาให้ทั้งหมด ซึ่งมีเงื่อนไขว่าจะจ่ายเงินให้เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะที่วงเงินลงทุนโครงการแบ่งเป็นค่างานโยธา 50% ของวงเงินลงทุน หรือคิดเป็น 1.15 แสนล้านบาท ขณะที่ค่างานระบบและตัวรถจะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการแก้ไขกฎหมายการลงทุนของโครงการ อาทิ การพิจารณาให้ต่างชาติถือหุ้นในโครงการเกิน 50% และการปรับกฎหมายสิทธิประโยชน์การใช้ที่ดินมักกะสันให้เป็นเงื่อนไขเดียวกับพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) แม้จะอยู่นอกพื้นที่ดังกล่าวก็ตาม เนื่องจากที่มักกะสัน แปลงเอ จำนวน 130 ไร่ ต้องยกให้เอกชนเข้ามาบริหาร ซึ่งมีระยะเวลาสัมปทาน จำนวน 50 ปี และเมื่อหมดอายุสัมปทานจะต้องคืนพื้นที่ให้ รฟท. และไม่สามารถต่อสัมปทานได้อีก ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาพื้นที่ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3759</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูง, รถไฟทางคู่, อานนท์  เหลืองบริบูรณ์, เชื่อม3สนามบิน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54d7add1fcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
