<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะลึก ‘เชื้อเพลิง’ ผลิตไฟฟ้า ต้องดูให้ครบทุกด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ไฟฟ้า&amp;rsquo; ได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศทั่วโลก การบริหารจัดการไฟฟ้าจึงเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในแต่ละประเทศให้ความสำคัญ เพราะนั่นหมายถึง &amp;lsquo;ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาเป็นไฟฟ้าให้เราได้ใช้กันอย่างวันนี้ จำเป็นต้องวางแผนการใช้ &amp;ldquo;เชื้อเพลิง&amp;rdquo; ให้เหมาะสม &amp;lsquo;ตามบริบทของแต่ละประเทศ&amp;rsquo; ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ สภาพภูมิศาสตร์ และความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดนโยบายให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มีคุณภาพที่ดี มีราคาที่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแล้ว ต้องคำนึงถึงข้อดี-ข้อจำกัดของแต่ละเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ความมั่นคงในระบบไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของเรานั้นผูกติดอยู่กับไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าต้องมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การเลือกเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้า จึงต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางพลังงาน และเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบัน &amp;lsquo;ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และนิวเคลียร์&amp;rsquo; (รวมไปถึงชีวมวล และขยะ หากมีปริมาณเพียงพอ) ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงหลักที่หลายประเทศเลือกใช้ เพราะเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเทศชั้นนำของโลกต่างคำนึงถึงเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงและแข่งขันได้ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างประเทศเยอรมนี เป็นที่ทราบกันดีว่า แม้กำลังผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนจะมีมากถึง 53.3% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่า เชื้อเพลิงที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ยังคงเป็น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน นิวเคลียร์ น้ำมัน และชีวมวล ที่ครองสัดส่วนในการผลิตถึง 67.8%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กำลังผลิตติดตั้งของประเทศเยอรมนี(https://www.energy-charts.de/power_inst.htm) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของเยอรมนี ปี 2561
(https://www.energy-charts.de/energy.htm?source=all-sources&amp;amp;period=annual&amp;amp;year=2018) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ด้วยต้นทุนที่ลดต่ำลงและมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น และไม่ปล่อยมลสารในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ทว่า ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศซึ่งไม่มีความแน่นอน จึงไม่สามารถเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าได้ ยกเว้นจะนำแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเข้ามาใช้ควบคู่ในการผลิตไฟฟ้า จึงจะสามารถสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าและสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานยังคงมีต้นทุนสูงหากนำเข้ามาใช้ในปริมาณที่มากและรวดเร็วเกินไป จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;เชื้อเพลิงและที่ตั้งของโรงไฟฟ้าต้องมีความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือ สถานที่ตั้งของโรงฟ้าแต่ละประเภทที่จะต้อง มองให้ครบทุกมิติ อาทิ การขนส่งเชื้อเพลิงต้องสะดวกและเข้าถึงโรงไฟฟ้าได้ง่าย ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าและระบบหล่อเย็น ต้องอยู่ไม่ไกลจากระบบส่งไฟฟ้าหลักหรือสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่สามารถรองรับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ รวมทั้งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ เชื้อเพลิงแต่ละประเภทยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาแตกต่างกันไป อาทิ ชีวมวล ขยะ และนิวเคลียร์ ต้องอยู่ไกลจากแหล่งชุมชน พลังงานลมต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความเร็วลมพอเหมาะ พลังงานแสงอาทิตย์ต้องมีความเข้มแสงที่เหมาะสม ตลอดจนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ มีความจำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำและต้องขนส่งสะดวก เข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงได้ง่าย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยลดปัญหาในชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่องที่ต้องใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ในยุคที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างได้หันมาให้ความสนใจอย่างมีนัยสำคัญ ภาคพลังงานจึงต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยหนึ่งในแนวทางนั้น คือการหันมาใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิลจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมสูงกว่าพลังงานหมุนเวียน แต่เชื้อเพลิงประเภทนี้มีราคาถูกและมีความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง คือใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าน้อยแต่ให้ค่าพลังงานสูง ในขณะเดียวกันสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีค่าการปล่อยมลสารที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าแบบ Ultra Supercritical: USC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีการปล่อยมลสารที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนอื่นๆ ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ในขณะเดียวกัน เชื้อเพลิงจากขยะ แม้จะเป็นการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่การควบคุมปัญหาด้านกลิ่นไม่ให้รบกวนกับชุมชนโดยรอบตลอดจนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เช่นเดียวกับแผงโซลลาร์เซลล์ ที่แม้กระบวนการผลิตไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ แต่กระบวนการกำจัดแผงโซลลาร์เซลล์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างผิดวิธีจะก่อให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นควรมีการออกกฎหมายควบคุมและมีมาตรการป้องกันอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;มองให้รอบทั้งข้อดี ข้อจำกัด ในบริบทของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ได้สมดุล ทั้งในทางเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้บริบทของประเทศ จึงเป็นโจทย์ใหญ่และโจทย์สำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศให้สอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ต้องสามารถดึงดูดการลงทุนในภาคธุรกิจได้ และสอดคล้องกับความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ทั้งในแง่ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม และแง่ของการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27899</URL_LINK>
                <HASHTAG>50 ปี กฟผ., ก๊าซธรรมชาติ, ผลิตไฟฟ้า, รัฐบาล, เชื้อเพลิง, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5180b701386.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ยันแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมไม่กระทบก๊าซภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เผยผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์ตรวจพบอุปกรณ์ชำรุด จำเป็นต้องหยุดจ่ายก๊าซเพื่อซ่อมบำรุงเพิ่มเติม ยันไม่เป็นปัญหาดึงก๊าซจากส่วนกลางมาทดแทน 188 ตัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2561 - นายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์แจ้งขอหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุงประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 15-25 มี.ค. 2561 ขณะนี้การซ่อมบำรุงดังกล่าวแล้วเสร็จ แต่เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้ผลิตได้ตรวจสอบพบอุปกรณ์ในระบบการผลิตชำรุด จึงมีความจำเป็นต้องหยุดผลิตก๊าซฯชั่วคราว ทั้งนี้ สถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีภาคเหนือทั้งสิ้น 30 แห่ง ใน 13 จังหวัด ยังคงได้รับปริมาณจัดสรรก๊าซเอ็นจีวีจากส่วนกลางมาทดแทนทั้งสิ้น 188 ตันต่อวัน คิดเป็น 70% ของปริมาณการใช้ก๊าซฯ ในช่วงเวลาปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ปตท. ยังคงติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการก๊าซเอ็นจีวีอย่างใกล้ชิดผ่าน &amp;ldquo;ศูนย์ติดตามสถานการณ์ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมบำรุงฯ&amp;rdquo; และขอความร่วมมือผู้ใช้รถเชื้อเพลิง 2 ระบบ คือน้ำมันและก๊าซเอ็นจีวี ในพื้นที่ภาคเหนือและที่จะมีการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว โปรดเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนในช่วงนี้ โดยจะรายงานความคืบหน้าการซ่อมบำรุงเป็นระยะเพื่อทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ซ่อมบำรุง, ปตท, เชื้อเพลิง, เอ็นจีวี, แหล่งสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8babfb5a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
