<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพุ่งไม่หยุดติด&#039;โควิด-19&#039;ทะลุ6หมื่นรายแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 ประจำวันที่ 28 เม.ย.พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 2,012 ราย &amp;nbsp;64 &amp;nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศ 1,893 ราย โดยมาจากตรวจคัดกรองเชิงรุก 108 ราย และพบในสถานที่กักกัน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดสะสมผู้ป่วยยืนยัน 61,699 ราย รักษาหายป่วยแล้วกลับบ้าน 34,402 ราย &amp;nbsp;ผู้ป่วยกำลังรักษาอยู่อีก 27,119 ราย และวันนี้ รักษาป่วยหายกลับบ้าน 851 ราย ขณะเดียวกันพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 15 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 178 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101001</URL_LINK>
                <HASHTAG>Covid-19, สถานการณ์, เชื้อไวรัส, แพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088da0caaf8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์&#039;เข้มออก7ข้อคุมโควิด-19ประเดิมเคอร์ฟิวนายทหารห้ามกลับบ้านพักเกิน3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีคำสั่งการถึงกำลังพลกองทัพบกว่า เพื่อนทหารร่วมชีวิตในกองทัพบกทุกนาย จากสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 รวมถึงประเทศไทย ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 827 ราย เสียชีวิตแล้ว 4 ราย กระจายอยู่ใน 47 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ซึ่งในส่วนกองทัพบกมีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จำนวน 5 นาย กำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 238 นาย ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้านตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล และกองทัพบกได้มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค. 2563 โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภทสนับสนุนรัฐบาล และศอฉ. ของรัฐบาล แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพลจึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้ ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมพิทักษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัดกองทัพบกทุกนาย ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาดยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคลส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตาม และเฝ้าระวังให้แจ้งที่อยู่บ้านพักและช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้นการฝึกนอกที่ตั้งให้ปฏิบัติตามตารางการฝึกและคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเดินทางออกนอกพื้นที่กทม. หรือจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ถึงวันที่ 22 เม.ย. 2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเองและผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติอย่างรวดเร็ว 3.ให้ผู้บังคับหน่วยหน่วยปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิมใต้ถุนกองร้อย สโมสรของหน่วยเพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ตามที่กองทัพบกได้สั่งการไปแล้วโดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำขอให้หน่วยรักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์ ภาชนะ กระติกน้ำดื่มส่วนตัว การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหารการออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดให้มีการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนน้องๆพลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้วเมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า - ออกของหน่วย ส่วนกองร้อยกองรักษาการณ์ทุกหน่วยให้แปรสภาพเป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองเฝ้าระวังบุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตามจุดเข้า - ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย และบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด และ 7.ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพันจะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และอยู่กับหน่วย ยกเว้นหน่วยในสนาม โดยมีผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล หรือเทียบเท่าเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติหรือได้รับการรายงานถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะน้องๆ พลทหาร ซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 23 เม.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ผมมีความห่วงใยต่อพลทหารกองประจำการที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือนเม.ย.2563 จึงขอเสนอทางเลือกให้สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อโดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสให้เป็นนักเรียนนายสิบ ส่วนพลทหารที่มีความประสงค์จะขอปลดประจำการในเดือนเม.ย.2563 ผมขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ และการช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สุดท้ายนี้ขอให้กำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพบก และศอฉ.ของรัฐบาลที่ได้สั่งการไปแล้วอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการวางมาตรการเข้มข้น และเป็นแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขให้เฝ้าระวังสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำฯลฯ เพราะหากมีการติดเชื้อจะนำไปสู่การแพร่กระจายในวงกว้าง นอกจากนั้นยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพบกหลังพบเอกสารการขอความร่วมมือจากหน่วยราชการแห่งหนึ่งเพื่อขอให้งดการจัดมวยรายการพิเศษที่เวทีลุมพินี แต่ก็ได้รับการอนุมัติให้จัดได้ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บก.ทบ., ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ระบาด, เชื้อไวรัส, โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d761b646c861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;เสียใจกับ4ชีวิตที่สูญเสียจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563- &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเสียกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น 4 ราย ขอให้มั่นใจว่าทีมแพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ เยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นในการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และขอประชาชนปฏิบัติตามมาตรการและดูแลตนเองอย่างเข้มงวด สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อ ทางสาธารณสุขและการแพทย์ให้การรักษาดูแลอย่างเต็มที่ ที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตาม รับฟังข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เช่น การแถลงข่าวประจำวันที่ศูนย์แถลงข่าวโควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล ที่มีข้อมูลเผยแพร่รอบด้าน ทันสถานการณ์ และทางช่องทางอื่นของรัฐบาลที่เชื่อถือและถูกต้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60836</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, เชื้อไวรัส, โควิด-19, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e3270c700828.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใย ลดความเสี่ยงมลพิษ เชื้อไวรัส แนะประชาชนใช้บริการ Online ไม่ต้องเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2563) นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า ตามที่ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพและปริมณฑลปัจจุบันพบว่ามีหลายพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะในเขตเมือง รวมถึงเพื่อการลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;nbsp; MEA จึงขอแนะนำการติดต่อขอรับบริการด้านระบบไฟฟ้าจาก MEA ผ่านช่องทาง Online ต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกบ้านอยู่ที่ไหนก็ใช้บริการได้สะดวกรวดเร็ว ทันสมัย ซึ่ง MEA ได้พัฒนาระบบพร้อมให้บริการประชาชนได้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA Smart life Application &amp;ldquo;แอปเดียวจบครบทุกเรื่องไฟฟ้า&amp;rdquo; ที่สามารถชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันด้วยบัตรเครดิตประเภทวีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Master Card) พร้อมทั้งสามารถแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้เพียง 2 คลิก รวมถึงสามารถตรวจสอบประวัติการใช้ไฟฟ้า โดยแสดงเป็นจำนวนหน่วยย้อนหลัง 6 เดือน ติดตามข้อมูลการประกาศดับไฟฟ้าปฏิบัติงาน และข้อมูลข่าวสารจากทาง MEA โดยตรง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Google Play ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://is.gd/KlyQKF&amp;nbsp; หรือจะใช้บริการผ่านเว็บไซต์ MEA e-Service ก็สามารถให้บริการตรวจสอบค่าไฟฟ้า ชำระค่าไฟฟ้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp; รับสมัครรับแจ้งค่าไฟฟ้าให้ทราบผ่านทางอีเมล ตรวจสอบค่าไฟฟ้าย้อนหลังได้เช่นกัน คลิก https://eservice.mea.or.th/meaeservice/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;M easy เว็บไซต์บริการขอใช้ไฟฟ้า ที่ให้บริการครบวงจรสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา ทราบค่าใช้จ่ายพร้อมเลือกชำระค่าบริการได้หลากหลายช่องทาง และสะดวกสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอนทางออนไลน์ คลิก https://eservice.mea.or.th/measy/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;e-Payment การชำระค่าไฟฟ้าผ่านทางระบบ e-Service ที่ MEA เชื่อมโยงความสะดวกสบายไว้รองรับความต้องการที่ทันสมัย สามารถชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึง การหักบัญชีธนาคาร หรือบัญชีบัตรเครดิต ของธนาคารต่าง ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA&amp;nbsp; Line@ : @meathailand Twitter : @mea_news รวมถึงสอบถามเจ้าหน้าที่ MEA ได้ทุกแห่ง และแจ้งผ่านศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56477</URL_LINK>
                <HASHTAG>Online, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ, มลพิษ, เชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3bd4ac2f906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
