<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินไทยชี้แจงกรณีเช่าเครื่องบินกับนิติบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-รายงานข่าวจากฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า ในการนำเครื่องบินเข้ามาสู่ฝูงบินของการบินไทยนั้น บริษัทฯ จะกระทำได้ผ่านสัญญาสองประเภท กล่าวคือสัญญาเช่าดำเนินการ (Operating Lease) กับสัญญาเช่าทางการเงิน (Financing Lease) ซึ่งทั้งสองประเภทเป็นธุรกรรมการเงินในการให้สินเชื่อที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในวงการอุตสาหกรรมการบิน

ทั้งนี้ในส่วนของสัญญาเช่าดำเนินการ (Operating Lease) นั้น เปรียบเทียบได้กับสัญญาเช่าที่มีกำหนดระยะเวลาเช่า โดยการบินไทยจะต้องจ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่า และเมื่อสัญญาครบกำหนดระยะเวลาการเช่า การบินไทยต้องคืนเครื่องบินให้แก่ผู้ให้เช่าในสภาพที่ตกลงกันไว้ (Redelivery Condition) สัญญาประเภทเช่าดำเนินการนั้น มักจะทำกับบริษัทผู้ให้เช่าเครื่องบิน แต่ในกรณีที่ผู้ให้เช่าต้องกู้เงินมาซื้อเครื่องบินเพื่อเอามาให้สายการบินเช่านั้น ทางผู้สนับสนุนทางการเงินของผู้ให้เช่าอาจตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle หรือ SPV) ขึ้นมา เพื่อถือกรรมสิทธิ์ในเครื่องบินดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในกรณีของสัญญาเช่าทางการเงิน (Financing Lease) นั้น สายการบินจะทำสัญญาซื้อ-ขายกับผู้ผลิตเครื่องบิน เช่น Boeing หรือ Airbus และเมื่อถึงวันรับมอบเครื่องบิน สายการบินอาจใช้เงินสดหรือจัดหาเงินกู้มาชำระค่าเครื่องบิน ซึ่งมาจากสถาบันการเงินที่ส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดยอาจให้องค์การเครดิตเพื่อการส่งออก (Export Credit Agency หรือ ECA) มาเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้

ทั้งนี้ สถาบันการเงินนั้นจะเป็นผู้รับโอนสัญญาซื้อขายเครื่องบินระหว่างสายการบินกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ซึ่งสถาบันการเงินที่นำเงินมาจ่ายค่าเครื่องบินนั้น อาจมีมากกว่าหนึ่งรายและอาจมาจากหลายประเทศ กลุ่มสถาบันการเงินดังกล่าวจึงตั้ง SPV ขึ้น เพื่อร่วมกันถือกรรมสิทธิ์ในเครื่องบินดังกล่าว และสายการบินก็จะทำสัญญาเช่าทางการเงินกับ SPV นั้น เมื่อสายการบินชำระเงินกู้ครบถ้วนแล้ว เครื่องบินจะถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของสายการบินต่อไป

ดังนั้น การที่มี SPV มาเกี่ยวข้องในทั้งสองโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่าดำเนินการ (Operating Lease) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Financing Lease) เป็นธุรกรรมทางการเงินที่สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกทั่วไปใช้ดำเนินการ เพื่อให้สถาบันการเงินหลายๆ สถาบันที่เป็นผู้ให้กู้ร่วม สามารถถือกรรมสิทธิ์ในเครื่องบินผ่าน SPV ดังกล่าวได้ ซึ่งบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใน SPV ดังกล่าวแต่อย่างใด และการตั้งชื่อ SPV เป็นสิทธิของสถาบันการเงิน แต่บางรายขอให้สายการบินเป็นผู้ตั้งให้ ชื่อ SPV ที่ปรากฏจึงมีทั้งชื่อภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ

ทั้งนี้ การเช่าเครื่องบินที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นเครื่องบินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (Financing Lease) ทั้งสิ้น และปัจจุบันบริษัทฯ มีเครื่องบินภายใต้สัญญาเช่าทางการเงิน (Financing Lease) จำนวน 31 ลำ และเครื่องบินภายใต้สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) จำนวน 39 ลำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67449</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, เช่าเครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c768e60ebf9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยเล็งใช้วิธีเช่าเครื่องบินแทนซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2562 นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ได้มีมติให้ไปทบทวนโครงการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ วงเงิน 1.56 แสนล้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันของอุตสาหกรรมการบิน โดยให้นำเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอีกครั้งภายใน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดหาเครื่องบินนั้น ไม่ได้ซื้ออย่างเดียว แต่อาจจะเช่าก็ได้ หรือถ้าทบทวนแล้วพบว่าต้องการจำนวนเครื่องเพิ่มขึ้น ก็ต้องนำเสนอกระทรวงคมนาคมถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องจัดหา จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการโดยส่งเรื่องให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ต่อไป ซึ่งเรื่องที่หลายฝ่ายกังวล ถือเป็นเรื่องที่ดี และเอากลับมาทบทวน&amp;rdquo; นายสุเมธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงการทบทวนโครงการจัดหาเครื่องบินดังกล่าว จะส่งผลต่อการดำเนินการของการบินไทยหรือไม่นั้น มองว่าในระยะสั้นจะไม่กระทบต่อการดำเนินการของการบินไทย แต่จะต้องพิจารณาศึกษาการเช่าเครื่องบิน อย่างน้อย 3 ลำ เพื่อมาทดแทนเครื่องบินที่จะปลดระวางประมาณ 20 กว่าลำ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการทั้งการจัดซื้อ หรือการเช่าเครื่องบินนั้น จะมีระยะเวลาในการส่งมอบ และอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปี ถึงจะนำเครื่องบินที่จัดหามาให้บริการได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46740</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, สุเมธ ดำรงชัยธรรม, เช่าเครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd234e955506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
