<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแดงลั่นเซตซีโรหลังเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; ปลื้มปีติ ถือเป็นวันสิริมงคลได้รับพระราชทานเครื่องบินเซสนา 3 ลำ เตรียมนำเข้าประจำการที่ศูนย์การบินลพบุรี &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; แจงยิบไม่มีแนวคิดต่ออายุราชการตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลั่นหลังเกษียณก็เซตซีโรบทบาท ชี้เป็นข่าวไร้สาระในโลกออนไลน์&amp;nbsp; เตือน &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; ค้านทุกเรื่องได้เป็นปกติ แต่อย่าเปลี่ยนเป็นฝ่ายแค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่หมวดบิน C หน่วยบินเดโชชัย กองบิน 6 (ดอนเมือง) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานอากาศยาน Cessna 182T จำนวน 3 เครื่อง เข้าประจำการในกองทัพบก เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันประเทศและช่วยเหลือประชาชน โดยได้ทำพิธีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้นิมนต์สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มาทำพิธีสงฆ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวภายหลังว่า ถือเป็นวันสิริมงคลของกองทัพบก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องบินจำนวน 3 ลำให้กับ ทบ. ด้วยพระปรีชาญาณ และพระปรีชาสามารถในเรื่องของการบินในเครื่องทุกแบบ ทั้งเฮลิคอปเตอร์ปีกหมุน รวมไปถึงแบบ fixed wing ซึ่งทรงเล็งเห็นว่าอากาศยานที่พระราชทานให้กองทัพบกนั้น จะได้นำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้ใช้ในทางยุทธการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครื่องบินแบบดังกล่าวเรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว เล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 4 คน มีความคล่องตัวสูง สามารถทำความเร็ว 150 นอต หรือ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในกรณีสโลว์ไลฟ์บินช้าๆ เพื่อใช้ในภารกิจการตรวจการณ์ค้นหาผู้ประสบภัยพิบัติทุกกรณี การค้นหาบุคคลสูญหาย ไฟป่า เรือล่ม ซึ่งกองทัพบกได้เข้าไปช่วยเหลืออยู่แล้ว สามารถบินในความเร็วช้าได้ 100 กิโลเมตรต่อ ชม.&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว และว่า ที่สำคัญเครื่องบินชนิดนี้บินได้นานถึง 5 ชั่วโมงกว่า ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ถือเป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ ซึ่งกองทัพบกรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ที่พระราชทานให้ เครื่องนี้จะมอบให้กับศูนย์การบินทหารบกเป็นหน่วยรับผิดชอบในการนำอากาศยานทั้ง 3 ลำเป็นไปบรรจุในกองพันบินที่ 21 ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงศูนย์การบินทหารบก อยู่ที่ค่ายสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดลพบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสร็จพิธีและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแล้ว พล.อ.อภิรัชต์ได้ขึ้นทำการบินในที่นั่งนักบินที่ 2 โดยบินทดสอบเครื่องประมาณ 15 นาที พร้อมย้ำว่า เป็นเครื่องที่ฟูลออปชั่น ในอดีตเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ แต่เมื่อได้ขึ้นไปกับเครื่องนี้แล้วรู้เลยว่าพระองค์ท่านพระราชทานของดี มีระบบการเตือนเรื่องความสูง มีการแจ้งเตือนอากาศยานที่บินในระเข้าใกล้ มีระบบออโต้ไพลอต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวต่ออายุราชการ โดยหัวเราะในลำคอก่อนตอบว่า จากใจตนเอง และถามตัวเองอยู่เสมอว่า อย่างแรกเราเป็นทหารอาชีพ และสองแนวทางการรับราชการถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเกษียณอายุราชการ บางคนพยายามไปขุดคุ้ยว่ามีอยู่ 2 คนประสบความสำเร็จในการต่ออายุราชการ ซึ่งไม่ใช่ ดังนั้นอย่าไปสร้างกระแส ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงกลาโหมและระเบียบในการเกษียณอายุราชการ รวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคนจะเกษียณอายุราชการ
ข่าวไร้สาระต่ออายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคุยกันในการประชุม ผบ.เหล่าทัพ เราก็หารือกันว่าข่าวพวกนี้ไม่ใช่ข่าวเชิงสร้างสรรค์ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ผมมองแล้วไม่มีสาระ และไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้นเลย และวันที่ 30 ก.ย.2563 ผมก็ส่งธงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และถือว่าหมดภาระหน้าที่ก็จบภารกิจในการเป็น ผบ.ทบ.&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องต่ออายุราชการใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ย้อนถามว่า มีความจำเป็นอะไรที่ต้องต่ออายุราชการ เพราะบ้านเมืองก็สงบเรียบร้อย มีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นเอง อยากให้เอาความจริงมาสู้กัน อย่าพูดเพียงท่อนเดียวแล้วเอาไปขยายความ ซึ่งก็เคยพูดไปแล้วเรื่องสื่อโซเชียลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจอะไรหรือไม่ในช่วงใกล้เกษียณ พล.อ.อภิรัชต์ยืนยันว่า ไม่มี เพราะในช่วงรับราชการได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดกับกองทัพและประเทศชาติ และที่สำคัญการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่ต้องมารับหน้าที่ต่อต้องทำหน้าที่นี้สืบสานต่อไปไม่ว่าจะเป็นเหล่าทัพใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กองทัพบกมีแนวทางและวิธีการปฏิบัติ รวมถึงหลักนิยมในการสื่อสารและการดำเนินการหลายอย่าง โดยในเดือน ส.ค. ผมจะแถลงผลงานในหลายเรื่อง ซึ่งบางคนยังเอามาโจมตีว่าสายตรง ผบ.ทบ.เป็นอย่างไร ผมจะสรุปให้ฟังว่ากองทัพบกได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งรายงาน เราเป็นองค์กรที่มีระเบียบวินัย เมื่อพูด คำพูดคือนาย เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องทำ กำลังพลเมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องปฏิบัติ ใครผิดต้องลงโทษ ใครไม่ดีก็ลงโทษ ย้าย ปลด ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาทุกอย่างของกองทัพบกมีความคืบหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามทำในโซเชียล และผู้ที่ยังไม่เข้าใจพยายามสร้างความขัดแย้งหรือความแตกแยกพยายามนำมาเป็นประเด็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหาร พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า บัญชีโยกย้ายนายทหารอยู่ที่ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ซึ่งในการหารือกันในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่จะส่งรายชื่อ แต่เชื่อว่าทุกเหล่าทัพจะมองบุคคลที่มีความเหมาะสมมาทำงานต่อในทุกตำแหน่ง ไม่ใช่เพียงตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพอย่างเดียว เรามีแนวทางอยู่แล้วที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แต่ละเหล่าทัพได้หารือร่วมกันหรือไม่จะให้ใครขึ้นมา พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ในแต่ละเหล่าทัพต้องพิจารณาและเสนอ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการกองทัพไทย ก่อนส่งไปที่กระทรวงกลาโหมยังเหลืออีกหลายขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าต้องมีการจับตาหลังเกษียณจะไปทำอะไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขอให้ต้องต่อไป ว่าจะไปทำอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.คนใหม่จะดูแลสถานการณ์ต่อจากนี้ได้หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า จะไปรู้แทนคนที่จะมาเป็น ผบ.ทบ.หรือ ขอให้ไปรอถามในวันที่ 1 ต.ค.ก็แล้วกัน ส่วนสถานการณ์ในอนาคตจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่นั้น ยังมองไม่เห็นว่าจะเกิดความวุ่นวายอย่างไรหรือมีอะไร นายกรัฐมนตรีก็บริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรม ที่สำคัญมีความเด็ดขาดในการบริหาร โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งพวกเราควรชื่นชม ในขณะทั่วทั้งโลกชื่นชมทีมแพทย์ ความมีวินัยของคนไทยในชาติ ซึ่งต่างจากประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากถามผมว่าข้างหน้าจะเกิดอะไร ผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้ คือสถานการณ์ทุกอย่างเป็นลักษณะวันต่อวัน และเดือนต่อเดือน ไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่จะมาเป็น ผบ.ทบ. จะทำอะไรอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่โดยส่วนตัวผม เมื่อจบภารกิจบทบาท ผมก็เซตซีโรตัวเอง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนายกฯ ขอให้มาช่วยงาน พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า นายกฯ คงไม่ทำอย่างนั้น และคงไม่เข้ามามีบทบาทอะไร อย่าลืมว่านายกฯ บริหารราชการบ้านเมือง และมาจากการเลือกตั้งที่มาโดยรัฐธรรมนูญ การจะเลือกสรรบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาทำงาน คงไม่ใช่ตนเอง
เตือนอย่ามีฝ่ายแค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีฝ่ายค้านขอตัดลดงบประมาณกองทัพนั้น พล.อ.อภิรัชต์ระบุว่า กองทัพได้ปรับลดงบไปแล้ว แต่บางอย่างเป็นงบผูกพัน บางครั้งคนไม่เข้าใจ ทำอย่างไรก็ไม่เข้าใจ คนอยู่ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งก็ไม่ไปยุ่งการเมือง ซึ่งเรามีหน้าที่ที่จะต้องไปชี้แจงต่อประเด็นปัญหาที่มีข้อขัดข้อง เพราะฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ค้าน และค้านทุกเรื่อง อะไรที่รัฐบาลทำถูกก็ค้าน รัฐบาลทำไม่ถูกก็ค้าน เป็นเรื่องธรรมดา ก็ดูจากการลงคะแนนในทุกวาระทุกเรื่องที่ต้องเข้าสภา นี่เป็นหน้าที่นี่ของนักการเมืองที่ต้องมาคานอำนาจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งก็ถูกต้องอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่อย่ามีฝ่ายแค้นก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร หัวหน้าทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า กองทัพไทยได้ให้เหล่าทัพและตัวแทนชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่ ส.ส.สงสัย โดยเตรียมข้อมูลความจำเป็นในการจัดหาตามข้อเท็จจริง ตามที่กรรมาธิการสอบถามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า พล.อ.พรพิพัฒน์เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมประชุม ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้น พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า การประชุมครั้งนี้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการปฏิบัติงานในอนาคต ทั้งเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตแผนที่ให้ทันสมัย รวดเร็ว ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อบูรณาการข้อมูลแผนที่ของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพให้เป็นข้อมูลแผนที่กลางของกองทัพไทยในการปฏิบัติการทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธีรพงศ์ยังกล่าวว่า กองทัพบกยังได้กำหนดให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการพัฒนาความรู้ และความสามารถทางทหารของกำลังพลกองทัพบกในทุกระดับ โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานความแข็งแรงทางด้านร่างกาย, การพัฒนาด้านความรู้, การพัฒนาความชำนาญทางทหาร และการปรับปรุงพัฒนาการฝึกให้สอดคล้องกับแนวทางการใช้กำลังของกำลังพล นอกจากนี้ยังได้จัดทำคู่มือทหารต้านโควิด-19 เพื่อให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมแห่งชีวิตวิถีใหม่ (นิว นอร์มอล) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการเป็นกองทัพที่มีศักยภาพทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า กองทัพเรือมีการเตรียมความพร้อมในการรองรับสงครามอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapon of Mass Destruction : WMD) ได้แก่ อาวุธเคมี ชีวะ รังสี และนิวเคลียร์ หรืออาวุธ คชรน. (Chemical-Biological-Radiological and Nuclear : CBRN) โดยได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจที่เรียกว่า นักรบ คชรน.ทำหน้าที่หลักใน 3 ด้าน ได้แก่ ปฏิบัติการป้องกันสงครามนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี, ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่ใช้อาวุธทำลายล้างสูง และปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับมิตรประเทศและเข้าร่วมกับสหประชาชาติได้อย่างสอดประสาน มุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติเกิดความมั่นใจว่าทำได้จริง ควบคุมได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกองทัพอากาศ มีการพัฒนาขีดความสามารถกำลังทางอากาศ ทั้งมิติทางอากาศ, มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ บนแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่บนฐานคิดของการเปลี่ยนแปลงจากภัยคุกคามแบบดั้งเดิม, การพัฒนามิติทางอากาศ, การพัฒนามิติทางไซเบอร์, การพัฒนามิติอวกาศ, การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และการพัฒนาขีดความสามารถในการพัฒนายุทธวิธีการรบทางอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70889</URL_LINK>
                <HASHTAG>Cessna 182T, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ศูนย์การบินลพบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซตซีโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05d5ce868d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงเซตซีโรการบินไทย เป็นรสก.ประเภทสาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะถกแผนฟื้นฟูการบินไทย ไร้เงา &amp;quot;สมคิด-อุตตม&amp;quot; อ้างยังไม่ได้ข้อสรุปขอรายงานนายกฯ ก่อน สหภาพฯ ยื่นหนังสือหนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เชื่อมือแก้วิกฤติได้ กมธ.สภาเสนอเซตซีโร โละผู้บริหารยกชุด ใช้มืออาชีพปลอดทหาร-ขรก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมและการบินไทยเข้าร่วมว่า วันนี้มาเพื่อรับฟังปัญหาซึ่งยังมีมากและยังไม่มีข้อสรุป เป็นการประชุมของกระทรวงคมนาคมเพื่อหาทางออกหาแนวทาง ทำอย่างไรให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามเรื่องแผนฟื้นฟูยังมีประเด็นที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังเห็นต่างกัน ทำให้การประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปนั้น นายอนุทินกล่าวว่ายังไม่มีการหารือถึงขั้นนั้น โดยข้อสรุปจะรายงานนายกรัฐมนตรี วันนี้มีการหารือกันหลายเรื่อง แต่ยังไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีและต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบินไทยเป็นบริษัทมหาชน ผมพูดแทนไม่ได้ ในส่วนของการค้ำประกันเงินกู้ 50,000 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง ซึ่งส่วนตัวมองว่าทำไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งไป&amp;quot; &amp;nbsp;นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเดิมในการประชุมครั้งนี้จะมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วมด้วย แต่เมื่อถึงเวลาประชุมกลับไม่ได้เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เวลา &amp;nbsp;14.00 น. ตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยจำนวน 10 คน นำโดยนายนเรศ ผึ้งแย้ม เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อยืนยันว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยพร้อมให้ความร่วมมือในแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนเรศกล่าวว่า สหภาพฯ มีความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่นายกฯ ได้แสดงความห่วงใยพนักงานการบินไทย และห่วงใยองค์กรที่เป็นสายการบินแห่งชาติ ดังนั้นเพื่อให้แผนพื้นฟูที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และคณะรัฐมนตรีบรรลุตามวัตถุประสงค์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และพนักงานการบินไทยมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือ เพราะเชื่อมั่นว่านายกฯ ในฐานะผู้นำประเทศจะสามารถแก้ปัญหาให้การบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีข่าวฟื้นฟูการบินไทยที่ระบุว่ารัฐบาลจะปล่อยให้ล้มละลายว่า ความเป็นจริงยังอยู่ในการหารือของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง ซึ่งการให้ข่าวบางครั้งสร้างความสับสน และบางเรื่องเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องหารือร่วมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แผนการฟื้นฟูการบินไทยยังอยู่ในช่วงการหารือ แผนล้มละลายเป็นหนึ่งในทางเลือก ซึ่งวันนี้ยังไม่ได้สรุป โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องล้มละลายก่อนค่อยฟื้นฟู เพราะการล้มละลายกับการฟื้นฟู เป็นคนละเรื่องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้นัดประชุมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิจารณาประเด็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างหนี้ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายปัญญา ชูพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เข้าชี้แจงรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจักรกฤศฏิ์ได้วิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียในแผนฟื้นฟูว่า จุดอ่อนของการบินไทยคือความเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่เอื้อต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งมีข้อเสนอในการปรับโครงสร้างองค์กรให้ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อความคล่องตัวในการแข่งขันและสามารถต่อสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆ ได้ แต่กรณีที่จะดำเนินการดังกล่าวอาจติดปัญหาข้อกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมหารือร่วมกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีบทสรุปเนื่องจากมีปัญหาที่ซับซ้อน ทั้งการค้ำประกันเงินกู้จากหน่วยงานรัฐ หรือการไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จะทำให้ขาดสภาพคล่องด้านการเงิน ไม่มีเงินชำระหนี้และเงินเดือนพนักงาน จนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้มีทางเลือกโดยทำให้การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นสาม เพื่อยังได้รับความช่วยเหลือจากรัฐได้ต่อไป แต่อาจกระทบกับสหภาพการบินไทย หรือหากลดสัดส่วนการถือหุ้นโดยรัฐ และเพิ่มหุ้นในสัดส่วนของเอกชนนั้นยังไม่ได้พิจารณา แต่อนาคตมีความเป็นไปได้ แต่ต้องเกิดขึ้นภายหลังจากที่แผนฟื้นฟูในกิจการและการทำงานมีความชัดเจน ซึ่งตามแผนที่เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือ คือต้องใช้เงิน 5.4 &amp;nbsp;หมื่นล้านบาท โดยมีแผนการเบิกจ่ายเป็นขั้นตอน ไม่ใช่เบิกจ่ายเงินทั้งก้อนรวดเดียว&amp;quot; นายจักรกฤศฏิ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า หลังจากการฟื้นฟูการบินไทยมีอนาคต และต้องหาทางออกร่วมกัน โดยรัฐบาลต้องใช้ความรวดเร็วในการแก้ปัญหา แต่หากไม่มีข้อยุติภายใน 15-30 วันนี้ จะมีปัญหาเรื่องการเข้าสู่สถานะขาดสภาพคล่อง ซึ่งกระแสเงินสดของบริษัทอยู่ได้ถึงแค่ต้นเดือน มิ.ย. และตนอยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อยืดเวลาพักชำระหนี้ แต่มีบางรายไม่ยอมและจะฟ้อง หากไปถึงระดับนั้นจะเป็นอันตรายมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กมธ.ได้มีข้อเสนอเบื้องต้นต่อการแก้วิกฤติการบินไทย โดยให้มีการเซตซีโร ทั้งปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่ให้ข้าราชการ นายทหาร หรือคนที่มีประโยชน์ได้เสียเข้ามาบริหาร ส่วนแผนการฟื้นฟูที่ใช้เงินภาษีของประชาชนช่วยเหลือการบินไทยนั้น รัฐบาลต้องเปิดเผยรายละเอียดและข้อเท็จจริงและต้องกล้าผ่าตัดใหญ่ โดย กมธ.ได้นัดหารือประเด็นดังกล่าวอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยจะเชิญตัวแทนสหภาพการบินไทยเข้าชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท &amp;nbsp;การบินไทย ได้ชี้แจงพนักงานผ่านวารสารภายใน DD&amp;#39; Talk มีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ขอให้ทุกคนระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความคิดเห็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือที่มีต่อผู้โดยสาร พันธมิตร คู่ค้า รวมทั้งภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนการบินไทยในการฟื้นฟูครั้งนี้ ไม่ว่าผลการพิจารณาจาก ครม.จะออกมาอย่างไร ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแลได้พิจารณาอย่างรอบคอบและหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับการบินไทยแล้ว ขอให้พนักงานการบินไทยทุกคนมีความสามัคคี เสียสละ ร่วมแรงร่วมใจ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สาธารณชนเห็นว่า แผนฟื้นฟูจะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและกลับมาเชื่อมั่นในการบินไทยอีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65963</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ผู้บริหารยกชุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซตซีโร, แผนฟื้นฟูการบินไทย, ใช้มืออาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd499d80e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอยต่อปรับทัพ &#039;ดับไฟใต้&#039; &#039;พาคนกลับบ้าน-พูดคุยสันติสุข&#039; สะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าภาพรวมสถานการณ์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ดีขึ้น ถ้าวัดในแง่ของสถิติตัวเลขการก่อเหตุเมื่อเทียบกับช่วง 3-4 ปีก่อน ซึ่งก็ต้องให้เครดิตทุกฝ่ายที่ร่วมกันแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กระนั้นปัจจัยอื่นที่ยังทำให้การแก้ไขปัญหายังจบไม่ลง นั่นคือความพยายามของกลุ่มขบวนการผู้มีผลประโยชน์ในพื้นที่ ที่ไม่ต้องการให้ &amp;quot;ไฟใต้ดับลง&amp;quot; อีกทั้งการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้เป็นช่วงๆ โดยมีตัวบุคคลเข้ามาบริหารจัดการเปลี่ยนไปตามโครงสร้าง เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ปิดจ็อบไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคงเรียกช่วงเวลานี้ว่า รอยต่อ เพื่อไปสู่ช่วงยุทธศาสตร์ของการสร้างสันติสุขที่จะเริ่มในปี 2563 โดยในพื้นที่มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าที่มี บิ๊กอาร์ต-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช&amp;nbsp; แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นกลไกหลักบูรณาการทุกภาคส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในขณะที่ระดับบนมีคณะพูดคุยสันติสุข จชต.ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล&amp;nbsp; เป็นหัวหน้าคณะ ขับเคลื่อนพูดคุยเพื่อรับฟังผู้มีความเห็นต่างระดับนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้จะไม่ประสานเสียงกันก่อนหน้านี้ แต่ก็ยุติลงได้ด้วยการที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงมาเป็นกาวใจ แยกหน้าที่ในการทำงานกันแบบ &amp;quot;แยกกันเดินร่วมกันตี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ระหว่างทางก็มีอุปสรรค ทำให้การเดินหน้าอาจต้องชะลอทั้งสองส่วน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการพาคนกลับบ้าน ที่ &amp;quot;บิ๊กอาร์ต&amp;quot; ชูธงเป็นผลงานชิ้นโบแดง &amp;quot;เซตซีโร&amp;quot; เชิงปริมาณที่อดีตแม่ทัพทำไว้ให้กลับมาทำ &amp;quot;เชิงคุณภาพ&amp;quot; มีการตรวจกันถึงระดับ &amp;quot;ดีเอ็นเอ&amp;quot; ก็เจอการต่อต้านจากชาวบ้านในโครงการจุฬาภรณ์ 2 อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ไม่พอใจคำสัมภาษณ์ที่ระบุในทำนองว่า &amp;quot;ชาวบ้าน&amp;quot; ที่อยู่เดิมยอมรับได้ ทำให้มีการชุมนุมแสดงพลังจน &amp;quot;บิ๊กอาร์ต&amp;quot; ต้องลงไปเคลียร์ยุติการสร้างบ้านพัก ป้องกันบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะกระแสไทยพุทธ มุสลิม รวมถึงครอบครัวผู้สูญเสียจากการก่อเหตุไม่พอใจและเริ่มเสียงดังขึ้นในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบ จากเดิมที่เคยมีการสร้างอาคารในลักษณะนี้มาแล้วที่ปัตตานีแต่ไม่มีคนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ การพูดคุยสันติสุข อาจจะไม่ลื่นไหลเหมือนยุค &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; เมื่อ มหาเธร์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะยี่ห้อ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ถ้ามาเลเซียจะเข้าไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก จะต้องมีบทบาทที่ยกระดับการเจรจาในรูปแบบที่เป็นสากลและต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ใช่แนวทางของไทยที่อยากให้การพูดคุยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนสถานะของ ดะโต๊ะ ซัมซามิน ซึ่งเป็นคนสนิทและเพื่อนสนิทของ &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; ที่โตมาด้วยกันในหมู่บ้านรัฐปาหัง และถูกส่งมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกอาจจะไม่มั่นคงไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงเปลี่ยนรัฐบาลอาจทำให้การพูดคุยสันติสุขต้องชะลอไปพลางๆ แม้การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย หรือเซฟตีโซน ได้มีการเริ่มดำเนินการแบบไม่ประกาศเป็นทางการไปแล้วก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนแนวทางของรัฐบาลในการทุ่มงบการพัฒนา สร้างเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ&amp;nbsp; มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือ คปต.ส่วนหน้า มีผู้แทนพิเศษลงไปติดตามงานในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่&amp;nbsp; &amp;quot;งบลง แต่งานไม่เกิด&amp;quot; ก็ยังไม่สามารถเร่งรัดให้เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การพูดคุยสันติสุข, ดะโต๊ะ ซัมซามิน, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊กอาร์ต-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.อ.อักษรา เกิดผล, รอยต่อ, เซตซีโร, โครงการพาคนกลับบ้าน, ไฟใต้ดับลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af84d0befd75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
