<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ยอดคนตายเพราะเซลฟี่พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ต.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์วีโอเอในหมวดสังคม/การศึกษาได้ออกรายงานในหัวข้อ &amp;ldquo;ผลสำรวจระบุ มีผู้เสียชีวิตจากการ &amp;ldquo;เซลฟี่&amp;rdquo; มากขึ้นทั่วโลก&amp;rdquo; ระบุว่า สำหรับใครที่ชอบการถ่ายภาพตัวเอง หรือ เซลฟี่ เป็นชีวิตจิตใจ คงต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเก็บภาพประทับใจของตัวเองบนหน้าผาหรือริมน้ำตก เพราะภาพนั้นอาจเป็นความประทับใจครั้งสุดท้ายของชีวิตก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการวิจัยของ All India Institute of Medical Sciences ในกรุงนิวเดลี ที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ Journal of Family Medicine and Primary Care เก็บข้อมูลรายงานข่าวการเสียชีวิตจากการถ่ายภาพเซลฟี่ ในช่วงปี 2554-2560 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากการถ่ายภาพตัวเองอยู่ที่ 259 คนทั่วโลก และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อปี 2554 มีผู้เสียชีวิตจากการเซลฟี่เพียง 3 คน แต่เมื่อปี 2559 กลับมากถึง 98 คนทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแบ่งเป็นรายประเทศ พบว่า อินเดีย ครองแชมป์ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากการถ่ายภาพตัวเองมากที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิต 159 รายในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา รองลงมาได้แก่ รัสเซีย สหรัฐฯ และปากีสถาน แบ่งเป็นช่วงอายุ พบว่ากว่าร้อยละ 85 เป็นกลุ่มที่มีอายุราว 10-30 ปี และแบ่งแยกเป็นเพศ พบว่า ร้อยละ 72 เป็นผู้ชาย ซึ่งแม้จะดูว่าผู้หญิงน่าจะเป็นฝ่ายที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่มากกว่าผู้ชาย แต่ในทางกลับกัน ผู้ชายมักจะเลือกทำอะไรเสี่ยงๆ เพื่อแลกกับเซลฟี่ที่น่าจดจำมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากเซลฟี่ ได้แก่ การจมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการถูกคลื่นซัดหายไปในทะเล หรือตกเรือ อันดับ 2 คือ การเสียชีวิตที่เกี่ยวกับยานพาหนะ เช่น พยายามถ่ายภาพตัวเองระหว่างที่ยานพาหนะกำลังเคลื่อน หรือยืนอยู่บนทางรถไฟ และอันดับ 3 ได้แก่ การตกจากที่สูงและไฟไหม้ ซึ่งเท่ากับการถ่ายเซลฟี่กับสัตว์ร้าย นอกจากนี้ยังมีการเสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อต อุบัติเหตุระหว่างเซลฟี่กับอาวุธ ซึ่งถือเป็นการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้คนในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิจัยของอินเดียครั้งนี้ มองว่า การเซลฟี่ไม่ได้เป็นอันตราย แต่พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเพื่อให้ได้ภาพมาแลกไลก์และข้อความคอมเมนต์ต่างหากที่อันตราย ซึ่งทุกคนควรมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงพฤติกรรมและอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ทีมวิจัยยังเสนอให้มีการกำหนด No Selfie Zone ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ยอดเขา แหล่งน้ำ ยอดตึกระฟ้า ซึ่งตอนนี้มีอินเดียและรัสเซีย ที่ออกมาเคลื่อนไหวในการกำหนดพื้นที่ห้ามเซลฟี่ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายสิบแห่ง รวมทั้งมีการแจ้งใบปลิวเพื่อเตือนถึงภัยจากการเซลฟี่ที่ไม่ปลอดภัยด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19271</URL_LINK>
                <HASHTAG>สังคม/การศึกษา, อินเดีย, เซลฟี่, เว็บไซต์วีโอเอ, เสียชีวิต, โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb98ea666984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักท่องเที่ยวแห่เซลฟีทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามปทุมธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่บ้านปทุม อำเภอ สามโคก ปทุมธานี เส้นทางไปวัดถั่วทอง เส้นทางดังกล่าว ที่พบเห็นทุ่งปอเทืองรอมข้างทางกว่า20 ไร่ ต่างพากันจอดแวะชมความสวยงามของทุ่งปอเทืองและเก็บภาพบรรยากาศกันอย่างคึกคัก จนกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สวยสะดุดตาใครได้สัญจรผ่านมาต่างต้องแวะเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามดังกล่าวนี้ กันแทบทุกราย โดยแต่ละคนจะพกพาทั้งโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปตามแต่ละคนถนัด มาใช้สำหรับถ่ายรูปคู่กับทุ่งปอเทือง และ เซลฟี่ตนเองในท่าทางต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับส่งให้กับเพื่อน ๆ และแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันพื้นที่อำเภอสามโคกมีการปลูกปอเทืองเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี เพราะปอเทืองเป็นพืชคลุมดินที่มีประโยชน์มากมาย นอกจากสามารถไถกลบให้เป็นปุ๋ยซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลดต้นทุนทางการเกษตรของเกษตรกรเป็นอย่างมากเพราะปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดที่มีคุณภาพเทียบเท่าปุ๋ยเคมี แต่ปราศจากสารพิษเจือปน เมล็ดของปอเทืองยังสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวได้อีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งปอเทือง, นักท่องเที่ยว, ปทุมธานี, อ.สามโคก, เซลฟี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addd035e35fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
