<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนไม่มีผม&#039;แนะบิ๊กตู่เพิ่มเซลล์สมองพ่วงยึดแบงก์ชาติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานโพสต์เฟซบุ๊กว่า หากเดือน ม.ค.ส่งออกยังคงติดลบอีก ในปี 63 จะมีแนวโน้มติดลบต่อ จากที่อุตสาหกรรมส่งออกเริ่มล้าสมัย ขาดการลงทุนใหม่ๆ เป็นความล้มเหลวจากการปฏิวัติรัฐบาลสืบทอดอำนาจ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่บอกว่าตัวเองมีเซลล์สมองเพียง 84,000 เซลล์ หาทางเพิ่มเซลล์สมองให้เท่ากับคนปกติที่มีประมาณ 1 แสนล้านเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ไปอ่านศึกษาบทวิจารณ์ของนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ และ รมว.การคลัง จะได้ทราบความเป็นจริงของเศรษฐกิจที่กำลังจะยิ่งเสื่อมลงไปเรื่อยๆ ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กับแบงก์ชาติไม่เข้าใจธรรมชาตินักลงทุน ถ้ารัฐบาลไม่ทำให้มั่นใจต่อให้เอาปืนจี้ก็ไม่มาลงทุน รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูความมั่นใจ หาวิธีทำให้เงินบาทอ่อนลง ปรับแนวทางให้แบงก์ชาติมาอยู่ภายใต้การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตามแนวคิดของนายวีรพงษ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55203</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, ส่งออก, อดีต รมว.พลังงาน, เซลล์สมอง, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27b1ba9aa88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนผมน้อย&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;หาทางเพิ่มเซลล์สมองของตัวเองให้เท่ากับคนปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63- &amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า การส่งออกของไทยในปี 2562 น่าจะติดลบหนัก ยิ่งเมื่อหักลบการส่งออกทองคำและการส่งคืนยุทโธปกรณ์ออกไป และหากเดือนมกราคมการส่งออกยังคงติดลบอีก การส่งออกของไทยในปี 2563 นี้ก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะติดลบต่ออีกได้ ทั้งนี้สาเหตุมาจากอุตสาหกรรมส่งออกของไทยที่เริ่มล้าสมัยและขาดการลงทุนใหม่ๆในหลายปีที่ผ่านมา เป็นความล้มเหลวของการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และเป็นผลของการปฏิวัติ อีกทั้งยังเป็นรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจ ตามที่ ดร. วีระพงษ์ รามางกูร อดีต รองนายกฯ อดีต รมว. คลัง และ อดีต ประธานแบงก์ชาติได้ออกมาวิจารณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่บอกเองว่าตัวเองมีเซลล์สมองเพียง 84,000 เซลล์ &amp;nbsp;แถมยังกล้าพูดว่าคนไม่สวยสมองเยอะ ได้หาทางเพิ่มเซลล์สมองของตัวเองให้เท่ากับคนปกติที่มีประมาณหนึ่งแสนล้านเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์สมองทางด้านเศรษฐกิจ และอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้อ่านและศึกษาบทวิจารณ์เศรษฐกิจของ ดร. วีรพงษ์นี้ ที่เหมือนกับที่ตนได้เคยเตือนและวิจารณ์มาตลอด เพื่อที่จะได้ทราบสถานการณ์ความเป็นจริงที่ย่ำแย่ของเศรษฐกิจไทย และสภาวะที่กำลังจะยิ่งเสื่อมลงไปเรื่อยๆ หากยังไม่เปลี่ยนรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ &amp;nbsp;และ แบงก์ชาติ น่าจะมีความเข้าใจการทำธุรกิจในระดับที่ต่ำมาก โดย นายสมคิด โทษนักลงทุนไทยที่ไม่ลงทุนเป็นสาเหตุทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ และเป็นสาเหตุของค่าบาทแข็ง อีกทั้ง แบงก์ชาติยังแก้ตัวว่าผลดีของค่าเงินบาทแข็งทำให้นำเข้าเครื่องจักรได้ในราคาถูก เท่ากับไม่เข้าใจในธรรมชาติของนักลงทุนเลยว่า ถ้านักลงทุนมั่นใจว่าลงทุนแล้วมีกำไร จำนวนเงินเท่าไหร่เขาก็กล้าลงทุน แต่ถ้ารัฐบาลไม่สามารถทำให้เขามั่นใจได้ ต่อให้เอาปืนจี้เขาก็ไม่ลงทุน เพราะถ้าลงทุนแล้วขาดทุน เขาอาจจะต้องล้มละลายและต้องฆ่าตัวตายเหมือนหลายโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ปัจจุบันกำลังการผลิตถูกใช้เพียง 50-60% เท่านั้น เพราะสินค้าขายไม่ออก ใครเขาจะไปลงทุนเพิ่ม ยิ่งค่าบาทแข็งทำให้สินค้าแพงขึ้น ยิ่งทำให้ขายสินค้าไม่ออก ถึงแม้เครื่องจักรถูกแสนถูก ขนาดจะให้ฟรีก็คงจะไม่เอา เพราะไม่รู้ผลิตสินค้าออกมาแล้วจะนำไปขายให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สัดส่วนการส่งออกและการท่องเที่ยวที่มีมากกว่า 70% ของจีดีพี ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็ง ย่อมมากกว่าสัดส่วนค่าเครื่องจักรนำเข้ามากมายอย่างเทียบกันไม่ได้ ผลเสียมีมากกว่าผลดีมาก การแก้ตัวว่าค่าเงินบาทแข็งมีส่วนดีเพราะทำให้สามารถนำเข้าเครื่องจักรราคาถูกลง เป็นข้ออ้างที่ไม่ฉลาดและไม่สมเหตุสมผล แสดงว่าไม่เข้าใจและไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อนเลย &amp;nbsp;โดยเฉพาะนายสมคิด ที่ประเทศไทยสามารถประหยัดการนำเข้าน้ำมันได้ปีละหลายแสนล้านบาทจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงมากแต่รัฐบาลกลับไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ดีกว่านี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า ขณะเดียวกันในหลายปีนี้ กลุ่มนักลงทุนไทยกลับกล้าขนเงินจำนวนมหาศาลกว่าสองล้านล้านบาทไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เพราะพวกเขามั่นใจว่าพวกเขาสามารถที่จะทำกำไรได้ ไม่ต้องด่า ไม่ต้องบังคับ พวกเขาก็ยินดีไปลงทุนเอง ทั้งที่ต้องไปลงทุนต่างบ้านต่างเมือง ถ้ารัฐบาลยังไม่เข้าใจเรื่องแค่นี้ก็ต้องนับว่าแย่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือการฟื้นฟูความมั่นใจที่หายไปกว่า 5 ปีแล้วให้กลับมาซึ่งไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะทำได้ไหม เพราะเวลาผ่านมานานมากแล้วที่ความมั่นใจหดหายไป อีกทั้งการต้องหาวิธีทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง และควรต้องปรับเปลี่ยนแนวทางให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตามแนวคิดของ ดร. วีรพงษ์ อดีตประธานแบงก์ชาติ เพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจได้ตรงกัน เพราะความเป็นอิสระของแบงก์ชาติที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเลย แต่กลับทำให้แย่ลงมาโดยตลอด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เซลล์สมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เต้นรำ..ป้องกันอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันว่า การออกกำลังกายด้วยการเต้นรำนั้น ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองได้มากกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ เพราะเวลาเราเต้นรำนั้น นอกจากต้องใส่ใจมีสมาธิกับจังหวะเพลงแล้ว เรายังต้องจดจำท่าทางการเต้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้วิจัยของมหาวิทยาลัยในนิวยอร์กได้ทดลองแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่ 1 ให้เดินเร็ว ส่วนกลุ่มที่ 2 ออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และกลุ่มที่ 3 จับคู่เต้นรำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมงในสตูดิโอ ด้วยท่าเต้นที่ละเอียดซับซ้อน แต่ออกสเต็ปด้วยความอ่อนช้อย และลื่นไหลไปกับเสียงเพลง ในลักษณะเดินเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส จากนั้นผู้เต้นก็จะย้ายคู่เต้นรำไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากบทความวิจัยดังกล่าวระบุว่า &amp;quot;หลังจาก 6 เดือนผ่านไป ผู้ทำการวิจัยได้เชิญคนทั้ง 3 กลุ่มที่เข้าร่วมทดสอบมาทำการวิจัยซ้ำอีกรอบ ผลปรากฏว่า ผู้ที่เข้าร่วม 2 กลุ่มแรก คือกลุ่มเดินเร็วและกลุ่มออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีภาวะความเสื่อมของเซลล์สมองที่เห็นได้ชัด แต่กลุ่มที่สามที่ &amp;quot;จับคู่เต้นรำ&amp;quot; ไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้แล้ว แต่ในสมองของพวกเขายังมีความหนาแน่นขึ้นของ &amp;quot;ฟอร์นิกซ์&amp;quot; (fornix) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่อยู่ภายในสมอง มีหน้าที่ในการประมวลผลสิ่งที่ได้สัมผัสได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมหน่วยความจำให้ทำงานได้เป็นปกติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเต้นรำจึงเป็นตัวช่วยให้เราห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ได้อีกหนทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไม่เชื่อ ก็ลองไปเข้าคลาสเต้นรำดูก็จะได้รู้ว่า จริงแท้แน่นอนจ้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์ป้าที่ไม่ชอบลีลาศ เพราะรู้สึกว่าไม่ถูกจริต หรือเห็นว่า การลีลาศนั้นผูกติดเชื่อมโยงกับการแต่งตัวให้เนี้ยบให้สวย โดยต้องมีรองเท้าส้นสูงเป็นองค์ประกอบสำคัญจึงจะดูเริ่ดเชิดหยิ่งให้สมกับท่าเต้นนั้น ก็ลองเลือกการเต้นแอโรบิก หรือการเต้นซุมบ้าก็ได้ค่ะ เพราะเป็นการออกกำลังกายภาคบังคับต้องจดจำ &amp;quot;ท่าเต้น&amp;quot; แบบเดียวกับลีลาศค่ะ เพียงแตกต่างกันที่ทำนองเร้าใจตื่นเต้นเหนื่อยมากกว่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; นั้นเชื่อสนิทติดใจเลยค่ะว่า การเต้นที่ต้องจำท่าทางนั้น ช่วยในการพัฒนาสมอง และส่งเสริมความจำได้ดีมากจนถึงดีที่สุด แถมยังได้เหงื่อมากมาย ไม่แตกต่างจากการออกไปวิ่งในสวนสาธารณะหรือในซอยแถวบ้านนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างคือ การเต้นรำนั้นทำให้บุคลิกดูดี หน้าตาอ่อนวัยกว่าอายุจริงอีกต่างหาก โดยเฉพาะมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าที่เต้นลีลาศเป็นประจำ จะเห็นได้ว่าเวลานั่ง เดิน ยืน เขาหลังตรง ตัวตรงสง่างามอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ได้ไปพบเห็นอาจารย์วัย 73 ปี เธอเต้นลีลาศได้อย่างพลิ้วไหว สะโพกสะบัดยิ่งกว่าสาว 17 เลย หากไม่ถามอายุก็ไม่มีทางรู้ว่า เลข 7 นำหน้าแล้ว ไถ่ถามได้ความว่า เรียนลีลาศมาเมื่อหลังเกษียณอายุ 60 ทำให้ชีวิตดี๊ดีมีชีวา ได้ยินเสียงเพลงเมื่อไหร่ เป็นต้องลุกขึ้นมาขยับกาย หน้าเชิด อกผายไหล่ผึ่ง รับรองได้ว่า แก่ตัวกว่านี้ หลังไม่งอไม่งุ้มอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้แบบนี้แล้ว ฝึกเต้นรำกันเถอะค่ะ แบบไหนก็ได้เอาที่สะดวกและสบายใจนะคะ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8775</URL_LINK>
                <HASHTAG>การออกกำลังกาย, การเต้นรำ, งานวิจัย, ป้าเอง, ฟอร์นิกซ์, ภาวะสมองเสื่อม, มองมุมสูง, ลีลาศ, หน้าตาอ่อนวัย, เซลล์สมอง, เต้นซุมบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
