<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดดเผารถไฟพรึ่บ เงินสดวอด2แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซลส์สาวขายเครื่องครัว จอดรถปาเจโร่ไว้กลางแดดช่วงเที่ยงวัน ตัวเองหลบไปงีบในบ้าน เพื่อนบ้านมาปลุกไฟไหม้รถ คาดเป็นเพราะอากาศร้อนจัด กว่าจะดับได้ เงินกว่า 2 แสนบาทที่เพิ่งรับมาจากลูกค้าและทิ้งไว้ในรถ ก็เสียหายหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;เอิร์น เบญจกุล อยู่ใน @ย่านตาขาว&amp;quot; ได้โพสต์ภาพไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์อย่างรุนแรงท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด จนรถยนต์ได้รับความเสียหาย โดยระข้อความว่า &amp;quot;....เกิดเหตุไฟไหม้รถ อากาศร้อนเกิ๊น จอดรถกลางเเดดไหม้ทั้งคัน #ไม่เชื่ออย่าลบหลู่แดดประเทศไทย&amp;quot; ต่อมา น.ส.ธัญชนก สะสี อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดอุทัยธานี อาชีพเซลส์ขายเครื่องครัว เปิดเผยว่า เธอเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สปอร์ต สีดำ ทะเบียน ญว 4400 กรุงเทพฯ ที่ถูกไฟไหม้ภายในเสียหายทั้งคัน โดยรถคันนี้จอดภายในซอยชัยพฤกษ์ ถนนตรัง-ปะเหลียน อ.ย่านตาขาว ใกล้กับโรงพยาบาลย่านตาขาว จ.ตรัง โดยก่อนเกิดเหตุ ตนเองกลับจากทำงานภายในตัวเมืองตรัง ขับรถเข้าบ้านในช่วงพักเที่ยง จอดรถไว้ริมถนนกลางแดดจัด ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร ก่อนจะเข้าไปนอนหลับภายในบ้าน จนกระทั่งเวลา 2 ชั่วโมงผ่านไป มีเพื่อนบ้านมาเรียกว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องโดยสารของรถ ทันใดนั้นก็ได้เกิดเปลวไฟลุกท่วมออกมาจากห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว ซึ่งรถคันดังกล่าวตนเองใช้งานอยู่เป็นปกติประจำในทุกวัน เป็นรถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ไม่ได้ติดตั้งแก๊สแต่อย่างใด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารถดับเพลิงจำนวน 1 คัน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงภายในห้องโดยสาร และกำลังลุกลามไปทั่วทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงได้ฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบลง หลังจากนั้น น.ส.ธัญชนกได้ตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ พบว่าเงินสดจำนวนกว่า 2 แสนบาท ที่เพิ่งจะรับมาจากลูกค้า ถูกไฟไหม้เสียหายหมด รวมทั้งบัตรและเอกสารสำคัญ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากอากาศที่ร้อนจัด เพราะจอดไว้กลางแดดโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระหว่างเวลา 12.00 น. วันที่ 22 เม.ย.ถึง 12.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศเป็นรายภาค ภาคเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร ตาก ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิสูงสุด 35-42 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และตราด อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และสตูล อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนถือว่ามีผลต่อสุขภาพจิตอย่างมาก ทำให้คนทั่วไปมีความหงุดหงิดง่าย ความอดทนต่อสิ่งต่างๆ ลดลง อาจจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่าย ยิ่งในช่วงกลางคืนบางครอบครัวที่อาจจะไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้นอนหลับไม่สนิทในช่วงกลางคืน หลับๆ ตื่นๆ พอพักผ่อนไม่เพียงพอก็ยิ่งหงุดหงิดง่ายขึ้น รวมถึงมีผลต่อสุขภาพกายโดยตรง คือร่างกายอ่อนเพลีย อ่อนล้า ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายอาจจะลดลงได้ นอกจากนี้ จากการเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายของคนไทย พบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนอย่างมีนัย สิ่งสำคัญสภาพอากาศร้อนจะทำให้คนหงุดหงิดง่าย หัวร้อนง่าย ดังนั้น เวลาจะพูดหรือจะทำอะไรก็ขอให้คิดให้ดี ช้าๆ ลงอีกนิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญชนก สะสี, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซลส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbdc304e4c23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหด!แก๊งหลอกขายหัวเตาแก๊ส เหยื่อไหวตัวทันส่งสินค้าคืนกลับถูกทำร้าย/แจ้งความเอาผิดเซลส์แสบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งเซลส์แสบหลอกขายหัวเตาแก๊สให้พ่อค้ามะพร้าวน้ำหอม หลังตกลงซื้อเงินผ่อนเดือนละ 1,000 บาทจ่าย 4 งวด แต่กลับถูกเขียนยอดผ่อนชำระเป็นเดือนละ 1,800 บาท เหยื่อไหวตัวทันไม่ยอมจ่ายเงินทั้งส่งของคืนให้และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ทำให้เซลส์หนุ่มฉุนจัดใช้สนับมือต่อยเตะซ้ำ เหยื่อโร่แจ้งความเอาผิด พร้อมฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายพิชิต จะชนรัมย์ อายุ 49 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวน้ำหอม ชาวตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำใบสัญญาเช่าซื้อของบริษัทจำหน่ายสินค้าแห่งหนึ่งออกมาร้องผ่านสื่อ พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนที่กำลังคิดจะซื้อสินค้าที่ไปตระเวนขายตามบ้าน หลังได้ถูกกลุ่มพนักงานขายหรือเซลส์มาหลอกขายหัวเตาแก๊สในลักษณะเอาเปรียบไม่เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิตเล่าว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งมาเสนอขายหัวเตาแก๊สในหมู่บ้าน ซึ่งตอนนั้นตนอยู่บ้านคนเดียว โดยผู้หญิงคนดังกล่าวหิ้วหัวเตาแก๊สเข้าไปนำเสนอที่หน้าบ้าน บอกว่า เป็นหัวเตาแก๊สประหยัดพลังงาน ตอนแรกตนปฏิเสธเพราะอาศัยอยู่คนเดียวไม่จำเป็นต้องใช้และไม่มีเงินสดซื้อด้วย แต่ก็ถูกเซ้าซี้ว่าหากซื้อเงินสดจะขายเพียงราคา 3,600 บาท หรือซื้อเงินผ่อนคิดราคา 4,000 บาทแบ่งชำระ 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท ตนจึงตอบตกลงซื้อแบบผ่อนชำระและเซ็นชื่อในใบสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว โดยที่ไม่รู้ว่าเซลส์ได้เขียนตัวเลขเพิ่มให้ชำระเดือนละ 1,800 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. ครบกำหนดชำระงวดแรก ก็มีเซลล์ผู้ชาย 2 คนมาเก็บเงินที่บ้านงวดแรกในราคา 1,800 บาท สร้างความงุนงงให้แก่ตนเอง เพราะตกลงให้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท แต่กลับมาเรียกเก็บ 1,800 บาท จึงบอกว่าไม่มีเงินจ่ายให้ ก็เอาหัวเตาแก๊สกลับไปคืน เพราะยังไม่ได้ใช้งานเลย จากนั้นก็ไปยกหัวเตาแก๊สในบ้านมาคืนให้กับเซลส์ พร้อมใช้มือถือถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ายังไม่ได้แกะสินค้า และคืนในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็พยายามจะถ่ายรูปรถและป้ายทะเบียนรถไว้ด้วย ป้องกันเผื่อมีปัญหาในภายหลัง แต่จังหวะที่ตนกำลังจะเดินไปถ่ายภาพ ก็มีเซลส์ผู้ชายอีกคนรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้จัดการ ได้เดินลงมาจากรถด้วยท่าทางไม่พอใจ พร้อมสวมสนับมือแล้วเดินเข้ามาชกตนบริเวณหางคิ้วจนล้มลงทั้งยังเตะซ้ำอีก 1 ครั้ง ตนพยายามวิ่งหนี ก่อนที่เซลส์ทั้ง 2 คนจะขับรถออกไปพร้อมทั้งได้นำหัวเตาแก๊สกลับไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุนายพิชิตได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เอาผิดกับเซลส์คนดังกล่าว ฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกาย ซึ่งทางตำรวจจะได้เรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายพิชิตยังได้ฝากเตือนผู้ที่คิดจะซื้อสินค้าที่มีพนักงานมาตระเวนขายตามบ้าน ควรตรวจสอบให้รอบคอบ อย่าเผลอหรือหลงเชื่อง่ายๆเพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกโกงโดยไม่รู้ตัวเหมือนกับตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำร้ายร่างกาย, บุรีรัมย์, พิชิต จะชนรัมย์, พ่อค้ามะพร้าวน้ำหอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซลส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17de88411a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
