<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนห่วงวิกฤติ หุ้นดิ่งหนัก102จุด หยุดซื้อขายรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไวรัสโควิด-19 ฉุดหุ้นไทยดิ่งหนัก 102 จุด ประกาศเซอร์กิตเบรกเกอร์ครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมีนาคม หลังนักลงทุนห่วงสถานการณ์แพร่เชื้อ ประเดิมครั้งแรกหลัง ตลท.ปรับเกณฑ์ใหม่ ยันทุกระบบทำงานได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 23 มีนาคม 2563 เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับลดลงถึง 90.19 จุด หรือ 8.00% อยู่ที่ 1,037.05 จุด ส่งผลให้ ตลท.ประกาศหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ครั้งที่ 1 ระยะเวลา 30 นาที ตั้งแต่เวลา 15.25-15.55 น. เป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมีนาคม 2563 และเป็นครั้งแรกหลังจาก ตลท.ประกาศปรับเกณฑ์เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 หากดัชนีร่วงแรง 8% หยุดพักการซื้อขาย 30 นาที จากเดิมที่ดัชนีลดลง 10%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดการซื้ออีกครั้งยังปรับลดลงต่อเนื่องต่ำสุด 104.41 จุด หรือ 9.27% อยู่ที่ 1,022.83 จุด และปิดตลาดที่ 1,024.46 จุด ลดลง 102.78 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 9.12% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 59,677.79 ล้านบาท ส่วนดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,065.67 จุด โดยนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ถึงแม้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีประชุมนัดพิเศษปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 0.75% รวมถึงออกมาตรการเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ในหลายๆ ด้านก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีมาตรการรองรับผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างรอบคอบ และให้ความมั่นใจว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ (mai) และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด (TCH) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) จะเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้ภาวการณ์ต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภากรระบุว่า ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการในตลาดทุน อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (Business Continuity Plan) และมั่นใจว่าระบบซื้อขาย ระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ระบบงานหลักและระบบสนับสนุนต่างๆ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ รวมทั้งมีนโยบายดูแลพนักงานทั้งสุขภาพและความปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีการจัดแบ่งพนักงานให้ปฏิบัติงานที่บ้าน (work-from-home) โดยมีระบบสนับสนุนการทำงานที่บ้านอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อ เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพสูงสุดเสมือนช่วงเวลาปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนากร มนูญผล ผู้บริหารที่ปรึกษาการลงทุนและผลิตภัณฑ์ธนบดีธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ระบุว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนทั่วโลก ซึ่งนับเป็นวิกฤตการณ์ครั้งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว หากเทียบกลับไปเมื่อปีวิกฤติทางการเงินในประเทศสหรัฐ (Subprime Mortgage Crisis) ทำให้ช่วงจุดต่ำสุด 6 เดือนของตลาดหุ้นสหรัฐมีวันที่ตลาดปรับตัวลดลงมากกว่า 9% เพียง 1 วันเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวด้วยว่า ในขณะที่วิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 เพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวแต่ละวันมากกว่า 9% ถึง 3 ครั้ง และนับตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลดลงมากกว่า 30% จนต้องใช้มาตรการหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว (Circuit Breaker) ถึง 4 ครั้ง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก รวมไปถึงตลาดตราสารหนี้ น้ำมัน ทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ออกมามาก เพื่อถือครองเงินสด ซึ่งความผันผวนที่เราเจออยู่นี้ สูงที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงก่อนถึงจุดต่ำสุด Pre-Bottom แนะนำถือเงินสด 40-50% หุ้น และตราสารหนี้อย่างละ 15% ทองคำ 10% และ REITs/Infrastructure Fund 10% สำหรับโอกาสการลงทุนในช่วงวิกฤตินี้ ดัชนี SET Index ปัจจุบันระดับประมาณ 1,100 จุด เรามองแนวรับสำคัญที่ระดับ 860-940 จุด ดังนั้นเราเข้าใกล้จุดการลงทุนเพื่อระยะยาว สอดคล้องกับทางรัฐบาลมีการเพิ่มกองทุน SSF พิเศษ ซึ่งการลงทุนในช่วงนี้ถือว่ามีโอกาสได้ต้นทุนที่ดีที่สุดในรอบ 8 ปี ในส่วนหุ้นกู้ยังมีความน่าสนใจ แต่อาจจะเจอความเสี่ยงที่ดอกเบี้ยอาจจะกลับมาเป็นขาขึ้นหากจบช่วงดอกเบี้ยระดับต่ำอย่างยาวนาน จึงแนะนำคัดเลือก เฉพาะบริษัทที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่ได้พึ่งพาการ Roll Over ของการออกหุ้นกู้มากนัก&amp;quot; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เมื่อพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว คือหลังไตรมาสที่สอง เราเชื่อว่าจะค่อยๆ เข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ผลจากการกระตุ้นการคลังที่ตามมาด้วย Supply หนี้จะสูงขึ้นจากหลายประเทศจะดันให้ อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น และอาจจะได้เห็นเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ช่วงนี้เราจะมองเป็นโอกาสเข้าลงทุนหุ้นอีกครั้ง ซึ่งเรามองการกระจายระดับ 40-50% ของพอร์ตการลงทุนเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60684</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, สถานการณ์แพร่เชื้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หุ้นไทย, เซอร์กิตเบรกเกอร์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78c3876bc3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์พักการซื้อขาย SET รูด 125จุด           </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นไทยดิ่งเหว! นักลงทุนตื่นโควิด-19 พาเหรดเทขายหนัก ตลท. สุดต้านต้องประกาศเซอร์กิตเบรกเกอร์ ด้าน &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; สั่งคลังลุยตั้งกองทุนพยุงหุ้น หลังสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ปกติ จี้เร่งศึกษาความเหมาะสมโดยด่วน ส่วน &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ยันไม่มีแนวคิดหั่นแวตกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยในวันที่ 12 มี.ค. 2563 ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยทันทีที่เปิดทำการซื้อขาย ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างหนักกว่า 65.73 จุด หรือคิดเป็น 5.26% อยู่ที่ 1,184.16 จุด และหลังจากทำการซื้อขายในช่วงบ่าย พบว่า ดัชนียังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึง 125.05 จุด หรือ 10% อยู่ที่ 1,124.84 จุด ในเวลา 14.38 น.ส่งผลให้ ตลท. ต้องประกาศหยุดทำการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ครั้งที่ 1 ระยะเวลา 30 นาที และกลับมาทำการซื้อขายต่อในเวลา 15.08 น. โดยการประกาศหยุดทำการซื้อขายชั่วคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนสร้างเสถียรภาพตลาดทุน หรือ กองทุนพยุงหุ้น ซึ่งได้บอกกับกระทรวงการคลัง และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าแม้ขณะพื้นฐานตลาดหุ้นไทยจะดี แต่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ปกติ รุนแรงมาก จากการแพร่ระบาดโควิด 19 โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ มีคำสั่งห้ามบางประเทศ เช่น กลุ่มอียู เดินทางเข้าสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบมาก และส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะต้องศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นว่าจะออกมาในรูปแบบใด เพราะไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเหมือนสมัยก่อนที่มีการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ โดยได้ให้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปเร่งศึกษาแนวทางที่เหมาะสม ส่วนขนาดของกองทุนจะเป็นเท่าใด ให้ไปดูให้เหมาะสม ในระยะยาวจะจะต้องมีกำไร และทำให้ตลาดทุนมั่นใจว่า รัฐบาล กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมจะดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลัง อีก 2 ประเด็น คือ 1.การเตรียมมาตรการชุดที่ 2 ดูแลผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยจะเน้นไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อาชีพอิสระ รายได้ประจำ ซึ่งได้ให้การบ้านทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปเตรียมมาตรการครบทุกกลุ่ม เพิ่มเติมจากชุดที่ 1 ที่ได้ดูแลผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจให้ชะลอการเลิกจ้างงานไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่งมองว่าในช่วงดังกล่าว จำเป็นต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ให้กระทรวงการคลังเตรียมวงเงิน และมาตรการไว้ เมื่อถึงเวลาต้องใช้ ก็เตรียมไว้พร้อมใช้ทันที ซึ่งยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะหนักหนาพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้รับรายงานจากผู้จัดการ ตลท. ว่าหุ้นไทยตกมากวันนี้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยมีสาเหตุมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าเป็นโรคระบาดแพร่หลายกว้างขวาง เป็นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการคลังก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เชื่อว่าตลาดหุ้นและพื้่นฐานเศรษฐกิจของไทยมีพื้นฐานเข้มแข็ง ในส่วนของมาตรการดูแลตลาดหุ้นไทยจะมีการพิจารณาต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นกระทรวงการคลังจะเสนอ นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตรการเพิ่มเพื่อดูแลตลาดหุ้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดที่จะลดภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น ต้องติดตามสถานการณ์ก่อน มาตรการที่ออกมาต้องเหมาะสมกับเหตุการณ์ ที่ผ่านมาหุ้นตก 2-3 วัน ก็กลับมาปรับตัวขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เข้าใจว่านักลงทุนกังวลโรคโควิด-19 ซึ่งบางครั้ง อาจจะกังวลเกินเหตุ แม้ว่าตลาดหุ้นยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ที่ผ่านมาการเกิดเหตุการณ์หลายครั้ง ดัชนีหุ้นก็ยังปรับขึ้นมาได้&amp;quot; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนประเทศญี่ปุ่นที่พิจารณาลดภาษีแวตเหลือ 0% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59583</URL_LINK>
                <HASHTAG>125จุด, ตลท., เซอร์กิตเบรกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69ed3f45e37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
