<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 00:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 00:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซอร์อเล็กซ์ไปด้วยผีเยือนบาร์ซ่าเลกสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์ เหลือโอกาสอีก 90 นาทีในการคัมแบ็คกลับมาเพื่อเข้ารอบเซมิไฟนอล ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยจะต้องบุกโค่น บาร์เซโลน่า ให้ได้เท่านั้น ในเกมเลกสอง คืนวันอังคารนี้ หลังจากเสียท่าแพ้มาในเลกแรก 0-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แมทช์นี้มีข่าวว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายเก่าปีศาจแดง ได้ร่วมเดินทางไปทัพนักเตะยูไนเต็ดด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับสาวกเร้ดเดวิลส์ ที่จะมีอดีตบรมกุนซือช่วยอีกแรงในเกมที่ คัมป์ นู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้วก็มีรายงานว่า อเล็กซิส ซานเชซ กับเนมันยา มาติช ก็ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมคัมแบ็คสำหรับเกมนัดสำคัญกับทีมแชมป์ลาลีกา สำหรับ ซานเชซ พักเจ็บมานานตั้งแต่ วันที่ 2 มีนาคม เนื่องจากมีอาการเจ็บที่หัวเข่า แต่ตอนนี้หายดีแล้วและพร้อมลงสนาม ขณะที่ มาติช ไม่ได้ลงเล่นมา 3 แมทช์หลังสุด แต่มิดฟิลด์วัย 30 ก็ยังได้ร่วมเดินทางไปสเปนด้วยเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ ลุค ชอว์ ติดโทษแบนอดช่วยทีมในนัดนี้จากใบเหลืองในเกมเลกแรก ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด แต่ก็ได้ร่วมเดินทางไปคัมป์นูด้วยเช่นกัน แต่ในรายของ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่ไม่ได้ลงเตะในเกมกับ เวสต์แฮม เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา และมีข่าวว่าจะย้ายไป เปแอสเช หลังจบฤดูกาล ไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บาร์เซโลน่า, ฟุตบอล, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb4c4d46662c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต้องเรียกว่าร้อนแรงอย่างยิ่งสำหรับโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยเฉพาะเรื่องซื้อเสียงและการร้องเรียนสารพัด ซึ่ง ฟันธงตั้งแต่ยามนี้ได้เลยว่าหลังวันหย่อนบัตร 24 มี.ค. ไม่ว่าผลจะออกมา &amp;ldquo;หมู่&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;จ่า&amp;rdquo; ในสายตาใครต่อใคร สถิติใหม่ๆ หลายเรื่องในประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะต้องบันทึกไว้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องจำนวนสถิติผู้มาใช้สิทธิ์ บัตรเสีย บัตรโนโหวต และที่สำคัญ &amp;ldquo;การร้องเรียน&amp;rdquo; ที่จะเยอะเป็นพะเรอเกวียนแน่นอน ...๐ เรียกว่า &amp;ldquo;7 อรหันต์&amp;rdquo; กกต.ต้องเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมร่างกายให้ดี รวมถึงบรรดาองค์คณะผู้พิพากษาศาลเลือกตั้งที่จะมือเป็นระวิงในการพิจารณาคดีความอย่างไม่เคยมีมาก่อน&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้ หลัง &amp;ldquo;ผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;rdquo; มีมติเอกฉันท์ว่าด้วยสถานะ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; ในฐานะหัวหน้า คสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุด &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; ก็มีมติเอกฉันท์ตอกตะปูฝาโลงอีกระลอกว่า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ...๐ จะเรียกว่าเป็นการ &amp;ldquo;อุ้มสม&amp;rdquo; หรือเป็นกรณีตีไพ่โง่ให้เพื่อน &amp;ldquo;น็อกมืด&amp;rdquo; ตามที่ &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;rdquo; อดีตสมาชิกพรรคที่เป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; ต่อระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเคยวิเคราะห์หรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่มีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีตรารับรองออกมา เพราะเชื่อว่าบรรดาลูกหาบที่งอแงเรื่องดังกล่าวจะพร้อมใจระบุว่า &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; ยังไม่ถือเป็นที่สุด ...๐ นี่ยังไม่นับรวมกรณีการสาดโคลน และป้ายสีในโลกออนไลน์อีก ซึ่งที่ผ่านมาแม้ กกต.จะมีการลบข้อความหรือโพสต์ต่างๆ ที่เข้าข่ายแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนบางกรณีเป็น &amp;ldquo;ฝีมือ&amp;rdquo; ของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; ทั้งหลายจะเช็กบิลอย่างไร เมื่อใดกันแน่ นอกจากนั้นในกรณีบรรดาผู้มีชื่อเสียงหรือเซเลบทั้งหลายที่ประกาศตัวในโลกเฟซบุ๊กว่าจะสนับสนุนพรรคนั้นพรรคนี้ ก็เข้าใจได้ว่าไม่ผิด แต่การประกาศว่าจะเลือกผู้สมัครเบอร์นั้นเบอร์นี้ในเขตของตนเองจะถือเป็นความผิดหรือไม่อย่างไร กกต.ก็น่าจะต้องเร่งเคลียร์ก่อนถึงวันที่ 24 มี.ค. นะจ๊ะ ...๐ พูดถึงเรื่องการโพสต์แล้ว ไม่เอ่ยอ้างถึงเพจ CSI LA ไม่ได้ ดูเหมือนเป็นความชอกช้ำระกำจิตหลังจากเปิดประเด็นเรื่อง &amp;ldquo;นาฬิกาเพื่อน&amp;rdquo; ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ซึ่งได้เป็นประเด็นใหญ่ของสังคมจนยอดไลค์ยอดติดตามพุ่งกระฉูด แต่หลัง ป.ป.ช.มีมติตีตกเรื่องดังกล่าว ดูเหมือนเพจดังกล่าวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลและ คสช.มาต่อเนื่อง เริ่มออกอาการเป๋ไปเป๋มา โดยเฉพาะล่าสุดถึงขั้นจงใจปูด &amp;ldquo;เอกสารปลอม&amp;rdquo; ขึ้นมา เพราะรู้ว่ายามนี้อะไรที่ด่ารัฐบาล คสช. และ &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; เรียกเรตติ้งได้ดี เหมือนก่อนหน้านี้ที่ใครโพสต์หรือด่า &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; มีแต่ยอดไลค์ยอดแชร์ แต่สุดท้ายเมื่อความจริงมันเผยออกมาแล้ว มันก็จะกัดกินความน่าเชื่อถือของตัวเองนะเออ ...๐ นอกจากเพจ CSI LA แล้ว ล่าสุดยังมีการ โพสต์ข่าวเรื่อง &amp;quot;ยกเลิกจ่ายยารักษามะเร็งข้าราชการ&amp;rdquo; ที่ว่อนเน็ตอย่างมาก จนทำให้ &amp;ldquo;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค&amp;rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ต้องเร่งออกมาชี้แจงว่าไม่จริง เพราะได้ปรับหลักเกณฑ์ให้ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าร้ายแรงกว่ากรณีเพจ CSI LA อย่างมาก เพราะเป็นการปั้นและสร้างข่าวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นความตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลจะทำเพียงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการติดตามดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการสร้างความตระหนกและสร้างผลกระทบต่อจิตใจของข้าราชการ รวมถึงญาติมิตร ในวงกว้างอย่างมาก และยิ่งหากเป็นกลุ่มก้อนทางการเมืองที่ใช้เรื่องดังกล่าวด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องทำความชัดเจนให้ปรากฏโดยเร็ว เพื่อให้รู้เช่นเห็นชาติถึงการเอา &amp;ldquo;ชีวิต&amp;rdquo; มาล้อเล่นหาเสียงนั้น อภัยให้ไม่ได้ ...๐ แปลกแต่จริงๆ บรรดาเอ็นจีโอและพวกนักสิทธิมนุษยชนไทยทำไม &amp;ldquo;เงียบเป็นเป่าสาก&amp;rdquo; ในกรณีการชุมนุมของเสื้อกั๊กเหลืองที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชิดชูว่าเป็นประเทศแห่งประชาธิปไตยกันหนักหนา เพราะบรรดาผู้ชุมนุมนั้นมีทั้งการปล้นสะดม-เผา จนเรียกว่าวิกฤติก็เป็นได้ หรือมัวคิดจิกกัดด่าแต่ประเทศที่ใช้ทำมาหากินอย่างเดียวเท่านั้น ...๐ จบท้ายด้วย ข่าวเบาๆ ให้รู้ว่า &amp;ldquo;สาวกผีแดง&amp;rdquo; ก็มีแบบนี้ ซึ่งต้องบอกว่า &amp;ldquo;รวยอย่างเดียวทำไม่ได้&amp;rdquo; เพราะล่าสุดได้มีการประมูล &amp;ldquo;หมากฝรั่งชิ้นสุดท้าย&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน&amp;rdquo; เคี้ยว ในฐานะกุนซือ &amp;ldquo;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด&amp;rdquo; ผ่าน eBAY ด้วยมูลค่าสูงถึง 390,000 ปอนด์ หรือกว่า 16 ล้านบาทกันเลยทีเดียว พระเจ้าจอร์จ ฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้ากันเลยทีเดียว ...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท.ศักดิ์, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุโค่ย!อนาคตใหม่ชูท่านเซอร์&#039;อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน&#039;ตีปี๊บรัฐสวัสดิการเอาอย่างอังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.61- นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี &amp;nbsp;วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. &amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sustarum Thammaboosadee ถึงนโยบายรัฐสวัสดิการที่เขาผลักดันมาโดยตลอด &amp;nbsp;ครั้งนี้เขายกระบบ NHS หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้าในอังกฤษ ขึ้นมาเป็นแนวทาง โดยนำกรณี Sir Alex Ferguson &amp;nbsp;อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาระบุว่า.....ระบบการรักษาพยาบาลที่ดีและถ้วนหน้า จาก NHS ถึง 30 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟนฟุตบอลอังกฤษคงติดตามอาการป่วยของ Sir Alex Ferguson ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่และได้รับการยอมรับทั่วโลก (แชมป์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย FA Cup 5 สมัย UCL 2สมัย)
เขารับการผ่าตัดสมองด่วนในวัย 77 ปี ล่าสุดรายงานว่าอาการดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่โรงพยาบาล Salford Royal ตอนเหนือของแมนเชสเตอร์ เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล และแน่นอนที่สุดเขาใช้สิทธิการรักษาผ่านระบบ NHS หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้าในอังกฤษ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คนรวยและมีชื่อเสียงจะใช้ระบบนี้ เพราะรัฐบาลอังกฤษใช้จ่ายงบประมาณ 8% ของ GDP กับสาธารณสุข และงบประมาณประกันสุขภาพรายหัว 2,200 GBP หรือราวๆ 90,000 บาท/คน/ปี หากหักค่าแรงที่แตกต่าง ค่าครองชีพ อังกฤษ-ไทย อาจเทียบเท่าประมาณ 15,000 บาท/คน/ปี (ใกล้เคียงกับที่ไทยจ่ายให้ข้าราชการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ NHS อยู่ด้วยระบบภาษี 99% การรักษาครอบคลุมเกือบทั้งหมด กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบเรื่องการวิจัย-พัฒนาบุคลากร แต่งบประมาณหลักอยู่กับ NHS ซึ่งเป็นงบประมาณที่ดูชีวิตเจ็บป่วยประชาชนโดยตรง
การที่ NHS เป็นสิทธิของทุกคนมีผลดีอย่างมาก มันประหยัดค่าใช้จ่ายในภาพรวม ลดอิทธิพลของบริษัทยา บริษัทประกันสุขภาพ และผู้คนไม่ถูกเลือกปฏิบัติจากการรักษา แม้กระทั่งผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงก็สามารถใช้ระบบนี้ได้ เช่นเดียวกับแรงงานอพยพที่เพิ่งได้รับสัญชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงกันข้ามสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ผู้คนจ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลสูงแต่การเข้าถึงการบริการกลับต่ำ และคุณภาพกลับแย่เพราะระบบที่แบ่งแยกคนรวย คนจนจากการซื้อประกันเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสามารถไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ ในเงื่อนไขปัจจุบันที่เรามีงบประมาณรายหัวประมาณ 3,100 บาท/ คน/ปี หากคิดสัดส่วนแล้ว 4% ของ GDP ความพิกลพิการของระบบวันก่อนผมพบผู้ใช้แรงงานนอกระบบที่บางบอน มีสิทธิอยู่ที่สุรินทร์ กลับไปรักษาเบาหวานสามเดือนครั้ง เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีของระบบ การถ่ายโอนความเสี่ยงให้ผู้ป่วยจนเกือบต้องเสียขาข้างหนึ่ง เทียบกับคนอังกฤษที่สามารถหาหมอที่ดีที่สุดในระยะทางขับรถไม่เกินสิบนาทีและใช้เวลาที่ โรงพยาบาลไม่เกินชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำให้ระบบดูแลถ้วนหน้าและดีเกิดขึ้นได้ในไทย ฟังดูยาก แต่มิใช่เป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพด้านล่างจาก twitter josh sheldon อ้างบทสัมภาษณ์ของFerguson ที่โจมตีนโยบายเสรีนิยมใหม่ของ Thatcher ที่พยายามทำลายสวัสดิการด้านสาธารณสุข แปลโดยสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพแห่งความผุพังและละทิ้งประชาชนของพวกอนุรักษนิยมสมัยแทตเธอร์ ผมไม่เคยให้อภัย การพยายามทำลายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำลายสิ่งที่พวกเราภูมิใจ ทรยศต่อการพัฒนาที่ก้าวหน้าของการดูแลผู้คนในสังคม การทำลายนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือการทำลายชีวิตมนุษย์และศักดิ์ศรีของพวกเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Alex Ferguson มาจากครอบครัวผู้ใช้แรงงานในกลาสโกว์ เขาเป็นผู้สนับสนุนพรรคแรงงานอย่างเปิดเผย ขึ้นชื่อเรื่องการให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในสโมสรฟุตบอลทุกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8827</URL_LINK>
                <HASHTAG>30บาทรักษาทุกโรค, Sir Alex Ferguson, ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, พรรคอนาคตใหม่, รัฐสวัสดิการ, หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae86a4342426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิษย์เก่าผีแห่ให้กำลังใจเซอร์อาการโคม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบอสทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้จัการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังเมืองผู้ดี ยังคงต้องได้รบการดูแลอย่างใกล้ชิด หลังเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์ระบุอาการเข้าขั้นโคม่า เตรียมเข้าผ่าตัดด่วน จากภาวะเลือดออกในสมอง ที่ทำให้เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเมื่อคืนวันเสาร์ ซึ่งหลังข่าวกระจายเผยแพร่ออกไป ก็มีบุคคลในวงการมากมายที่ส่งข้อความแสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะบรรดานักเตะเก่าปีศาจแดง ที่เคยร่วมงานกับ เซอร์อเล็กซ์ มา ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์ และ เดวิด เบ็คแฮม ได้ส่งความปรารถนาดีและขอให้อดีตบอสของตัวเอง หายดีขึ้นโดยเร็ว อย่าง เบ็คแฮม โพสต์ข้อความหนึ่งทางอินสตาแกรมว่า &amp;quot;Keep fighting Boss.. Sending prayers and love to Cathy and the whole family x @manchesterunited&amp;rdquo; ขณะที่ รูนี่ย์ ทวีตข้อเความว่า &amp;quot;Get well soon Boss. Thoughts with all the family at this sad time. #AlexFerguson&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เดวิด เบ็คแฮม, เวย์น รูนี่ย์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef0137e28d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 01:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 01:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟลลายนี่โขกชัยทดเจ็บผีย้ำแผลเวงเกอร์สั่งลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารูอาน เฟลลายนี่ พังประตูชัยช่วงทดเจ็บ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ อาร์เซนอล หวุดหวิด 2-1 ในเกมนัดสุดท้ายที่ โอลด์แทรฟฟอร์ดของ อาร์แซน เวงเกอร์ ในฐานะบอสทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล เมื่อคืนวันอาทิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์แซน เวงเกอร์ เยือน โอลด์แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะผู้จัดการทีมอาร์เซนอล เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เปรียบเสมือนนัดอำลาและปิดฉากความเป็นอริโดยตรงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยืนยาวมากว่า 2 ทศวรรษ และกับ โชเซ มูรินโญ ที่ทำสงครามน้ำลายใส่กันมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ดนั้น การันตีท็อปโฟร์แน่นอนแล้ว ขณะที่ อาร์เซนอล น่าจะหมดหวังติดท็อปโฟร์ไปแล้ว แต่เกมคู่นี้เจอกันเมื่อไหร่ เป็นต้องมีดราม่าให้เห็นอยู่เป็นประจำ ไม่เว้นแม้แต่เกมสุดท้ายที่ เวงเกอร์ นำ ทีมปืนใหญ่ บุกไปที่รังปีศาจแดง เมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ประตูตัดสินชี้ขาดผู้ขนะเกมนี้ เกิดขึ้นในช่วงทดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าเกมการแข่งขัน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตนายใหญ่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ที่เคยเป็นอริกันมาก่อนในช่วงที่ยังคุมทีมปีศาจแดง ยังได้มอบของขวัญให้กับ เวงเกอร์ ขณะที่ มูรินโญ่ บอสคนปัจจุบัน กับ อเล็กซิส ซานเชซ ก็ได้เข้าไปทักทายสวมกอด กุนซือชาวฝรั่งเศส ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวงเกอร์ ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการส่ง คอนสแตนตินอส ลงประเดิมนัดแรกแมทช์นี้ และเล่นไปได้ 16 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ จาก พอล ป็อกบา ครึ่งแรก สกอร์เป็นเจ้าบ้าน นำ 1-0 แต่ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันได้แค่ 6 นาที อาร์เซนอล ตีเสมอได้ จากเด็กเก่าปีศาจแดง เฮนริค มาคิตาริยาน น.51 ต่อเวลา 4 นาที เกมทำท่าจะเสมอกัน ปรากฎว่า มารูอาน เฟลลายนี่ โขกพังประตูปิดท้าย เป็นประตูชัยของ ทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะไปหวุดหวิด 2-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลอีกคู่ เวสต์แฮม เตะในบ้าน โดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ บุกไปถล่มราบคาบ 4-1 ทีมเยือนได้จาก ลีรอย ซาเน่ น.12, ปาโบล ซาบาเลตา ทำเข้าประตูตัวเอง , กาเบรียล เฮซุส น. 52 และ เฟร์นานดินโญ่ น.63 ขณะที่เจ้าบ้านได้คืนลูกเดียวจาก อารอน เครสส์เวลล์ น.41
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, อาร์เซนอล, อาร์แซน เวงเกอร์, เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โชเซ มูรินโญ่, โอลด์แทรฟฟอร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae60bc229661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
