<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดนักบุญหืดจับ &quot;ร็อดเจอร์&quot;พร้อมปะทะสิงห์เอาแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ลั่น&amp;quot;จิ้งจอก&amp;quot;เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเต็มที่สำหรับการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยแรก หลังดเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ได้สำเร็จ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ย้ำนักเตะเต็มที่ทุกนัดเพื่อแฟนบอล และให้ความสำคัญกับการแข่งขันรายการนี้ มั่นใจล้างอาถรรพ์ หลังเคยชิงฯ มาแล้ว 4 ครั้งแต่ก็ยังไม่เคยได้ชูถ้วยสักหนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลสเตอร์ ซิตี้ ตีตั๋วเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จแบบหืดขึ้นคอ ในการดวลกับ เซาแธมป์ตัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองทีมต่างก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มกันดีนัก ก่อนที่ประตูชัยจะมาจากดาวยิงคนสำคัญของทีมจิ้งจอก เคเลชี อิเฮนาโช่ นาทีที่ 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่จะเป็นนัดชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 5 ของ เลสเตอร์ ในรายการนี้ หลังจากที่ 4 ครั้งก่อนหน้า ลงเอยด้วยการเป็นได้แค่รองแชมป์ทั้งหมด และด่านสุดท้ายที่ขวางอยุ่ระหว่างพวกเขากับถ้วยแชมป์ก็คือ เชลซี ที่เพิ่งสอยเต็งหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จัดชุดสำรองลงสนาม ตกรอบไปเมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สโมสรของเรา รอคอยการกลับไปนัดชิงชนะเลิศมานาน และมันเป็นถ้วยแชมป์ที่เป็นที่ต้องการที่สุดอีกหนึ่งถ้วยสำหรับแฟนบอลของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสมควรเป็นฝ่ายชนะในวันนี้ เราป้องกันกันได้อย่างแข็งแกร่ง เซาแธมป์ตัน ทำประตูสวยๆมาแล้วมากมาย พวกเขามีผู้เล่นที่สามารถทำอันตรายคุณได้ แต่เราก็ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขายิงตรงกรอบได้แม้แต่ครั้งเดียว เราทำได้ดีมากในการเล่นเกมรุกของเรา และยังน่าจะยิงได้มากกวว่าหนึ่งประตู&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมระหว่าง เลสเตอร์ กับ เซาแธมป์ตัน ทำได้ค่อนข้างสูสี เปอร์เซนต์การครองบอล 49% ต่อ 51% ผ่านบอลก็ใกล้เคียงกันอีก 456 ต่อ 461 ผ่านบอลสำเร็จ 72% กับ 70% โอกาสยิง เลสเตอร์ 10 เซาแธมป์ตัน 6 ฝ่ายหลังยิงให้เข้ารอบไม่ได้เลย แต่ฝ่ายแรกยิงตรงกรอบหนึ่งครั้ง และเป็นประตู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้ว่ามันเป็นการแข่งขันที่มีความหมายอย่างมากต่อแฟนบอล และเราก็ได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าเราให้เกียรติฟุตบอลรายการนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจกำลังถูกพาดพิงถึง หลังจากมีหลายคนตำหนิ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เหมือนจะไม่ให้ความสำคัญกับ ศึก เอฟเอ คัพ หลังจากพักผู้เล่นไปถึง 9 คน หลังเกมแชมเปี้ยนส์ลีก กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อกลางสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทาง อิเฮนาโช คนทำประตูชัย ให้สัมภาษณ์หลังเกม ยอมรับว่า &amp;quot;มันคือฝันที่เป็นจริง และผมดีใจมาก เราเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศด้วยกัน เราทำได้ ผมเคยดูเอฟเอ คัพ ตอนที่ยังเล็ก และตอนนี้ผมได้โอกาสที่จะได้เล่นในนัดชิงชนะเลิศแล้ว มันคือความฝันที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, เซาแธมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเอ คัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607db5749f437.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 02:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 23:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โอเล่&quot;ดีใจผีฟอร์มสุดโหด นักบุญเละ 9 ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ โวคืนมหัศจรรย์ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มยิงโหด ถล่ม เซาแธมป์ตัน 9 คน ได้ถึง 9-0 ขึ้นไปมีคะแนนเท่าจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ชั่วคราว เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แก้ตัวคืนฟอร์มหลังจากสะดุดมา 2 นัด หนักสุดคือแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาบ้าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&amp;nbsp; โอกาสกลับมาเก็บ 3 คะแนนเต็ม ส่งสัญญาณตั้งแต่ต้นเกม อเล็กซานเดอร์ แยนเควิตศ์ โดนไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 2 ทำให้ทีมเยือนเหลือตัวผู้เล่น 10 คนแต่เพิ่งเริ่มเกมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลังจากนั้นได้แค่ 15 นาที ประตูแรกของเกมก็มา จาก อารอน ฟาน บิสซากา ต่อด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด น.25, แยน เบดนาเร็ค ทำเข้าประตูตัวเอง น.34, เอดินสัน คาวานี่ น.39, อองโทนี่ มาร์กเซียล น.69, 90, สกอตต์ แม็คทอมิเนย์ น.71, บรูโน่ เฟร์นานเดซ น.87 (จุดโทษ) และ แดน เจมส์ น.90+3 โดย เบดนาเร็ค ของ เซาแธมป์ตัน โดนใบแดงไปอีกคน น.86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารอคอยให้พวกเขาได้แสดงความมหัศจรรย์ให้เห็น และค่ำคืนนี้ เป็นคืนที่พวกเขายิงกันไม่ได้หยุด และสนุกกันมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความมั่นใจคือสิ่งสำคัญ แต่มันยังเกี่ยวกับ ความมหัศจรรย์บางอย่าง สิ่งที่จะมาจุดประกาย และปัจจัยสำคัญบางอย่างที่ส่งผลได้อย่าคาดไม่ถึง ช่วงก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยจะมีสิ่งเหล่านี้มากนัก พอที่จะทำให้เรานั่งชมเกมอย่าสบายใจได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณต้องเปลี่ยนโอกาสที่มีให้กลายเป็นประตูได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมที่เปิดหรือสูสี&amp;nbsp; คุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะกลลายเป็นตัวตัดสิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ และรู้ดียิ่งกว่าใคร ว่าผลต่างประตูได้เสียสามารถข่วยอะไรคุณได้ เพราะเราเคยพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกเพราะประตูได้เสียมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ กล่าวยกย่อง กองหน้าดาวรุ่ง เมสั กรีนวูด เป็นพิเศษ หลัง ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะคู่แข่งได้มากกว่าหนึ่งประตูเป็นเกมแรกในรอบ 9 นัดในพรีเมียร์ลีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมสัน กรีนวูด เล่นได้สุดยอดมาก ฟอร์กมาเล่นของเราถือว่าโดดเด่นที่สุดสำหรับผู้เล่นที่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ทำประตูในนัดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเกมออกสตาร์ทอย่างวันนี้ สิ่งสำคัญคือคุณจะเอาประตูแรกได้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเห็นตัวอย่างมาเยอะแล้วกับทีมที่เหลือ 10 คน พวกเขาตั้งรับอย่างเดียวหลังจากนั้น กระทั่งเก็บผลเสมอกลับไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องรักษาจังหวะการเล่นที่ต้องบุกอย่างต่อเนื่อง เอาประตูแรกให้ได้ และพยายามต่อไปอย่าได้หยุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอสปีศาจแดง ยอมรับสู้สึกเห็นใจ แยน เบดนาเร็ค และคิดว่าเขาไม่น่าโดนไล่ออกสำหรับจังหวะการเข้าบอลในช่วง 4 นาทีสุดท้าย แต่ก็พอใจกับการผ่านบอลของผู้เล่นตนเอง ที่ใช้ประโยชน์จากการหายไปของ แยนเควิตซ์ ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเล่นเกมนี้ได้อย่างถูกต้อง เราเปลี่ยนจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง สอดแทรกขึ้นโจมตีจากด้านหลัง มีการเคลื่อนที่และการเปิดบอลที่มีคุณภาพให้เห็นหลายครั้ง เราเล่นในแบบที่เราควรจะเล่น ขณะที่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์, วิตเตอร์ ลินเดลอฟ กับ ดาวิด เด เคอา ที่เฝ้าแนวรับ ก็ออกบอลเร็วดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สกอตต์ แม็คทอมิเนย์ เล่นบอลเร็ว เพื่อเราจะได้บุกอยู่ในแดนของอีกฝ่าย และขึงคู่แข่งในพื้นที่สุดท้าย พวกเขามีแต่ต้องการอีกและต้องการอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคุณได้เล่น คุณต้องทำให้เต็มที่ สร้างผลงานให้ได้มากที่สุด มันอาจเป็นเกมสุดท้ายที่คุณจะได้เล่น ไม่มีใครรู้ ดังนั้เราเล่นเหมือนกับว่ามันเป็นเกมสุดท้าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เซาแธมป์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601af4fb07e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คล็อปป์&quot;ฉุนพ่ายนักบุญ โวยชวดจุดโทษที่เซนต์แมรี่ส์ พาลแขวะผีทำไมได้บ่อยกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

เจอร์เกน คล็อปป์ เก็บอาการไม่อยู่ โกรธจัดหลังเกม ไม่ได้จุดโทษในเกมที่ เซนต์ แมรี่ส์ ทำพ่าย เซาแธมป์ตัน 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ โวยที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จุดโทษมาบ่อยจนน่าอิจฉา รับรู้สึกกังวล แชมป์เก่าฟอร์มช็อตไม่ชนะมา 3 เกมติด มีสิทธิโดนทีมปีศาจแดงแซงขึ้นยึดตำแหน่งจ่าฝูงก่อนหน้าเจอกันในวันที่ 17 มกราคม นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล สะดุดพ่ายเป็นเกมที่สองของฤดูกาล ในพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้แต้มหยุดอยู่ที่ 33 หนี รองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีคะแนนเท่ากันแต่เตะน้อยกว่าไม่ได้ มีโอกาสที่จะเสียตำแหน่งจ่าฝูงหาก อริแดงเดือด สามารถเก็บแต้มในเกมตกค้าง แม้เส้นทางยังอีกไกล แต่ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็เริ่มเครียดขึ้นมาแล้ว ประเด็นคือ บอสชาวเยอรมัน คิดว่า ทีมของเขาสมควรได้จุดโทษจากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ โดนสกัดล้ม ก่อนที่จะต้องประเดิมนัดแรกหลังปีใหม่ด้วยการบุกไปแพ้ต่อ เซาแธมป์ตัน 1-0 ที่สนามเซนต์ แมรี่ส์ และที่น่าเจ็บใจคือโดนเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 แล้วแก้คืนไม่ได้ และคนยิงก็คืออดีตกองหน้าของทีม แดนนี่ อิงก์ส ที่ล็อบข้าม อลิสซอน เข้าไปตุงตาข่ายหลังผู้ตัดสิน อังเดร มาร์รีเนอร์ เป่าเริ่มเกมได้ไม่ทันครบ 2 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเห็นจังหวะนั้นชัดเจน มันน่าจะต้องเป็นจุดโทษ ผมถามผู้ตัดสินที่ 4 เขาบอกว่าเช็คแล้ว ไม่ใช่จุดโทษ นั่นคือความจริง 100 เปอร์เซนต์ พวกเขาเช็คแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเจอสถานการณ์แบบนี้เมื่อปีที่แล้วในเกมกับ เลสเตอร์ หลายคนบอกว่า ซาดิโอ มาเน่ ล้มง่ายเกิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเด็กของเราคนนี้ล้มง่าย เราก็ควรจะได้จุดโทษในเกมนี้ รวมถึงเกมที่แล้วด้วย แต่ที่ อังเดร มาร์รีเนอร์ ทำกับ ซาดิโอ มาเน่ ในค่ำคืนนี้ ผมไม่แน่ใจว่ามันโอเค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อปป์ กล่าวต่อ &amp;quot;เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ผมได้ยินว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษในช่วง 2 ปีนี้ มากกว่าที่เราได้ตลอดระยะเวลาที่คุมผมทีมมา 5 ปีครึ่งเสียอีก ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความผิดของผมหรือเปล่า หรือว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เราก็ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับฟอร์มการเล่นของเรา เราเปลี่ยนมันไม่ได้ เราต้องเคารพการตัดสิน แต่เราสามารถแก้ด้วยการเล่นของเรา นั่นคือสิ่งที่เราโฟกัส&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล ฟอร์มฝืดมานับตั้งแต่ยำใหญ่ คริสตัล พาเลซ 7-0 เมื่อ 19 ธันวาคม จากนั้นก็เสมอ เวสต์บรอม กับ นิวคาสเซิล ก่อนจะมาพบความพ่ายแพ้ที่ แฮมป์ไชร์ ขณะที่ เซาแธมป์ตัน เป็นชัยชนะนัดแรกของพวกเขานับตั้งแต่ 13 ธันวาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นครั้งแรกสำหรับ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล ที่เก็บแต้มจาก ลิเวอร์พูลได้ หลังเจอกันมา 6 ครั้งแพ้หมด ดังนั้น 3 แตัมในนัดนี้จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับบอสทีมนักบุญที่ถึงกับน้ำตาไหลให้เห็นหลังจบเกมการแข่งขัน โดยเวลานี้ ทีม&amp;quot;เดอะเซนต์ส&amp;quot; ขึ้นมารั้งที่ 6 ของตาราง มี 29 คะแนนตามหลังจ่าฝูงแค่ 4 แต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล นอกจากจะไม่ชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 3 แล้ว 2 เกมหลังสุด ก็ยิงคู่แข่งไม่ได้ และเกมเมื่อคืนวันจันทร์ พวกเขาต้องรอถึงนาทีที่ 75 ถึงจะมีลูกยิงตรงกรอบให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้สึกกังวลอยู่เหมือนกัน&amp;quot; คล็อปป์ ยอมรับ &amp;quot;เรารู้ดีถึงสถานการณ์ เราไม่ได้โง่ และเราต้องแสดงปฏิกิริยาออกมาให้เห็น 100 เปอร์เซนต์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เซาแธมป์ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210105/image_big_5ff48ffe64c45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 00:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โอเล่&quot;สุดเซ็งผีวืดขึ้นที่ 3 รับสมควรแล้วไม่ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ บอสทีม&amp;quot;ปีศาจแดง&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า ทีมของตน สมควรแล้วที่จะไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนเต็มในการเจอกับ เซาแธมป์ตัน ได้เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด พลาดท่าเสียประตูตีเสมอในนาทีที่ 96 ทำให้ เซาแธมป์ตัน สามารถบุกมาแบ่งแต้มที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ด้วยผลเสมอ 2-2 โดยการที่ทีมปีศาจแดงเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวในนัดนี้ ทำให้ยังต้องรั้งอันดับ 5 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอย่างไร โซลค์ชาร์ น้อมรับกับผลการแข่งขัน โดยได้มีการให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส หลังเกม บอกว่า &amp;quot;เซาแธมป์ตัน เป็นทีมที่ดี และพวกเขาสมควรได้อะไรกลับไปจากเกมนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาเล่นดี พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งและฟิตมากๆ พวกเขาวิ่ง พวกเขาไล่ จนเราไม่สามารถสร้างจังหวะในการผ่านบอลของเราได้ถนัดในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เราขึ้นนำ 2-1&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณอาจเล่นดีกว่า แต่เราก็สร้างโอกาสลุ้นประตูได้หลายครั้ง และทำเกมสวยๆในบางจังหวะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อองโทนี่ มาร์กเซียล มีโอกาสทองสองครั้งที่เขาสร้างโอกาสให้กับตัวเอง และ 2 ประตูที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่าทำได้ดีมากๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ ยังปฏิเสธที่จะโทษเรื่องอาการอ่อนล้าที่เกิดขึ้นกับนักเตะ จนทำให้แต้มหลุดมือไปในนัดนี้ โดยผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ จัดทัพลงสนามชุดเดียวกันมาถึง 5 เกมติดต่อกัน แต่แมทช์นี้ ยูไนเต็ด ออกอาการแผ่วให้เห็น และหมดแรงในช่วงท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นเพราะนักเตะอาจล้าหลังจากเตะติดต่อกันมาแบบไม่ได้หมุนเวียนหรือไม่ โซลค์ชาร์ ตอบ &amp;quot;ไม่หรอก ผมไม่คิดวานั่นเป็นเหตุผล เรามีเวลาฟื้นตัวเพียงพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันก็แค่วันแย่ๆที่สามารถเกิดได้ เราฉวยโอกาสทำสกอร์ไม่ได้ แต่พวกเขาทำได้ก่อนหมดเวลา ดาวิด เด เคอา ได้โชว์การเซฟที่ยอดเยี่ยมให้เห็นอยู่ครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นเป็นฝ่ายเราที่มีโอกาสลุ้นประตูสวยๆอยู่หลายครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราน่าจะเก็บ 3 คะแนนได้ในวันนี้ แต่นั่นก็อีก คุณไม่มีทางได้ 3 คะแนนเต็มง่ายๆ เมื่อมาเจอกับทีมที่จะแสดงให้เห็นในสิ่งที่พวกเขาทำได้ และเซาแธมป์ตันก็เป็นทีมที่ดีทีมหนึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่ เชลซี กับ เลสเตอร์ ต่างก็แพ้มาทั้งคู่เมื่อสุดสัปดาห์ ยูไนเต็ด ถือว่าพลาดมากๆเพราะมีโอกาสที่จะขึ้นไปติดในกลุ่มท็อปโฟร์แล้วแต่ทำไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่ไลฟ์สกอร์นำอยู่ 2-1 พวกเขาขยับขึ้นไปรอแล้วที่อันดับ 3 กระทั่งเสียท่าให้กับลูกยิงของ ไมเคิล โอบาเฟมี่ เลยทำให้ทัพปีศาจแดง ยังคงรั้งอันดับ 5 ในขณะที่เหลืออีก 3 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้ ช่วงเวลาสำคัญในทุกเกมการแข่งขัน และนั่นก็เป็นหนึ่งในนั้น เราทิ้งโอกาสที่จะขึ้นอันดับ 3 เอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงอย่างไรแมทช์นี้ก็มีหลายเหตุการณ์ที่ไม่เอื้อประโยชน์กับทีมหลายอย่าง แต่เราต้องยอมรับกับมัน เราจะเดินหน้าสู่เกมวันพฤหัสฯ และพร้อมที่จะไปเยือนถิ่น เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อคืนวันจันทร์ เซาแธมป์ตัน บุกไปขึ้นนำได้ก่อน จาก สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง น.12 ก่อนที่ ทีมปีศาจแดงจะทวงคืน 2 ประตูติดๆกันจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด น.20 และ อองโทนี่ มาร์กเซียล น.23 แต่ก็ยังเก็บ 3 คะแนนเต็มไได้ หลังเสียท่าให้กับลูกยิงของ ไมเคิล โอมาเฟมี่ น.96
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก ยังจะไม่ได้สิทธิไปแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างที่หลายทีมคาดหวัง หลังจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา เลื่อนโทษแบนฟุตบอลยุโรป 2 ฤดูกาลของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เซาแธมป์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0de945cc0b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 23:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 23:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูฯปลอบนักบุญทำใจไก่เล่นแย่แต่เข้ารอบ5เอฟเอคัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เบียดเข้าสู่รอบห้า ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ หลังรีเพลย์รอบสี่ เฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน ได้ 3-2 เมื่อคืนวันพุธ แมทช์นี้ ไก่เดือยทองเกมเป็นรองและตกเป็นฝ่ายตามหลัง 2-1 จากประตูของ แดนนี่ อิงก์ส ก่อนที่จะพลิกกลับมาเข้ารอบได้จาก ลูคัส มูร่า กับ ซอน เฮือง-มิน หลังเกม โชเซ มูรินโญ่ ยอมรับว่าทีมของตนเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะที่ทีมที่เล่นดีกว่าในนัดนี้กลับเป็นฝ่ายแพ้ แต่ก็ย้ำว่า สเปอร์ส สมควรเป็นฝ่ายชนะ อ้างทีมไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แต่ก็สู้จนถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูรินโญ่ หลังเกมสวมกอดกับ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล กุนซือทีมเยือน พร้อมทั้งกล่าวแสดงความเสียใจและปลอบใจว่า เซาแธมป์ตัน เล่นดีกว่า แต่แพ้ หลังจากที่ท็อตแน่ม ส่งบอลเข้าไปเป็นประตูได้หมดจากโอกาสยิงตรงกรอบทั้ง 3 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นได้มาจากจุดโทษที่บางคนบอกว่าอาจไม่เป็นจุดโทษก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมต้องพูดตามตรง ทีมที่เล่นดีที่สุดในนัดนี้แพ้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แต่อย่าลืมว่าพวกเขามีผู้เล่นที่ดีที่สุดพร้อมลงสนามกันหมด และยังได้พักมากกว่าเราหนึ่งวัน เราถือว่ามีปัญหามากจริงๆในการเตรียมทีมสำหรับนัดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หลายคนยังล้ามาจากเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าคุณวิเคราะห์แบบง่ายๆ เซาแธมป์ตัน โชคร้ายหน่อยพวกเขาเล่นดีกว่าเราแต่แพ้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แต่ผมคงลืมทุกเหตุการณ์และความทุ่มเทอย่างสุดกำลังของผู้เล่นของผมไม่ได้ พวกเขาสุดยอดจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมต้องจัดการกับกระดานเกมนี้โดยปราศจากตัวสำคัญ เราไม่มี บิช็อป ไม่มี คิง ไม่มีควีน ยากมากเพราะเรามีผู้เล่นหลายคนที่เจ็บ นัดนี้ก็ไม่มี สตีเวน แบร์กไวย์น ฮีโร่ของทีมในนัดที่แล้วด้วยอีกคน เกมนี้ยากมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท็อตแน่มมีผู้เล่นตัวหลักหลายคนที่ยังต้องพักเจ็บ ซึ่งประกอบด้วย แฮร์รี่ เคน, มูสซ่า ซิสโซโก้ และ เอริค ลาเมล่า ขณะที่ เดเล่ อัลลี่ แม้ลงเล่นได้แต่ไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮาเซนฮัทเทิล กล่าวถึงคำปลอบใจของ มูรินโญ่ ว่า &amp;quot;เขาพูดดี แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรผมได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวดีสำหรับทาง เซาแธมป์ตัน คือ เจมส์ วาร์ด-พราวส์ อาการเจ็บไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างที่กังวลกันในตอนแรก โดนเพียงมีแผลเปิดที่ขาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาร์ด-พราวส์ โดนหามออกจากสนาม หลังจากโดน ไรอัน เซสเซนญง เจตนาตีเนียนหวดแบบหงายปุ่มใส่ ขณะที่เสียงร้องตกใจของ เชน ลอง ไปเข้าไมค์ ให้ได้ยินกันหมด สบถออกมาพร้อมกับบอกว่าเขาเหมือนเห็นแผลลึกถึงกระดูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮาเซนฮัทเทิล กุนซือชาวออสเตรียน เผยว่า นักเตะวัย 25 คงไม่ต้องถึงกับพักเจ็บนานนัก และดีที่เป็นแค่แผล นี่คือสิ่งที่ผมกังวลมากสุดแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน คริสเตียน อีริคเซ่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีสโมสรเก่า คือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก่อนเกมเมื่อคืนพุธ โดยบอกว่า เขาย้ายจากทีมไก่เดือยทองมาก็เพื่อโอกาสสัมผัสถ้วยแชมป์ หลังจากอยู่ที่ลอนดอนมา 6 ปีครึ่ง ไม่มีแม้แต่ถ้วยเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีริคเซ่น ได้เซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เมื่อเดือน มกราคม หลังปฏิเสธการต่อสัญญาใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท็อตแน่ม เพิ่งแต่งตั้ง มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมก่อนหน้านั้นไม่นาน ด้วยความหวังที่จะคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในการให้สัมภาษณ์กับทาง สกาย ในอิตาลี ล่าสุด อีริคเซ่น บอกว่า &amp;quot;ผมมีโอกาสมากที่จะได้ชูถ้วยแชมป์กับทีมนี้ หรือมีโอกาสที่สูงกว่าทีมที่ผมเคยอยู่ แน่นอนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สเปอร์ส ผ่านเข้าสู่รอบห้า ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ รอบต่อไปน่าจะเป็นงานเบาของทีมใหญ่ของกรุงลอนดอน โดยจะได้เปิดบ้านรับการไปเยือนของ นอริช ซิตี้ กำหนดเตะวันที่ 4 เดือน มีนาคม หรือตามเวลาเมืองไทย คือ ตี 2.45 เช้าวันที่ 5 มีนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผลประกบคู่ของทีมอื่นๆในรอบ 5 เตะวันเวลาเดียวกัน มีดังนี้ เชลซี พบ ลิเวอร์พูล, พอร์ทสมัธ พบ อาร์เซนอล, เลสเตอร์ พบ เบอร์มิงแฮม, เชฟฯ เว้นส์ฯ พบ แมนฯ ซิตี้, เวสต์ บรอม พบ นิวคาสเซิล, ดาร์บี้ พบ แมนฯ ยูฯ และ เรดดิ้ง พบ เชฟฯ ยูฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, ฟุตบอล, เซาแธมป์ตัน, เอฟเอ คัพ รอบสี่ รีเพลย์, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c455755e9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 00:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 00:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หงส์-เรือ&quot;รอดตายคู่คัมแบ็คชนะ/ปืนเจ๊า-ผีเน่าสนิท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 คะแนนเต็มได้หวุดหวิด เมื่อคืนวันเสาร์ หลังโดนยิงก่อนทั้งสองทีมก่อนพลิกกลับมาเก็บ 3 คะแนนไปได้ด้วยสกอร์เดียวกัน 2-1 ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ ขณะที่ อาร์เซนอล เตะในบ้านทำได้แค่เสมอ วูล์ฟส ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สะดุด เสียสถิติชนะรวด บุกพ่าย บอร์นมัธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ - บอร์นมัธ ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0, เวสต์แฮม แพ้ นิวคาสเซิล 2-3, แอสตัน วิลล่า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2, อาร์เซนอล เสมอ วูล์ฟส 1-1, เชฟฯ ยูฯ ชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0, ไบรท์ตัน ชนะ นอริช 2-0, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49399</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เซาแธมป์ตัน, แมนเชสเตอนร์ ซิตี้, แอสตัน วิลล่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbdbbbf74dc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 23:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลิ่วรอบ 8 ทีม&quot;เป๊ป&quot;รับซิตี้เต็มที่ศึกคาราบาวคัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยสาเหตุว่าทำไมถึงจัดทัพชุดใหญ่เอาจริงในศึก คาราบาว คัพ หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตบเท้าเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอลได้สำเร็จด้วยการถล่ม เซาแธมป์ตัน 3-1 เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์โจ้ อเกวโร่ ฉลองการลงสนามนัดที่ 350 กับ ซิตี้ ด้วยการซัดไป 2 ประตู หลังจาก นิโกล่าส์ โอตาเมนดี ช่วยพวกเขาออกนำ ที่ เซนต์ แมรี่ส์ ก่อนแชมป์เก่า คว้าชัยไปได้แบบขาดลอย และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไปได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ เป็นแชมป์รายการแรกที่ กวาร์ดิโอล่า ทำได้ในฐานะผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเขายังสามารถพาทีมคว้าแชมป์รากยารนี้ได้อีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็นหนึ่งใน 4 แชมป์ลูกหนังภายในที่ไม่มีทีมใดเคยทำได้มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากที่ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้แล้ว กวาร์ดิโอล่า เผยว่าทำไมเขาถึงให้ความสำคัญกับรายการนนี้ในขณะที่ทีมอื่นมองข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาราบาว คัพ เป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่ดีรายการหนึ่ง เราผ่านเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอลได้แล้ว ดังนั้นเราจะรอดูผลการจับสลาก คุณไม่สามารถคว้าแชมป์ 4 รายการได้ภายในฤดูกาลเดียวเมื่อคุณไม่ตั้งใจจริงจัง สำหรับผู้เล่นแต่ละคน ที่ไม่ได้เล่นในเกมหลังๆ สำหรับผม ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นจังหวะการเล่นของพวกเขาด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ยอมรับว่าชอบทัวร์นาเมนท์นี้ กวาร์ดิโอล่า ยังได้โอกาสทดสอบหมนเวียนผู้เล่นใน 11 คนแรก&amp;nbsp; และเห็นผู้เล่นบางคนของทีมได้สัมผัสเกมจริงๆบ้าง หนึ่งในนั้น คือ ทอมมี่ ดอยล์ ที่เป็นลผผลิตจากอคาเดมี่ ซึ่งได้ประเดิมนัดแรกในทีมชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยอายุเพียง 18 ปี ซึ่งกุนซือชาวสเปน บอกว่าเขารู้สึกพอใจกับสิ่งที่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาเล่นดีในตำแหน่งหนึ่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งโดยธรรมชาติของเขา ปกติแล้วเขาจะเล่นหน้าของค่อนข้างสูง เขาเล่นดีมาก ต้องยินดีกับเขาด้วยกับแมทช์แรกของเขาในทีมชุดใหญ่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งระเบิดฟอร์มไล่ถล่มเซาแธมป์ตันเป็นสถิตสูงสุดถึง 9-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ก็ยังฟอร์มร้อนแรง บุกไปอัด เบอร์ตัน ได้ 3-1 ตบเท้าเข้ารอบควอร์เตอร์ไฟนอล ไปอีกทีม โดย 3 ประตูที่ได้มาจาก เคเลชี อิเฮนาโช่, ยูริ ทีเลอม็องส์ และ เจมส์ แม็ดดิสัน ช่วยกันยิงไปคนละหนึ่งประตูสอยทีมจากลีกวันพ้นเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราน่าจะทำประตูได้อีกหลายลูกในเกมนี้ และฆ่าคู่แข่งให้ตายได้เร็วกว่านี้&amp;quot; คริส เดวี่ส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของทาง เลสเตอร์ มือขวาของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การนำของ มาร์โก ซิลวา ชนะคู่แข่งให้แฟนทอฟฟี่ได้ดีใจกันบ้าง เมื่อต้อนเอาชนะทีมเก่าของกุนซือ ถล่ม วัตฟอร์ด ไปได้ 2-0 โดย เมสัน โฮลเกท โขกประตูชึ้นนำ นาทีที่ 72 ก่อนที่ ริชาร์ลิสัน ยิงทีมเก่าของตัวเองปิดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากแพ้มาถึง 5 นัดจาก 6 เกมหลังสุด ถ้า มาร์โก ซิลวา ยังไม่สามารถพาเอฟเวอร์ตันตกรอบ คาราบาว คัพ ในรอบนี้ ก็มีหวังชะตาขาด แต่ เอฟเวอร์ตัน ที่มีตัวดีๆมากมาย สุดท้ายก็แกร่งพอที่จะเผด็จศึก วัตฟอร์ด ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่แค่โล่งอก&amp;quot; ซิลวา กล่าว &amp;quot;ประตูที่สองที่เราทำได้ถือว่าแฟร์ เรามีสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือเป้าหมายตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมนี้ แมทช์นี้เราเป็นทีมที่ทำได้ดีกว่า นักเตะแต่ละคนแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ทีมต้องมีในเกมประเภทนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คาราบาว คัพ, ฟุตบอล, เซาแธมป์ตัน, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, แมนเชสเตอนร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9b9d46e80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
