<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตจ่อรับนักลงทุนจีน 500 รายร่วม MOU 17 ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุตเตรียมตัวรับนักลงทุนจีน 500 รายบุกไทย เสนอโครงการความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูร่วม 17 ฉบับ ยันเอกชนจีนจะไม่เบียดเบียนเอสเอ็มอีไทยแน่นอน ด้าน &amp;rdquo;สมชาย&amp;rdquo; เผยซีไอวี 20 ชุมชน เดินหน้าต่อยอดไอเดียสำเร็จพร้อมขยายผล ดึงเอสซีจีเป็นบิ๊กบาร์เธอร์ ปั้นหมู่บ้านเกิดใหม่ &amp;nbsp;3 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ที่คณะนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานราชการของจีน พร้อมด้วยคณะนักลงทุน 500 รายจะมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าประชุมและดูลู่ทางการลงทุน โดยเบื้องต้นจะดูถึงความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นผู้บ่มเพาะนวัตกรรมสร้างสรรค์ และสตาร์ตอัพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยเป็นฐานเอสเอ็มอี พร้อมสร้างความเชื่อมโยงด้านระบบขนส่งคมนาคมกับจีนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งไทยและจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโอกาสนี้จะมีการลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างภาครัฐบาลไทยกับเอกชนจีน และการเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลกับรัฐ รัฐบาลจีนกับไทยในนามกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงอีอีซีรวม 17 ฉบับ อาทิความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กับสภาธุรกิจไทยจีน เพื่อเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างกัน , ระหว่างสกพอ.กับ Joylong &amp;nbsp;เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า , ระหว่างสกพอ.กับ Anhui Ankai ของจีน ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 รายมีความเชี่ยวชาญรถบรรทุกอีวีและรถบัสอีวีและทั้ง 2 รายก็สนใจเข้ามาลงทุนในไทยด้วย &amp;nbsp;และระหว่างศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์ BGI -Snenzhen กับสกพอ.ในการพัฒนาเมดดิคอลฮับ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีที่มองว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเอื้อให้จีนมีการแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้มากขึ้นนั้นยืนยันว่าการกำหนดนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาอีอีซีมีเป้าหมายชัดเจนทั้งด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย พื้นที่ลงทุน มีการคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยเป็นหลักดังนั้นจึงมีกรอบที่จะเจรจาความร่วมมือภายใต้นโยบายที่วางไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นอิทธิพลจะเกิดขึ้นมากน้อยอยู่ที่ตัวเราจะให้ถูกครอบงำหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้ารัฐบาลไม่ได้วางนโยบายชัดเจนไว้การเจรจาย่อมไม่มีทิศทางและอาจเป็นผลเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเข้าไปพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) ว่าขณะนี้มีชุมชนที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเอง และเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล กว่า 20 ชุมชน จาก 163 ชุมชนทั่วประเทศ โดยชี้วัดความสำเร็จได้จากแนวทางการพัฒนาของชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของความคิด และความร่วมมือการพัฒนาเพื่อต่อยอดเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์และการบริการด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ จนทำให้ชุมชนมีฐานรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มีการลงนามความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาตามมาตรการยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชน กับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หรือ เอสซีจี เพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยวางเป้าหมายในการเข้าไปพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง จำนวน 3 ชุมชน ประกอบด้วย 1.ชุมชนบ้านแป้นใต้ ต.บ้านเสา อ.แจ้ห่ม 2.ชุมชนบ้านแม่แจ๋ม ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน 3.ชุมชนหมู่บ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะจ.ลำปาง ซึ่งแต่ละชุมชนมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ ด้านการท่องเที่ยว วิถีชุมชน ซึ่งจะนำไปเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างเอกชนและรัฐ เพื่อขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักลงทุนจีน, รมว.อุตสาหกรรม, อุตตม สาวนายน, เซ็น MOU 17 ฉบับ, เอสเอ็มอีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
