<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ซื้อขายที่ดินในเมืองแพงกว่าราคาประเมิน 50-100% &#039;หลังสวน&#039;เริ่มต้นตารางวาละ 2 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.2562 นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลการเก็บข้อมูลราคาที่ดินที่เสนอขายและได้รับความสนใจจากผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่า ทำเลเขตเมืองชั้นในมีความต้องการต่อเนื่อง เพราะเป็นทำเลที่มีอยู่จำกัด โดยทำเล 5 อันดับแรกที่มีราคาเสนอขายสูงสุด ได้แก่ ทำเลถนนวิทยุ เพลินจิต หลังสวน ราคาเสนอขายอยู่ที่ตารางวาละ 2-3.5 ล้านบาท, ทำเลสีลม สาทร ราคาเสนอขายอยู่ที่ตารางวาละ 1.2-2 ล้านบาท, ทำเลตามแนวเส้นรถไฟฟ้า สถานีสยาม-เอกมัย ราคาเสนอขายอยู่ที่ตารางวาละ 900,000 บาท ถึง 2.5 ล้านบาท และทำเลที่นิยมของชาวจีน พระราม 9 รัชดา ลาดพร้าว ราคาเสนอขายอยู่ที่ตารางวาละ 500,000 บาท ถึง 1.5 ล้านบาท และทำเลตามแนวรถไฟฟ้า สถานีพระโขนง-บางนา ราคาเสนอขายอยู่ที่ตารางวาละ 250,000-500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 8.2% แต่ช่วงที่ผ่านมาราคาที่ดินพื้นที่เขตเมืองชั้นปรับเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยมีราคาที่ห่างจากราคาประเมินมากถึง 50-100% ซึ่งไม่มีผลต่อการซื้อขาย เพราะความต้องการยังมีอยู่ รวมถึงที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางต่างๆ ก็ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการมากขึ้น โดยมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะห่างจากสถานี และขนาดที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ดินทำเลวิทยุ เพลินจิต ชิดลม หลังสวน มีราคาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดช่วงปลายปี 59 เนื่องจากการประมูลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษที่มีแปลงที่ดินขนาดค่อนข้างใหญ่และทำเลดี โดยเสนอราคาประมูลที่ตารางวาละ 2,000,000 บาท ทำให้กลายเป็นราคาอ้างอิงในการเสนอขายที่ดินแปลงอื่น ๆ ส่งผลให้ราคาซื้อ-ขายที่ดินในทำเลดังกล่าวปรับตัวต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 60 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะตึงตัว ผู้พัฒนาโครงการพิจารณาการซื้อที่ดินอย่างระมัดระวัง รวมทั้งที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาและราคาที่เหมาะสมหายากขึ้นทุกปี ทำให้ราคาที่ดินกลางเมืองมีโอกาสชะลอตัว เพราะความต้องการของผู้พัฒนาโครงการน้อยลง ประกอบกับ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.63 ทำให้มีการปล่อยที่ดินออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เพราะผู้ถือครองไม่ต้องการแบกภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มการปรับราคาที่ดินอาจไม่ขยับตัวขึ้นรวดเร็วเหมือน 3-4 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการพัฒนาที่ดินในอนาคต ผู้พัฒนาโครงการจะหันไปพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น มองหาทำเลใหม่ ๆตามแนวรถไฟฟ้าโดยเฉพาะโซนตะวันออกในการพัฒนาโครงการสำหรับความต้องการที่อยู่อาศัยจริง รวมถึงสร้างโครงการที่มีรูปแบบใหม่ ๆ ที่ผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย รักษาสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่อำนวยความสะดวกกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย และเพื่อระบายปริมาณคอนโดมิเนียมในตลาดที่มีจำนวนมากที่กระจุกตัวอยู่ในย่านใจกลางเมือง และขยายกลุ่มให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการซื้อที่ดินและราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43493</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์, ราคาที่ดิน, เซ็นจูรี่ 21</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b503ca3174e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เซ็นจูรี่ 21 รีเฟรชแบรนด์ใหม่ตั้งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซ็นจูรี่ 21 ปรับโฉมแบรนด์ใหม่ทั่วโลก มั่นใจเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและเติบโตอย่างยั่งยืน เผยจัดตั้งศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;C21 Poll&amp;rdquo;หวังสร้างประโยชน์ให้กับวงการอสังหาฯ คาดแล้วเสร็จผลงานชิ้นแรกเดือน ส.ค. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 61 นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายใต้แบรนด์&amp;rdquo;เซ็นจูรี่ 21&amp;rdquo;ซึ่งเป็นแบรนด์จากสหรัฐ ได้ทำธุรกิจมากว่า 48 ปี และในประเทศได้ดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยในปี 2561 นี้ บริษัทได้มีการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ทั่วโลก ซึ่งในไทยมีการปรับแบรนด์ใหม่และยังมีการปรับโครงสร้างการบริหาร โดยได้ตั้งเป้ามีอัตราการเติบโตอย่างยั่งยืน และยังคงมุ่งเน้นในการทำการขายซื้อ-ขาย และเป็นที่ปรึกษาเรื่องที่ดินเพื่อการลงทุน และให้ความสำคัญเครือข่ายเฟรนไส์ที่เป็นคู่ค้าหลักซึ่งในปัจจุบันมีเฟรนไชส์สาขารวมกว่า 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทได้ได้มีการปรับเปลี่ยนในด้านเทคโนโลยี ตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ทั้งนี้บริษัทจึงได้มองหาพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมพัฒนานวัตกรรม โดยบริษัทได้ร่วมมกับ บริษัทสตาร์ทอัพด้านการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์มจากนิวซีแลนด์ในการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่และระบบออฟฟิต นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการพัฒนาเวปแอพพลิเคชั่นด้วยการนำระบบ GIS มาใช้เพื่อพิ่มประสิทธิภาพในการบริการด้านที่ดิน และได้มีการปรับตัวให้เอเจนท์เป็นศูนย์กลางโดยได้มีการจัดทำโคเวิร์คกิ้งสเปชได้มีพื้นที่ทำงานและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทได้จัดตั้งศูนย์วิจัยข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;C21 Poll&amp;rdquo;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายบริษัทที่ต้องการสร้างองค์ความรู้และมุมต่างๆเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทได้ร่วมมือกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการทำสำรวจวิจัยการตลาดในการดำเนินการทำผลสำรวจด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถเกิดประโยชน์ในเชิงการทำนโยบายทั้งภาครัฐ ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่อยู่อาศัย และเอกชน ปัจจุบันบริษัทได้มีการทำโพลชิ้นแรกซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วกว่า 70-80% และคาดว่าในเดือน ส.ค.นี้จะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13708</URL_LINK>
                <HASHTAG>C21 Poll, กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์, เซ็นจูรี่ 21</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b503ca3174e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
