<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัล วิลเลจ ยืนหยัดผู้นำ Luxury Outlet แห่งแรกของไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ &amp;ndash; บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย ประกาศความสำเร็จ เดินหน้าฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้วยกลยุทธ์ Intensive Omnichannel ปรับตัวเร็ว รุกเร็ว พร้อมชูจุดแข็งด้วยสาขาของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่มีอยู่ทั่วประเทศ ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งใน-นอก Catchment ผ่านแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง และกลับมาอีกครั้งกับแคมเปญลดครั้งใหญ่แห่งปี &amp;lsquo;Super Brand Grand Sale 2021&amp;rsquo; ลดสูงสุด 90% กับแบรนด์ลักชูรี่ชั้นนำระดับโลกกว่า 220 แบรนด์ ช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มทราฟฟิกภายในศูนย์ฯ พร้อมเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศ สะท้อนความเป็นผู้นำลักชูรี่&amp;nbsp; เอาท์เล็ตตัวจริงแห่งแรกในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล วิลเลจ ได้บุกเบิกตลาดลักชูรี่เอาท์เล็ตที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย และไม่เคยหยุดนิ่งในการมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งเทียบชั้นเอาท์เล็ตระดับโลก ด้วยแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 220 แบรนด์ อาทิ Chlo&amp;eacute;, Coach, Ermenegildo Zegna, Jimmy Choo, Kate Spade, Kenzo, Marimekko, Max &amp;amp; Co, MCQ, Michael Kors, Moschino, Outlet by Club21, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo, Valentino, Vivienne Westwood, Bath &amp;amp; Body Works, Coccinelle และ Jim Thompson ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย, Expats, และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเรารู้จักลูกค้าของเราเป็นอย่างดี เข้าใจถึง Lifestyle insight และพฤติกรรมที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งในสถานการณ์โควิด-19 เซ็นทรัล วิลเลจก็ยังคงเดินหน้าฝ่าทุกวิกฤต ปรับแผนอย่างรวดเร็วเพื่อยืนหยัดคู่คนไทย และเคียงข้างพันธมิตรร้านค้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วย Success story อย่างเป็นรูปธรรม ยังคงมีทราฟฟิกและยอดขายที่ดีแม้ในช่วงโควิด สะท้อนความเป็น First Mover และ National Player อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107528</URL_LINK>
                <HASHTAG>Luxury Outlet, ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d484690e453.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองเซ็นทรัล วิลเลจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 62 &amp;ndash;ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง &amp;ldquo;เซ็นทรัล วิลเลจ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซีพีเอ็นเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ เปิดให้บริการพรุ่งนี้ตั้งแต่ 10:39 &amp;ndash; 22:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทฯ พันธมิตรร้านค้ากว่า 150 ร้าน และพนักงานกว่า 1,000 คน ขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่มีความจริงใจ ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของไทย สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) ตั้งแต่เวลา 10:39 &amp;ndash; 22:00 น. ตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมุ่งหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ โดยมีที่จอดรถ 1,500 คัน และบริการรถ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรี 2 จุดจากในเมือง เซ็นทรัลเวิลด์ และ BTS อุดมสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางซีพีเอ็นได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มแรกของเซ็นทรัล วิลเลจอย่างเต็มที่ ด้วยที่จอดรถที่รองรับรถยนต์ได้กว่า 1,500 คัน พร้อมเสริมมาตรการในการบรรเทาการจราจร โดยโครงการยังยืนยันได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง มีความปลอดภัยต่อการบิน ทั้งความสูง และไม่มีกิจกรรมใด ๆ ที่จะกระทบ หรือรบกวนการบิน เป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทุกประการ โดย ลูกค้าสามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยเส้นทางต่างๆ ดังนี้ :&amp;nbsp;บริการฟรีรถรับส่ง &amp;nbsp;(Free Shuttle Bus) จากเซ็นทรัลเวิลด์ ออกวันละ 3 รอบ คือ 11.00, 15.00 &amp;nbsp;และ 19.00 น. และ จากป้ายรถประจำทาง สถานีบีทีเอสอุดมสุข หมุนเวียน วันละ 5 รอบ คือ &amp;nbsp;10.00, 12.30,15.00, 18.00 และ 20.30 ขนส่งสาธารณะ (รถไฟฟ้าบีทีเอส-แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-รถประจำทาง) เดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอุดมสุข ใช้ทางออก 1,3 หรือ 5 แล้วต่อ Shuttle Bus มายังโครงการ หรือ เดินทางด้วย แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ลงที่สถานีสุวรรณภูมิ แล้วเรียก Taxi หรือ หากเดินทางด้วยรถประจำทาง สาย 558 (สนามบินสุวรรณภูมิ-เซ็นทรัล พระราม 2) ลงป้าย วิทยาลัยเกริกแล้วเดินต่อ 450 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ส่วนตัว เดินทางมุ่งหน้ายังสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 &amp;nbsp;บริการ GRAB &amp;nbsp;ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่ 31 ส.ค. ถึง 30 ก.ย. 2562 ใช้ GrabCar Premium and SUV เดินทางไป-กลับ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือ เซ็นทรัล วิลเลจ ราคาเดียว 450 บาท ใส่โค้ด &amp;ldquo;SVB450&amp;rdquo; &amp;nbsp;หรือใช้ GrabCar Luxe เดินทางไป-กลับ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือ เซ็นทรัลวิลเลจ ลดทันที 300 บาท ใส่โค้ด &amp;ldquo;SVB300&amp;rdquo; &amp;nbsp;*ส่วนลดต่อวันมีจำนวนจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซีพีเอ็น ยึดหลักความถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป เพื่อให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นโครงการแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย สมกับเป็นโครงการที่เชิดชูอัตลักษณ์ไทยและเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างสมภาคภูมิในเวทีสากล และ เป็นให้คนไทยช้อปในประเทศมากขึ้นและมีโอกาสในการเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมในราคาย่อมเยาว์ ลดราคา 35-70% ทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลปกครอง, ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1eb74338561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัล วิลเลจ ลั่นไม่ถอยเปิดแน่ 31 ส.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.2562 นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาเป็นระยะเวลา 39 ปี บริษัทมีความเป็นมืออาชีพ ยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมมาภิบาล และความถูกต้องมาตลอด แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้มีข่าวที่ทำให้เกิดความสับสนหลายด้านเกี่ยวกับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ซึ่งได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว โดยขอยืนยันว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้อง และได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง นับจากปี 2558 บริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบที่ดินว่าที่ดินดังกล่าวนั้น สามารถพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง และติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ไม่ใช่ที่ดินตาบอดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 บริษัทฯ ได้รับหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ว่า พื้นที่สีเขียวบริเวณ ก1-10 ของผังเมืองสมุทรปราการ ยังมีพื้นที่เพียงพอให้บริษัทฯ สร้างโครงการนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และวันที่ 30 ม.ค. 2560 และ 25 ก.ค. 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและแบบปรับปรุงภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยวันที่ 24 เม.ย. 2561 ได้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร (อ1) จาก อบต. บางโฉลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีชา กล่าวต่อว่า วันที่ 24 เม.ย. 2561 บริษัทฯ ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้การประปา ใช้พื้นที่ไหล่ทางในการดำเนินการวางท่อเข้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ และวันที่ 24 ก.ค. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้ทำทางเชื่อมเข้าออก ขยายผิวจราจร และปรับปรุงทางเท้า ซึ่งรวมไปถึงไหล่ทางด้วย เช่นเดียวกับที่เคยได้อนุมัติเชื่อมทางให้กับผู้ร้องขอรายอื่นบนถนนสายนี้ทั้งสิ้น 37 ราย รวมถึง ทอท. ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยขออนุญาตจากกรมทางหลวงมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อ 14 พ.ค. 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท. เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในวันที่ 14 ส.ค. &amp;nbsp;2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ6) จาก อบต. บางโฉลง ต่อมาในวันที่ 22 ส.ค. 2562 ทอท. มาปิดกั้นทางเข้าออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ และมีกำหนดการเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพยายามหาทางออกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา เพราะการหาข้อยุติตามกฎหมาย ต้องใช้เวลา การดำเนินงาน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจไม่เป็นประโยชน์ และไม่ได้เกิดความเสียหายแก่บริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคู่ค้าและแบรนด์ต่างๆ ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้ และทำงานลำบากมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ หวังว่าทุกฝ่ายจะหาทางออกอย่างถูกต้อง โดยยังต้องการเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. นี้ คงมีการเจรจาให้เอาเต้นท์ออกหรือรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปก่อน หากมีสิ่งที่ติดใจให้มาคุยกัน แต่หากศาลฯ ชี้ว่าเราได้ประโยชน์ตรงนี้ การฟ้องกลับนั้นก็ต้องดูต่อว่าได้รับความเสียหายมากน้อยขนาดไหน ไม่ใช่แค่บริษัท แต่ยังมีความเสียหายจากแบรนด์ต่างๆ &amp;nbsp;โดยคำสั่งศาลปกครองไม่ว่าจะออกมาอย่างไรก็มีแผนสำรอง และพร้อมเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การตีความฝ่ายเดียวโดยพละการ นับเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายปรีชา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ขอวิงวอนให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาต่างๆ โดยโครงการมีมูลค่าร่วมลงทุนของซีพีเอ็น และร้านค้ากว่า 150 ร้านค้า รวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยหลังจากเปิดให้บริการคาดว่า จะมีการจ้างงานพนักงานร้านค้าที่เช่าพื้นที่ กว่า 1,000 คน และคาดว่า จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท หากเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. นี้ คาดว่าจะสามาระเปิดให้บริการได้ 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44487</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), ปรีชา เอกคุณากูล, เซ็นทรัล วิลเลจ, เปิด 31 ส.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d6645c7ef81f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพฯร่วมวง! เชือด‘เซ็นทรัล’ อ้างกลัวธงแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สหภาพแรงงาน ทอท.ตีปี๊บ ICAO ติดธงแดงไทยได้หากปล่อยสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ใน &amp;nbsp;เขตความปลอดภัยทางการบิน จี้ ทอท.ฟัน ไม่เช่นนั้นเท่ากับละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ผสมโรง ขู่ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการอนุมัติการก่อสร้าง เตรียมยื่นกระทู้ถามในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ประธานสหภาพแรงงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท.อยู่ในสถานะผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 ที่มีการระบุถึงการรักษาสนามบิน ดูแลการบริการภายในสนามบิน อนุญาตให้เป็นไปมาตรฐานที่กำหนดในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ประกอบกับกฎหมายอื่นที่ประกาศกำหนดให้มีหน้าที่ตามคู่มือการดำเนินงานสนามบินที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และรายงานตามที่ระบุไว้ในคู่มือ การดำเนินงานสนามบินทั้งภายในเขตหรือบริเวณใกล้เคียงสนามบิน อันจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยสนามบิน รวมทั้งใช้การดำเนินการตามเงื่อนไขท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ที่สนามบินต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐกำหนดตามกรณีที่ระบุ เช่นกรณี Air display&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะสนามบินรับรองสาธารณะใช้ดำเนินการ ได้แก่ 1.พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 หน้าที่ผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และมาตรา 58, 59, 60 เรื่องเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ 2.เงื่อนไขและข้อจำกัดประกาศท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทุกแห่ง 3.ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง 4.Standard and recommend practices ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICAO) ที่รัฐยังออกกฎหมายมาบังคับใช้ไม่ครอบคลุม ก็จะบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น กรณีการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ในเขตความปลอดภัยทางการบินที่ ทอท.มีอำนาจทางกฎหมายทางการบิน ทอท.จะต้องรับผิดชอบ หากไม่ดำเนินการใดๆ เพราะหากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการการบินแล้วพบว่า การนำมาตรฐาน ICAO มาใช้บังคับในประเทศ (Effective Implementation หรือ EI) ของประเทศไทยไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทยมีข้อบกพร่อง (ติดธงแดง) จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะเรื่องความสูงเท่านั้น แต่ยังมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพราะถึงแม้ว่าพื้นที่ของเซ็นทรัล วิลเลจ จะอยู่นอกเขตสนามบิน แต่ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงสนามบิน (vicinity of Aerodrome) ที่แม้ว่าไม่ได้อยู่ในการกำกับของสนามบินโดยตรง แต่การที่จะมีผู้ใดที่มีพื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสนามบิน โดยเฉพาะในแนวบินร่อนลง (take off &amp;amp; approach) จะมีกิจกรรมใดๆ หรือใช้พื้นที่ก่อสร้างจะอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบจากรัฐ (กพท.) ที่จะต้องตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าว ว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบินหรือไม่ โดยนอกจากการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างอันเป็นสิ่งกีดขวางในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศแล้ว ต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การรบกวนสัญญาณเครื่องช่วยในการเดินอากาศ 2.แสงไฟภายนอกสนามบิน (non aeronautical light) อันส่งผลต่อการปฏิบัติการบิน ที่ต้องมีการควบคุมตามข้อกำหนด ICAO 3.กิจกรรมที่อาจเกิดมีควัน ที่ส่งผลให้ทัศนวิสัยสนามบินลดลง โดยเฉพาะการมองเห็นทางวิ่งในแนวร่อนลง 4. กิจกรรมที่อาจนำไปสู่การนำนกมาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 5.Laser emission free zone ที่ต้องมีการควบคุมออกไปภายนอกสนามบินตามข้อกำหนด ICAO 6. กิจกรรมอันส่งผลต่อแผนแม่บทและแผนพัฒนาสนามบิน โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบหลัก ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ Access capacity ที่เกิดได้จากบริเวณภายนอกใกล้เคียงสนามบิน ที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในการทำแผนแม่บท และถูกกำกับจากรัฐ ตามข้อกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสหภาพแรงงาน ทอท.กล่าวด้วยว่า การก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ อาจส่งผลกระทบต่อสนามบินของ ทอท. อันเกิดจากกิจกรรมภายนอกสนามบิน แต่ใกล้เคียงสนามบิน ที่อยู่นอกเหนือภายใต้การกำกับของ ทอท. จึงขอเสนอให้มีการประชุมหารือในระดับนโยบายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยโดยเร่งด่วน เพราะหากไม่ดำเนินการใดๆ อาจเข้าข่ายว่า ทอท.ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าว ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และอาจส่งผลให้ประเทศไทยติดธงแดงอีกครั้ง แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ มีการกระทำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ผังเมืองหลายประการ อาทิ การถมลำรางสาธารณะ การปลูกสร้างอาคารในพื้นที่สีเขียวที่มีพื้นที่ใช้สอยมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดย พ.ร.บ.ผังเมืองกำหนดให้อาคารมีพื้นที่ใช้สอยได้ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และหากเป็นพื้นที่ตาบอดดังเช่นกรณีนี้ จะปลูกสร้างได้เพียง 200 ตารางเมตรต่อ 1 ใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม พื้นที่ใช้สอยสูงสุดของข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าสิ่งปลูกสร้างรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ ซึ่งในกรณีนี้มีพื้นที่รวมประมาณ 100 ไร่ แต่จากการแถลงข่าวของเซ็นทรัล ทราบว่าห้างเซ็นทรัล วิลเลจ จะมีพื้นที่ใช้สอยราว 4 หมื่นตารางเมตร คิดเป็น 25 ไร่ หรือร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเกินเพดานกฎหมายที่กำหนดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวแปลงดังกล่าวยังอยู่ในข้อบังคับที่ห้ามให้มีการก่อสร้างโรงแรม และยังมีการดำเนินการที่เข้าข่ายผิดกฎ ICAO อีกหลายประการตามที่ได้กล่าวข้างต้น จึงขอเรียกร้องให้เซ็นทรัลชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะ ทอท.ไม่สามารถเป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้ ทั้งนี้สหภาพแรงงาน ทอท.กำหนดให้มีการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะนำคณะกรรมการลงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า จะเข้าทำการตรวจสอบโครงการห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล วิลเลจ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ที่กำลังจะเปิดตัวในพื้นที่ 100 ไร่ ด้วยเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นที่ในการดูแลของ ทอท. ที่มีการยืนยันแล้วว่าเป็นการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่สีเขียวในผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ตามที่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นจึงจะขอยื่นเรื่องตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการอนุมัติการก่อสร้างในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหลายส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. ผู้ว่าการราชการจังหวัด ผังเมือง กรมธนารักษ์ การประปา ทอท. และอีกหลายหน่วยงานที่ปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจให้เกิดการก่อสร้างโครงการในพื้นที่สงวนไว้สำหรับเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ปลอดภัยการบิน และมีเรื่องการถมลำรางสาธารณะ ก่อสร้างกันใหญ่โตขนาดนั้น อย่ามาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.อนาคตใหม่กล่าวว่า จะมีการยื่นเรื่องขอหารือประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือยื่นกระทู้สดสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ยื่นเรื่องไปตามส่วนราชการ ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการถมลำรางสาธารณะเป็นทางเข้า-ออก แล้ววางท่อน้ำประปาขนาดใหญ่ ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ เจ้าของหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกันแล้ว ก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานอื่นๆ อนุมัติให้ก่อสร้างกันไปได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิรามานกล่าวว่า ที่จริงจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ แต่ปรากฏว่ามีการงดประชุมไปเสียก่อน เพราะห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีกำหนดจะเปิดในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นี้แล้ว จึงไม่อยากจะเห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เพราะขนาดยังไม่เปิดทำการ ยังมีข่าวว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยไปแก้พื้นที่สีเขียว ให้ก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ เพื่อจะได้ไม่ผิดกฎหมาย แบบนี้มันเป็นเรื่องทุนใหญ่หรือไม่ ประชาชนคนธรรมดาจะได้สิทธิ์ทำแบบนี้ได้หรือไม่ ผมได้ข่าวมาว่ามีการไปเจรจากับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลให้หน่วยงานต่างๆ เปิดทางให้ ซึ่งผมก็ไม่เชื่อว่าจะกล้าทำกันขนาดนี้ จึงขอยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบเรื่องโครงการนี้ทั้งหมด &amp;nbsp; ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICAO, ทอท., สหภาพแรงงาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d615885464fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพทอท.ห่วงเซ็นทรัลวิลเลจ กระทบการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสหภาพแรงงาน ทอท. ออกโรงหวั่นห้างเซ็นทรัล วิลเลจ กระทบความปลอดภัยทางการบินทำชาติเสียหาย ชี้เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ผังเมืองหลายประการ ห่วง6ประเด็น ICAOให้ธงแดง

24 ส.ค.63-นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ประธานสหภาพแรงงาน (สร.ทอท)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ(ทอท.) กล่าวว่า ทอท. อยู่ในสถานะผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 ที่มีการระบุถึงการรักษาสนามบินดูแลการบริการภายในสนามบินอนุญาตให้เป็นไปมาตรฐานที่กำหนด

อย่างไรก็ตามในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ประกอบกับกฎหมายอื่นที่ประกาศกำหนดให้มีหน้าที่ตามคู่มือการดำเนินงานสนามบินที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และรายงานตามที่ระบุไว้ในคู่มือ การดำเนินงานสนามบินทั้งภายในเขตหรือบริเวณใกล้เคียงสนามบิน อันจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยสนามบิน รวมทั้งใช้การดำเนินการตามเงื่อนไขท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ที่สนามบินต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐกำหนดตามกรณีที่ระบุ เช่นกรณี Air display

นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะสนามบินรับรองสาธารณะใช้ดำเนินการ ได้แก่1. พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 หน้าที่ผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และมาตรา 58 59 60 เรื่องเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ
2. เงื่อนไขและข้อจำกัดประกาศท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทุกแห่ง
3. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง
4. Standard and recommend practices ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization &amp;ndash; ICAO) ที่รัฐยังออกกฎหมายมาบังคับใช้ไม่ครอบคลุม ก็จะบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้อง

ดังนั้น กรณีการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ในเขตความปลอดภัยทางการบินที่ ทอท.มีอำนาจทางกฎหมายทางการบิน ทอท.จะต้องรับผิดชอบหากไม่ดำเนินการใดๆ เพราะหากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการ การบินแล้วพบว่า การนำมาตรฐาน ICAO มาใช้บังคับในประเทศ (Effective Implementation หรือ EI) ของประเทศไทยไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย มีข้อบกพร่อง (ติดธงแดง) จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่านี้

ทั้งนี้ที่ผ่านมาการตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะเรื่องความสูงเท่านั้น แต่ยังมี หลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพราะถึงแม้ว่า พื้นที่ของเซ็นทรัล วิลเลจ จะอยู่นอกเขตสนามบิน แต่ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงสนามบิน (vicinity of Aerodrome ) ที่แม้ว่าไม่ได้อยู่ในการกำกับของสนามบินโดยตรง แต่การที่จะมีผู้ใดที่มีพื้นที่ อยู่บริเวณใกล้เคียงสนามบิน โดยเฉพาะในแนวบินร่อนลง (take off &amp;amp; approach ) จะมีกิจกรรมใดๆ หรือใช้พื้นที่ก่อสร้างจะอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบจากรัฐ (กพท.) ที่จะต้องตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าว ว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบินหรือไม่ โดยนอกจากการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างอันเป็นสิ่งกีดขวางในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศแล้ว ต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. การรบกวนสัญญาณเครื่องช่วยในการเดินอากาศ
2. แสงไฟภายนอกสนามบิน (non aeronautical light ) อันส่งผลต่อการปฏิบัติการบิน ที่ต้องมีการควบคุมตามข้อกำหนด ICAO
3. กิจกรรมที่อาจเกิดมีควัน ที่ส่งผลให้ทัศนวิสัยสนามบินลดลง โดยเฉพาะการมองเห็นทางวิ่งในแนวร่อนลง
4. กิจกรรมที่อาจนำไปสู่การนำนกมาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
5. Laser emission free zone ที่ต้องมีการควบคุมออกไปภายนอกสนามบินตามข้อกำหนด ICAO
6. กิจกรรมอันส่งผลต่อแผนแม่บทและแผนพัฒนาสนามบิน โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบหลัก ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ Access capacity ที่เกิดได้จากบริเวณภายนอกใกล้เคียงสนามบิน ที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในการทำแผนแม่บท และถูกกำกับจากรัฐ ตามข้อกำหนด

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ อาจส่งผลกระทบต่อสนามบินของ ทอท. อันเกิดจากกิจกรรมภายนอกสนามบินแต่ใกล้เคียงสนามบินที่อยู่นอกเหนือภายใต้การกำกับของ ทอท. จึงขอเสนอให้มีการประชุมหารือในระดับนโยบายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยเร่งด่วน เพราะหาก ไม่ดำเนินการใดๆ อาจเข้าข่ายว่า ทอท.ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าว ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และอาจส่งผล ให้ประเทศไทยติดธงแดงอีกครั้ง แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ มีการกระทำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ผังเมืองหลายประการ อาทิ การถมลำรางสาธารณะ การปลูกสร้างอาคารในพื้นที่ สีเขียวที่มีพื้นที่ใช้สอยมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดย พ.ร.บ.ผังเมืองกำหนดให้อาคารมีพื้นที่ใช้สอยได้ไม่เกิน 2000 ตารางเมตร และหากเป็นพื้นที่ตาบอดดังเช่นกรณีนี้ จะปลูกสร้างได้เพียง 200 ตารางเมตร ต่อ 1 ใบอนุญาต อย่างไรก็ตามพื้นที่ใช้สอยสูงสุดของข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าสิ่งปลูกสร้างรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ ซึ่งในกรณีนี้มีพื้นที่ รวมประมาณ 100 ไร่ แต่จากการแถลงข่าวของเซ็นทรัล ทราบว่าห้างเซ็นทรัล วิลเลจ จะมีพื้นที่ใช้สอยราว 4 หมื่น ตารางเมตร คิดเป็น 25 ไร่ หรือร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเกินเพดานกฎหมายที่กำหนดไว้

นอกจากนี้พื้่นที่ สีเขียวแปลงดังกล่าวยังอยู่ในข้อบังคับที่ห้ามให้มีการก่อสร้างโรงแรม และยังมีการผิดดำเนินการที่เข้าข่ายผิดกฎ ICAO อีกหลายประการตามที่ได้กล่าวข้างต้น จึงขอเรียกร้องให้เซ็นทรัลชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะ ทอท.ไม่สามารถ เป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้ ทั้งนี้สหภาพแรงงาน ทอท.กำหนดให้มีการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะนำคณะกรรมการลงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d60f4d572585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ฟื้นคดีโฮปเวลล์ พาเหรดบี้เซ็นทรัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลปกครองไม่รับคำขอรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์! ชี้ไร้หลักฐานใหม่ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; นัดถกอัยการสูงสุดสัปดาห์หน้า 2 รมต.ภท.แท็กทีมสั่งสอบ &amp;quot;เซ็นทรัล วิลเลจ&amp;quot; รุกที่ ทอท.-ส่อขัดผังเมือง &amp;quot;นิตินัย&amp;quot; สั่งรื้อท่อประปาล้ำพื้นที่ หวั่นทำรถติดทางเข้า-ออกสนามบินขัดกฎการบินสากล CPN แจงขออนุญาตถูกต้องตาม กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในคดีหมายเลขดำที่ 107/2552, 2038/2551, 1379/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366-368/2557 ระหว่างกระทรวงคมนาคม ที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ 2 ผู้ร้อง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้คัดค้าน ซึ่งคดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 หมายเลขแดงที่ 64/2551 ลงวันที่ 30 กันยายน 2551 ที่ให้ผู้ร้องทั้งสองคืนเงินค่าตอบแทนที่ผู้คัดค้านชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้คัดค้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร้องทั้งสองได้มีคำร้องยื่นต่อศาลปกครองกลางขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าศาลปกครองสูงสุดรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด และมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน &amp;quot;กรณีโฮปเวลล์&amp;quot; ซึ่งหากได้พยานหลักฐานใหม่ จะนำเสนอศาลปกครองสูงสุดต่อไป ทั้งโต้แย้งเรื่องความสามารถในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญาพิพาท รวมทั้งอ้างว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมิได้ย้อนสำนวนให้ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาแห่งคดี ถือว่าเป็นข้อบกพร่องในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางวินิจฉัยคำร้องขอว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยเรื่องระยะเวลาการใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ การเลิกกันของสัญญาพิพาท และการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้าน มีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิพากษาคดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด สำหรับกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมิได้ย้อนสำนวนให้ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยนั้น เป็นดุลพินิจที่จะวินิจฉัยข้อพิพาทตามคำอุทธรณ์ได้เอง ไม่มีบทกฎหมายที่บังคับให้ศาลปกครองสูงสุดต้องส่งคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นที่ยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือระเบียบวิธีพิจารณาคดีปกครองกลับไปให้พิจารณาพิพากษาใหม่ทุกกรณี ทั้งคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยแล้วว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาพิพากษาชี้ขาดคดีต่อไปได้ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษาคดี จึงไม่ถือว่ามีข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องความสามารถของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญาว่าเป็นการดำเนินการของคนต่างด้าวนั้น เอกสารหลักฐานดังกล่าวมิได้เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏขึ้นใหม่ อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ทั้งในขณะที่ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นี้ ผู้ร้องทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานที่จะนำเสนอต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นพยานหลักฐานใหม่อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ คำขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) ประกอบวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา
ถก อสส.ค่าโง่โฮปเวลล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า ตนและคณะทำงานจะหารือกับอัยการสูงสุดว่า กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการเรื่องนี้ในทิศทางใดต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเกิดมานานแล้ว ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าเมื่อศาลไม่รับคำร้อง ทาง รฟท.จะต้องมีการชำระเงินชดเชยใน 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณเดือน ต.ค.นี้นั้น ในเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการทำงานควบคู่กัน โดยให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาหาแนวทางรองรับไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะดำเนินการสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดกับคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามยังกล่าวถึงกรณีการก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ที่รุกล้ำพื้นที่ราชพัสดุ ภายใต้การดูแลของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ภายหลังหารือร่วมกับนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ว่า ได้สั่งการให้ ทอท.ดูข้อเท็จจริง ใครมีส่วนรับผิดชอบต้องให้เขาไปดู ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่ไม่ดีอย่าไปทำ กฎหมายบังคับใช้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมด ดังนั้นต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายให้ครบถ้วนในการดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิตินัยกล่าวว่า ทอท.ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง (กปน.) องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง อ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และกรมธนารักษ์ เพื่อแจ้งปัญหาการบุกรุกพื้นที่ใช้ก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ โดยเฉพาะแนววางท่อประปา เนื่องจากเป็นการใช้พื้นที่โดยพลการและก่อสร้างโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ดังนั้น ทอท.ผู้เป็นดูแลพื้นที่แทนกรมธนารักษ์เมื่อทราบแล้ว จึงต้องส่งหนังสือแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงได้สั่งการให้หยุดการก่อสร้างดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้รายงานให้ทราบถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะพื้นที่ดังกล่าวอาจจะถูกใช้เป็นทางเข้า-ออกสนามบิน ซึ่งจะทำให้เกิดความคับคั่ง และปัญหาจราจรแออัดตามมาได้ รวมทั้ง ทอท.ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานการบินพลเรือน (กพท.) เพื่อสอบถามความเหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ของเซ็นทรัลว่าขัดกับเงื่อนไขกฎเกณฑ์การบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แม้แผนพัฒนาดังกล่าวจะไม่มีการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 3 เมตร ตามเงื่อนไขพัฒนาพื้นที่รอบสนามบิน แต่อาจมีปัญหาอื่นที่ส่งผลกระทบ เช่น เรื่องแสงสว่างของโครงการที่อาจทำให้นักบินสับสนหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยการนำเครื่องบินลงจอดที่รันเวย์ เป็นต้น ดังนั้นในส่วนนี้ ทอท.ถือว่าทำหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ครบถ้วนแล้ว ที่เหลือคงเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือที่ ทอท.ได้ทำไปถึงผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.นั้น ระบุว่า การวางท่อประปาดังกล่าวอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้าและอาคารหลักหลังที่สอง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873 &amp;nbsp;ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;ในการครอบครองของ ทอท.และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต ต่อมาได้วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ทอท. จึงได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิ ยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้ หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สอบเซ็นทรัลส่อขัดผังเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆ ได้ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน 10% ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองไปหารือกับผู้เกี่ยวข้องว่าการใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่ โดยขีดเส้นให้ส่งข้อมูลกลับมาภายใน 1 เดือน ทั้งนี้ต้องโฟกัสที่การพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดนี้ ได้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูก อะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แผนกสื่อสารองค์กร ได้ทำหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยชี้แจงว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งไม่ตรงกับข้อกล่าวอ้างที่สื่อต่างๆ ได้รับ โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายและปฏิบัติตามข้อกำหนดการก่อสร้างบนพื้นที่ตั้งของโครงการ รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองปัจจุบันอย่างเคร่งครัด 2.บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตการเชื่อมทางเข้า-ออกโครงการอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติ 3.บริษัทฯ ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อและขยายเขตวางท่อประปาและไฟฟ้าอย่างถูกต้องจากหน่วยงานผู้มีอำนาจ ซึ่งการขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า ถือเป็นสิทธิการเข้าถึงการให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานตามปกติของประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรีเอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้งระดับโลก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก โดยโครงการมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 31 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดผังเมือง, ค่าโง่โฮปเวลล์, ทำรถติดทางเข้า-ออกสนามบิน, รื้อคดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5ff1850002c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่งตื่นตรวจ&#039;เซ็นทรัล วิลเลจ&#039;รุกพื้นที่สีเขียวหรือไม่ มท.3ลั่นผิดจริงจัดการทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
23ส.ค.62- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3 )&amp;nbsp; ในฐานะผู้รับผิดชอบ กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท และจะเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่&amp;nbsp; แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆได้ไม่เกิน 2 พันตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน&amp;nbsp; 10 % ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะเดียวกันบัดนี้ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; ไปหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; และ องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง ผู้อนุญาตการใช้พื้นที่ดังกล่าวว่า การใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อว่าผลการหารือจะตอบกลับมาที่ตนภายใน1 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจากการได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp; การก่อสร้างอาคารต่างๆ ยังเป็นแบบขนาดย่อม ๆ&amp;nbsp; และมีการมาขอหลายครั้งหลายอาคาร และยังมีการสร้างลานจอดรถ ซึ่งตนก็จะไปดูว่า นับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการโครงการนี้ด้วย และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูกอะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการวิ่งเต้นจะปรับเปลี่ยนกฎหมายผังเมืองให้พื้นที่ ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียวไปเป็นพื้นที่ประเภทประเภท ก. 1-11&amp;nbsp; ซึ่งสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน&amp;nbsp; พึ่งได้รับทราบจากสื่อมวลชน &amp;nbsp;
มีรายงานแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (ทอท.)&amp;nbsp; ได้ทำหนังสือเลขที่ 12494/ 2562&amp;nbsp; ถึง ผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไม่อนุญาตก่อสร้างวางท่อประปาในพื้นที่
&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้&amp;nbsp; กล่าวคือ&amp;nbsp; บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา ฯ เจ้าของโครการ เซ็นทรัล วิลเลจ&amp;nbsp; และขอวางท่อประปา ซึ่งอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้า และอาคารหลักหลังที่สองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873&amp;nbsp; ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ในการครอบครองของทอท. และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต เพราะโครงการฯกำลังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องว่าดำเนินก่อสร้างโครงการชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ต่อมาได้มีการบุกรุกล้ำ วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งกรณีดังกล่าว ทอท. ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้&amp;nbsp; หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังมีการรายงานว่าการก่อสร้างโครงการฯรุกล้ำและถมที่ดินทับลำรางสาธารณะขวางกั้นทางเดินของน้ำด้วยอีกด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงาน&amp;nbsp; สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาต์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp; หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร&amp;nbsp; พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค. นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายผังเมือง, ทรงศักดิ์ ทองศรี, นิตินัย  ศิริสมรรถการ, พื้นที่สีเขียว, สนามบินสุวรรณภูมิ, เซ็นทรัล วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f6f87d92ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
