<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์-ลูกบุญทรง&#039;ร่วมงานสภาลมหายใจเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า &amp;quot;เมื่อวานนี้เดียร์และน้องป้ำ เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ได้ไปร่วมประชุมกับสภาลมหายใจเชียงใหม่ เพื่อดิน น้ำป่าอากาศยั่งยืน โดยสภาลมหายใจเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยทุกภาคส่วน เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวบ้านบนดอย และพื้นราบ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐทภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานนี้ชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตัวเองว่ามาจากอะไร ซึ่งสาเหตุหลักมาจากชาวบ้านไม่มีอาชีพ จึงเข้าไปเผาป่า หรือ หาของป่า รวมถึงเผาซังข้าว และซังข้าวโพด ดังนั้นวิธีที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด คือการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน เน้นความเข้มแข็งของชุมชน เช่น วิสาหกิจชุมชน ซึ่งรัฐบาลมีโครงการประชารัฐสร้างไทย ที่กำลังเดินหน้า สำหรับแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ถูกต้องและตรงจุดที่สุด โดย ธกส.มีแผนการให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และ ปลูกป่าสร้างรายได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อชาวบ้านมีสินค้าแล้ว ก็ต้องหาตลาดให้ ซึ่งตอนนี้ ธนาคารออมสิน มีตลาดประชารัฐ ขณะที่ ปตท.ก็ให้พื้นที่ภายในปั้มไปขายสินค้าได้ และกำลังขยายเพิ่มไปปั้มบางจาก ขณะเดียวกันส่วนตัวเดียร์เองยังมองเรื่องการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดเพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่นนำเข้าสู่แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ช สร้างการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับชาวบ้าน เกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ซึ่งเหล่านี้สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอภาครัฐค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47090</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาดามเดียร์, วทันยา วงษ์โอภาสี, สภาลมหายใจเชียงใหม่, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d93f85b32b4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกบุญทรง&#039;ลั่นน้อมรับคำพิพากษาเพิ่มโทษคดีข้าวจีทูจี เผยพ่อฝาก&#039;ลูกต้องเข้มแข็งนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะบุตรชายนายบุญทรง เปิดเผยภายหลังศาลฎีกาฯเพิ่มโทษนายบุญทรงอีก 6 ปี รวมจำคุก 48 ปี ในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐว่า &amp;nbsp;ค่อนข้างช็อกกับผลคำพิพากษา แต่ก็ต้องน้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งการที่เราได้โอกาสที่ 2 ในการพิสูจน์ตัวเองก็ถือเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายละเอียดของคดีขอให้ถามจากทนายความจะดีที่สุด ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าสิ้นสุดแค่นี้แล้ว ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษก็เป็นขั้นตอนต่อไปที่คณะทำงานจะพิจารณาดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชนัฐวิทย์ กล่าวถึงสุขภาพของนายบุญทรง ด้วยว่า หลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดที่คอไปแล้วสุขภาพดีขึ้น ยังเหลือการผ่าตัดที่หลัง เพื่อรักษาอาการชาที่ขาต่อไป แต่ยังเดินได้ปกติ วันนี้ได้เจอนายบุญทรงตั้งแต่เช้า ท่านได้ย้ำว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้เดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป ส่วนหลังจากฟังคำพิพากษาแล้ว คุณพ่อก็ย้ำว่า &amp;ldquo;ลูกต้องเข้มแข็งนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45163</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทีจีข้าว, บุญทรง​ เตริยาภิรมย์​, ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d72637bb1de5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกบุญทรง&#039;วืดผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล! พปชร.หาตำแหน่งใหม่ให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่เคยมีกระแสข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งให้นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นคณะทำงานโฆษกรัฐบาลนั้น ล่าสุดได้พิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวได้ เพราะการบริหารงานในรัฐบาลปัจจุบันนั้นแตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ต้องกลับไปพิจารณาว่าจะให้ทั้งสองคนไปทำงานในด้านใดแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล, ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, พปชร., ลูกบุญทรง, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5ccc2ee168c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ดัน&#039;ลูกบุญทรง-ทิพานันท์​&#039;นั่งผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตำแหน่งต่างๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)นั้น​ จะใช้วิธีแต่งตั้งผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ขึ้นมาอีก 2 ตำแหน่งแทน คือ นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ​ บุตรชายนายบุญทรง​ เตริยาภิรมย์​ อดีตรมว.พาณิชย์ และ น.ส.ทิพานันท์ ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อเป็นคณะทำงานโฆษกรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43128</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรง​ เตริยาภิรมย์​, ลูกบุญทรง, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190810/image_big_5d4e0d464c7fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หรือจะหนีเป็นคนที่ ๓ จริงๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครๆ ก็ถามหา &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....ว่าหายไปไหน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดนายกฯ ลุงตู่ยังยอมรับว่ารัฐบาลเองก็ตรวจสอบอยู่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ก็ยังไม่พบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงตู่ คิดเพียงว่ายังคงหลบอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ถามว่าทำไมต้องหลบ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อยังไม่มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องไปกลัว ถ้าคิดว่าตัวเองทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็สู้คดีไป ทุกอย่างก็จบ ต้องมีความมั่นใจในตรงนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นั่นน่ะซิ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; หลบหน้าผู้คนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คาดคะเนกันว่า น่าจะเป็นวันหลังจากที่ &amp;quot;เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์&amp;quot; ลูกชายบุญทรง เตริยาภิรมย์ &amp;nbsp;ออกจากเพื่อไทย ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ประมาณช่วงปลายๆ เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พอมาถึงเวลาที่ท่านเจ็บป่วยและได้รับการรักษา ก็ดันไปเอาข่าวท่านไปเชื่อมโยงกับคดีต่างๆ นานา ซึ่งส่งผลกระทบต่อท่านที่ต้องรับการรักษาตัว ถึงขั้นมีการพูดว่ามีการดีลวงในหรือเปล่า ทำให้คนอื่นที่ได้รับข่าวไม่อยากมาช่วย และเป็นการมองว่าป่วยจริงหรือไม่ เพราะเอาไปผูกกับเรื่องการเมืองไปหมด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดีลการเมืองจริงหรือไม่จริงไม่สำคัญสำหรับเจ๊แดง เพราะแค่ลูกชายบุญทรงพูดแบบนี้ มันมีความหมายชัดเจนว่า &amp;quot;บุญทรง&amp;quot; ไม่ได้เป็นลูกน้อง &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตีความเลยไปกว่านั้น กิจกรรมอะไรที่ทำร่วมกันมา และที่เคยบอกว่า &amp;quot;กูพูดไม่ได้&amp;quot; อาจถึงเวลา...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กูพูดไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะให้รออะไรกันล่ะครับทั่น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือวันนี้มีคนถามหา &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; แต่ &amp;quot;เจ๊แเดง&amp;quot; ไม่แสดงตัว ปล่อยให้วิจารณ์กันไปว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนี &amp;quot;คดีเจ๊ทูเจี๊ยะ&amp;quot; ไปต่างประเทศแล้วใช่หรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดวิสัยของผู้บริสุทธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซ้ำร้ายยังไปตอกย้ำเรื่อง ๓ พี่น้อง อ้างที่ว่าตัวเองบริสุทธิ์....แล้วทำไมต้องหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อมันยังไม่มีการชี้มูลจาก ป.ป.ช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ ป.ป.ช.บอกว่า ได้แจ้งผู้ถูกไต่สวนแล้วตามกระบวนการ ซึ่งผู้ถูกไต่สวนมีสิทธิ์คัดค้านได้ ขณะเดียวกันก็ได้สั่งไต่สวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย รวมถึงการสอบถามผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นการหนี ก็คงได้รับบทเรียนจาก พี่ชายน้องสาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ...เผ่นก่อนดีกว่า ไม่ต้องรอให้จวนตัวแล้วต้องลุยเส้นทางธรรมชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนอาจลืมคดี เจ๊ทูเจี๊ยะไปแล้ว ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับอะไรอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถึงจำคุก บุญทรง เตริยาภิรมย์ &amp;nbsp;อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะ ปธ.อนุ กก.พิจารณาระบายข้าว ๔๒ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะ ปธ.อนุ กก.พิจารณาระบายข้าว ๓๖ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ อภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร ๔๘ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะขุดให้ชัดก็ต้องไปอ่านคำอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ของ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...จากการตรวจสอบ พบพิรุธในการขายข้าวจำนวน ๗.๓๒ ล้านตัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า มีการตั้ง ๒ บริษัท คือ บริษัทจากจีน ๑ แห่ง และบริษัทคนไทย ๑ แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบริษัทจากจีนชื่อ &amp;quot;GSSG IMP AND EXPORT CORP&amp;quot; อยู่ที่เมืองกวางเจา บริษัทนี้ทำสัญญาค้าข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ ๕ ล้านตัน ผู้ที่มีอำนาจของบริษัท คือ นายรัฐนิธ โสติกุล แต่มอบอำนาจให้นายนิมล รักดี ชาว อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เป็นผู้ดำเนินการแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบยังพบว่านายรัฐนิธ มีชื่อเล่นว่า &amp;quot;ปาล์ม&amp;quot; อายุ ๓๒ ปี เพิ่งผ่านการเรียนหลักสูตรวุฒิบัตรผู้ช่วยและผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภารุ่นที่ ๖&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งเป็นนักศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า และเป็นผู้ช่วย ส.ส.ในลำดับที่ ๓ ของนางรพิพรรณ &amp;nbsp;พงศ์เรืองรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (ภรรยานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายรัฐนิธ พบว่า มีเงินอยู่ในบัญชีเพียง ๖๔.๖๓ บาท ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับผู้มีอำนาจติดต่อซื้อขายข้าวกับรัฐบาลไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อมูล นายนิมล รักดี จากการลงพื้นที่สอบถามโรงสีในพื้นที่ภาคกลาง ได้รับการเปิดเผยว่า &amp;nbsp;นายนิมล มีชื่อในวงการว่าเสี่ยโจว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นมือขวา &amp;quot;เสี่ยเปี๋ยง&amp;quot; เจ้าของบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งผูกขาดการซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น ได้ตรวจสอบข้อมูลนายนิมล พบว่า นายนิมลเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในนามบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริเทรดดิ้ง สมัยนายทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอ้างว่า ขายข้าวแบบจีทูจี ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูลให้ได้ราคาพิเศษ ไม่มีการระบายข้าวจริง &amp;nbsp;เป็นการตั้งบริษัทผีมารับข้าว เพื่อนำข้าวไปเร่ขายให้โรงสี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะได้ส่วนต่างสูง ตันละ ๓,๐๐๐ บาท บางล็อตสูงถึง ๕,๐๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากถามว่า เหตุใดรัฐบาลปล่อยให้บุคคลที่เคยมีความผิดเรื่องการทุจริต สมัยรัฐบาลทักษิณ กลับมาซื้อข้าวในรัฐบาลชุดนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ มีคนส่งข้อมูลเป็นบัญชีข้าวของรัฐบาลมาให้ดู เป็นบัญชีออมทรัพย์ของกรมการค้าต่างประเทศ เลข ๓๘๕๐๐๙๕๐๔-๕ ซึ่งข้อมูลช่วงวันที่ ๒๘ &amp;nbsp;กันยายน - ๑๕ &amp;nbsp;ตุลาคม ที่รัฐบาลคุยโวว่า จะมีการขายข้าวแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่ามีการถอนเงินจากธนาคารใหญ่ในหลายลักษณะ ทั้ง แคชเชียร์เช็ค การถอนเงิน หรือการโอนเงินจากธนาคารใหญ่ ในการจับโกหก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเป็นการค้าแบบจีทูจี จะต้องมีการเปิดแอล/ซี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้งนี้กลับไม่พบว่ามีการเปิดแอล/ซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงว่าไม่มีการค้าข้าวให้ต่างประเทศจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลับมีเงินหมุนเวียนจากธนาคารใหญ่ เช่น มีการโอนเงิน รวม ๗๒ รายการ จากธนาคารใหญ่ ๔ &amp;nbsp;แห่งในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกร และธนาคารไทยพาณิชย์ รวมเป็นมูลค่า ๔,๙๖๐ ล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีการถอนเงินออกจากบัญชีกรมการค้าต่างประเทศ ๒ ครั้ง รวมเป็นเงิน ๔,๒๐๐ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่มีการค้าข้าวแบบจีทูจีจริง แต่รัฐบาลกลับเปิดโอกาสให้บริษัทสยามอินดิก้า เอาข้าวของรัฐบาลไปเร่ขายให้โรงสี ในลักษณะของไปเงินมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการพบแคชเชียร์เช็ค ออกในนามของ นายสมคิด เรือนสุภา ที่ซื้อแคชเชียร์เช็ค จำนวนกว่า ๕๐๐ &amp;nbsp;ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อตรวจสอบที่อยู่ของนายสมคิด ตามที่แจ้งที่อยู่เลขที่ ๑๙๑ ซอยดำเนินกลาง เขตพระนคร พบว่า ไม่มีสภาพเป็นบ้านของพ่อค้าข้าวรายใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากการสอบถามประชาชนบ้านใกล้เคียงทราบว่า นายสมคิด ได้ย้ายไปอยู่บ้านของภรรยา ที่เขตบางแค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงบ้านไม้ ๒ ชั้น ตั้งอยู่ริมคลอง เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า นายสมคิด เป็นคนของบริษัทสยามอินดิก้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนายสมคิด ได้รับมอบอำนาจจากเสี่ยเปี๋ยง ไปจดทะเบียนตั้งบริษัทสยามอินดิก้า เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตามข้อมูลไปต่อ พบข้อมูลบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ ๐๐๑-๐-๐๓๗๙๖-๙ โดยบัญชีดังกล่าวมีผู้มีอำนาจลงนาม จำนวน ๕ คน อาทิ นิมล เรืองวัน กฤษณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีชื่อของนางเรืองวัน เปิดบัญชีไว้กว่า ๑๐๐ บัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีการตั้งกองทุนชื่อว่า KTAM เพื่อไว้ซุกเงิน ลักษณะที่ตรวจพบว่า เมื่อมีการโอนเงินมาช่วงเช้า แล้วช่วงบ่ายก็มีการถอนเงินออกจากบัญชีทั้งหมดในรูปแบบของเงินสด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ผมได้ข้อมูล คือ บัญชีนิมล พบว่ามีการโอนจากธนาคารกสิกร ไปธนาคารกรุงไทย หลายรายการ ได้แก่ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน จำนวน ๒๖๐ ล้านบาท วันที่ ๒๘ กันยายน จำนวน ๙๙ ล้านบาท วันที่ ๓ ตุลาคม จำนวน ๔๘๕ ล้านบาท วันที่ ๕ ตุลาคม โอน ๓๐๖ ล้านบาท และวันที่ ๙ ตุลาคม &amp;nbsp;โอน ๔๐๕ ล้านบาท โดยการโอนเงินลักษณะนี้ อาจเข้าข่ายการฟอกเงินและมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่รัฐบาล ยอมนำหัวของบริษัทจีนมาทำสัญญาแบบจีทูจี เป็นเพราะว่าต้องการเลี่ยงการประมูลซึ่งมีราคาสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อทำเช่นนี้ จะค้าข้าวกระสอบละ ๓๐๐ บาท ทั้งที่ราคาข้าวในตลาดจะอยู่ที่กระสอบละ ๑,๕๐๐-๑,๕๕๕ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อค้าข้าวกระสอบละ ๓๐๐ บาท จำนวนที่รัฐบาลว่าจะขายทั้งหมด ๗.๓๒ ล้านตัน จะมีค่าส่วนต่างถึง ๒ หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้าวที่มีการซื้อขายพบว่าถูกนำไปไว้ที่โกดัง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นโกดังเก็บข้าวของบริษัทสยามเพรซิเดนท์ โดยใช้วิธีการเทข้าวเก็บไว้ในโกดัง แทนเก็บไว้ในกระสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทราบว่าเมื่อช่วง ๕ พ.ค. - ๑๖ ก.ค. มีการนำข้าวไปไว้ถึง ๔.๑ แสนกระสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น นายกฯ ทราบข้อมูลและมีการสมรู้ร่วมคิดกับรัฐมนตรีในการกระทำทุจริต ตามที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมทราบข่าวว่าเสี่ยเปี๋ยง เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในวงการค้าข้าวและรัฐบาล โดยเมื่อต่างชาติจะซื้อข้าวไทย มีผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าให้ไปเจรจากับเสี่ยเปี๋ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ชัดเจนว่าเสี่ยเปี๋ยง มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาล และเปิดทางให้เสี่ยเปี๋ยงทำมาหากินแบบนี้...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนั้น &amp;quot;บุญทรง&amp;quot; ชี้แจงกระท่อนกระแท่นว่า...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...การระบายข้าว โดยดำเนินการรูปแบบจีทูจีขายโดยการประมูล และมีการขายให้กับหน่วยงานของรัฐหรือผ่านสินค้าเกษตรล่วงหน้า สิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายมากที่สุดคือเรื่องจีทูจี เรื่องนี้ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง การอภิปรายเป็นการใช้จินตนาการ เพราะวิธีการระบายข้าวในกระทรวงพาณิชย์ต้องคำนึงถึงตลาดภายในและตลาดโลก เพราะไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ ต้องเป็นความลับทางการค้า หากเปิดเผยข้อมูลให้คู่ค้ารู้อาจทำให้เกิดการเสียเปรียบได้ ยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้ทำผิดแปลกจากที่ผ่านมา....&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย &amp;quot;บุญทรง&amp;quot; ถูกจำคุก ๔๒ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุญทรง&amp;quot; เคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของ &amp;quot;สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;quot; สามี &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพราะบารมี &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ๊แดงเกี่ยวอะไรกับคดีเจ๊ทูเจี๊ยะ แล้วทำไมต้องหลบหน้าไม่ยอมเจอผู้คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่รู้ดีที่สุดคือ &amp;quot;บุญทรง&amp;quot;.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24567</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรง เตริยาภิรมย์, ผักกาดหอม, ภูมิ สาระผล, เจ๊แดง, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกย้ายพรรคปุ๊บพ่อออกจากคุกปั๊บ!&#039;วีระ&#039;อ้างได้ยินมา&#039;บุญทรง&#039;จะได้กลับไปอยู่บ้าน? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;nbsp;Veera Somkwamkid ระบุว่า &amp;quot;พอลูกย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุนรัฐบาลทหารปุ๊บ พ่อก็ได้ย้ายจากเรือนจำไปอยู่โรงพยาบาลทันที &amp;nbsp;ทำให้เชื่อว่ามันต้องมีการต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเจ้าหน้าที่รัฐให้ข้อมูลว่า นักโทษนับแสนคน มีเพียงไม่กี่คนได้รับการดูแลดีเช่นนี้ เขาบอกให้จับตา หลังการผ่าตัด จะมีข่าวบุญทรงเป็นอัมพาตไม่สามารถเดินได้ ต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป ไม่ต้องกลับเข้าเรือนจำ เมื่อเรื่องเงียบคนลืม จะได้กลับไปอยู่บ้าน เหมือนนักโทษรุ่นพี่บางคน จริงหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่นานก็รู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23067</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรง เตริยาภิรมย์, พปชร., พลังประชารัฐ, ลูกบุญทรง, วีระ สมความคิด, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180503/image_mid_5aeafacf44cb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำนำข้าวเอฟเฟกต์!&#039;ลูกบุญทรง&#039;ทิ้งเพื่อไทยซบพลังประชารัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.61 - มีรายงานว่า นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ลูกชายของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ต้องโทษอยู่ในเรือนจำคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) และยังมีอาการป่วยหนักรอการผ่าตัด ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.)แล้วตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่านายเดชนัฐวิทย์ จะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ขณะที่นายบุญทรงเอง มีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องกับอาการป่วยด้วยโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน จำเป็นต้องส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีอุปกรณ์ในการผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อ้างถึงปปช.เตรียมขยายผลการไต่สวนคดีจีทูจี(2)ว่ามีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม โดยอ้างเรื่องการซัดทอดของพยานในคดีข้าวจีทูจีบางคนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22568</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, บุญทรง เตริยาภิรมย์, เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf770678f060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
