<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก9ปีลวงขายไม้ล้างป่าช้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุกอีก 9 ปี! ผู้บริหารเอวิเอ ลวงขายไม้ล้างป่าช้าให้กรมราชองครักษ์ พร้อมปรับบริษัท 1.8 หมื่นบาท ทนายจำเลยอ้างแค่ตัวแทนธุรการ ไม่ได้ทดสอบและเห็นตัวสินค้า ผบ.ทบ.จ่อหารือฟ้องซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กันยายน ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ, นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ, นางศศกร ปลื้มใจ ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานบริษัท เอวีเอฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในคดีฉ้อโกงการจัดซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่นจีที 200 จำนวน 2 ชุด ชุดละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ Global Technical รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท เครื่องตรวจหาสสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ โกลบอล รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ที่มีปัญหาที่กรมราชองครักษ์ผู้เสียหายได้ทำสัญญาซื้อขายไป เเต่เครื่องไม่สามารถใช้การได้ โดยจำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี เหตุเกิดระหว่างปี 2551-2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1-2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวมปรับ 18,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 9 ปี นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2012/2560 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1711-1713/2561 ของศาลนี้ ยกฟ้องจำเลยที่ 3-4 ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมีคำพิพากษา นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายความของบริษัท เอวิเอฯ และผู้บริหาร จำเลยที่ 2 เปิดเผยว่า ศาลได้วินิจฉัยว่าบริษัท เอวิเอฯ ในฐานะผู้ขายควรจะทราบว่าสินค้าใช้การไม่ได้ เมื่อเราเอามาขาย ศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง แต่ในความเป็นจริง จีที 200 มีการโฆษณาในสื่ออื่นๆ แล้วมีประเทศอื่นๆ สั่งซื้อมาก่อนหน้าเรา ซึ่งเอามาขายโดยที่ไม่ทราบ เหมือนเป็นผู้จัดการทางธุรการเท่านั้น ไม่เคยเห็นสินค้ามาก่อน จีที 200 ถือเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหาร บริษัทเอกชนย่อมไม่มีสิทธิที่จะครอบครองและนำมาใช้ จึงไม่มีโอกาสรู้ว่าเครื่องใช้การได้หรือไม่ พอเครื่องมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ทหารก็เอารถมารับ การตรวจสอบว่าเครื่องจะใช้การได้หรือไม่ได้ ต้องตรวจสอบโดยทางเทคนิค ต้องใช้ห้องทดลอง และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเราเป็นตัวแทนขายเท่านั้นเอง ข้อเท็จจริงส่วนนี้จะนำไปสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีจีที 200 สำนวนนี้ ถือเป็นสำนวนที่สองที่ศาลมีคำพิพากษา โดยสัปดาห์ที่แล้วศาลได้มีคำพิพากษาในคดีที่กรมสรรพาวุธ สังกัดกองทัพบกเป็นผู้เสียหาย ให้ลงโทษจำคุกนายสุทธิวัฒน์ 10 ปี จากการซื้อขาย 12 สัญญา รวมมูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าในคดีดังกล่าวนั้นมีการฟ้องถึง 12 กรรม แต่ศาลลงโทษเพียง 10 ปี ต่างกับคดีนี้ที่มีการฟ้องเพียง 3 กรรม แต่ลงโทษถึง 9 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลในคำพิพากษาของศาล ได้อ้างอิงผลการทดสอบจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งสรุปว่า เครื่องจีที 200 ไม่สามารถใช้งานได้จริงตามคู่มือและคำโฆษณา ประกอบกับผลการทดสอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อปี 2553 ที่พบว่าผลการทดสอบหาสารตัวอย่าง 20 ครั้ง แต่เครื่องจีที 200 สามารถหาตำแหน่งสารตัวอย่างได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง นอกจากนี้ ศาลยังเชื่อถือคำให้การของตำรวจจังหวัดปัตตานี ที่ระบุว่าทหารเคยใช้เครื่องจีที 200 ตรวจรถต้องสงสัย และแจ้งว่าไม่พบระเบิด แต่เมื่อตำรวจเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่ามีระเบิดทำงานอยู่และเกิดระเบิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีจำเลยที่ 2 อ้างไม่ทราบคุณสมบัติและประสิทธิภาพของเครื่องจีที 200 ว่าใช้การได้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โกลบอล เทคนิคอล สหราชอาณาจักร นั้น ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ใส่ใจในการซื้อขายสินค้า เพราะเครื่องจีที 200 มีราคาสูงมาก ในฐานะผู้ขายจำเป็นต้องศึกษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของสินค้าก่อนส่งมอบเสมอ หรืออาจรู้ก่อนแล้วว่าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ยังขายให้หน่วยงานของรัฐ ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเป้าหมายแสวงหาผลประโยชน์ มีความผิดฐานฉ้อโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ จะเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาอีกสำนวนที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เป็นผู้เสียหาย สำหรับการยื่นประกันตัวของจำเลยที่ 2 วันนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันเป็นเงินสด 900,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า ในส่วนของกองทัพบกคงต้องศึกษารายละเอียดก่อน ซึ่งทราบเพียงคร่าวๆ ว่าที่ผ่านมากองทัพบกยังไม่ได้ดำเนินการยื่นฟ้อง โดยส่วนที่เกี่ยวข้องคงต้องมาหารือว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกันหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18511</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, วรอรรถ สุนทรอภิชาติ, ศศกร ปลื้มใจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดชพิภัทร์ วัฒนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97869016a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
