<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! &#039;เดชา&#039; แจ้งจับ &#039;ษิทรา&#039; หาตบทรัพย์ผู้กำกับโจ้  หยามหมาตัวหนึ่งเอาแต่เห่าไปทั่ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หลังถูกกล่าวหาว่านำคลิปเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คน ก่อเหตุใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิตใน สภ.เมืองนครสวรรค์ ไปตบทรัพย์จำนวน 20 ล้านบาทจาก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือผู้กำกับโจ้ เพื่อไม่ให้เผยแพร่คลิปและดำเนินการจากเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวว่าวันนี้เดินทางเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายษิทรา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ พรบ.คอมพ์ หลังจากมีการโพสต์ พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ กล่าวหาว่าตนเองไปตบทรัพย์กับอดีตผกก.โจ้และพวก ที่อ้างว่าตนเองได้รับคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปต่อรองกับกลุ่มผู้ต้องหา ตนยอมรับว่าได้รับคลิปมาจริง จากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ก่อนหน้านายษิทราประมาณ 15 นาที แต่ที่ไม่นำเสนอ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เกรงว่าจะเสียรูปคดี แต่หลังจากที่ ผกก.โจ้ ให้ปากคำ ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้มีการเรียกทรัพย์แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอท้าทนายษิทรา ว่า หากมีหลักฐานยืนยันว่าผมตบทรัพย์จริงให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที หากไม่เข้ามาแจ้งความ ก็เหมือนเป็นหมาตัวหนึ่งที่เอาแต่เห่าไปทั่ว ก่อนหน้านี้ผมและทนายษิทรา เป็นคู่กรณีกันมาก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวต่อไปว่าในวันนี้ได้นำหลักฐานการโพสต์ของทนายษิทรา พร้อมกับการสัมภาษณ์ผ่านรายการต่างๆ มายื่นต่อพนักงานสอบสวน ส่วนที่มากระแสว่าตนร้อนตัวไปเองนั้น มองว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว แม้ว่านายษิทราได้ปกปิดชื่อแล้วโพสต์ลง แต่ข้อความที่ส่งให้กับผู้สื่อข่าว และกลุ่มทนายนั้น ปรากฏชัดเจนว่าเป็นชื่อเพจทนายคลายทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวด้วยว่าหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สภาทนายความ เพื่อให้ตรวจสอบมรรยาททนายความของทนายษิทรา, ทนายเกิดผล และทนายรณรงค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องคำให้การของ ผกก.โจ้ เมื่อคืนนั้น ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีทนายความให้คำปรึกษามาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นไปตามการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งผกก.โจ้ ได้ชี้แจงว่าทำตามหน้าที่ ไม่ได้รีดทรัพย์ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต พร้อมนำส่งที่โรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ ซึ่งมองว่าจะส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก เพราะคำให้การและคำชี้แจงต่อสื่อมวลชน สวนทางกับข้อมูลของผู้ร้องเรียนที่ส่งคลิปหลักฐานมาให้ตอนแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายตั้ม, ทนายเดชา, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288a5a6586a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มวยถูกคู่!&#039;ทนายตั้ม&#039;ไม่ให้ราคา&#039;ทนายเดชา&#039;แจ้งความ เย้ยเป็นถึงทนายทำไมไม่ฟ้องเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

27ส.ค.64- นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน กล่าวถึงกรณีทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกษ์ จะเข้าแจ้งความในวันนี้ ว่า จริงๆแล้วทางทนายเดชาเป็นถึงทนายความจะไปแจ้งความทำไม ถ้าคิดจะเอาผิดผมให้ได้ทำไม่ถึงไม่ฟ้องเองจะได้รวดเร็วกว่าไปแจ้งความแบบนี้มันเนิ่นนานล่าช้าปล่อยให้คนรอจนลืมเลยหรือมีหลักฐานจริงหรือเปล่าอย่างไร และเตรียมตัวเอาไว้ตอบกับทางสภาทนายความด้วยนะไม่นานหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ส่วนตัวผมบอกจริงๆนะไม่กังวลอะไรเลยไม่ได้ให้ความสำคัญหรือให้ราคาแต่อย่างใดมั่นใจในพยานหลักฐานและคลิปที่ผมมี ที่ผมเปิดออกมาซึ่งได้มาจากตำรวจชั้นผู้น้อยให้กับสังคมได้รับรู้เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดครบทุกคนได้อย่างรวดเร็วสามารถปิดคดีได้ในที่สุด&amp;quot;นายษิทรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114701</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาค้ายา, ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128636b36e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกทนาย!&#039;เดชา&#039;แจ้งความดำเนินคดี&#039;ษิทรา&#039;พร้อมเปิดโปงขบวนการปล่อยคลิป&#039;ผกก.โจ้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.64- ระหว่างพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)&amp;nbsp; นำพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ แถลงข่าวเมื่อค่ำวันที่26ส.ค. ที่ผ่านมา นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์&amp;nbsp;ระบุว่าเรียนสื่อมวลชนพรุ่งนี้ (27/8/64) เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายเดชา เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์จะเดินทางไปสน.โคกคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ตามคำท้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูล/ประสานงาน โทร.0816161425 , 0816252161&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายเดชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้ 16.00 น.อัจฉริยะจะมาเปิดโปงขบวนการปล่อยคลิปผกก.โจ้ ปล่อยข่าวตบทรัพย์ 20 ล้าน ที่เพจทนายคลายทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวด่วน ผกก มอบตัว ชัดเจนว่าไม่มีทนาย เอาคลิปไปข่มขู่ตบทรัพย์เรียกเงินตามที่ทนายความชื่อดังกล่าวหาแต่อย่างใดดำเนินคดีทนายที่ใส่ร้ายผมไม่ปล่อยไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ้บอกว่าไม่ตั้งใจฆ่า จะเค้นเรื่องยา ไม่ได้หนี ตกใจไปตั้งหลักว่าจะมอบตัวอยู่แล้ว และไม่มีใครเอาคลิปมาเรียก20ล้านจากการสอบเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กำกับโจ้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าไม่มีทนายไปตบทรัพย์แต่อย่างใด พรุ่งนี้ผมแจ้งความดำเนินคดีกับทนายษิทรา 11.00 นสน.โคกคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกฎหมาย ไม่ควร ชี้โพรงให้กระรอกหรือชี้ช่องให้ผู้ต้องหาคดี ตำรวจนครสวรรค์ให้หลุดคดี ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114685</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61282a0c51aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศึกทนาย &#039;ษิทรา-เดชา&#039; ซัดกันเละเซ่นคลิปฉาวผู้กำกับโจ้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - เฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;ทนายคลายทุกข์&amp;quot; ของนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความ ว่า &amp;quot;การนำคลิป คดีตำรวจคุมหัวผู้ต้องหาจนขาดอากาศมาเปิดเผยจนทำให้คนร้ายหลบหนีไป ไม่สามารถจับตัวได้ทำให้เกิดความเสียหายในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ &amp;quot;ทนายตั้ม&amp;quot; ผู้เผยแพร่คลิผผู้กำกับโจ้ รีดเงินคลุมถุงฆ่าผู้ต้องหาคดียาเสพติด โพสต์ข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อไหมครับทุกคน ก่อนหน้าที่คลิปจะถึงมือผม ตำรวจยศผู้น้อยแต่ใจใหญ่ ผู้ที่สิ้นหวังและอยากได้ความเป็นธรรม ให้กับผู้ต้องหาที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ได้ส่งคลิปนี้ให้คนๆหนึ่ง แต่คนที่ได้รับคลิปกลับนำไปเรียกขอผลประโยชน์กับฆาตกร ผมเห็นคนชื่นชมเขามากมาย ว่าใจกล้า สุดยอด แต่ความเป็นจริงมันเป็นแบบนี้ ดูแล้วพิจารณากันเองนะครับ #ใจไม่ถึงหลบไปคนรุ่นใหม่จะเดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายคลายทุกข์, ทนายตั้ม, ผู้กำกับโจ้, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125b874b4b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่แพรวาหลบสื่อ ส่งหนุ่มไปวางเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่ม-กรรชัยรับเป็นตัวแทนครอบครัวแพรวา นำแคชเชียร์เช็ค 41 ล้านไปวางศาลเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้เหยื่อรถชน 26 ราย ยังขาดอีก 8 แสน จะมาให้วันหลัง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งระบุ ศาลต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เชื่อ 9 ปีที่ผ่านมาจำเลยถูกสังคมลงโทษทางจิตใจแล้ว แม่แพรวาอ้างไม่เดินทางไปเองเพราะเกรงกระทบผู้สูญเสีย วอน &amp;quot;อย่าถือโทษโกรธเราเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ พร้อมด้วยนายกรรชัย หรือหนุ่ม กำเนิดพลอย พิธีกรและนักแสดง ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากครอบครัว น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา เดินทางมาศาลนำแคชเชียร์เช็คจำนวน 41,755,050.79 บาท พร้อมเงินค่าธรรมเนียมศาล 20,000 บาท มาวางต่อศาลตามคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุ ซึ่งถูกรถที่ น.ส.แพรวาขับชนเมื่อปี 2553 โดยมีนายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง เป็นผู้รับมอบแคชเชียร์เช็ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรรชัยกล่าวว่า ที่เป็นตัวแทนดำเนินการเรื่องนี้ ก็เพื่อให้เรื่องนี้ได้จบสิ้น เนื่องจากคดียืดเยื้อมานานมาก สมควรแก่เวลาที่ญาติฝั่งผู้เสียหาย ทั้งผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจะได้รับการเยียวยา ก่อนหน้านี้ตนเองได้รับโฉนดมาจากครอบครัวของแพรวาเพื่อเป็นตัวกลางในการจำหน่าย แต่ก็ติดขัดเรื่อยมา กระทั่งครอบครัวแพรวาตัดสินใจยืมเงินจากญาติพี่น้อง จนได้ตามจำนวนกว่า 41 ล้านบาท นำมาวางกับศาลในวันนี้ แต่ยังขาดเงินอีกกว่า 8 แสนบาท เนื่องจากเข้าใจตัวเลขคลาดเคลื่อน ซึ่งภายใน 2-3 วันนี้จะนำเงินมาวางเพิ่มเติมให้ครบ ยืนยันทุกอย่างจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ก่อนหน้านี้ครอบครัวแพรวาไม่ใช้วิธีกู้ยืมเงินเพื่อเยียวค่าเสียหาย นายกรรชัยกล่าวว่า เนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่อยู่ในช่วงต่อสู้ทางคดี ทำให้ตัวเลขของเงินเยียวยาของแต่ละศาลไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้สาเหตุที่ทางครอบครัวแพรวาไม่เดินทางมาด้วย เนื่องจากไม่สะดวก และมองว่าที่ผ่านมาได้เคยขอโทษผู้เสียหายมาตลอดอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชากล่าวว่า หลังจากวางเงินต่อศาลแพ่งในวันนี้ ขั้นตอนต่อไปอีก 2-3 วันจะนำเงินที่เหลืออีก 8 แสนบาทมาวางเพิ่มเติม ซึ่งจากนั้นก็ถือว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นตามกระบวนการชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อยในฝ่ายจำเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายโอภาส อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง เปิดเผยว่า เงินที่ต้องเยียวยาให้ผู้เสียหายทั้งหมด 26 ราย มีจำนวน 42,637,810.40 บาท ซึ่งยังเหลือเงินอีก 8 แสนบาท ที่ทางครอบครัวของแพรวาจะต้องนำมาชำระเพิ่มเติม และจะต้องนับดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน โดยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 จะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะจ่ายครบ ส่วนขั้นตอนการจ่ายเงินคืนผู้เสียหายแต่ละราย ศาลมีบัญชีไว้อยู่แล้วว่าจะต้องจ่ายให้ผู้เสียหายรายละเท่าใด โดยหากเงิน 8 แสนบาทที่เหลือมาครบแล้ว ก็จะนำจ่ายผู้เสียหายได้ทันที ทั้งนี้ ขอบคุณฝ่ายจำเลยที่ทำให้เรื่องนี้จบลงเสียที ยืนยันว่าศาลให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ขอให้สังคมเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่ขอให้สังคมมองว่าศาลเองก็ต้องให้ความเห็นใจทั้งฝ่ายผู้เสียหายซึ่งน่าเห็นใจมาก เพราะว่ามีการสูญเสียไปเยอะ และฝ่ายจำเลยเองขณะกระทำความผิดก็อายุเพียง 16 ปี เป็นเยาวชน ก็ขอให้สังคมมองทั้งสองด้าน ทำอย่างไรที่จะเยียวยาให้ผู้ทั้งสองฝ่ายผ่านเหตุการณ์ไปได้ด้วยดี เพราะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าตัวจำเลยเองไม่มีความสุขตลอด 9 ปี ถูกสังคมลงโทษทางด้านจิตใจ และตัวจำเลยเองก็ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจไปโดยปริยายแล้ว&amp;quot; นายโอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดา น.ส.แพรวา กล่าวผ่านรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ว่า ตอนนี้ก็เบาใจว่าเหยื่อได้เงินไปเยียวยาได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอยึดทรัพย์ เพราะขั้นตอนจะนาน ส่วนที่ขาด 8 แสนบาท เป็นเพราะได้รับแจ้งยอดจากศาลคลาดเคลื่อนไป แต่จะตามไปจ่ายให้ครบอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสังคมยังสงสัยเหตุใดครอบครัวไม่เดินทางมาด้วยตัวเอง นางลัดดาวัลย์กล่าวว่า เท่าที่ผ่านมา ถ้าสังเกตเราจะไม่ได้คุยกับสื่อมากมาย เพราะเวลาคุยจะกระทบคนที่สูญเสีย ถ้ามีตัวแทนดีๆ น่าจะสามารถทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าถือโทษโกรธเราเลย สิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องไปก็ขอโทษ เราไม่ตั้งใจ ส่วนลูกขออนุญาตไม่พูดถึงตรงนี้ เราก็กำลังดูแลกันไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้เสียหาย พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ข้าราชการบำนาญ บิดา น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ หรือนุ่น ผู้เสียชีวิต 1 ใน 9 ราย โดยขณะเกิดเหตุเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมทั้งสื่อมวลชนที่ได้ช่วยเหลือติดตามความคืบหน้ามาตลอด 9 ปี สำหรับการเยียวยาของฝ่ายจำเลย แม้เงินจะไม่สามารถทดแทนลูกของเราได้ แต่ก็เป็นไปตามช่องทางของกฎหมายที่ให้มีการบรรเทาผลร้ายกับครอบครัวผู้สูญเสีย และขอขอบคุณทีมทนายความของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ได้ดูแลครอบครัวผู้เสียหายด้วยดีตลอดเวลา หลังคดีสิ้นสุดก็ได้พูดบอกลูกสาวให้รับรู้เรื่องราวว่าได้จบสิ้นลงแล้ว ถ้าลูกรู้ก็คงจะดีใจที่จบลงได้เสียที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคนคือ นางถวิล เช้าเที่ยง แม่ของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ &amp;ldquo;ดร.เป็ด&amp;rdquo; ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ดีใจมากหลังรู้ข่าว และขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ เงินที่จะได้มาก็จะนำไปทำบุญครั้งใหญ่ นิมนต์พระ 100 รูป ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ลูกชาย และเก็บบางส่วนไว้รักษาตัว จากนั้นจะทำมาหากินตามปกติ เพราะตอนนี้ไม่เหลือใครแล้ว ทั้งนี้ นางถวิลยังร้อยมาลัยขายหาเลี้ยงชีพ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรชัย กำเนิดพลอย, ลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d497a638e9ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งบอร์ดคุมทำหนังหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตรียมชง ครม.ตั้งบอร์ดระดับชาติคุมการสร้างหนัง 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ เผย 5 บริษัทหนังต่างชาติแสดงความจำนง บางรายส่งทีมสำรวจพื้นที่แล้ว รมว.สธ.ระบุ 13 หมูป่าสุขภาพกายและจิตใจดีมาก โฆษก พม.เตือนบุคคลที่ติดตามเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พม.เชียงรายพร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากการเสนอข้อมูลและมิจฉาชีพรุมทึ้ง เผยห่วงสุดเรื่องเวลาเรียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19 กรกฎาคม นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งบอร์ดระดับชาติเพื่อดูแลกรณีการจัดทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ 13 ทีมหมูป่าฯ เป็นการเฉพาะ &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการจะมีประมาณ 10-20 คน มีรองนายกฯ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์อยู่ในบอร์ดนี้ด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอคณะกรรมการระดับชาติดังกล่าวในที่ประชุม ครม.วันอังคารที่จะถึงนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องหลักที่คณะกรรมการชุดนี้จะดูแล คือการผลิตภาพยนตร์ สารคดี วีดิทัศน์ การดูแลลิขสิทธิ์เกี่ยวกับเนื้อหา เรื่องราวเหตุการณ์ ดูแลเรื่องการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารของเด็กและโค้ช ซึ่งเป็นเรื่องความเหมาะสมว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงดูแลข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องและภาพลักษณ์ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนบทภาพยนตร์จะต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติในการทำงาน และขณะนี้มีบริษัทต่างประเทศที่แสดงความสนใจทำภาพยนตร์ดังกล่าวแล้ว 5 ราย มีบางรายลงสำรวจพื้นที่แล้ว ขณะที่บริษัททำหนังของไทยก็มีสนใจบ้าง แต่ยังไม่มาลงรายละเอียด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำภาพยนตร์เองด้วยหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า บอร์ดที่จะตั้งขึ้นคงจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการแถลงข่าวของทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เด็กทั้ง 13 คนให้สัมภาษณ์ถือเป็นภาพที่ดี ทั้งภาพลักษณ์ของประเทศและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือ โดยทั้งหมดมีความสดใส สุขภาพดี และเด็กทั้ง 13 คนรู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือด้วยใจ ส่วนสิ่งที่เราทุกคนหวังคือเด็กๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีความรับผิดชอบ ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมากมายในอนาคต แต่สิ่งที่หวังนั้นจะเป็นไปได้เมื่อพวกเราช่วยกัน โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อยากขอฝากผู้ที่จะสัมภาษณ์เด็ก ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่เอาไปเกิดประโยชน์กับเด็กหรือเกิดประโยชน์กับผู้ที่นำไป และหากใช้วิจารณญาณเต็มที่แล้ว เด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นอนาคตของประเทศที่ดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ ถือว่าทั้ง 13 คนอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีมาก และการถามตอบก็ไม่ไปรุกล้ำสิ่งที่ไปกระทบสภาพจิตใจ มีแต่สิ่งที่ดีเกิด และพวกเราที่เป็นห่วงก็ได้เห็นภาพที่ดี โดยรวมเกิดแต่สิ่งที่ดี ทั้งด้านของเด็กและสังคม ส่วนการที่เด็กออกมาเตะฟุตบอล ถือเป็นเรื่องที่ปกติ ช่วยให้เด็กไม่เครียด สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 13 คนควรจะมีชีวิตที่ปกติต่อไปข้างหน้า และเป็นชีวิตของเด็กที่ปกติ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ว่าเด็กมีสุขภาพที่ดีทั้งกาย ทั้งใจ ดูได้จากหน้าตา&amp;rdquo; รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลฟื้นฟูทีมหมูป่าอะคาเดมีภายหลังออกจากโรงพยาบาลว่า ในส่วนของ พม. มีการทำแผนการฟื้นฟูเด็กๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ในแผนระยะสั้น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของ จ.เชียงราย (พมจ.เชียงราย) มีการลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กตั้งแต่ในช่วงที่ติดอยู่ในถ้ำ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากเขาเกาะติดสถานการณ์อยู่หน้าถ้ำ
เตือนผิด พรบ.คุ้มครองเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะส่งนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กอีกครั้ง เพื่อดูว่าครอบครัวประสบปัญหาในเรื่องใดบ้าง และจะได้ทำการช่วยเหลือ เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือในเรื่องการแนะแนวอาชีพให้ผู้ปกครองเด็ก แต่หากพบมีปัญหาอื่น เช่น มีคนพิการ มีความยากจน การศึกษา ก็จะดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป ส่วนแผนระยะยาว ได้มีการหารือกับชุมชนและกระทรวงการศึกษาฯ จัดทำโครงการความปลอดภัยในเด็ก เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัชชากล่าวว่า กรณีที่มีผู้ปกครองเด็กอ้างว่ามีการขับรถตาม จอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้าน จนทำให้ เกิดความวิตกกังวลนั้น จะต้องดูว่าคนที่ตามมีวัตถุประสงค์อย่างไร เช่น อยากรู้อยากเห็น หรือตามเนื่องจากมีวัตถุประสงค์แสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ ต้องดูเจตนาของคนที่ตาม หากตามเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ทาง พมจ.จังหวัดเชียงรายร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดไม่เพียงแต่จะดูแลในการฟื้นฟูเยียวยา แต่รวมไปถึงการคุ้มครองเด็กให้มีความปลอดภัยด้วย ไม่มีการกำหนดว่าจะดูแลในระยะเวลา 1-2 เดือน แต่จะติดตามดูแลจนกว่าจะมั่นใจว่าเด็กสามารถยืนอยู่ในสังคมได้ และมีความมั่นคงในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอณิรา ธินนท์ พม.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากกรณีการดูแลทีมหมูป่าฯ ที่ยังมีสื่อติดตามไปดักเก็บภาพและสัมภาษณ์บริเวณบ้านภายหลังจากที่มีการแถลงข่าวแล้ว ทาง พม.จะดูแลในแง่ของผลกระทบถึงตัวเด็กและสภาพจิตใจว่าเป็นเชิงลบหรือไม่ และเบื้องต้นอยู่ที่ผู้ปกครองด้วย โดยได้พูดคุยและทำความเข้าใจหลายประเด็นให้กับผู้ปกครองในการดูแลเด็กหลายแง่มุมแล้ว ซึ่งผู้ปกครองก็ตระหนักและได้รวมกลุ่มกันพูดคุยปรึกษาหารือกัน ให้การดูแลเด็กๆ ร่วมกัน ส่วนใหญ่ผู้ปกครองก็ไม่ให้สัมภาษณ์แล้ว ซึ่งตรงนี้จะมีการดูแลของคณะกรรมการระดับอำเภอ และกลุ่มสหวิชาชีพดูแลอยู่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะคอยดูว่าปัญหาไหนกระทบเด็ก ก็จะเข้าไปดูแลจัดการ โดยคอยรับฟังจากผู้ปกครองอีกทีหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะคอยเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดจากการเสนอข้อมูลเรื่องราวเชิงลบที่กระทบต่อจิตใจเด็ก เพราะยังมีบางส่วนมองเด็กๆ ในแง่ลบ รวมถึงมิจฉาชีพที่จะเข้ามาในรูปแบบต่างๆ ในส่วนจังหวัดก็จะดูแลในเรื่องภาพกว้างทั่วไปที่ต้องรายงานต่อรัฐบาล ส่วนในระดับประเทศ ก็ยังต้องมีเรื่องที่ต้องดูแลอีกด้านหนึ่ง เช่น เรื่องการติดต่อของบริษัทสร้างหนังจากฮอลลีวูด ที่จะเกี่ยวข้องกับเด็กๆ และเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เราต้องศึกษาทำความเข้าใจ หรือเรื่องสิทธิประโยชน์ ล้วนเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอณิรากล่าวอีกว่า ปัญหาเฉพาะหน้าคือ เวลาเรียนของเด็กๆ เพราะหลังจากออกมาจากถ้ำ จะต้องทำตามที่ผู้ปกครองแนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะเป็นเรื่องความเชื่อ ซึ่งออกมาแล้วก็ต้องเดินทางไปแก้บน ทำกิจกรรมหลายอย่างตามสัญญา หลังจากเด็กๆ ปลอดภัยแข็งแรงแล้ว เรื่องนี้เป็นปัญหาปัจจุบันที่ต้องบริหารจัดการเวลา ซึ่งทำได้ยาก และค่อนข้างลำบากใจ เด็กๆ เองก็ต้องทำ ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อที่เราก็เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ทหารจากค่ายเม็งรายมหาราช และค่ายอื่นๆ ที่เคยร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนที่ถ้ำหลวง รวม 9 นาย พากันไปกราบนมัสการพระธาตุดอยเวา ชุมชนดอยเวา เทศบาล ต.แม่สาย ใกล้ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นได้ไปกราบไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อบริเวณหน้าถ้ำหลวง และเข้าพิธีอุปสมบท ณ ที่วัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ใกล้กับถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยมีพระครูสุวิชาญ สุตสุนทร เลขานุการเจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดบ้านจ้อง ประกอบพิธีให้ และ พ.ท.รุ่งโรจน์ เปล่งสันเทียะ เสนาธิการ ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง นำคณะทหารร่วมพิธี
ทหาร 9 นายบวช 9 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวว่า ช่วงที่มีการค้นหาช่วยเหลือเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ มีการใช้วัดบ้านจ้องเป็นสถานที่รวมพลของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งทหารราบ &amp;nbsp;หน่วยซีล ทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ฯลฯ บางวันมีมากถึง 500 นาย บางวันก็ลดลง 200-300 นาย &amp;nbsp;นายทหารคนหนึ่งซึ่งได้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า หากภารกิจประสบความสำเร็จ ก็จะพาทหารออกบวช 9 นาย เป็นเวลา 9 วัน ดังนั้นจึงได้พากันมาบวชแก้บนเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าแม่นางนอน และ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีล ที่เสียสละชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวอีกว่า ทั้งหมดได้ปลงผมที่วัดเมื่อเวลา 15.49 น. วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งช่วงปลงผมมีพายุพัดแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนการบวชจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.09 น. บวชเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคล และต่อจากนี้ทั้งหมดจะได้ปฏิบัติธรรมภายในวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก และลูกทีมคนอื่นๆ รวม 11 คน พร้อมครอบครัว ได้ไปประกอบพิธีสืบชะตาภายในศาลาวัดพระธาตุดอยเวา โดยครูบาแสงหล้า เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา, พระครูประยุตเจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา นำประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย แต่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปรบกวนระหว่างประกอบพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางลีน่า จังจรรจา หรือลีน่า จัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ รอง ผกก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี 1 ใน 13 คนทีมหมูป่าฯ ที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ พร้อมนำหลักฐานเป็นแผ่นซีดี มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลีน่ากล่าวว่า ได้นำหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายเอกพล ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่กล่าวว่า ทีมหมูป่าฯ ได้ใช้ก้อนหินขุดผนังถ้ำ และได้บุกรุกเข้าไปในถ้ำหลวง นำรถจักรยานเข้าไปจอดภายในถ้ำ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีความผิดหลายข้อหา และมีโทษจำคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดี จะละเว้นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเด็กเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือเด็กเทวดา ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี ไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากอายุไม่ถึง นอกจากนี้ ทางพ่อแม่ของเด็กก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ตนถูกดำเนินคดีที่เข้าไปถ่ายคลิปที่ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาถ่ายทำคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกันกับทางทีมหมูป่าฯ และโค้ชเอก จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย เนื่องจากใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานที่นางลีน่าได้นำมามอบให้ ก่อนที่จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ &amp;ldquo;ทนายคลายทุกข์&amp;rdquo; ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า &amp;nbsp;โค้ชเอกและเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีที่เข้าไปติดในถ้ำหลวง ดูจากพฤติกรรมแล้วน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น เพราะเห็นว่ามีภยันตรายจากน้ำที่ท่วมเข้าไปในถ้ำจวนจะถึงตัว และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงจำเป็นต้องพาเด็กๆ หนีน้ำเข้าไปหลบในถ้ำหลวง ดังนั้นการกระทำของโค้ชเอกครั้งนี้มีความผิด แต่ได้รับการยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67 ซึ่งทางลีน่าจังซึ่งเป็นทนายความน่าจะรู้ดี ถ้ามีข้อความอันใดอันเป็นเท็จเพื่อจะกลั่นแกล้งให้โค้ชเอกได้รับโทษทางอาญา ก็อาจจะรับโทษเสียเอง ฐานแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น ตามกฎหมายอาญามาตรา 174 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและโทษปรับด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13736</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, ค่ายเม็งรายมหาราช, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, วิษณุ  เครืองาม, สุภัชชา สุทธิพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อณิรา ธินนท์, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509a9c1a55e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
