<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โนเบลสันติภาพมอบให้ 2 นักรณรงค์ต่อสู้ &#039;การข่มขืนเป็นอาวุธสงคราม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โนเบลสันติภาพปีนี้มอบรางวัลแด่สองนักต่อต้านความรุนแรงทางเพศในภาวะสงคราม ได้แก่ นพ.เดนิส มูเกวกี ผู้ช่วยเหลือเหยื่อข่มขืนนับหมื่นรายในคองโก และนาเดีย มูราด สาวชาวยาซิดีนักรณรงค์ต่อสู้ ผู้หนีรอดจากเงื้อมมือไอเอสภายหลังโดนจับเป็นทาสกาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายแพทย์เดนิส มูเกวกี รับรางวัลสิทธิมนุษยชน ซาคารอฟ ที่รัฐสภายุโรปในฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบริต ไรส์-แอนเดอร์สัน ประธานคณะกรรมการโนเบล ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม โดยคนแรกคือนายแพทย์เดนิส มูเกวกี นรีแพทย์ชาวคองโก อายุ 63 ปี และอีกคนคือนาเดีย มูราด หญิงชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดีในอิรัก อายุ 25 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลทั้งสองได้รับรางวัลสำหรับความพยายามยุติการใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธของการทำสงครามและความขัดแย้งด้วยอาวุธ&amp;quot; ไรส์-แอนเดอร์สัน กล่าวระหว่างประกาศชื่อผู้ชนะรางวัลนี้ที่กรุงออสโล&amp;nbsp; ซึ่งในปีนี้มีบุคคลและองค์กรได้รับการเสนอชื่อประมาณ 331 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โลกที่สงบสุขขึ้นจะเกิดได้ต่อเมื่อผู้หญิงและสิทธิพื้นฐานและความมั่นคงปลอดภัยของพวกเธอได้รับการยอมรับและปกป้องในภาวะสงคราม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจมอบรางวัลนี้แก่ผู้ต่อสู้และช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงทางเพศในสงคราม นับว่าสอดคล้องกับกระแสรณรงค์ของเหยื่อคุกคามทางเพศทั่วโลกภายใต้แฮชแท็ก #MeToo (ฉันก็ด้วย) ที่ครบรอบการเคลื่อนไหว 1 ปีพอดี การเปิดโปงของเหยื่อการล่วงละเมิด, ข่มขืน และคุกคาม ทำให้บุรุษผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงต่างๆ ทั่วโลกโดนดำเนินคดีหรือพ้นจากตำแหน่งแล้วหลายสิบราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า นายแพทย์มูเกวกีนั้นได้รับการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 จากการทำงานนานกว่า 20 ปีเพื่อช่วยเหลือเหยื่อให้ฟื้นจากบาดแผลทางร่างกายและจิตใจจากการโดนล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนในพื้นที่สู้รบทางภาคตะวันออกสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เหยื่อการข่มขืนที่มูเกวกีช่วยเหลือหลายหมื่นคนนั้น มีทั้งผู้หญิง, เด็กหญิง และทารกที่มีอายุไม่กี่เดือน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลปันซีในเมืองเซาท์คิวู ที่นายแพทย์มหัศจรรย์ผู้นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อโนเบลประกาศข่าวดีนั้น นายแพทย์มูเกวกีกำลังทำการผ่าตัดให้คนไข้ในโรงพยาบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมูราด คือสาวผู้ตกเป็นเหยื่อและเป็นพยานรับรู้ความโหดร้ายที่เกิดกับผู้หญิง โดยเฉพาะเด็กหญิงและผู้หญิงชาวยาซิดีเช่นเดียวกับเธอหลายพันคน เธอโดนพวกนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ลักพาตัวเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2557 และถูกข่มขืนทรมานในฐานะทาสกามนาน 3 เดือน ก่อนที่เธอจะหลบหนีออกมาได้ องค์การสหประชาชาติกล่าวถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนที่นักรบญิฮาดไอเอสทำกับชนกลุ่มน้อยในอิรักที่ใช้ภาษาเคิร์ดกลุ่มนี้ว่าเป็นการล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; นาเดีย มูราด ที่เมืองฮันโนเวอร์ เยอรมนี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูราดเคยเล่าว่าหลังจากโดนลักพาตัว พวกไอเอสบังคับให้เธอเปลี่ยนมาถืออิสลาม หลังจากนั้นพวกนี้ก็ทำกับเธอตามอำเภอใจ คณะกรรมการโนเบลกล่าวยกย่องเธอว่ามีความกล้าหาญอย่างไม่ธรรมดาที่สามารถบอกเล่าประสบการณ์ของเธอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอปฏิเสธที่ยอมรับหลักเกณฑ์ทางสังคมที่ผู้หญิงต้องปิดปากเงียบและละอายเมื่อตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดนิส มูเกวกีคือผู้ช่วยเหลือที่อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องเหยื่อเหล่านี้ ส่วนนาเดีย มูราด คือพยานผู้บอกเล่าเรื่องราวของการช่วงละเมิดที่กระทำกับตัวเธอและคนอื่นๆ&amp;quot; ไรส์-แอนเดอร์สันกล่าว พร้อมกับยกย่องทั้งคู่ว่ายอมเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของตนเอง โดยมุ่งความสนใจและต่อสู้กับอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมอบรางวัลให้นักต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศทั้ง 2 ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง โดนัลด์ ทุสก์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยกย่องทั้งคู่ในความกล้าหาญ ความเห็นอกเห็นใจ และมนุษยธรรม, นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวถึงทั้งคู่ว่าเป็นผู้ชนะที่ยอดเยี่ยม ทั้งสองคือตัวแทนของเสียงร้องเพื่อมนุษยธรรมท่ามกลางความโหดร้ายเกินจินตนาการที่ผู้คนกระทำต่อกัน ส่วนมิเชล บาชเลต ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นบรรยายว่าไม่อาจจินตนาการถึงบุคคลใดที่เหมาะสมไปกว่า 2 คนนี้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองจะเข้ารับรางวัลที่กรุงออสโลวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ใจบุญชาวสวีเดนผู้ก่อตั้งรางวัลนี้ ที่ถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2439 ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีที่แล้วคือกลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อทำลายอาวุธนิวเคลียร์ (ICAN)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19199</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, คองโก, ต่อต้านความรุนแรงทางเพศ, นาเดีย มูราด, ยาซิดี, สิทธิสตรี, อาวุธสงคราม, เดนิส มูเกวกี, โนเบลสันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb77e3247ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
