<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5:4รับคำร้อง&#039;ธนาธร-ปิยบุตร&#039;ล้มล้างปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้อง &amp;quot;ธนาธร-อนาคตใหม่&amp;quot; ล้มล้างการปกครอง ให้ยื่นคำชี้แจงใน 15 วัน ขณะที่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ยื่นอัยการส่งศาลรธน.วินิจฉัย &amp;quot;ธนาธร-คุณช่อ&amp;quot; เดินสายล้มล้างอีกกระทง ลั่นเป็นตัวอย่างไม่ให้นักการเมืองคนอื่นชักศึกเข้าบ้าน ด้าน &amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot; กลับมาแล้ว โต้ไม่ได้ขายชาติ ท้าชนเผด็จการ ไม่หนีไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมปรึกษาพิจารณา กรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 1), นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ถูกร้องที่ 2), นายปิยบุตร แสงกนกกุล (ผู้ถูกร้องที่ 3) และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้องที่ 4) เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เห็นว่า ผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการภายใน 35 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ กรณีดังกล่าวจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้งสี่ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณฐพรเผยว่า ไปยื่นร้องเรื่องนี้เงียบๆ ประเด็นที่ร้องมีหลายประเด็น ทั้งพฤติกรรมการกระทำของหัวหน้าและแกนนำพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ที่มีการเขียนในลักษณะไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยก่อนหน้านี้ได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด และทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยเตรียมที่จะยื่นเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเบื้องหลังหรือไปรับงานใครมา รวมทั้งตนก็ไม่ได้ทำเพราะโกรธแค้นหรือมีปัญหาอะไรกับนายธนาธร นายปิยบุตรมาก่อน เพราะไม่เคยรู้จัก เพียงตนเห็นว่าการกระทำของแกนนำและพรรคอนาคตใหม่มีลักษณะเอาระบอบประชาธิปไตยมาอ้าง แต่แท้จริงแล้วมีเจตนาที่ไม่ดีกับสถาบันเบื้องสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ผมเป็นที่ปรึกษาหลายองค์กร ก็ลาออกจากทุกตำแหน่งมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย ถ้าได้อ่านสำนวนที่ผมทำเต็มๆ จะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องประชาธิปไตยโดยตรง ผมไม่ต้องการให้ใครแอบแฝงเอาประชาธิปไตยมาอ้าง ผมเก็บข้อมูลของเขาตั้งแต่พฤติการณ์เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงข้อบังคับพรรคบอกได้เลยว่ามันเป็นอันตรายกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;quot; &amp;nbsp;นายณฐพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายณฐพรเคยเป็นอดีตทนายความของนายวีระ สมความคิด อดีตทนายความเครือข่ายหัวใจคนไทยรักชาติมาก่อน&amp;nbsp;
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งการให้บุคคลเลิกการกระทำอันมีลักษณะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีนายธนาธร &amp;nbsp;และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ โดยมีนายกุญช์ฐาน์ ทัดทูน อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีที่นายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา ไปพูด บรรยาย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งในคำให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรหลายครั้ง ส่อขัดหรือแย้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 (กระทำการเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป), 127 (กระทำการเพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก) เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะการระบุให้อเมริกาเข้ามาช่วยฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย และพูดหลายครั้งว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ยังคงอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ คสช. ซึ่งเป็นการให้ถ้อยคำในลักษณะการเอาประเทศไทยไปขายต่อต่างประเทศ ทำให้ชื่อเสียงไทยเสื่อมเสีย ทั้งที่ไทยเราผ่านการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐธรรมนูญถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของนายธนาธรอาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 49 บุคคลจะใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ผมไม่อยากให้เกิดเป็นกรณีตัวอย่างให้กับนักการเมืองอื่นๆ ที่อาจจะใช้ช่องทางนี้หรือวิธีการแบบเดียวกับที่คุณธนาธรดำเนินการไปใส่ร้ายป้ายสี เหมือนสาวไส้ให้กากิน หรือชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การที่คุณธนาธรเป็น ส.ส. แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาได้ แต่ก็ยังมีสถานะเป็น ส.ส. ยังกินเงินเดือนของประชาชน ดังนั้นการจะทำการใดๆ การจะพูดคำใดๆ ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ประเทศเป็นที่ตั้งด้วย ไม่ใช่พูดเอามัน หรือพูดไปเพื่อให้เกิดสิ่งที่ตนเองต้องการ หรือสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ประสบผลสำเร็จ หรือยังไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการก็ออกมาพูดไส้ไคล้ใส่ร้ายป้ายสีประเทศชาติ ซึ่งเรื่องอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวต่อไปว่า หากเสนออัยการแล้ว อัยการสูงสุดมีอำนาจเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งให้นายธนาธรเลิกกระทำดังกล่าวเสีย ไม่ว่าจะกลับมาแล้วหรือจะไปอีกในอนาคตข้างหน้า หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบด้วยสามารถสั่งให้นายธนาธรกับพวกหยุดกระทำการดังกล่าวเสีย
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;โต้ขายชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรแถลงสรุปภารกิจการเยือนสหรัฐและหลายประเทศในยุโรป ว่า สรุปการเดินทางทั้งหมดนั้น ได้พบกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย 7 องค์กร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ 4 ประเทศ และอียู 1 แห่ง รวม 5 แห่ง พบ กมธ.การต่างประเทศ 6 ท่าน และบรรยายสาธารณะการทำงาน &amp;quot;ก้าวต่อไปของ อนค.&amp;quot; ที่ LSE รวมเดินทางไปทั้งหมด 5 เมืองคือ บรัสเซลส์ เบอร์ลิน ลอนดอน นิวยอร์ก และวอชิงตัน สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงสะท้อนความห่วงใยสถานการณ์เมืองไทย ที่หลายประเทศตระหนักและอยากเห็นไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย ยึดถือหลักนิติรัฐ สิทธิสากล ทุกองค์กรตัวแทนอยากเห็นประเทศไทยมีบทบาทนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อกล่าวหาว่าผมหลบหนีนั้น ขอเรียนว่า ตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อปีที่แล้ว เรารู้ว่าการเมืองไทยกำลังต่อสู้กับโจทย์ใหญ่ว่า อำนาจเป็นของใคร ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน การต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตย ต้องชนกับเผด็จการ ที่แปลงร่างเป็นเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว การเล่นงานผ่านคดีความจะต้องเกิดขึ้น ผมเตรียมใจมาแล้ว ไม่มีการหลบหนีเด็ดขาด ผมยืนยัน นี่เป็นเพียงข้อความใช้โจมตีอนาคตใหม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนข้อกล่าวหาว่าผมขายชาติ ก็ขอเรียนว่า นิยามคำว่าชาติของอนาคตใหม่คือประชาชน ชาติไม่ใช่รัฐบาล ชาติไม่ใช่ความมั่นคงของ คสช. ชาติไม่ใช่ความมั่นคงของคุณประยุทธ์ ข้อหารือกับนานาชาติ ในเจตนาของเราไม่ได้มีความคิดทำลายชาติเลย คนที่กล่าวหาเราคือคนรับใช้เผด็จการ คนรับใช้เผด็จการต่างหากที่ขายชาติ&amp;quot; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวกรณีนายศรีสุวรรณถูก กกต.เชิญไปให้ข้อมูลกรณีรูปภาพที่เหมาะสมว่า ส่วนตัวไม่มีความกังวล หาก กกต.จะเชิญไปสอบ ก็พร้อมจะไป ขอให้เรื่องดังกล่าวดำเนินไปตามกระบวนการ
สหรัฐเดินหน้าจีบไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายเดวิด อาร์ สตีลเวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกคนใหม่ เข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นภารกิจแรกของนายดิสทัต ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสตีลเวลล์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทย และดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง ตนเคยมาประเทศไทยเมื่อปี 2516 ขณะนั้นตนมีอายุ 11 ขวบ &amp;nbsp;ตอนนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับปี 2562 ถือเป็นปีที่สำคัญของประเทศไทย นอกเหนือจากการที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนแล้ว ยังถือเป็นปีมหามงคล มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงขอแสดงความยินดีและความปรารถนาดีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน สำหรับการที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน ตนมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมีความยินดีที่ประเทศไทยได้กลับมามีการปกครองโดยพลเรือนอีกครั้ง ซึ่งเราได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และรอคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย&amp;quot; นายสตีลเวลล์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การพบกับเลขาธิการนายกฯ ได้มีการหารือกันถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ แม้ตนมีเวลา 3 สัปดาห์ในการมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ แต่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพูดคุยกัน และรู้สึกดีใจที่ประเทศไทยจะมีโอกาสได้จัดการประชุมอินโด-แปซิฟิกฟอรั่มในเดือน พ.ย.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สหรัฐเห็นว่าความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับประเทศไทยและกลุ่มอาเซียน ถือเป็นเป้าหมายแห่งแรกในการลงทุนของสหรัฐ และสหรัฐมีการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมมูลค่ากว่าล้านล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าความสัมพันธ์ไทยสหรัฐที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี เรามีส่วนร่วมทั้งเรื่องความมั่นคง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศทั้งสองมีความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลดีต่อภูมิภาคนี้ด้วย และได้มีการพัฒนาหุ้นส่วนในหลายๆ ด้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งของประเทศไทย สหรัฐให้ความสนใจหรือกังวลในเรื่องใดบ้างสำหรับการเมืองในไทย นายสตีลเวลล์กล่าวว่า เรามีความยินดีและดีใจที่เห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทย และรอคอยที่จะเห็นประเทศไทยกลับมามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41420</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดวิด อาร์ สตีลเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31d91c014dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลใหม่เนื้อหอม!สหรัฐส่งผู้แทนเข้าพบ ตอกย้ำสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน 200 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - &amp;nbsp;นายเดวิด อาร์ สตีลเวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก คนใหม่ เข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นภารกิจแรกของนายดิสทัต ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสตีลเวลล์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง ตนเคยมาประเทศไทยเมื่อปี 2516 ขณะนั้นตนมีอายุ 11 ปี &amp;nbsp;ตอนนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับปี 2562 ถือเป็นปีที่สำคัญของประเทศไทย นอกเหนือจากการที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนแล้ว ยังถือเป็นปีมหามงคล มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงขอแสดงความยินดีและความปรารถนาดีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน สำหรับการที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน ตนมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมีความยินดีที่ประเทศไทยได้กลับมามีการปกครองโดยพลเรือนอีกครั้งซึ่งเราได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และรอคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย&amp;quot;นายสตีลเวลล์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีสหรัฐฯ กล่าวว่า การพบกับเลขาธิการนายกฯ ได้มีการหารือกันถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ แม้ตนมีเวลา 3 สัปดาห์ในการมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ แต่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพูดคุยกัน และรู้สึกดีใจที่ประเทศไทยจะมีโอกาสได้จัดการประชุมอินโด-แปซิฟิก ฟอรั่ม ในเดือน พ.ย.นี้ &amp;nbsp;อีกทั้งถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทของสหรัฐฯ จะได้มีโอกาสลงทุนทำธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯผลักดันในการลงทุนทำธุรกิจในภูมิภาคนี้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรู้สึกดีใจที่ได้เห็นภาพความร่วมมือไทยกับสหรัฐฯ ที่เดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบความร่วมมือข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (แอลเอ็มไอ) ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิระวะดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดเดินไปอย่างสอดคล้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สหรัฐฯเห็นว่าความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับประเทศไทย และกลุ่มอาเซียนถือเป็นเป้าหมายแห่งแรกในการลงทุนของสหรัฐฯ &amp;nbsp;และสหรัฐฯมีการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมมูลค่ากล่าล้านล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าความสัมพันธ์ไทยสหรัฐที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี เรามีส่วนร่วมทั้งเรื่องความมั่นคง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศทั้งสองมีความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลดีต่อภูมิภาคนี้ด้วย และได้มีการพัฒนาหุ้นส่วนในหลายๆด้าน&amp;rdquo;นายสตีลเวลล์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะเดินทางมาร่วมการประชุมที่ประเทศไทย ในช่วงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะมีกำหนดการที่จะหารือกับฝ่ายเกาหลีเหนือด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;นายสตีลเวลล์ กล่าวว่า แม้มีโอกาสที่หลายฝ่ายจะมาร่วมการประชุม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่คงจะต้องหาโอกาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งของประเทศไทย สหรัฐฯให้ความสนใจหรือกังวลในเรื่องใดบ้างสำหรับการเมืองในไทย &amp;nbsp;นายสตีลเวลล์ กล่าวว่า เรามีความยินดีและดีใจที่เห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทย และรอคอยที่จะเห็นประเทศไทย กลับมามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ชุดใหม่, รัฐบาลไทย, สหรัฐ, เดวิด อาร์ สตีลเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d314caf6d8b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
