<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟลามทั่วสหรัฐโดนตร.ยิงดับ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไฟยังลามทั่วสหรัฐ ผู้ประท้วงวางเพลิงปะทะตำรวจใกล้ทำเนียบขาวเมื่อคืนวันอาทิตย์ เผยหน่วยองครักษ์ต้องอารักขา &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; เข้าบังเกอร์ใต้ดินคืนวันศุกร์ กรุงวอชิงตันและอีก 15 มลรัฐเรียกใช้บริการเนชั่นแนลการ์ด มีคนโดนตำรวจยิงดับแล้ว 1 ศพที่เคนทักกี จีนสบช่องฉะรัฐบาลสหรัฐสองมาตรฐาน หนุนม็อบฮ่องกงแต่เรียกผู้ประท้วงการเหยียดผิวว่าผู้ก่อจลาจล อิหร่านได้ทีเรียกร้องสหรัฐหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 ว่าสหรัฐอเมริกายังคงเผชิญการประท้วงก่อความวุ่นวายต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชนวนเหตุเริ่มต้นจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ที่กระตุ้นความโกรธแค้นไปทั่วสหรัฐในช่วงยามที่เกิดความแตกแยกทั้งทางการเมืองและเชื้อชาติระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟลอยด์โดนตำรวจเมืองมินนีแอโพลิสควบคุมตัวฐานต้องสงสัยว่าใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมซื้อของเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม ตำรวจผิวขาวนายหนึ่งใช้เข่ากดคอของเขานานเกือบ 9 นาที แม้เขาจะพยายามบอกว่าเขาหายใจไม่ออก เขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาวนายนี้ถูกตั้งข้อหาทำให้คนตายโดยไม่เจตนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การประท้วงรุนแรงซึ่งเริ่มต้นที่เมืองมินนีแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มต้นตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว และเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงคืนวันอาทิตย์ ทั้งยังลุกลามไปทั่วสหรัฐ รายงานบีบีซีกล่าวว่า มีการประท้วงในมากกว่า 75 เมืองแล้ว การชุมนุมเปลี่ยนสภาพท้องถนนที่แทบร้างผู้คนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เนื่องจากมาตรการควบคุมไวรัส ให้เนืองแน่นด้วยผู้คนที่เดินขบวนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ถึงวันอาทิตย์มี 15 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่วางกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชั่นแนลการ์ด เพื่อช่วยรักษาความสงบ โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า มีทหารกองหนุนถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5,000 นาย และอีก 2,000 นายอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางการท้องถิ่นเกือบ 40 เมืองประกาศภาวะเคอร์ฟิว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผลในการห้ามผู้คนออกมาประท้วง และทำให้เกิดการคุมเชิงอย่างตึงเครียดระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เป็นการก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดของสหรัฐนับแต่การลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 2511&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานของสถานี WLKY-TV ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ว่ามีชายคนหนึ่งโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายฝูงชนเมื่อเช้าวันจันทร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเข้าร่วมการประท้วงด้วยหรือไม่ ตำรวจอ้างว่าพวกตนโดนยิงก่อน จึงยิงตอบโต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เกือบเกิดเหตุสลดเมื่อรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งขับพุ่งใส่ผู้ชุมนุมบนทางหลวงสายไอ-35 ในเมืองมินนีแอโพลิส ซึ่งถูกปิดการจราจร คนขับถูกผู้ประท้วงลากตัวลงมาทุบตีก่อนที่ตำรวจจะมาควบคุมตัวเขาไป ไม่มีรายงานว่าผู้ประท้วงโดนรถชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอาทิตย์ เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้งที่สวนสาธารณะใกล้กับทำเนียบขาว ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย และระเบิดแสงวาบ ขับไล่ผู้ประท้วงที่จุดไฟเผาทรัพย์สินเป็นกองเพลิงหลายจุดและทำลายอาคาร ซึ่งรวมถึงโบสถ์เซนต์จอห์น นายกเทศมนตรีมิวเรียล เบาเซอร์ ออกคำสั่งประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23.00-06.00 น.วันจันทร์ และเรียกระดมเนชั่นแนลการ์ดมาสนับสนุนตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า ระหว่างเกิดการชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสที่มีหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญ หน่วยอารักขาได้พาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปหลบภายในห้องหลบภัยใต้ดินของทำเนียบขาว รายงานข่าวในวันนั้นเผยว่าหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสล็อกดาวน์ทำเนียบขาวชั่วคราว และวันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์เตือนผู้ประท้วงว่า หากปีนรั้วบุกรุกทำเนียบขาวจะต้องเจอกับสุนัขดุและอาวุธร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์เคยทวีตประณามการสังหารฟลอยด์และรับปากจะผดุงความยุติธรรม แต่เขาก็เรียกผู้ประท้วงที่ก่อความรุนแรงว่า &amp;quot;พวกอันธพาล&amp;quot; ต่อมาช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันผู้นี้ยังทวีตอีกครั้ง เรียกร้องให้นายกเทศมนตรีและผู้ว่าการรัฐพรรคเดโมแครตใช้ความดุดันกับพวก &amp;quot;อนาธิปไตย&amp;quot; และให้ระดมเนชั่นแนลการ์ดทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรัมป์กล่าวโทษพวกซ้ายสุดโต่งว่าก่อความรุนแรง และประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาจะขึ้นบัญชีกลุ่มแอนติฟา ซึ่งต่อต้านฟาสซิสต์ เป็นองค์กรก่อการร้าย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนว่ามีสมาชิกกลุ่มแอนติฟาเข้าร่วมการประท้วงมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายเมืองทั้งในฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสหรัฐยังคงเกิดเหตุการณ์รุนแรงและการปะทะกับตำรวจ และมีบางกลุ่มถือโอกาสปล้นสะดมร้านค้า ที่เมืองซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ร้านค้าใหญ่ๆ หลายร้านบนถนนสายสามที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมโดนปล้นสะดม รวมถึงที่เมืองลองบีชชานนครลอสแองเจลิส และมีรายงานการปล้นสะดมที่ฟิลาเดลเฟียเมื่อคืนวันอาทิตย์ และที่นิวยอร์กซิตี ซึ่งภาพข่าวช่องฟ็อกซ์นิวส์เผยให้ว่าร้านนาฬิกาโรเล็กซ์และกุชชีก็โดนเข้าไปขโมยของด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองเซนต์พอลที่อยู่ใกล้กับมินนีแอโพลิส ผู้ประท้วงหลายพันคนชุมนุมกันอย่างสันติในช่วงบ่าย ส่วนที่อาคารรัฐสภาของรัฐมินนิโซตา ทหารของรัฐรักษาการณ์อยู่ ซีเอ็นเอ็นอ้างคำกล่าวของนายกเทศมนตรีว่ามีร้านค้าราว 170 ร้านในเมืองนี้ถูกปล้นสะดม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ตำรวจนิวยอร์กจับกุมผู้ประท้วงประมาณ 350 คน และมีตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อย 30 นายจากการปะทะกัน นายกเทศมนตรีบิล เดอ บลาซิโอ บอกว่ากำลังสอบสวนการทำหน้าที่ของตำรวจ ภายหลังมีวิดีโอที่รถตำรวจคันหนึ่งขับฉวัดเฉวียนใส่กลุ่มผู้ประท้วงที่ขว้างปาสิ่งของใส่ในย่านบรูกลิน แต่เขาอ้างว่ายังไม่เห็นวิดีโอที่ตรวจนายหนึ่งดึงหน้ากากอนามัยของผู้ประท้วงผิวดำแล้วพ่นบางอย่างใส่หน้าเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประท้วงคนหนึ่งที่โดนจับกุมที่นิวยอร์กฐานชุมนุมผิดกฎหมายเมื่อคืนวันเสาร์คือ เชียรา ลูกสาววัย 25 ปีของนายกเทศมนตรีเดอ บลาซิโอ แหล่งข่าวในกรมตำรวจนิวยอร์กบอกว่า เธอถูกปล่อยตัวไปภายหลังได้รับหมายนัดขึ้นศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การประท้วงการตายของฟลอยด์ยังลามออกนอกสหรัฐอเมริกาแล้วด้วย โดยมีผู้คนเดินขบวนประท้วงกันในเมืองใหญ่ของหลายประเทศเมื่อวันอาทิตย์ เช่นที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ, เมืองมอนทรีออลของแคนาดา, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ที่นิวซีแลนด์เมื่อวันจันทร์ ผู้คนหลายพันคนเดินขบวนไปสถานกงสุลสหรัฐที่เมืองโอ๊กแลนด์และร้องตะโกนว่า &amp;quot;ไม่มีความยุติธรรม สันติสุขไม่บังเกิด&amp;quot; และ &amp;quot;ชีวิตคนดำมีความสำคัญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจีนก็ขอมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในสหรัฐด้วย โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า ความวุ่นวายในสหรัฐขณะนี้ขับเน้นปัญหารุนแรงของการเหยียดสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจ และยังเปิดเผยความสองมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐ &amp;quot;ชีวิตคนดำก็เป็นชีวิต สิทธิมนุษยชนของพวกเขาต้องได้รับการรับประกัน&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว &amp;quot;การเหยียดสีผิวกับชนกลุ่มน้อยในสหรัฐเป็นโรคเรื้อรังของสังคมอเมริกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขายังระบุด้วยว่า การตอบสนองของรัฐบาลสหรัฐต่อการประท้วงภายในประเทศเป็นตัวอย่างตามตำราของภาวะสองมาตรฐานอันโด่งดังระดับโลกของสหรัฐ &amp;quot;เหตุใดสหรัฐจึงยกย่องสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพของฮ่องกงและพวกที่ใช้ความรุนแรงผิวสีว่าวีรบุรุษและนักเคลื่อนไหว แต่กลับเรียกผู้คนที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวว่า &amp;#39;ผู้ก่อจลาจล&amp;#39;&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กรุงเตหะรานของอิหร่าน อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเรียกร้องให้สหรัฐ &amp;quot;หยุดใช้ความรุนแรง&amp;quot; ต่อประชาชน &amp;quot;ถึงประชาชนชาวอเมริกัน โลกได้ยินเสียงร้องต่อต้านของพวกท่านต่อการกดขี่ของรัฐ โลกยืนเคียงข้างพวกท่าน&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;และถึงเจ้าหน้าที่อเมริกันและตำรวจ หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนของพวกคุณและให้เขาได้หายใจ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., จอร์จ ฟลอยด์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดอ บลาซิโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fe5eed3d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
