<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มล็อกดาวน์ผึ้งแตกรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ถกล็อกดาวน์เข้มกว่าเดิม ขยายเวลาอีก 14 วัน หลังพบเหนือ-อีสานยอดผู้ป่วยพุ่งจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา และพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้วการ์ดตก ส่วนร้านอาหารในห้างล้างหม้อ กระทะรอได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่อผ่อนปรนขายแบบเดลิเวอรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. จะครบเวลาประเมินสถานการณ์อย่างน้อย 14 วัน ตามประกาศในวันที่ 2 ส.ค.นั้น โดยวันที่ 1 ส.ค. เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. จะเป็นประธานประชุมศบค. ครั้งที่ 11/2564 ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องผ่านระบบซูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์มีแนวโน้มที่ประชุม ศบค.จะยังคงข้อกำหนด ฉบับที่ 28 โดยเฉพาะการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ต่อเนื่องไประยะเวลาหนึ่ง ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ หากล็อกดาวน์เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ จะลดจำนวนการติดเชื้อลงได้ หากไม่ล็อกดาวน์ตัวเลขจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น และคาดว่าจะมีการหารือปรับพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มเพิ่มเติม หลังพบว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากการเดินกลับกลับภูมิลำเนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงจะพิจารณาผ่อนปรนบางมาตรการ เช่น ขายอาหารในห้างสรรพสินค้า ให้ขายแบบเดลิเวอรีสั่งกลับบ้านเท่านั้น โดยจะเข้มงวดมาตรการป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานในครัวมากขึ้น นอกจากนี้ จะมีการติดตามการจัดสรรวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มแรงงาน รวมถึงจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและกลุ่มเป้าหมาย และการติดตามความคืบหน้าหลังการปรับแผนการฉีดวัคซีน และรายงานข้อเสนอของโรงพยาบาลเอกชนที่เสนอเพิ่มเตียงสีเหลือง เตียงสีแดง และห้องความดันลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว ศบค.แจ้งว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ที่ประชุมจะปรับเพิ่มมาตรการจากที่กำหนดเล็กน้อย เนื่องจากมาตรการเดิมที่ใช้ขณะนี้โอเคอยู่แล้ว โดยจะพิจารณาขยายเวลาล็อกดาวน์พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัดออกไปอีกอย่างน้อย 14 วัน โดยต้องฟังคณะแพทย์ที่จะเป็นผู้ประเมินและเสนอขึ้นมา การขยายล็อกดาวน์เพราะเป็นห่วงเรื่องการเคลื่อนย้ายข้ามเขตพื้นที่ ที่เป็นการกระจายเชื้อออกไปยังพื้นที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รู้สึกเห็นใจประชาชน แต่ยอมรับว่าการซีลประชาชนทำไม่ได้ เพราะทุกอาชีพยังคงจำเป็นอยู่ และสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงสถิติหรือเชิงลึก คือมีประชาชนส่วนหนึ่งเมื่อได้รับวัคซีนไปแล้วขาดความระมัดระวัง การฉีดวัคซีนไม่ให้อาการรุนแรง ไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไม่ติด แต่เมื่อเพิ่มความเข้มของมาตรการ ประชาชนก็จะไม่ให้ความร่วมมือมากกว่านี้ จนกลายเป็นว่ามาตรการนั้นเสื่อมไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนแผนการกระจายวัคซีนในเดือน ส.ค.นี้ จะเปลี่ยนที่หมายไปพื้นที่จังหวัดแพร่ระบาดหนักอื่นๆ หากการฉีดวัคซีนใน กทม.เป็นไปตามเป้า โดยยึดเกณฑ์กลุ่ม 608 คือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคเพิ่มจากอเมริกา ในกลุ่มเด็ก 12-18 ปี เนื่องจากช่วงอายุดังกล่าวไม่สามารถฉีดยี่ห้ออื่นได้ แต่ทีมแพทย์เห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าฉีดไปแล้วจะปลอดภัยจึงยังไม่กล้าฉีด ดังนั้นการจัดสรรจะให้กลุ่มแพทย์และกลุ่ม 608 ตามลำดับ โดยตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตที่พบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่กล้าลงทะเบียนฉีดวัคซีน เนื่องจากเกิดความสับสนของข้อมูลจาก 2 ฝ่าย ดังนั้นสื่อมวลชนจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยนำเสนอข้อมูลของรัฐบาล และตำหนิได้ในเรื่องที่สมควรตำหนิ ไม่ใช่ตำหนิตลอดเพราะจะทำให้คนสับสนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นจะติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง การกระทำความผิด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยจากสถิติเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาจับกุมได้กว่า 4,300 คน และยังต้องเฝ้าระวังแนวชายแดนติดต่อเมียนมา ระยะทางยาวถึง 2,401 กม. เนื่องจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดยังรุนแรง มีผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อสะสมมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเตรียมเสริมกำลังพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งก็จะกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส เพราะตอนนี้วัคซีนนำเข้ามาค่อนข้างนิ่งแล้วจนถึงสิ้นปี เพื่อลดความรุนแรงของการระบาด และลดจำนวนผู้ติดเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111775</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขยายเวลาล็อกดาวน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยอดผู้ป่วยพุ่ง, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดินทางกลับภูมิลำเนา, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2b9315b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เผยผู้โดยสารเดินทาง 29 ธ.ค. 9 หมื่นส่วนสายใต้แชมป์เดินทางเยอะสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ธ.ค.62- การรถไฟฯ รายงานตัวเลขจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางในวันที่สองของการเสริมขบวนรถช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้ยังคงคึกคัก &amp;nbsp; มีผู้โดยสารที่ใช้บริการในวันที่ 28 ธันวาคม &amp;nbsp;2562 จำนวนทั้งสิ้น 104,093 คน ซึ่งมีจำนวนเดินทางลดลงจากเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 เพียงเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด คือ สายใต้ มีผู้โดยสารเดินทางจำนวน 33,458 คน รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ 26,687 สายเหนือ 19,083 คน สายตะวันออก 13,356 คน และสายแม่กลอง 11,509 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในวันที่ 29 ธ.ค. 2562 ช่วงเช้ายังคงมีผู้โดยสารทยอยเดินทางกลับอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสภาพการโดยสารปกติ และสำหรับช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ก็ยังคงมีผู้โดยสารที่ได้สำรองตั๋วไว้เรียบร้อยแล้วมารอขึ้นขบวนรถไฟในช่วงบ่าย จนถึงค่ำ เพื่อจะเดินทางกลับไปให้ถึงภูมิลำเนาก่อนสิ้นปี เพื่อร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2563 ซึ่งภาพรวมการโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านจำนวนขบวนรถและตู้โดยสารเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง การจำหน่ายตั๋วเป็นไปด้วยความเรียบร้อยประมาณการผู้โดยสารภาพรวมวันนี้ ประมาณ &amp;nbsp;90,000 คนขบวนรถปกติ 244 ขบวนขบวนรถเสริม - ขบวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53486</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รฟท., เดินทางกลับภูมิลำเนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e0880323c7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.ส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนา 4 วัน 509,016 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2562 นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;25 &amp;ndash; 28 ธันวาคม 2562 จำนวน 509,016 คน บขส. ได้จัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม , รถตู้) รองรับรวม 27,558 เที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อมูลการเดินทางเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 มีผู้ใช้บริการ 159,713 คน ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อยโดยประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 25-28 ธ.ค.62 กว่า 509,016 คน ทำให้การเดินทางช่วงปีใหม่นี้ไม่หนาแน่นเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากมีการหยุดยาวก่อนหน้านี้ กอรปกับ กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรม countdown 2020 หลายแห่งที่ ดึงดูดความสนใจ ทำให้ประชาชนมีการวางแผนการเดินทางและเตรียมการเฉลิมฉลองปีใหม่ 2563 กันเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) วันนี้ (29 ธ.ค. 62) &amp;nbsp;ยังคงมีผู้โดยสารเดินทางกลับในเส้นทางสายสั้น เช่น กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา ซึ่งเป็นการเดินทางปกติ โดยในปีนี้ บขส. จัดรถโดยสารให้บริการเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), ผู้โดยสาร, เดินทางกลับบ้าน, เดินทางกลับภูมิลำเนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e086e4537b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่กลับ-ท่องเที่ยว บขส.-รถไฟพร้อม! รองรับ‘ผู้โดยสาร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ อวยพรวันปีใหม่ไทย ขอประชาชนรักษาประเพณีดีงามไว้ เดินทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยวปลอดภัย บขส.จัดรถ 9 พันเที่ยวรองรับผู้โดยสาร 2 แสนคนต่อวัน รฟท.เสริมพิเศษ 15ขบวน คนแห่กลับบ้านฉลองสงกรานต์ เส้นมิตรภาพไปอีสานรถติดหนัก เอเชียสู่เหนือหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-Cha&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;สวัสดีวันสงกรานต์และวันปีใหม่ของไทยประจำปี 2562 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สร้างขวัญ สร้างกำลังใจ และสร้างความสุขให้แก่กัน นอกจากเป็นวันสงกรานต์ของไทยแล้ว วันที่ 13 เม.ย. ยังถือเป็นวันผู้สูงอายุ อีกทั้งวันที่ 14 เม.ย. ยังเป็นวันครอบครัวด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอให้ทุกครอบครัวเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ให้ความเคารพรัก รวมถึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน อันแสดงถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งถือเป็นเสน่ห์แบบไทยที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ จึงอยากให้คนไทยทุกคนรักษาประเพณีอันดีงามแบบนี้เอาไว้ตลอดไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และที่สำคัญ ผมอยากฝากถึงคนไทยให้ใช้โอกาสนี้หลอมรวมความรักให้เข้มแข็ง ส่งต่อเป็นพลังสร้างประเทศให้เดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สุดท้ายผมขอให้ทุกคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยว ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ....สวัสดีครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนทยอยเดินทางมาซื้อตั๋วโดยสารกันอย่างต่อเนื่องและหนาแน่น โดย น.ส.วิลาวัณย์ สุวรรณโสภณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด ยังสามารถบริหารจัดการทั้งเรื่องรถและผู้โดยสารได้ โดยได้เตรียมรถโดยสารไว้ 6,000 คัน และเตรียมรถเสริมอีก 3,000 เที่ยว รวมทั้งหมด 9,000 เที่ยว คาดว่าวันที่ 12 เม.ย. จะมีประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยใช้บริการที่หมอชิต 2 ประมาณ 180,000-200,000 คน ซึ่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีผู้มาใช้บริการมากถึง 180,000 คนเช่นกัน หลังจากวันนี้ไปคาดว่าคนน่าจะเบาบางลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้กำชับทั้งรถโดยสารของบริษัท ขนส่งจำกัด และรถร่วม ที่มีการประชุมกับผู้ประกอบการไปก่อนหน้านี้ว่าให้ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถ รวมทั้งตรวจสารเสพติดและตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ ก่อนที่จะเดินรถเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ มาจากผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน ก็มีมาตรการที่ดูแลให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความปลอดภัย โดยรณรงค์ความร่วมมือให้คาดเข็มขัดนิรภัยระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การดูแลรักษาความปลอดภัย ตำรวจนครบาลจาก สน.บางซื่อ ตำรวจจากจราจรกลาง และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 และกองทหารพลาธิการที่ 1 มาดูแลความเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณหน้าทางเข้าทุกประตู และตั้งจุดรับแจ้งเหตุที่ด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง มีประชาชนทยอยเดินทางซื้อตั๋วโดยสารเเละขึ้นรถไฟกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า หลังการรถไฟฯ เปิดให้จองได้ก่อนวันเดินทาง 90 วัน ขณะที่การจำหน่ายตั๋วส่วนใหญ่เป็นขบวนเสริมที่เปิดให้บริการเพิ่มเติมเพื่อรองรับประชาชน ซึ่งการเดินทางกลับในช่วงเทศกาลปีนี้ ถือว่ามีการกระจายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยทยอยเดินทางออกต่างจังหวัดตั้งเเต่ช่วงวันหยุดต้นเดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริพงษ์ กลั่นศิริ ที่ปรึกษาผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดการณ์จะมีประชาชนที่เดินทางใกล้เคียงกับเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ประมาณ 120,000 คน โดยการรถไฟฯ ได้เตรียมขบวนรถเสริมพิเศษ 15 ขบวน แบ่งเป็นเที่ยวไปวันละ 7 ขบวน จนถึงวันที่ 13 เม.ย.นี้ ได้แก่ ปลายทางอุดรธานี อุบลราชธานี และศิลาอาสน์ เเละเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 15-17 เม.ย. วันละ 8 ขบวน ได้แก่ ต้นทางศรีสะเกษ ศิลาอาสน์ อุบลราชธานี เเละอุดรราชธานี ขณะเดียวกันได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มในขบวนรถ 242 ขบวนที่วิ่งให้บริการตามปกติทุกสายทั่วประเทศ รองรับจำนวนประชาชนที่เดินทางเพิ่มขึ้นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัย มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เจ้าหน้าที่สถานีและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงนักเรียนจิตอาสามาคอยดูแลอำนวยความสะดวกในทุกสถานี ส่วนบนขบวนรถไฟจะมีพนักงานขบวนรถและตำรวจรถไฟคอยดูแลความปลอดภัย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สํารวจเส้นทางจราจรบนถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน โดยผ่านช่วงวงแหวนตะวันออก จากจราจรเคลื่อนตัวได้ปกติ ไม่มีรถติดสะสม จากนั้นบินผ่านถนนทางหลวง 304 ซึ่งการจราจรช่วงแรกของทางหลวง 304 จนถึงอุโมงค์ทับลาน เคลื่อนตัวได้ตามปกติ มีชะลอบ้างตามแยกเมื่อเลยอุโมงค์มาถึง กม.216-221 มีท้ายสะสมยาว 5 กิโลเมตร เนื่องจากมีการก่อสร้าง ทำให้เหลือช่องทางจราจรไป-กลับอย่างละ 1 ช่อง และจะมาติดขัดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตรช่วงเนินเขาก่อนถึงวังน้ำเขียว โดยหางแถวอยู่ช่วงกลางดง ส่วนช่วงลำตะคองมุ่งหน้าคลองไผ่ มีปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า จุดนี้มีการเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่สำรวจจราจรถนนมิตรภาพ ที่ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จุดนี้เป็นจุดที่พ้นเนินเขาแล้วปริมาณรถมาก แต่การจราจรเคลื่อนตัวได้ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วง กม.92-93 บ้านคลองน้ำขาว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีรถยนต์สะสมหนาแน่น เนื่องจากจุดนี้เป็นจุดขึ้นเนิน ทำให้รถชะลอตัวเป็นระยะ แต่สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ศูนย์ควบคุมการจราจรตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา รายงานว่า ตลอดเส้นทางถนนมิตรภาพ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีรถสะสมหนาแน่นมากอยู่ 3 จุดใหญ่ ได้แก่ จุดแรก บริเวณ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถึง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว มีฝนตกลงมา ส่งผลให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า สลับกับหยุดนิ่ง ทำให้ตำรวจทางหลวงต้องเปิดช่องทางจราจรพิเศษ ให้รถวิ่งสวนเลนได้ ตั้งแต่ศูนย์วิจัยลำตะคอง อ.ปากช่อง ถึงบริเวณ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว เพื่อเร่งระบายรถ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 บริเวณถนนบายพาส อ.เมืองฯ เป็นจุดที่รถจากถนนสาย 304 วิ่งมาบรรจบกับรถที่วิ่งมาจากถนนมิตรภาพ เพื่อเลี่ยงเมือง ส่งผลให้เกิดรถติดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณลงจากสะพานต่างระดับสามแยกปักธงชัย อ.เมืองฯ และจุดที่ 3 บนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่สะพานต่างระดับ ต.จอหอ อ.เมืองฯ ถึงบริเวณ ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งคาดว่ารถยนต์จะหนาแน่นเช่นนี้ไปจนถึงช่วงกลางดึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง อาทิ จ.สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ต่างพากันเดินทางกลับเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอย่างคึกคักแล้ว ส่งผลให้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 ช่วงระหว่าง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอำเภอที่รองรับรถจากภาคกลางและภาคตะวันออก ได้มีรถสัญจรหนาแน่นตั้งแต่ตอนเช้า ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว บางช่วงมีรถจอดติดยาวเหยียดกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง &amp;nbsp;และตำรวจทางหลวงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อระบายรถไม่ให้จอดติดสะสมเป็นเวลานาน ซึ่งคาดว่าจะมีรถสัญจรเดินทางกลับภูมิลำเนาหนาแน่นตลอดทั้งวัน &amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันหยุดวันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรสายเอเชียขาขึ้นภาคเหนือ ผ่านจังหวัดอ่างทอง มีรถยนต์หนาแน่น ใช้ความเร็วได้ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีรถหยุดชะลอตัวเป็นช่วงๆ บริเวณทางเข้าออกปั๊มน้ำมันและทางขึ้นลงสะพาน ส่วนการจราจร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ร่วมกับแขวงทางหลวงอ่างทอง เปิดทางจราจรพิเศษบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 58-60 เพื่อทำการระบายรถ พร้อมประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงสายรอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวปลอดภัย, รักษาประเพณีดีงาม, หนังสือพิมพ์, อวยพรวันปีใหม่ไทย, เดินทางกลับภูมิลำเนา, เส้นมิตรภาพไปอีสานรถติดหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a032bbab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปถ.สั่งจังหวัดเพิ่มจุดพักรถรับปชช.กลับกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.61-นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวถึงการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว จึงขอให้จังหวัดปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ และการอำนวยความสะดวกในการจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัย ทั้งบนเส้นทางสายหลัก สายรอง ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และเส้นทางโดยรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าในวันที่ 16 เม.ย.61 &amp;nbsp;ประชาชนจะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจรบนเส้นทางสายหลัก พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, มหาดไทย, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, ศปถ., เดินทางกลับภูมิลำเนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad34cf713c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; storage.thaipost.net หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ไทย ต้อนรับสู่เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขสนุกสนาน และซู่ซ่า ประชาชนได้หยุดงานยาวเดินทางสู่ภูมิลำเนา กลับไปเยี่ยมครอบครัวและหมู่ญาติมิตร ซึ่งทุกปีก็จะได้เห็นภาพรถติดยาวเป็นกิโลๆ ตามถนนเส้นหลักของประเทศ ทั้งสายเอเชีย ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ ถนนเพชรเกษม อย่างไรเสีย ขอให้ผู้ขับขี่ใจร่มๆ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัย ที่สำคัญ &amp;ldquo;อย่าประมาท&amp;rdquo; และเช่นเคย รัฐบาล หน่วยงานราชการหลักที่มีหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวก ต่างออกมารณรงค์ด้วยความห่วงใย เช่น ขับขี่ปลอดภัย คาดเข็มนิรภัย ใส่หมวกกันน็อก เป็นต้น ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีนี้รัฐบาลไม่ห้ามนั่งหลังรถกระบะเหมือนปีที่แล้ว แต่ที่เพิ่มเติมคือกำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขัน เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น โดยโทรโข่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;ldquo;ไก่อู&amp;rdquo; พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด บอกว่า นายกรัฐมนตรีให้ดูแลในทุกมิติ ทั้งในแง่จราจร การแฝงตัวของมิจฉาชีพ การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เป็นต้น ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังอยู่ที่เรื่องสงกรานต์ แต่หันไปดูอุณหภูมิช่วงเทศกาลครื้นเครงกันบ้าง เมษา.นี้อาจไม่ใช่เมษา.หน้าร้อนเหมือนเคย เพราะล่าสุด &amp;ldquo;ชยพล ธิติศักดิ์&amp;rdquo; อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 14-18 เม.ย.นี้ จะมีพายุฤดูร้อนจ้า ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเป็นว่า เดือนเมษายน ปี 61 มีทั้งร้อน ฝน หนาว ครบรส และหากพระพิรุณเกิดจะโปรยปรายวันสงกรานต์ก็ขอให้คิดในแง่ดีว่าฟ้าฝนเป็นใจให้เปียกก็แล้วกัน ที่สำคัญใครขับรถก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นหลายๆ เท่า เพราะถนนจะลื่นเป็นพิเศษ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับความเคลื่อนไหวการเมืองไทย ล่าสุด &amp;ldquo;เดอะจั้ม&amp;rdquo; สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. ไขก๊อกพรรคประชาธิปัตย์ ไปนั่งเก้าอี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลทหารหยิบยื่นให้ งานนี้ &amp;ldquo;พี่มาร์ค&amp;rdquo; อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าค่ายสะตอ รู้สึกชิลๆ ให้สัมภาษณ์เริ่ดๆ เชิดๆ ไม่กระทบพรรคแน่นอน และคิดว่าเขตหลักสี่ที่เป็นพื้นที่เก่าของสกลธีไม่น่าจะหาคนลงลำบาก เพราะมีอาสาสมัครคนรุ่นใหม่จองคิวอีกเพียบ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรคทหาร จนถึงตอนนี้ก็ยังปากแข็งไม่ยอมรับเสียทีว่าทำพรรค ทั้งๆ ที่รองนายกรัฐมนตรีมือดึงอย่าง &amp;ldquo;สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;บิ๊กฉัตร&amp;rdquo; พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เดินสายคุยคนโน้นคนนี้ไปทั่ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แหม ชาวบ้านก็ใจจดใจจ่อฟังอยู่นี่แหละ ยังไงรีบๆ เปิดตัวนะ ก่อนที่ประชาชนจะลำไยไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะเสียคะแนน อิอิ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้ามมาส่องงานปฏิรูปประเทศกันบ้างนะออเจ้า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำแผนแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งก็ครบกำหนดเรียบร้อย แผนปฏิรูปตำรวจที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ก็ส่งรูปเล่มถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้วเช่นกัน แต่ไม่วาย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาอี๊ก และให้ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ มือเขียนรัฐธรรมนูญปี 2560 เนี่ยแหละ มานั่งเป็นประธาน ซึ่งหัวโต๊ะก็เปิดเผยล่าสุดว่า แผนปฏิรูปตำรวจที่ พล.อ.บุญสร้างส่งมา อาจไม่ตรงกับสเปกที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ และยังพูดตรงไปตรงมาอีกว่า เนื้อหาดูจะเกรงอกเกรงใจตำรวจอยู่มาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;งานนี้จึงต้องกลับมาพลิกดูเนื้อหากันอีกรอบ โดยไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ทำให้มันตรงกับที่กฎหมายสูงสุดกำหนดไว้ ที่สำคัญคณะกรรมการชุดตนนั้น ไม่ค่อยมีตำรวจ แต่ชุดของ พล.อ.บุญสร้าง ตำรวจเพียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอ้าๆๆ รอดูฝีมือท่านประธานมีชัย จะกล้าขืนใจผู้มีอำนาจหรือไม่ ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่ปลอดภัย, บันทึกหน้า4, ปฏิรูปประเทศ, ปราชญ์ศรี, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ลูกเห็บตก, หัวหน้าค่ายสะตอ, เดอะจั้ม, เดินทางกลับภูมิลำเนา, เทศกาลสงกรานต์, เทศกาลแห่งความสุข, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลงัด&#039;อีเอ็ม&#039;ตามคนเมาขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มแล้วเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา มหาดไทยตั้งศูนย์อำนวยการลดอุบัติเหตุ เพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย เมาไม่ขับ ส่วนกองทัพส่งทหารปูพรมคุมพื้นที่เสี่ยงเกิดการเจ็บ-ตาย ทีเด็ดกรมคุมประพฤติจับมือศาลยุติธรรม งัดอุปกรณ์อีเอ็มใช้กับคดีเมาขับ ใครอยากได้กำไรฟรีก็เชิญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในฐานะประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้มอบหมายให้ ศปถ. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยยึดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานในมิติเชิงพื้นที่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; มุ่งสานพลังประชารัฐลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ครอบคลุมทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อยกเว้นของการประกันภาคสมัครใจกรณีดื่มแล้วขับ ควบคู่กับการบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง เพื่อกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ อีกทั้งใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครในการจัดตั้งด่านชุมชนป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุและรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบเคาะประตูบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญย้อนหลัง 3 ปี มีพื้นที่เฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนนใน 198 อำเภอ และ 1 เขต แยกเป็นพื้นที่สีแดง 109 อำเภอ และพื้นที่สีส้ม 89 อำเภอ 1 เขต กระทรวงมหาดไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กองทัพบกได้เริ่มเข้าอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ โดยตลอดเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบกร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดตั้งจุดบริการประชาชน 553 จุด ในพื้นที่สำคัญของแต่ละจังหวัด ได้แก่ บริเวณเส้นทางคมนาคมสายหลัก พื้นที่หน้าค่ายทหาร พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางก่อนถึงด่านชายแดน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการอำนวยความสะดวกประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ในหลายด้าน อาทิ เป็นพื้นที่พักรถ-พักคน &amp;nbsp;สอบถามเส้นทาง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจเช็กสภาพรถ บริการน้ำดื่ม-กาแฟ รวมถึงเป็นจุดรับแจ้งเหตุด่วน นอกจากนี้ หน่วยทหารของกองทัพบกในนามกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2558 &amp;ldquo;เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ&amp;rdquo; โดยปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนในพื้นที่และจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทัพบกได้มีการวิเคราะห์สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละจังหวัด เช่น เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุ ช่วงเวลา สาเหตุ พฤติกรรมเสี่ยง พร้อมวางมาตรการป้องกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุให้มากยิ่งขึ้น จากสถิติดังกล่าว พบว่ารถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดื่มสุราและความประมาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย คือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เส้นทางตรงยาว และทางโค้ง โดยจากข้อมูลดังกล่าวหน่วยทหารในพื้นที่ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่น ชุมชน และจิตอาสา เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ อาทิ ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับภูมิทัศน์ข้างทาง การตัดแต่งต้นไม้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เช่น ยางรถยนต์, ปลูกต้นกล้วยลดแรงปะทะข้างทาง, ติดตั้งลูกระนาดเพิ่มความฝืดของถนน เป็นต้น นอกจากนี้ได้ร่วมกับชุมชนในการจัดตั้ง &amp;ldquo;ด่านชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ด่านครอบครัว&amp;rdquo; ช่วยยับยั้งไม่ให้คนดื่มสุราใช้ยานพาหนะ รวมทั้งรณรงค์หลีกเลี่ยงการใช้จักรยานยนต์ช่วงเทศกาลเพื่อลดการสูญเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมคุมประพฤติ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงดอนเมือง ร่วมแถลงข่าวการใช้อีเอ็ม (EM) กับคดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างประสิทธิภาพความปลอดภัยให้ประชาชนบนท้องถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสารกล่าวว่า การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรืออุปกรณ์อีเอ็ม มาใช้เป็นการบูรณาการที่สำคัญเพื่อเสริมมาตรการลดอุบัติเหตุ เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษและกำหนดเงื่อนไขให้ใช้อุปกรณ์อีเอ็ม พนักงานคุมประพฤติจะรับอีเอ็มไปจะติดให้ผู้ถูกคุมประพฤติ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศูนย์ควบคุมและติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลและสำนักงานคุมประพฤติในการติดตามผู้ถูกคุมความประพฤติ เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงสงกรานต์ระวังมากขึ้น ไม่ขับรถขณะเมาสุรา ส่วนกรมคุมประพฤติอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์อีเอ็ม ซึ่งจะทำสัญญาเช่ากับบริษัทเอกชนคู่สัญญา 4,000 เครื่อง และคาดว่าจะสามารถนำอีเอ็มมาใช้ทั่วประเทศภายในเดือน ก.ย. โดยจะเช่าต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี ‭2561-2563‬&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธกล่าวว่า การใช้อุปกรณ์อีเอ็มเป็นนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ที่นำมาใช้ดูแลการปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีเมาแล้วขับหรือขับรถเร็ว เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษและมีเงื่อนไขคุมประพฤติก็สามารถนำอุปกรณ์อีเอ็มของสำนักงานศาลมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติได้ ซึ่งมีอยู่ 5,000 เครื่อง ระหว่างนี้ไม่ทราบตัวเลขของผู้กระทำผิดเมาแล้วขับหากมีไม่ถึง 5,000 คน ก็สามารถใส่อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มได้ครบทุกคน จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะนำมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุราช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระยะแรกจะนำร่องในพื้นที่ กทม. ในเขตอำนาจศาลแขวงดอนเมือง และศาลแขวงพระนครเหนือ ในช่วงสงกรานต์นี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวมีสถิติคดีเมาแล้วขับสูงเป็นอันดับต้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐกล่าวว่า ภารกิจของศาลจะนำอุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของจำเลยที่ต้องพิพากษาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้กระทำผิดเมาแล้วขับที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 251 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะใช้นโยบายเคร่งครัดสั่งขัง 15 วัน ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี โดยไม่อนุญาตให้ประกัน ส่วนผู้กระทำผิดเมาแล้วขับที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะมีเงื่อนไขคุมความประพฤติเพิ่มเติมโดยใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็ม ห้ามออกนอกบ้านหรือพื้นที่ควบคุมตั้งแต่ 22.00-05.00 น. หลังจากนี้จะมีการประเมินผล หากใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็ม หรือกักขัง 15 วันแล้วไม่หลาบจำ จะเพิ่มโทษให้หนักขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในทางคดีสามารถจำคุกได้สูงสุดนานถึง 1 ปี สำหรับผู้กระทำความผิดนอกเขตอำนาจศาล 2 แห่งนี้ ขอให้เป็นดุลพินิจของศาล โดยการตัดสินจะต้องพิจารณาจากพฤติกรรม ความรุนแรงของคดี รวมถึงมีผู้ได้รับผลร้ายจากการเมาแล้วขับหรือไม่ โดยมีโทษตั้งแต่ปรับ รอลงอาญา คุมประพฤติ เข้ารับการอบรม แต่กรณีถูกสั่งให้ใส่อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มแล้วฝ่าฝืนเงื่อนไขโดยเจตนาจงใจ จะลงโทษจำคุกตามที่รอลงอาญาไว้ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนนั้น พบว่าท่าอากาศยานทั่วประเทศมีประชาชนหนาแน่นกว่าเดิม เช่นเดียวกับสถานีรถไฟโดยเฉพาะหัวลำโพง ผู้คนหลั่งไหลกลับภูมิลำเนาเกือบทั้งวัน ส่วนสถานีขนส่งหมอชิต มีสภาพไม่ต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนที่เดินทางโดยรถส่วนตัว พบว่าทยอยกลับตั้งแต่คืนวันอังคาร เนื่องจากเกรงว่า หากเดินทางวันที่ 12 หรือ 13 เมษายน จะทำให้การจราจรติดขัดเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงพบว่าถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นพหลโยธิน มิตรภาพ การจราจรยังไม่ติดขัดมากนัก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง, ตรวจเช็กสภาพรถ, นายสุธี มากบุญ, บริการน้ำดื่ม-กาแฟ, ประชาชนหนาแน่นกว่าเดิม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พื้นที่พักรถ-พักคน, ลดอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์อีเอ็ม, เคร่งครัด, เดินทางกลับภูมิลำเนา, เทศกาลสงกรานต์, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1c50cf893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
