<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พีระพันธุ์&#039;ตอก&#039;อนาคตใหม่&#039;กฎหมายเขียนว่าห้ามเดินลัดสนามเราจะวิ่งลัดสนามได้หรือ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้ามเดินลัดสนาม!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเราใช้ระบบกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร ภาษาอังกฤษเรียกว่า ระบบ Civil law หมายความว่า กฎหมายต่างๆ จะต้องมีการบัญญัติไว้เป็นตัวหนังสือที่เรียกว่าพระราชบัญญัติหรือประมวลกฎหมาย ข้อเสียของระบบกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษรคือการที่ไม่มีทางที่จะเขียนกฎหมายให้ครอบคลุมได้ครบหมดทุกเรื่อง วิธีแก้ไขปัญหานี้ ก็คือต้องตีความกฎหมายตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นหลักสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการกู้เงินของพรรคการเมืองนั้น วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ ต้องการป้องกันมิให้ &amp;ldquo;นายทุน&amp;rdquo; หรือบุคคลใดมามีอำนาจหรือมีอิทธิพลเหนือพรรคการเมืองโดยการ &amp;ldquo;ให้ทุน&amp;rdquo; ดังนั้น การ &amp;ldquo;ให้ทุน&amp;rdquo; แก่พรรคการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่อาจจะทำให้ &amp;ldquo;ผู้ให้ทุน&amp;rdquo; มีอำนาจหรือมีอิทธิพลเหนือพรรคการเมืองจึงกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นไปตามที่ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ในมาตรา 66 ว่าต้องเป็น &amp;ldquo;เงินบริจาค&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; ที่มีจำนวนเงินหรือมีมูลค่าไม่เกินสิบล้านบาทต่อปีต่อรายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้พรรคการเมืองจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลก็ตาม แต่ก็ต่างจากการเป็นนิติบุคคลของบริษัทจำกัดทั่วไป เพราะพรรคการเมืองมิใช่องค์กรธุรกิจและมิได้มีเจตนารมณ์ที่จะแสวงหากำไรจากการดำเนินการของพรรคการเมือง และพรรคการเมืองไม่มีผู้ถือหุ้นที่มาร่วมกันลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไรจากการดำเนินการของพรรคการเมือง จึงไม่มีเหตุผลและไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่พรรคการเมืองจะต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากๆ มาใช้ในกิจกรรมหรือในการดำเนินงานของพรรคการเมืองเช่นเดียวกับนิติบุคคลที่เป็นบริษัทจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพรรคการเมืองต้องการหา &amp;ldquo;ทุน&amp;rdquo; เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแล้ว พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 ก็กำหนดให้กระทำได้โดยการ &amp;ldquo;รับบริจาค&amp;rdquo; หรือโดยการ &amp;ldquo;ระดมทุน&amp;rdquo; ที่ไม่เกินสิบล้านบาทต่อปีต่อราย ซึ่ง &amp;ldquo;ทุน&amp;rdquo; ที่ได้มาจากการบริจาคหรือจากการระดมทุนนี้จะเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคการเมืองที่จะนำไปใช้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้โดยอิสระ มิใช่เพื่อนำไปลงทุนทางธุรกิจเหมือนนิติบุคคลที่เป็นบริษัทจำกัด และ &amp;ldquo;ทุน&amp;rdquo; ที่ได้รับมานั้นก็มิใช่ &amp;ldquo;หนี้&amp;rdquo; ที่พรรคการเมืองจะต้องหา &amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; มาใช้หนี้คืนอย่างเช่นการ &amp;ldquo;กู้เงิน&amp;rdquo; ของนิติบุคคลที่เป็นบริษัทจำกัด ที่สำคัญคือ หากให้พรรคการเมือง &amp;ldquo;กู้เงิน&amp;rdquo; ได้ ก็จะเป็นการเปิดช่องให้ &amp;ldquo;นายทุน&amp;rdquo; เข้ามามีอำนาจหรือมีอิทธิพลเหนือพรรคการเมืองได้ง่ายๆ ด้วยการหลบเลี่ยงสถานะและคำเรียกขานจากคำว่า &amp;ldquo;ผู้บริจาค&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ผู้ให้ประโยชน์&amp;rdquo; มาเป็น &amp;ldquo;ผู้ให้กู้&amp;rdquo; ได้โดยไม่ต้องจำกัดจำนวนเงิน และยังจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อหา &amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; มาชำระ &amp;ldquo;หนี้เงินกู้&amp;rdquo; ได้อีกด้วย เช่นนี้แล้ว จะใช่วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น แม้ไม่มีบทบัญญัติใดของ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เขียนเรื่องการกู้เงินของพรรคการเมืองไว้ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แล้ว การ &amp;ldquo;ให้เงิน&amp;rdquo; แก่พรรคการเมืองไม่ว่าในรูปแบบของ &amp;ldquo;การให้กู้เงิน&amp;rdquo; หรือในรูปแบบอื่นใด ก็จะต้องถือว่าเป็นการให้ &amp;ldquo;เงินบริจาค&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆ ไป และหากมีจำนวนเงินหรือมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อปีต่อรายแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็น &amp;ldquo;เงินบริจาค&amp;rdquo; หรือเป็น &amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 66 แห่ง พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งหากพรรคการเมืองรับเงินหรือประโยชน์เช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเรียกว่า &amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; หรือเรียกว่าอะไรก็ตาม ก็ต้องถือว่าพรรคการเมืองนั้นรับ &amp;ldquo;เงินบริจาค&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; แล้วแต่กรณี โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตามมาตรา 72 แห่ง พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ผมเรียนกฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์สอนวิธีง่ายๆ ในการตีความกฎหมายลักษณ์อักษรตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ว่า เวลาที่เราเห็นป้ายปักอยู่ตามขอบสนามหญ้าที่เขียนเพียงว่า &amp;ldquo;ห้ามเดินลัดสนาม&amp;rdquo; เราจะ &amp;ldquo;วิ่งลัดสนาม&amp;rdquo; ได้หรือไม่ ก็ลองพิจารณากันดูนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็แล้วแต่ การตีความกฎหมายก็เป็นเรื่องสองคนยลตามช่อง ทุกคนก็เชื่อในความคิดของตนเอง สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.ยุบพรรค, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, วิ่งลัดสนาม, อดีตรมว.ยุติธรรม, อนาคตใหม่, เดินลัดสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5a70cd34aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
