<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราม‘ธนาธร’อย่าชักศึกเข้าบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ปราม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ทัวร์ยุโรป อย่าใช้ประเทศเป็นเครื่องมือการเมือง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงอำนาจ ม.44 ยังอยู่ หมดหลัง ครม.ประยุทธ์ 2 ถวายสัตย์ฯ &amp;quot;ลดาวัลลิ์&amp;quot; บี้เลิกคำสั่ง คสช.ให้คนเห็นต่างกลับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และคณะ เดินสายพบปะกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป (อียู) ว่าน่าเป็นห่วงผลพวงที่จะเกิดขึ้นจากการเดินสายครั้งนี้จะส่งผลลบต่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ แม้จะอ้างว่าไปแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจการเมืองโลก และแสวงหาความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ทุ่มเทความพยายามอย่างรอบคอบในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ยึดถือหลักการเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ จนทำให้ต่างประเทศเข้าใจและยอมรับประเทศไทยมากขึ้น และมิตรประเทศรวมถึงอียูก็มีท่าทีที่เป็นบวกต่อไทย สังเกตได้จากการประชุมผู้นำจี 20 ครั้งที่ผ่านมา ผู้นำรัฐบาลหลายประเทศแสดงความมั่นใจ ความกระตือรือร้นและพร้อมจะร่วมมือกับประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน การมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ทุกอย่างกำลังก้าวหน้าไปด้วยดี ดังนั้นจึงอยากขอร้องว่า การเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม อย่าใช้ผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นเครื่องมือทางการเมือง&amp;quot; พล.ท.วีรชนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลและข้าราชการทุกหน่วยงานต่างทุ่มเทกำลังกายและสติปัญญาทำงานอย่างหนัก ในการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ กับอียู ซึ่งการเจรจาอยู่บนพื้นฐานหลักการสากลและกำลังมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น จะส่งผลดีต่อประชาชนและประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ ที่กำลังเป็นความท้าทายของโลกอยู่ในปัจจุบันไปได้ แต่ถ้าหากเกิดความเสียหายขึ้นในทางลบ โดยมีสาเหตุมาจากความเคลื่อนไหวข้างต้น บุคคลเหล่านั้นจะรับผิดชอบได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;ว่า จะหมดไปภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่สิ่งที่ออกไปแล้วก็ยังอยู่ต่อไปจนกว่า ครม.หรือสภาจะยกเลิก หรือแก้ไข แล้วแต่ว่าสถานภาพจะเป็นอะไร ถ้าเป็นคำสั่งบริหาร ครม.สามารถยกเลิกได้ แต่หากมีฐานะเท่ากับกฎหมายต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อยกเลิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ต้องดำเนินการในสภาเหลืออยู่เพียงประมาณกว่า 10 ฉบับ ส่วนการยกเลิกหรือแก้ไขโดยสภานั้น จะพิจารณา 3 วาระรวดหรือไม่ เป็นเรื่องของเขา บางอย่างอาจต้องใช้เวลายาวเกินกว่าจะทำใน 3 วาระก็ได้ และยังต้องพึ่งวุฒิสภาด้วย เช่นเดียวกับการออก พ.ร.บ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุใดหัวหน้า คสช.จึงไม่ยกเลิกคำสั่งและประกาศอีกหลายฉบับที่เรียกให้ผู้ที่เห็นต่างมารายงานตัวกับ คสช. หลังก่อรัฐประหารใหม่ๆ ใครไม่มาก็ถูกจับกุมดำเนินคดีมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ขณะนี้มีผู้ที่หลบลี้หนีภัยการเมืองไปอยู่ในต่างประเทศอีกหลายคน คนเหล่านี้ต้องพลัดพรากครอบครัว พวกเขาอยากกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน แต่ยังกลับมาไม่ได้ เนื่องจากยังมีคำสั่ง คสช.อยู่ อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังอาฆาตเคียดแค้นที่คนเหล่านี้ไม่ยอมสยบก้มหัวให้กับ คสช.ใช่หรือไม่ และรู้ไหมว่านี่คือการสร้างภาระให้กับสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องเสียเวลาไปกับการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้ยกเลิกคําสั่ง คสช.ดังกล่าว&amp;nbsp;เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ต้องการสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชักศึกเข้าบ้าน, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์, เดินสายพบปะกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d27414ea6692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
