<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐเดินหน้ากระบวนการไต่สวนถอด&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตครองเสียงข้างมาก เดินหน้ากระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเห็นชอบกฎพื้นฐานสำหรับการไต่สวนที่เปิดให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ใช้ค้อนเคาะสัญญาณปิดการลงคะแนนในสภาเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาล่างสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการลงมติครั้งแรกเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนและเป็นบททดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสภาแห่งนี้ว่าสนับสนุนการไต่สวนเพื่อถอดถอนหรือไม่ โดยผลปรากฏว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ลงมติด้วยคะแนน 232 เสียงเห็นชอบในเดินหน้ากระบวนการนี้ โดยมี 196 เสียงคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เดโมแครต 2 คนจากรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ลงมติคัดค้านแบบเดียวกับรีพับลิกันทั้งพรรค ขณะเดียวกันก็มีอดีต ส.ส.รีพับลิกันที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.อิสระ ลงมติเห็นด้วย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอีกขั้นด้วยการกำหนดขั้นตอนสำหรับการให้การแบบเปิดเผยเพื่อให้สาธารณชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของเดโมแครตต้องการทราบว่าทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบหรือไม่ ด้วยการใช้นโยบายต่างประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของคำกล่าวหานี้มาจากคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันผู้นำยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับทรัมป์ในปีหน้า และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของไบเดนที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งปัจจุบันและอดีตราว 12 คนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการหลายชุดของสภาแบบปิดลับ ตอกย้ำตรงกันว่าทรัมป์สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนราว 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อบีบให้เซเลนสกีประกาศสอบสวนพ่อ-ลูกไบเดนเป็นการแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธว่าสิ่งที่เขาทำไม่ผิดกฎหมาย และกล่าวโจมตีการไต่สวนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยเขามักเรียกว่าเป็นการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนแบบเปิดเผยนี้จะเริ่มต้นด้วยการนำเสนอพยานและหลักฐานเอกสารโดยคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาล่าง ที่เป็นแกนนำการไต่สวนที่ผ่านมา และจะเปิดให้รีพับลิกันท้าทายได้ หากผลการไต่สวนมีน้ำหนักมากพอ คณะกรรมาธิการการตุลาการจะร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนให้สภาลงมติ หากผ่านก็จะส่งต่อให้วุฒิสภาลงมติถอดถอน ซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จึงแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรีพับลิกันครองที่นั่งข้างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, ลงมติ, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่างสหรัฐ, เดินหน้ากระบวนการไต่สวน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc3670a5e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
