<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ชี้สร้างมอเตอร์เวย์ช่วงศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ไม่เกี่ยวข้องกับการขยายสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.พ.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าสำหรับโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ทางยกระดับ ช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (M7) มีเหตุผลความจําเป็นในการก่อสร้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแต่อย่างใด ตามที่หลายฝ่าย ได้มีการตั้งข้อสังเกต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นแผนงานของกรมทางหลวงตั้งแต่ปี 2557 และวางแผนที่จะดําเนินการอยู่แล้ว เพื่อบรรเทาปัญหา การจราจรหนาแน่น เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณจราจรช่วงทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ถึงท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิกว่า 200,000 คันต่อวัน และในช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ในสภาพใกล้เต็มความจุของถนน โดยผลการ สํารวจพบว่า 75% ของผู้ใช้ทางเป็นการเดินทางระยะไกลมุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ ปัญหาจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ไม่ได้เกิดจากปริมาณรถเข้า-ออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีสัดส่วนเพียง25%เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เป็นความจริงที่การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสาเหตุ ที่ทําให้เกิดปัญหารถติดบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ช่วงศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ จนทําให้กรมทางหลวง ต้องลงทุนสร้างโครงการทางยกระดับในแนวเส้นนั้น แต่กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดมาตั้งแต่ ปี 2551 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางพิเศษสุวรรณภูมิ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต่อมาในปี 2552 ได้สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมว่าควรสร้างเป็นทางยกระดับคร่อมอยู่บนแนวมอเตอร์เวย์ ในปัจจุบัน และต่อมาในปี 2557 กรมทางหลวงได้นําแนวคิดดังกล่าวมาวิเคราะห์ทบทวนและวางแผน ดําเนินการ&amp;rdquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพัฒนาโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ กรมทางหลวง มีลักษณะเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร คร่อมอยู่บนแนวทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ เชื่อมต่อโครงข่ายกับทางพิเศษ สายศรีรัช รวมทั้งมีทางเข้า-ออกเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณ ลาดกระบังรวมระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่าโครงการฯ ดังกล่าว จะเป็นส่วนสําคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางจากกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ไปยังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปัจจุบันมีอัตราการเติบโตของปริมาณจราจร 4.2% ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปิดพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งรองรับปริมาณการเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางได้แน่นอน รองรับ การขยายตัวของปริมาณผู้โดยสาร ซึ่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 ล้านคนในปี 2575&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันปริมาณการเดินทางโดยรถยนต์เข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 112,000 คันต่อวัน โดยเป็นการเดินจากทางทิศเหนือหรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สัดส่วน 75% และ จากทางทิศใต้ 25% ดังนั้น แม้ในอนาคตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีการขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมบริเวณ ตำแหน่งใดก็ตามกจ็ะไม่ทําให้แนวโน้มรูปแบบการเดินทางเข้าท่าอากาศยานดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นการสํารวจจุดต้นทาง-ปลายทางของการเดินทาง (Origin - Destination Survey) พบว่า แนวโน้มการเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนใหญ่ยังคงใช้เส้นทางคมนาคมด้านทิศเหนือ เนื่องจาก กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ สัดส่วนสูงถึง 55% โดยเฉพาะเขตกรุงเทพฯ ช้ันใน ขณะท่ีการเดินทางผ่าน ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เป็นแนวเส้นการเดินทางตรงและมีความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิมากท่ีสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58304</URL_LINK>
                <HASHTAG>สราวุธ ทรงศิวิไล, เดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2, โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ทางยกระดับ ช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd48a0a57422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด ทอท.ไฟเขียวเดินหน้าเทอร์มินอล2 แต่ล้มแบบของกลุ่มดวงฤทธิ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดสศช.) ขออนุมัติต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากที่ได้หารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษาสนามบิน( Airport Consultative Committee :ACC) ซึ่งสนับสนุนการก่อสร้าง อาคารผู้โดยสารหลังที่2 เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความแออัด และรองรับการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วน สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association (IATA)) ได้สอบถามความคิดเห็นสายการบินที่เป็นสมาชิกแล้ว เห็นว่า ควรมีการก่อสร้างเช่นกัน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม AOC ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าสายการบิน ในเรื่องความแออัดเนื่องจากการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และแนวนโยบายของประเทศที่มุ่งเน้นสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการคมนาคมขนส่งทางอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการอาจทำให้บริษัทสายการบินต่างชาติตัดสินใจย้ายฐานการบิน นอกจากนั้นเห็นว่า การขยายส่วนต่อข้างอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความแออัดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบยกเลิกผลการประมูลงานออกแบบอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 ซึ่งมีกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก หรือ กลุ่มดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นผู้รับเลือก โดยคณะกรรมการมอบหมายให้ ทอท. เป็นผู้ออกแบบเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางในการให้สิทธิประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท.โดยให้แยก 3 สัญญาใหญ่ ได้แก่ กิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (Duty Free) กิจกรรมเชิงพาณิชย์ (Retail, F&amp;amp;B, Service และ Bank) และกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) ออกจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บอร์ดได้เน้นให้เปิดกว้างแข่งขันกันอย่างเสรี โดยเฉพาะกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร เพื่อให้ผู้ประกอบการในเมือง (Downtown) สามารถส่งมอบสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท.ได้ พร้อมทั้งเห็นชอบหลักการในการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ตามที่ฝ่ายบริหาร ทอท.เสนอ ทั้งนี้ ให้ฝ่ายบริหาร ทอท.ตรวจสอบข้อกำหนดและรายละเอียดฯ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการประกาศต่อไป โดยคาดว่าจะเปิดขายซองในเดือนมีนาคม นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29601</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงฤทธิ์ บุนนาค, ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, เดินหน้าเทอมินอล 2, เดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd828207fbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ไม่สนเสียงค้านยันเดินหน้าตามแผนแม่บทใหม่อาคารผู้โดยสารหลังที่2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.ยันเดินหน้าตามแผนแม่บทใหม่ กดปุ่มลงทุนเทอร์มินัล 2 เชื่อแก้แออัด-ลดเวลารอกระเป๋า ด้านคมนาคมไฟเขียวเดินหน้าตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ( มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยว่าภายหลังจากหารือกับกระทรวงคมนาคมแล้วได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท ตามแผนแม่บทใหม่ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ได้มีมติเห็นชอบหลังจากนี้จะจัดทำตัวเลขวงเงินลงทุนแผนกัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 3และ 4 ใหม่เพื่อเสนอตัวเลขลงทุนที่ชัดเจนเข้าสู่สภาพัฒน์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งแผนนี้สรุปว่าจะมีการลงทุนอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่สองและอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่บางฝ่ายมองว่าการก่อสร้างหลุมจอดใหม่ 14 หลุมนั้นไม่สอดคล้องกับขีดการรองรับผู้โดยสารอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ที่กำหนดไว้ 30 ล้านคน ยืนยันว่าการดำเนินการตามแผนแม่บทดังกล่าวนั้นเป็นการเพิ่มสมดุลเชิงกายภาพให้กับสนามบินเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับ เนื่องจากปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับได้ 90 ล้านคนต่อปีอยู่แล้วแต่ติดปัญหาเรื่องข้อจำกัดพื้นที่จึงรองรับได้เพียงปีละ 60 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 แล้วจะทำให้ระยะเวลาการรอกระเป๋ารวดเร็วขึ้นเช่นเดียวกับปัญหาความหนาแน่นบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองก็จะเบาบางลงเพราะมีอาคารหลังที่สองมาแบ่งเบา นอกจากนี้การเดินทางยังสะดวกขึ้นอีกด้วยหลังจากมีรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ(APM) เชื่อมระหว่างอาคารที่ 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวถึงความคืบหน้าประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์(Duty Free) ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี 2563 &amp;nbsp;นั้น เมื่ออาคารผู้โดยสารหลังที่2 จบก็เดินหน้าเปิดประมูลได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ว่าที่ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่าหลังจากที่หารือกับทอท.แล้วกระทรวงคมนาคมเห็นชอบตามแผนดังกล่าวและไม่มีข้อติดใจเนื่องจากแผนพัฒนาดังกล่าวเป็นไปตามหลักวิศวกรรมดังนั้นโครงการสามารถเดินหน้าต่อไปเลย ไม่มีเรื่องติดใจอะไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, ลงทุนเทอร์มินัล 2, เดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2, แก้ปัญหาแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb57c6dca75a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
