<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตู่’ยึดตามรับสั่งร.10 พ้นคุกสำนึกอดีตผิดพลาดขอเดินหน้าอย่างพระราชปณิธาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จตุพร&amp;quot; พ้นคุก! พกสัจธรรมกลับบ้าน ยอมรับความผิดพลาดในอดีต อย่าย่ำรอยประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยตายก่อนแก้ปัญหาเสมอ เผยมีความปรารถนาต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างพระราชปณิธานของ ร.10 ความจริงทุกแนวทางในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองอยู่ในพระราชกระแสรับสั่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอมรับ 85 ปีไม่ว่าเลือกตั้ง-ยึดอำนาจ คนที่ตายคือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา &amp;nbsp;07.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2561 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว หลังครบกำหนดที่ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้ง 2 คดี โดยมีแกนนำ นปช.และมวลชนให้การต้อนรับจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวหลังออกจากเรือนจำว่า ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชน พี่น้อง นปช. และพี่น้องคนเสื้อแดง เพื่อนพ้องน้องพี่ทางการเมือง รวมไปถึงผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดระยะเวลา 1 ปี 15 วัน ที่อยู่ในคุก ซึ่งดูเสมือนว่าเป็นเวลาที่เนิ่นนาน มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ได้ผ่านความรู้สึกนั้นมาได้ ภารกิจของพวกเรายังต้องเดินหน้าและทำงานต่อไป หนทางข้างหน้าของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนที่จะต้องร่วมกันหาทางออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวัติศาสตร์ได้สอนเราทุกครั้งว่า ประเทศไทยจะตายก่อนแก้ปัญหาเสมอ แต่ไม่เคยแก้ปัญหาก่อนตายแม้แต่เพียงครั้งเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หนทางที่เป็นวิกฤติชาติบ้านเมืองนั้น แต่ละฝ่ายคงต้องตระหนักหาทางออกร่วมกัน ตนเชื่อว่าทุกคนที่ผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และเหตุการณ์พ.ค.2535 หรือในช่วง 10 ปีนี้ ถ้าจุดเริ่มต้นของบ้านเมืองยังคงเป็นลักษณะอย่างนี้ไป ที่สุดปลายทางก็จะไม่แตกต่างกับอดีตที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีความปรารถนาที่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 10 ความจริงทุกแนวทางในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองอยู่ในพระราชกระแสรับสั่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยุติธรรมความสมัครสมานสามัคคีภายในชาติ ถ้าทุกฝ่ายน้อมนำและปฏิบัติอย่างเป็นจริง เราก็จะผ่านพ้นวิกฤตการณ์อันนี้ไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยังกล่าวว่า หลังออกจากเรือนจำจะมีการปรึกษาหารือในการหาทางออกให้ชาติบ้านเมือง ซึ่งเราเองก็ไม่เคยบอกว่าเราทำถูกทุกเรื่อง บางเรื่องก็ถูก เรื่องที่ผิดและถูกก็ย่อมเป็นบทเรียน แล้วอยู่บนสถานการณ์นั้นๆ คนที่ผ่านเหตุการณ์บ้านเมืองก็น่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถ้ายังเดินไปในสภาพอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีคำถามว่า เราจะแก้ปัญหาก่อนตายหรือตายก่อนแก้ อย่าเดินตามประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์ได้สอนอยู่แล้ว อะไรที่ทำให้บ้านเมืองกลับมายังจุดวิกฤติ เราก็ไม่ควรที่จะย่ำรอยเดิม และต้องตระหนักว่าจะไม่ทำในสิ่งเหล่านั้นอีก อะไรที่สำคัญที่สุดจะถูกหยิบยกมาใช้ในการจะนำพาบ้านเมืองไปสู่จุดเดิม 85 ปีที่ผ่านมา มีทั้งการเลือกตั้งและการยึดอำนาจ นักการเมืองและผู้ยึดอำนาจสำหรับการมีอำนาจ ส่วนผู้ที่ตายฝ่ายเดียวก็ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรหรือผลการยึดอำนาจจะเป็นอย่างไร ประชาชนก็ยังเป็นประชาชนในวันยังค่ำ เมื่อกงล้อประวัติศาสตร์อธิบายเช่นนั้น เราก็ไม่ควรย่ำรอยเดิม เราควรหาสิ่งที่ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่น่ากลัวในปัจจุบันไม่ใช่ว่าใครจะได้เสียงเท่าไหร่ แต่ยิ่งสร้างวิกฤติศรัทธาก็จะยิ่งเป็นสาเหตุให้บ้านเมืองกลับสู่หายนะ คือความน่ากลัว ทั้งนี้ ความน่ากลัวไม่ได้อยู่บนความพ่ายแพ้ของการเลือกตั้ง เป็นเรื่องเล็กมาก เล็กที่สุด แต่ใหญ่ที่สุดก็คือผลพวงของการสร้างภาพปรากฏการณ์วิกฤติศรัทธาที่จะเป็นสาระสำคัญ&amp;quot;
ไม่พกความแค้นเข้าคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้จับตามองการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. นายจตุพรตอบว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องแก้เกม แม้ตนไม่อยู่ แต่ก็มีน้องๆ อยู่คอยเป็นผู้ปัดกวาดบ้านให้สะอาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรณ และอดีตพระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.บ้างหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ได้พบทั้งคู่ ซึ่งตนเคยพูดว่าไม่มีการพกความคับแค้นเข้ามาในคุก เพราะในคุกคือสังคมแห่งการขออโหสิกรรมซึ่งกันและกัน แต่ใจกว้างพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า ซึ่งมีเรื่องราวต่างๆ มากมาย และในวันอาทิตย์ จะเดินทางไปพบกับมวลชนที่อิมพีเรียลลาดพร้าว เพื่อทำกิจกรรมที่ยังค้างคาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา สิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย หรือ อพปช. และอดีตแกนนำ นปช.อีสาน ได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงขันโตก วันสตรีไทย ประจำปี 2561 หรือวันแม่บ้าน จังหวัดนครราชสีมา โดยสวมเสื้อพระราชทานผ้าไหมสีชมพู นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง ช่อดอกไม้ดาวเรือง จุดธูป เทียน และแผ่นทองคำเปลว พร้อมนั่งคุกเข่ายกมือพนมกราบไหว้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนก้มกราบ 3 ครั้ง ตั้งจิตอธิษฐานด้วยท่าทางสีหน้าสงบนิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไปพบปะพี่น้องประชาชนกลุ่มสตรีแห่งชาติที่มีแม่บ้านจากทั้ง 32 อำเภอมารวมตัวกัน รวมทั้งไปร่วมกิจกรรมโครงการมหกรรมโคราชลดทั้งเมือง จัดโดยหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ที่มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าฯ เปิดงานคึกคัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์เผยว่า ตั้งใจมากราบคุณย่าโม เอาฤกษ์และเอาเป็นวันดี วันสตรีแห่งชาติ มีสตรีทั้ง 32 อำเภอมารวมตัวกันที่หน้าคุณย่าโม เลยถือเอาฤกษ์งามยามดีมาถอนคำสาบานกับคุณย่าโม และยังขอบอกกับคุณย่าโมว่า ลูกขอกลับมาทำงานพัฒนาสร้างความเจริญให้กับเมืองโคราช เพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดีกับพี่น้อง และสิ่งใดที่ลูกทำอะไรไว้มิดีมิงาม ลูกขอกราบอภัยคุณย่าโม แล้วจากนี้เป็นต้นไป ลูกจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้กับประชาชน และเรียกความรัก ความศรัทธา ความดีงาม ความสมัครสมานสามัคคี ความปรองดองให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย โดยไม่ใช่พี่น้องประชาชนคนไทยเกิดความแตกแยก แตกร้าวอีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะร่วมมือร่วมแรงกับทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนในประเทศไทย ในแนวทางการหาทางออกให้กับประเทศชาติให้บ้านเมืองกลับสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต ส่วนจุดยืนที่จะสังกัดพรรคไหน หรือพรรคที่น่าจะเป็นรัฐบาลแน่นอนนั้น ตนยืนยันว่าเป็นพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่จะเป็นพรรคอะไร รอดูกัน ส่วนจะเป็นพรรคพลังประชารัฐกลุ่มสามมิตรหรือไม่ ก็จะได้ติดตามกัน แต่สำคัญที่สุด พรรคไหนที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนจะสังกัดพรรคนั้นแน่นอน
ลูกโคราชเหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีผลงาน มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ต่อไปหรือไม่ นายสุภรณ์ตอบว่า พูดเสมอว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาสู่กติกาทางการเมือง และก็เป็นคนโคราชด้วยกัน ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นคนโคราช ลูกหลานย่าโมคนหนึ่งเหมือนกัน ในฐานะคนโคราช รักกันก็ต้องช่วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า จะมุ่งมั่นทำแต่ความดี สร้างความเจริญให้กับผืนแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนโคราช และหาทางร่วมมือในการปรองดอง จะไม่ทะเลาะ จะไม่โจมตีใคร และจะไม่กล่าวหาใครให้เกิดความขัดแย้ง เพราะสังคมขัดแย้งมานานแล้ว ขอให้หยุดเถอะการด่ากันไปมา สาดโคลนไปมา เล่นการเมืองแบบเก่า ด่ากันไปด่ากันมา สาดกันไปสาดกันมา สาดโคลนแบบเก่า ขอให้พอ &amp;nbsp;ขอให้หยุด เพราะการเมืองแบบนี้ประชาชนเบื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ยังอยากจะลง ส.ส.เขตเลือกตั้งอยู่ เพราะติดอยู่กับประชาชน ตนรักประชาชนในอำเภอครบุรี-อำเภอเสิงสาง และเขาอยากให้ตนลง ส.ส.เขต ส่วนพี่น้องคือนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาจจะวางมือทางการเมือง เพราะในครอบครัวพี่น้องคุยกันเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวอดีตกำนันดัง นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เศรษฐีพันล้านเจ้าของโรงแป้งมันสำปะหลัง ลงสนามในพรรคภูมิใจไทยนั้น ตนไม่มีอะไรหวั่นไหวเลย ตนเป็น ส.ส.ติดดิน ตั้งแต่เป็นอดีต ส.ส.ตั้งแต่ปี 2544 ยังไม่เคยสอบตก เพียงแต่มาถูกเว้นวรรคทางการเมืองบ้านเลขที่ 111 เท่านั้นเอง ส่วนตัวไม่เคยแพ้ใคร และไม่เคยสอบตก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังจะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย ออกมาแฉการล้มรัฐบาลทักษิณและยิ่งลักษณ์นั้นมองอย่างไร นายสุภรณ์ตอบว่า นายนครเองน่าจะรู้ว่าบ้านเมืองเป็นแบบนี้แล้วก็ควรจะหยุด วันนี้นายนครพูดอะไรไปก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ตนจะไม่ไปชักศึก ตนจะไม่ไปพูดถึงเรื่องพรรคเก่า ไม่ไปโจมตีพรรคเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยเผาบ้านเพื่อไทย ผมไม่โจมตีพรรคเพื่อไทย แต่สิ่งที่ผมออกจากพรรคมา มันเป็นสิ่งส่วนตัวของผมที่ผมถูกกระทำเท่านั้นเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การเมืองวันนี้ยังไม่ได้มีการปลดล็อก พรรคใหม่ยังไม่เรียบร้อย พรรคเก่ายังไม่ได้เปิดรับสมาชิกใหม่ ทั้งหลายทั้งปวงก็ต้องรอตามขั้นตอน ในฐานะอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส.ก็ต้องพยายามลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชน ตอนนี้ก็รอคอยสัญญาณ รอระฆังเคาะเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะลงทำการบ้าน ส่วนใครจะไปอยู่พรรคไหนอย่างไร เป็นเรื่องปกติการเมือง ไม่เห็นมีอะไรที่ตื่นเต้นเลย ใครจะย้ายพรรค ใครจะอยู่พรรคไหน ใครจะสังกัดอะไร การเมืองทุกยุคทุกสมัยเป็นอย่างนี้มาตลอด บ้างครั้งอย่าว่าแต่ทาบทาม ส.ส.เลย บางครั้งดูดทั้งพรรคก็มีเยอะแยะไป มีให้เห็น เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นไม่ต้องไปตื่นเต้น ไม่ต้องไปเซอร์ไพรส์อะไรเลย ขอเพียงอย่างเดียวจิตที่มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้แทนฯ เป็น ส.ส.ที่ดี เป็นผู้รับใช้ประชาชนที่ดีในการทำงานให้กับประชาชน
ทำหน้าที่คุยกับเสื้อทุกสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าผมกลับมาครั้งนี้ ไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหน อย่างไรก็แล้วแต่ ผมอยากจะเข้าไปทำหน้าที่ในการพูดคุยกับทุกสีเสื้อ ทุกกลุ่มในการเห็นบ้านเมือง มาหาทางออกร่วมกัน ไม่ขัดแย้ง ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่อิจฉาริษยากัน เรามีในหลวงรัชกาลที่ 10 องค์เดียวกัน เรามีพระสยามเทวาธิราช เรามีคุณย่าโม ที่เคารพนับถือ ฉะนั้นผมอยากให้หันมาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน ทิฐิหยุดกันเถอะครับ การเมืองที่เอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว การเมืองเอาแต่ผลประโยชน์ การเมืองที่จะเกิดความอิจฉาริษยากัน ใครได้ดีก็ไม่ยอม ประชาชนเลือกตั้งแล้วก็ไม่ยอม ยังจะล้มกระดาน เมื่อประชาชนตัดสินแล้วก็ปล่อยไปตามกติกาของบ้านเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดเทิดไท (ตาลคู่) อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้ากลุ่มสามมิตร แกนนำคนสำคัญ พร้อมด้วยนายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขาฯ กลุ่มสามมิตร และนายสามารถ เจนชัยจิตวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และสมาชิกกลุ่มสามมิตร เข้าพบกับบรรดาครูอาจารย์ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอครบุรี และการลงพื้นที่ภาคอีสานในการรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในภาคอีสาน เริ่มจากจังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดกาฬสินธุ์, จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดขอนแก่น สุดท้ายจังหวัดนครราชสีมา เพื่อดูโครงการโคแก้จน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า แนวทางของกลุ่มสามมิตรเดินพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่ประชาชนหรือเกษตรกรมีความต้องการ หรือว่าองค์ความรู้ต่างๆ และได้รับการทาบทามจากที่ปรึกษา นปช.ใหญ่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ และยังมีประธานต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนของภาคเอกชน ที่ขอฝากและสนับสนุนสมาชิกใหม่ให้กับกลุ่มสามมิตร จำนวน 5 คน คือ นายบุญฉลอง คาระมาส, นางสาวภัทรา วรามิตร, นายจำลอง ภูวนา, นายชวลิตร คณิตกุล และนายสุรพงษ์ พลซื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 5 คนให้มาเป็นสมาชิกน้องใหม่ของกลุ่มสามมิตร เพื่อวันข้างหน้าเราพัฒนาไปถึงเรื่องการเมือง ก็จะสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งทุกคนมีความสามารถที่จะรวบรวม หรือโน้มน้าวจิตใจผู้คนให้เข้าใจในทิศทางแนวทางของสามมิตรได้อย่างดี ผมไปเยี่ยมโครงการโคบ้านของรัฐบาล นำร่องการยืมวัวมาเลี้ยงครอบครัวละ 56 ตัว มีส่วนดีมากมาย ส่วนไม่ครบถ้วนมีบ้างเล็กน้อย ที่ จ.ขอนแก่น และที่อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กำลังเป็นรูปเป็นร่าง มีไม่มากนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวถึงทิศทางการเมืองว่า การไปพบกับนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ที่จังหวัดขอนแก่น ทิศทางแนวโน้มที่ดี เพราะเป็นคนที่เคยรู้จักเคารพนับถือกันร่วมรับประทานอาหารกัน ไม่มีเรื่องการเมือง ส่วนความชัดเจนตามที่นายอนุชา นาคาศัย กับการตั้งพรรคพลังประชารัฐที่จะเกิดขึ้นนั้น ยังไม่ได้มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม&amp;nbsp;
สามมิตรไม่พูดการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ทราบพรรคพลังประชารัฐ แต่เราไปในแนวกลุ่มสามมิตร เราเพิ่มสมาชิก หาสมาชิกที่มีความเข้มแข็งที่ดูแลตัวเองได้ อาจจะเป็นคนที่ไม่เคยเล่นการเมืองเลย หรือเป็นคนมีความเป็นผู้นำในทางสังคมในพื้นที่ต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนกัน การจะพูดว่าเป็นผู้สมัครหรือผู้แทนยังไม่ได้ เพราะเราเป็นกลุ่ม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยังกล่าวกรณีที่มีข่าวทาบทามนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ , นายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่าตอนนี้ยังเท่าเดิม ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวที่โคราช นอกจากที่ตนมาดูงานด้านปศุสัตว์ ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.พ้นคุกออกมาก็โจมตีสามมิตรทันทีที่เดินสายดูดจะเกิดความหายนะนั้น ตนยังไม่ได้อ่านข่าว และไม่ได้ติดตามตรงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพุ่งเป้ามาที่สามมิตร ดูดโน่นดูดนี่ดูดนั่นนั้น ผมเรียนว่าเรานำเสนอในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และเกษตรกรให้แก้ไข ในประเด็นปัญหาการเมืองไม่ได้พูดกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ติดตามการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ นโยบายต่างๆ ก็ออกมาดีหมด เป็นที่น่าพอใจ และจะเป็นทางออกให้กับเกษตรกรสร้างความเข้มแข็งให้ได้ดี ส่วนที่ทางนายสุภรณ์ขอถอนคำสาบานจากคุณย่าโมแล้ว และสนับสนุนกลุ่มสามมิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ถ้ามาจากกติกานั้น ประเด็นนี้ตนขอยังไม่ตอบดีกว่า เป็นเรื่องที่นายสุภรณ์ไปดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายทักษิณระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะขาดเพราะดันคนรุ่นใหม่ลงสมัครแทนคนที่ถูกดูดไปแล้วยังมั่นใจจะชนะพลังประชารัฐนั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในอดีตเป็นอย่างนั้น ถือเป็นอดีต ส่วนข้อมูลใหม่ไม่มีใครรู้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภิรมย์ พลวิเศษ กล่าวว่า การไปจังหวัดร้อยเอ็ด จ.มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ ประชาชนมาแลกเปลี่ยนและเสนอปัญหารับฟังแนวคิดของสามมิตร ปรากฏว่าชาวบ้านทั้ง 3 จังหวัดชอบอกชอบใจกันมากที่มาดูเรื่องปากท้องประชาชน เรื่องการปรองดองเขาบอกว่าจังหวัดกาฬสินธุ์เขาจะยกทั้งจังหวัดชนะแน่นอนทั้ง 5 เขตชาวบ้านบอกมาอย่างนี้ สรุปว่าชาวบ้านบอกกับนายสมศักดิ์ว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ยกทั้งจังหวัดแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ภาพและข้อความในโลกออนไลน์ของผู้ที่เดินทางไปพบนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ดูไบ โดยมีข้อความระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงแล้วลงได้ ใครคิดถึงท่าน ดูภาพให้หายคิดถึงนะคะ ท่านทั้ง 2 สบายดีค่ะ และขอขอบพระคุณนายกทั้ง 2 ท่านที่ดูแลในระหว่างที่อยู่ดูไบค่ะ ก่อนเดินทางกลับท่านพาไปทานอาหารอิหร่าน ซึ่งท่านนายกทักษิณเล่าว่าอาหารอิหร่านร้านนี้อร่อยมาก ท่านมาดูไบ ท่านจะต้องแวะมาทานตามปกติค่ะ ถึงร้านท่านจัดแจงสั่งอาหารด้วยความชำนาญ ส่วนท่านนายกยิ่งลักษณ์ทานอาหารอิหร่านกับน้ำพริกนรกที่เป็นของฝากจากประเทศไทย แถมมีน้ำใจแบ่งให้ท่านนายกทักษิณด้วยนะคะ โดยท่านนายกปูจะเรียกท่านนายกทักษิณว่าอ้ายเวลาท่านคุยกัน ท่านพูดภาษาเหนือกันค่ะ น่ารักมาก&amp;nbsp;
เชลียร์ยิ่งลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทั้ง 2 คือนายกที่มาตามกติกา ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมา แต่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองสารพัดจากผู้ที่เรียกตัวเองว่าชายชาติทหาร แม้กระทั่งวันที่ท่านทั้ง 2 เดินทางจากอังกฤษมาดูไบ ตามแผนที่ท่านทั้ง 2 ได้วางไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วนั้น ยังเป็นประเด็น หาว่าท่านหนีจากการล่าของรัฐบาลเผด็จการ มันใช่เหรอ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อเถอะว่า ไอ้หนังสือที่ส่งไปยังอังกฤษนั้นมันไม่มีผลอะไรกับทั้ง 2 นายกเลย ถ้ามีมีนานแล้ว จะได้มีโอกาสบินไปหลายๆ ประเทศอยู่จนทุกวันนี้เหรอ คิดสิ แถมซื้อบ้านหลังใหม่เพิ่มที่อังกฤษได้อีก อีกไม่กี่วันท่านก็ไปประเทศอื่นอีก ซึ่งก็ทราบดีอยู่แล้วว่าท่านนายก ท่านทำธุรกิจในหลายประเทศ การเดินทางของทั้ง 2 ท่านย่อมมีแผนไว้ล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ไม่ใช่หนีกบดานอย่างสื่อบางสำนักออกข่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ว่า &amp;quot;นายกยิ่งลักษณ์ได้รับเกียรติและความเห็นอกเห็นใจจากทั่วโลก เพราะมาจากการเลือกตั้ง แต่ถูกยึดอำนาจและถูกดำเนินคดีโดยรัฐบาลคู่กรณีที่เป็นเผด็จการ ดังนั้น ภายใต้กติกาและบริบทหลังการรัฐประหาร อารยประเทศที่ให้คุณค่ากับประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม ย่อมทราบถึงระดับความเป็นธรรมที่ไม่ปกติ จึงถือว่าคดีของท่านเป็นคดีการเมือง สหรัฐอเมริกาและอังกฤษจึงได้ออกวีซ่าให้ท่านเดินทางเข้าออกได้อย่างมีเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานะของนายกยิ่งลักษณ์ในวันนี้คือผู้แพ้ทางการเมือง ถูกยึดอำนาจ ถูกพิพากษาให้จำคุก ถูกยึดทรัพย์ ทั้งหมดมาจากการดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือคนจน อารยชนที่เจริญแล้วจะต้องเห็นใจและไม่ซ้ำเติม องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าก็สั่งสอนให้ชาวพุทธยึดหลักอุเบกขาหรือวางเฉย ในอังกฤษก็จะมีประเพณีไม่ซ้ำเติมผู้แพ้ เช่น ในการแข่งขันเทนนิสหรือสนุกเกอร์ ผู้ที่ได้คะแนนจากความบังเอิญหรือฟลุกจะไม่แสดงความดีใจ แต่จะขอโทษคู่แข่ง หรือในการแข่งขันฟุตบอลก็ยังยอมเตะลูกโทษที่ได้มาโดยไม่เป็นธรรมทิ้งไป เพราะสุภาพบุรุษหรือผู้ดีจะไม่ฉวยโอกาสจากการได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมตามคลิปที่โพสต์มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นเรื่องน่าอับอายที่หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ที่ตัวเองและคนในพรรคไปเป่านกหวีดปิดบ้านปิดเมืองจนทหารออกมายึดอำนาจ ซึ่งถือว่าเป็นคู่กรณี และมีส่วนได้เสีย อุตส่าห์ไปร่ำเรียนจากประเทศที่เรียกตัวเองว่าผู้ดีและเป็นสุภาพบุรุษ กลับละทิ้งหลักการที่เป็นอารยะ แสดงความคิดเห็นให้นำตัวนายกยิ่งลักษณ์กลับมาลงโทษ อันมีลักษณะเป็นการซ้ำเติมผู้แพ้ ยอมทำลายหลักการของมนุษย์ผู้เจริญแล้วเพื่อเอาใจกองเชียร์ ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะอังกฤษเป็นประเทศที่ดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ในขณะที่นายกยิ่งลักษณ์ผู้ถูกกระทำแม้จะเป็นหญิง และไม่ได้ไปร่ำเรียนจากประเทศที่เรียกตัวเองว่าผู้ดี กลับแสดงความเป็นผู้ดีมากกว่า ก้มหน้ายอมรับเคราะห์กรรมที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนโดยไม่เคยตำหนิหรือโทษใคร ความเป็นผู้ดีและความสูงส่งของจิตใจ จึงแตกต่างจากผู้ที่จบมาลิบลับ ยิ่งความเป็นแมนยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีมากกว่าคนที่ใช้คำนำหน้านามว่านายแบบฟ้ากับเหว&amp;quot;
สามมิตรพรรคอะไรกันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นกรณีการเดินสายทาบทามอดีต ส.ส.และนักการเมืองพรรคต่างๆ ให้ย้ายมาร่วมงานกับกลุ่มสามมิตรว่า ขณะนี้ยังสับสนว่าตกลงแล้วกลุ่มสามมิตรคือพรรคอะไร ถ้าจะต่อสู้ทางการเมือง ขอให้เปิดหน้าออกมาให้ชัดเจนว่ามีพรรคใดสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้กลุ่มสามมิตรทำตัวประหนึ่งตาบอดคลำช้าง ไม่รู้คนไหนงวง คนไหนหาง คนไหนงา ตนสับสนไปหมด ถ้าจะทำการเมืองขอให้ระบุชัดเจนว่าจะต้องการสังกัดพรรคใด เราไม่คัดค้านคนเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่ามาแทงกั๊ก ถ้าจะอยู่พรรคประชารัฐก็พูดมาให้ชัดเจน แต่ถ้าผมเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ผมก็คงไม่อยากรับคนกลุ่มนี้เข้าพรรคแล้ว เพราะหากกลุ่มนี้หามวลชนได้จำนวนมาก เขาก็ออกไปตั้งพรรคเองไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องพึ่งพลังประชารัฐด้วย ฉะนั้นขอให้พรรคพลังประชารัฐระวังตัวไว้ ระวังกลุ่มนี้จะหักหลังได้&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ระบุหากพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องร้องจากกรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงการสมคบคิดของฝ่ายต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาลจากพรรคฝั่งนายทักษิณ โดยหากคดีไปถึงศาล นายนครจะขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเบิกความเป็นพยานในคดีว่า นายนครเป็นนักการเมือง ย่อมมีความคิดเห็น ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ดุลยพินิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อนายนครพาดพิงถึงบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งในรัฐบาลปัจจุบัน ตนในฐานะโฆษกรัฐบาลจึงจำเป็นต้องชี้แจงว่า ที่ผ่านมากองทัพไม่เคยสมคบคิดกับใครในการล้มล้างรัฐบาล ไม่มีแม้แต่แนวความคิด ส่วนการจากไปของรัฐบาลในเวลานั้น คงไม่ต้องอธิบายว่าเกิดจากสาเหตุใด ทุกอย่างเข้าขั้นวิกฤติ สุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก สุดท้ายทหารจึงจำเป็นและไม่สามารถปล่อยให้เกิดความวุ่นวายได้ การตกลงใจเช่นนี้ จึงไม่ใช่การสมคบคิด เพราะทำโดยเหตุปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหากนายนครจะดึงใครไปเป็นพยานก็เป็นแนวความคิดของนายนคร แต่จะเป็นพยานได้หรือไม่ ตนไม่มั่นใจในข้อกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเห็นว่ามาตรการที่ คสช.ดำเนินการต่อทุกฝ่ายทางการเมืองในเวลานั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน ใครที่อยู่ในกลุ่มที่ทำให้เกิดความขัดแย้งต่อกัน เจ้าหน้าที่ของคสช.ได้ควบคุมตัวให้อยู่ในจุดที่สามารถดูแลความปลอดภัยได้ หลังจากนั้น เรื่องที่เป็นข้อสงสัยของแต่ละฝ่ายก็ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิจารณา คสช.ไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งทุกคนก็เห็นแล้วว่าในปัจจุบันมีหลายคนถูกลงโทษ เพราะฉะนั้นวิธีการเช่นนี้จึงไม่ใช่การสมคบคิดกับใคร ถ้าสมคบคิดก็ต้องกอดคอกันแล้วถล่มอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14710</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, หนังสือพิมพ์, เดินไปข้างหน้าอย่างพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 10, ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b65a1cfb4c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
