<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กก่อคดีเฉลี่ยวัันละ83ราย กรมสุขภาพจิตเผยน่าห่วงยิ่งขึ้น 3ปีพบก่อคดีซ้ำเพิ้ม7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ย.61-กรมสุขภาพจิต เผยสถานการณ์เด็กและเยาวชนน่าห่วง&amp;nbsp; ถูกกระทำรุนแรงวันละ 30 คน&amp;nbsp; ก่อคดีความผิดเฉลี่ยวันละ 83 คน&amp;nbsp; ผลวิจัยพบเด็กที่ก่อคดีร้อยละ 96 ป่วยทางจิตด้วย สูงกว่าเด็กทั่วไปถึง 5 เท่า&amp;nbsp; พบสูงสุดคือ ความผิดปกติของพฤติกรรมการใช้สารเสพติด โรคเกเรต่อต้าน&amp;nbsp; โรควิตกกังวล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าวิตกพบอัตราการก่อคดีซ้ำในรอบ3 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ7 เร่งจัดระบบบำบัดรักษาฟื้นฟูร่วมกับสถานพินิจฯ ตั้งแต่แรกรับต่อเนื่องจนหลังปล่อยตัว นำร่องปีนี้ 4 แห่งคือกทม. สมุทรปราการ นครปฐม และสุราษฎร์ธานี ก่อนขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง&amp;nbsp; ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต&amp;nbsp; เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในขณะนี้น่าเป็นห่วงและกำลังเป็นปัญหาสังคมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ต้องเร่งช่วยกันแก้ไขป้องกัน โดยปัญหาเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรมที่พบนี้มี 2 ลักษณะ คือเป็นผู้กระทำผิด และถูกคนอื่นกระทำ&amp;nbsp; ข้อมูลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในปี 2559&amp;nbsp; มีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา กระทำผิด 30,356 คน เฉลี่ยวันละ 83 คน&amp;nbsp; ร้อยละ 93&amp;nbsp; เป็นชาย เกือบร้อยละ 90 มีอายุ 15-18 ปี ที่เหลืออายุในช่วง 10-15 ปี&amp;nbsp; เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมากอันดับ1 ร้อยละ41 เช่น ยาบ้า สารระเหย รองลงมาคือทรัพย์ ร้อยละ 20&amp;nbsp; ทำร้ายร่างกายร้อยละ 14&amp;nbsp; อาวุธและวัตถุระเบิดร้อยละ7 และพบว่าแนวโน้มการก่อคดีซ้ำของเด็กเพิ่มขึ้นเพียงแค่ช่วง 3 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากร้อยละ 12&amp;nbsp; ในพ.ศ.2555 เป็นร้อยละ 19 ในปี 2558&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า&amp;nbsp; ผลการศึกษาวิจัยของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2558&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบว่าในกลุ่มเด็กที่กระทำผิด ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชอย่างน้อย1 โรค สูงถึงร้อยละ 96 สูงกว่าเด็กทั่วไป 5 เท่า ที่พบมากที่สุดคือ ความผิดปกติของพฤติกรรมการใช้สารเสพติดพบร้อยละ 84 รองลงมาคือ กลุ่มโรคเกเรต่อต้านพบร้อยละ&amp;nbsp; 34&amp;nbsp; โรควิตกกังวลร้อยละ 11 โรคซึมเศร้าและโรคอารมณ์แปรปรวน ร้อยละ 10&amp;nbsp; โรคสมาธิสั้นร้อยละ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเด็กร้อยละ 79 หรือประมาณ 4 ใน 5 ป่วยทางจิตมากกว่า 2 โรค&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กเริ่มดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สูบกัญชา และยาบ้า เมื่ออายุ7-9 ปี หรือเท่ากับเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หรือ 3&amp;nbsp; ซึ่งผลที่ตามมาจะรุนแรงกว่า คือเด็กมีโอกาสเสพติดสูง และมีโอกาสป่วยทางจิตเวช ที่ต้องการการบำบัดรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ผลการศึกษาครั้งนี้กล่าวได้ว่า การก่อคดีของเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; คือรูปแบบของการเจ็บป่วยทางจิตเวชที่ปะทุออกมาเป็นปัญหาสังคมที่เกิดมาจากความผิดปกติของตัวเด็กเอง&amp;nbsp; การเลี้ยงดู และสภาพสังคม หากไม่ได้รับการดูแลเด็กจะก่อคดีอย่างซ้ำซาก เมื่อโตขึ้น จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพต่อต้านสังคม (Antisocial PersonalityDisorder) ซึ่งเป็นลักษณะของอาชญากรสังคม&amp;nbsp; ทำผิดโดยไม่รู้สึกว่าผิด&amp;nbsp; โทษคนอื่นว่าเป็นคนผิด เป็นที่มานิสัยฉ้อโกง&amp;nbsp; ดังนั้นการส่งเสริมป้องกันปัญหาสารเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายในเด็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเป็นต้องเริ่มในระดับประถมศึกษาเพื่อป้องกันเด็กจากสารเสพติดและการออกจากระบบการศึกษาก่อนวัยอันควร&amp;rdquo; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาเด็กที่ถูกทารุณกรรม ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศในปี 2558&amp;nbsp; มีเด็กถูกกระทำรุนแรง 10,712 คน&amp;nbsp; เฉลี่ย 30 คนต่อวัน&amp;nbsp; ในเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่จะถูกกระทำรุนแรงทางเพศโดยคนรู้จัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถูกทุบตีทารุณทางกายและใจ3,108 คน ซึ่งผู้ปกครองส่วนหนึ่งยังเชื่อว่าการลงโทษเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก&amp;nbsp; กลุ่มเด็กที่ถูกกระทำรุนแรงนี้ จะมีผลต่อสมองและจิตใจ ทำให้พัฒนาการล่าช้า สติปัญญาลดลง เป็นเด็กเก็บกด&amp;nbsp; จะต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟู&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจระยะยาว&amp;nbsp; เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; กรมสุขภาพจิตได้เร่งป้องกันปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็ก การคัดกรองหาเด็กนักเรียนที่เป็นโรคทางจิตเวชเพื่อรักษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้สถาบันกัลยาณ์ฯ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเชี่ยวชาญด้านผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เร่งจัดระบบการดูแลเด็ก 2 กลุ่มนี้ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อบำบัดรักษาและฟื้นฟูให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคมโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายแพทย์ศรุตพันธุ์&amp;nbsp; จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวว่า สถาบันฯได้จัดประชุมบุคลากรที่เกี่ยวข้องคือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จิตแพทย์ทั่วไป และสหวิชาชีพ อาทิ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์&amp;nbsp; นักกิจกรรมบำบัดจากโรงพยาบาลจิตเวช และจากสถานพินิจฯ&amp;nbsp; แนวทางความร่วมมือในปีนี้จะเน้น 2 เรื่องคือ การบำบัดดูแลเด็กที่กระทำผิด และการปกป้องสิทธิ์เด็กที่ถูกกระทำ&amp;nbsp; ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการบำบัดรักษาเด็กที่กระทำผิด&amp;nbsp; จะเน้นอย่างเต็มรูปแบบและต่อเนื่องจนหลังพ้นโทษ&amp;nbsp; โดยให้สถานพินิจฯตรวจคัดกรองเด็กที่มีปัญหาป่วยทางจิตตั้งแต่แรกรับ และให้การดูแลบำบัดเบื้องต้น&amp;nbsp; ในรายที่ไม่ดีขึ้นหรือมีภาวะฉุกเฉินทางจิตเวชจะมีระบบการส่งต่อเข้าบำบัดรักษาฟื้นฟูที่รพ.จิตเวช&amp;nbsp; เมื่อเด็กพ้นโทษจะมีระบบการประสานกับโรงพยาบาลใกล้บ้านของเด็กเพื่อดูแลต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะมีการจัดจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นและทีมสหวิชาชีพจากรพ.จิตเวชในพื้นที่ตรวจประเมินเด็กในสถานพินิจฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มนำร่องในปีนี้ 4 แห่ง&amp;nbsp; ได้แก่ ศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา เขตบางนา กทม. ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี จ.นครปฐม และที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายเขต8 จ.สุราษฏร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นจะประเมินผลและขยายครอบคลุมสถานพินิจฯและศูนย์ฝึกและอบรมฯทั่วประเทศที่มีรวม 94 แห่งต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเด็กกลุ่มนี้ได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูอาการป่วยก็จะสามารถป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ศรุตพันธุ์ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการปกป้องสิทธิกลุ่มเด็ก&amp;nbsp; ได้แก่ กลุ่มเด็กที่ถูกทารุณกรรม&amp;nbsp; การประเมินความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรเช่นในรายที่พ่อแม่หย่าร้างกัน หรือกระทำรุนแรงต่อเด็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะมีการพัฒนาแนวทางการดูแลเด็กกลุ่มนี้ร่วมกันในกรมสุขภาพจิต และวางระบบเชื่อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ โดยทั่วไปในการพิจารณาคดีเมื่อเด็กที่กระทำผิดหรือถูกกระทำ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะมีกระบวนการพิเศษแตกต่างจากผู้ใหญ่เนื่องจากเด็กและเยาวชนมีวุฒิภาวะทั้งด้านการเรียนรู้&amp;nbsp; อารมณ์และพฤติกรรม ความรู้สึกผิดชอบ มีประสบการณ์ในการดำรงชีวิตน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กและเยาวชนกระทำความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงถือว่าเด็กและเยาวชนเป็นผู้หย่อนความสามารถในการรักษาสิทธิของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะต้องมีผู้ดูแลหรือตัดสินใจแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, เด็กก่อคดี, เด็กถูกกระทำ, เด็กป่วยทางจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a950b9ea9c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
