<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ศธ.สลดใจ.เห็นตัวเลขจาก กสศ.เด็กยากจนครอบครัวมีรายได้แค่1,250บาท/เดือน เร่งทำตัวชี้วัดงบฯถึงตัวเด็กแค่ไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5ก.ย.62-ที่โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงาน &amp;ldquo;ตลาดวาดฝัน ส่งต่อรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างอาชีพ นักเรียนทุนเสมอภาค&amp;rdquo; โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่า กองทุน กสศ.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นตัวเลขเด็กยากจนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้ ศธ.วางแผนจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโอกาสทางการศึกษาเด็กยากจนได้ในอนาคต โดยตนมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน ดังนั้นตนจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ทั้งนี้หวังว่าทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมปรับปรุงแก้ไขและต่อยอดเรื่องการศึกษาต่างๆ ไปพร้อมกับตน ซึ่งการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษานั้นจะต้องมุ่งเน้นให้เด็กเรียน เพื่อการสร้างอาชีพไม่ใช่เรียนจบแล้วกลับไปนั่งอยู่บ้านหรือไปนั่งเล่นเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นข้อมูลตัวเลขเด็กยากจนจากกองทุน กสศ. พบว่าบางครอบครัวมีรายได้เพียง 1,250 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งผมมองว่ารายได้ในจำนวนเท่านี้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนเด็กไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยผลักดันแก้ไขปัญหาในการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กยากจนมากยิ่งขึ้นโดยที่ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย อีกทั้งการจัดสรรงบประมาณจะต้องเชื่อมโยงกับตัวชี้วัด ว่า งบประมาณที่ให้ไปเด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาที่แท้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ สพฐ.นำโครงการการสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่กองทุน กสศ.ดำเนินการอยู่ไปต่อยอดขยายครอบคลุมให้มากขึ้นด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ตลาดวาดฝันได้มีการนำเสนอตัวอย่างโครงการทักษะอาชีพที่เป็นการต่อยอดจากข้อมูลทั้งด้านวิชาการและด้านต่างๆ ดังนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่รมว.ศธ. ได้เข้าร่วมงาน เพราะ ศธ.มีกลไกที่กว้างขวางกว่า กสศ. สามารถขยายผลได้มากขึ้น เนื่องจากโจทย์ที่ทำค่อนข้างใหญ่ คือการช่วยลดอุปสรรคการศึกษา เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงระบบการศึกษา ไม่ถูกอุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้เด็กต้องออกจากระบบการศึกษา และครั้งนี้ มีความพิเศษ ทุนการศึกษาที่มอบให้เป็นการได้รับบริจาค จากประชาชน ในโครงการจดหมาย..ลาครู ซึ่งได้จัดสรรให้ทั้งนักเรียน และโรงเรียน เพื่อให้ทางโรงเรียนได้จัดโปรแกรมส่งเสริมทักษะอาชีพ เพราะการจะทำแบบสงเคราะห์อย่างเดียวไม่ยั่งยืน จำเป็นต้องส่งเสริมให้เด็กมีทักษะอาชีพ เมื่อจบการศึกษาจะได้มีอาชีพ เป็นหนทางที่จะฝ่าวงล้อมความยากจนข้ามรุ่นไปได้ ดังนั้น การจัดกิจกรรมนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงโปรแกรมความยั่งยืน ตัวอย่างโปรแกรมส่งเสริมทักษะอาชีพ ที่ต้องอาศัยกลไกการศึกษา ภาคประชาชนสังคม ทำให้เห็นผลได้กว้างขวางมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45064</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เด็กครอบครัวยากจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70ba32894be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
