<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! เด็ก ป.3 ถูกไฟดูดดับในโรงเรียน คาดไฟฟ้ารั่วจากตู้เน็ตประชารัฐ กสทช. เตรียมดูที่เกิดเหตุลำปาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.00 น.&amp;nbsp;นางศิรินทรา ติดชัย&amp;nbsp;และนายโชค ติดชัย พ่อแม่พร้อมญาติได้มารอรับร่างของน้องธันวา หรือ เด็กชายพัชรพล ติดชัย อายุ 8 ขวบ ที่อาคารนิติเวช โรงพยาบาลลำปาง โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังเหนือนำรถมาบริการนำร่างของน้องที่บรรจุในหีบศพเพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่1 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิรินทรา มารดาของน้องธันวา เปิดเผยว่าเช้าของวันนี้เวลาประมาณ 07.20 น.ตนเองได้พาลูกชายไปส่งที่โรงเรียนชุมชนบ้านใหม่ หมู่ 6 ต.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังจากส่งลูกไปโรงเรียน ตนเองก็กลับบ้านหลังจากนั้นเวลาประมาณ 08.30 น.&amp;nbsp;ครูได้โทรศัพท์แจ้งว่าลูกถูกไฟฟ้าดูดขณะนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลวังเหนือ เมื่อตนเองไปถึงแพทย์กำลังช่วยปั๊มหัวใจให้ลูกแต่สุดท้ายลูกก็ไม่ฟื้นแล้ว แพทย์จึงส่งตัวลูกมาที่โรงพยาบาลลำปางเพื่อชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งจากที่ดูลูกพบว่าที่แขนมีรอยจุดสีดำแต่ไม่มากหนึ่งจุด คล้ายกับว่าจะเป็นจุดที่ไฟดูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิรินทรา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากการสอบถามทราบว่าลูกถูกไฟฟ้าจากตู้อินเตอร์เน็ตประชารัฐ ของ กสทช.ที่นำมาติดตั้งไว้ในโรงเรียน ซึ่งตู้ดังกล่าวตั้งไว้กับพื้น ซึ่งไฟคงจะรั่วออกมาและลูกคงไปวิ่งเล่นโดยที่ขณะนั้นเด็กไม่ได้ใส่รองเท้า ส่วนบนพื้นน่าจะชื้นจากฝนตกด้วย และขณะเกิดเหตุครูประจำห้องเรียนยังไม่มาถึงโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ติดชัย ปู่ กล่าวว่าทางครอบครัวคงต้องขอให้ตรวจสอบ และ เรียกร้องความรับผิดชอบเพราะหลานของตนเองขณะนี้เสียชีวิตไปแล้วและเหตุเกิดในโรงเรียน รวมถึงบริษัทที่เป็นเจ้าของตู้ดังกล่าวด้วย ซึ่งตนเองไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะมีหลานเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานประจำวันของสถานีตำรวจ สภ.วังเหนือ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ สุทธศิริมงคล พนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ได้ลงบันทึกประจำวัน ว่า เวลาประมาณ 09.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่ ถูกไฟฟ้าซ็อต ถูกส่งตัวไป รพ.วังเหนือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเด็กชายพัชรพล ติดชัย อายุ 8 ปี โดยแพทย์กำลังรักษาและทำการปั๊มหัวใจ ต่อมาในเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;09.30 น. ด.ช.พัชรพล ได้เสียชีวิต จึงร่วมกับ พญ.รวีรัตน์ เรืองจิตต์ ทำการชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงจึงได้ส่งศพผ่าชันสูตรที่ รพ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกำพล เครือคำขาว นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวชวิทยา รพ.ลำปาง ได้ลงสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ช.พัชรพล ติดชัยว่า สันนิษฐานกระแสไฟฟ้าดูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวุฒิชัย ผ่องใส ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยเด็กผู้เคราะห์ร้ายเรียนอยู่ ชั้น ป. 3&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเช้ามีฝนตกลงมา ทางโรงเรียนจึงให้นักเรียนทั้งหมดเข้าแถวหน้าห้องเรียน แต่ระหว่างที่เข้าแถวเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายได้เดินมาบริเวณด้านข้างอาคาร ซึ่งเป็นที่ติดตั้งตู้โทรศัพท์และเน็ตประชารัฐ กสทช. ซึ่งขณะนั้นมีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมา เด็กนักเรียนคนดังกล่าวจึงถูกกระแสไฟฟ้าดูดได้รับบาดเจ็บ ทางคณะครูจึงได้เร่งนำเด็กนักเรียนคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลวังเหนือ แต่เด็กได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดทางการไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ กสทช. ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) ทางผู้บริหารระดับสูง&amp;nbsp;กสทช.จะเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อดูสถานที่เกิดเหตุและพบผู้อำนวยการโรงเรียนและเข้าพบผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., จังหวัดลำปาง, เด็กถูกไฟดูดตาย, เน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c43ce01a07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอความเป็นธรรม! อุทยานฯปล่อยไฟช็อตเด็กชายวัย12ปีดับคากองไม้พะยูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสามีภรรยา ชาว อ.นาจะหลวย ร้องอุทยานฯภูจองนายอยปล่อยไฟฟ้าช็อตลูกชายวัย 12 ขวบเสียชีวิต บริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เผยไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งคดีและเงินเยียวยา วอนผู้เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับชีวิตลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;นางอุไร ทันเต อายุ 39 ปี และนายสิน ทันเต อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านแก้งเรือง หมู่ 15 ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงและขอความเป็นธรรมในกรณีลูกชายอายุ 12 ปี ที่ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตในบริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางอุทยานฯ ซึ่งกลัวว่าเรื่องคดีความของลูกชายจะเงียบ จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุไร เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไปขายอาหารที่บริเวณน้ำตกห้วยหลวง เขตอุทยานแหง่ชาติภูจองนายอย ซึ่งทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ให้ลูกชายอยู่ที่บ้านและเล่นกับเพื่อนในชุมชน แต่พอเมื่อเวลา 16.00 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิตที่หน่วยพิทักษ์ ด่าน 1 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนจะเข้าไปยังเขตอุทยานฯ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ติดกับสวนส้มโอของชาวบ้านแก้งเรือง ขณะนั้นยังไม่แน่ใจว่าเด็กที่เสียชีวิตเป็นน้องเฟรม ลูกชายวัย 12 ขวบของตนหรือไม่ จึงตรวจสอบที่โรงพยายามนาจะหลวย จึงมั่นใจว่าเป็นน้องเฟรม ซึ่งขณะนั้นหัวใจแทบสลายเมื่อทราบข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ของน้องเฟรม กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเรื่องตนได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาจะหลวย และเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเหตุเกิดที่เขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานได้นำพวงหรีด และเงินช่วยเหลืองานศพจำนวน 30,000 บาท และได้นัดเจรจาเงินเยียวยากับทางอุทยานฯหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุไร ระบุว่าทางอุทยานฯ จะขอช่วยเหลือเยียวยารวมทั้ง 90,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตนและครอบครัวบอกว่าเงินจำนวนนี้ มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนกับชีวิตของลูกชายได้เลย ซึ่งตนขอให้ทางอุทยานฯ ช่วยเหลือมากกว่านั้นได้ไหม แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอีกเลย ซึ่งผ่านมากว่าหนึ่งเดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงมาขอความเป็นธรรมและขอให้ทางอุทยานฯ ได้เห็นใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะการที่อุทยานฯ ปล่อยกระแสไฟฟ้าในรั้วนั้นก็ไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านรู้มาก่อน และอีกอย่างจุดที่เกิดเหตุก็ติดกับสวนของชาวบ้าน ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางนั้นเดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวงเป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กๆในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เพื่อนรุ่นน้องของน้องเฟรม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่น้องเฟรมถูกไฟฟ้าช็อต ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันนั้นตนพร้อมเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในชุมชนบ้างแก้งเรือง ได้เดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวง ซึ่งปกติจะใช้เส้นทางนั้นและใกล้กับชุมชน ซึ่งน้องเฟรมเป็นคนแรกที่เดินทางนำหน้าเข้าไปและเพื่อนๆก็เดินตามหลัง ซึ่งพอไปถึงที่เกิดเหตุน้องเฟรม ได้ยื่นมือไปจับกับสายลวดที่ขึงไว้กับต้นไม้ ล้อมท่อนไม้พะยูงไว้ จากนั้นน้องเฟรมก็ร้องเสียงดัง ชักล้มลงโดยที่มือและหน้าอกของน้องเฟรมมีรอยไหม้และมีควันออกมา ตนและเพื่อนๆตกใจจึงวิ่งหนีออกมา และวนกลับไปดูอีกครั้งพบว่าน้องเฟรมนอนนิ่งราบไปกับพื้นไม่มีเสียง แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมน้องเฟรมต้องร้องและนอนนิ่งอย่างนั้น ตอนนั้นตนและเพื่อนๆรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกกลัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายเจริญ อักโข อดีตกำนันตำบลนาจะหลวย อ.นาจะหลวย เปิดเผยว่าเดิมสวนส้มโอที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุนั้น เป็นสวนของลูกชายของตน และอยู่ติดกับแก่งคลองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านเด็กๆ มาเล่นน้ำกันเป็นประจำ ซึ่งเข้าใจว่าเด็กๆจะชอบใช้เส้นทางนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่อนุญาต เพราะเป็นที่เก็บรักษาไม้พยุงของกลางจากคดีป่าไม้ ซึ่งตนยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยแจ้งว่าจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับไม้พะยุง เพราะปกติจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่แล้ว อีกอย่างจุดที่เก็บไม้พยุงก็อยู่ห่างจากป้อมยามของเจ้าหน้าที่เพียง 30 เมตร ซึ่งไม่น่าจะปล่อยกระแสไฟฟ้า และก็เป็นช่วงเวลากลางวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้พาเข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุ และพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่และเก็บภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอให้สัมภาษณ์และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วย ซึ่งหากจะสัมภาษณ์และบันทึกภาพจะต้องส่งเอกสารไปขออนุญาตโดยตรงกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงทำได้เพียงเดินสำรวจห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณดังกล่าวมีไม้พะยูงของกลางจำนวนมาก ถูกกองไว้เป็นสัดส่วน และมีเลขกำกับทุกท่อน ซึ่งแต่ละกองมีลวดหนามที่ผูกติดไว้กับไม้พะยูงทุกกอง บางส่วนใช้สายลวดขนาดประมาณ 0.50 เซนติเมตร จำนวน 6 เส้น ยึดติดกับต้นไม้และล้อมกองไม้พะยูงเอาไว้ ซึ่งสายลวดถูกยึดให้ห่างกันประมาณ 10 นิ้ว เรียงเป็นชั้นจากพื้นดิน สูงไปประมาณ 170 เซนติเมตร ที่บริเวณต้นไม้มีป้ายสีแดงขนาด 10x10 นิ้ว ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;อันตราย วัตถุระเบิด&amp;rdquo; และมีรูปหัวกะโหลกติดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านระบุตรงกันว่าป้ายนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งจะเคยเห็นหลังเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตน้องเฟรมเสียชีวิต ซึ่งการตรวจสอบของทีมข่าวทราบว่าระยะห่างของสายลวดที่ปล่อยกระแสไฟ อยู่ห่วงจากรั้วสวนส้มโอของชาวบ้านเพียง 1-2&amp;nbsp;เมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22532</URL_LINK>
                <HASHTAG>รั้วล้อมไม้พะยูง, รั้วไฟฟ้า, ร้องขอความเป็นธรรม, อำเภอนาจะหลวย, อุทยานปล่อยไฟช็อตเด็กตาย, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, เด็กถูกไฟดูดตาย, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf692f014f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
