<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ.ปลื้มช่วยเด็กนอกระบบ 20จังหวัดต้นแบบ 2.3หมื่นคน จะสำรวจต่อไปอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ธ.ค.62- นพ. สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ตามที่ กสศ.ดำเนินโครงการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาของ 20 จังหวัดต้นแบบสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี ยะลา ขอนแก่น อำนาจเจริญ มหาสารคาม นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี นครนายก ระยอง และกาญจนบุรี รวม 155 อำเภอ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 พบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาชุดแรกจำนวน 23,382 คน จากการเก็บข้อมูลรายบุคคลพบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน จำนวน 13,263 คน จากการสำรวจเราพบปัญหาหลักๆ 4 ด้าน ดังนี้ 1.ครอบครัว/สังคม 2.เศรษฐกิจ 3.พฤติกรรม และ4.สุขภาพ โดยแบ่งกลุ่มการช่วยเหลือเป็น 1.ความต้องการเตรียมความพร้อมหรือฟื้นฟูเยียวยาก่อนเข้าศึกษาต่อ/ฝึกอาชีพจำนวน 7,845 คน 2. ต้องการศึกษาต่อจำนวน 4,250 คน และ3.ต้องการฝึกอาชีพจำนวน 3,923 คน ขณะนี้ทั้ง 20 จังหวัดอยู่ระหว่างจัดทำแผนช่วยเหลือรายกรณีโดยทีมสหวิชาชีพ เพราะเด็กแต่ละคนมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ กสศ.จะสนับสนุนทุนการศึกษาและพัฒนาอาชีพเบื้องต้นกรณีละ 4,000 บาท รวมถึงมีระบบพี่เลี้ยงติดตามการช่วยเหลือรายคน เพื่อป้องกันการหลุดออกนอกระบบซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุภกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนคาดว่าทั้ง 20 จังหวัดจะสำรวจพบตัวเด็กนอกระบบทั้งหมดได้ภายในกลางปี 2563 การค้นหาและช่วยเหลือเด็กนอกระบบนั้นเป็นงานที่ยาก เพราะปัญหามีความซ้ำซ้อน เด็กจำนวนมากไม่ได้อาศัยอยู่ตามทะเบียนบ้าน เร่ร่อน ไม่เป็นหลักแหล่ง ต้องอาศัยกลไกพื้นที่ และทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและมีความเข้าใจในตัวเด็กสูง โดยเป้าหมายในการดูแลเด็กนอกระบบของ กสศ.และ 20 จังหวัดนำร่อง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.เด็กปฐมวัย 2-6 ปีที่ยากจน สามารถเข้ารับการดูแลโดยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือหรือโรงเรียนในพื้นที่ 2.เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ให้เข้าศึกษาต่อในกศน. หรือ โรงเรียนที่มีระบบการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น และมีระบบแนะแนวเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบซ้ำ 3. เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ประสงค์จะได้รับการฝึกอาชีพ ให้สามารถหารายได้ดูแลตนเองและครอบครัว ด้วยการฝึกทักษะอาชีพ โดยกลไกจังหวัดจะประสานความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษา พัฒนา ฝีมือแรงงาน วิทยาลัยการอาชีพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53173</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., นพ.สุภกร บัวสาย, เด็กนอกระบบการศึกษา20จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15ddfac943e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ.จับมือ 20จังหวัดดึงเด็กปฐมวัย3-6ขวบ  3.5หมื่นคน เข้าสู่ระบบการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
10 มิ.ย.62- นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (ผช.ผู้จัดการ กสศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ กสศ. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา มีตัวแทนจาก 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้แต่ละจังหวัดวิเคราะห์การแก้ปัญหาใช้บริบทของแต่ละพื้นที่เป็นตัวตั้ง มุ่งไปที่ 2 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เด็กปฐมวัยและเด็กนอกระบบการศึกษา เพราะ ทุกๆ ปี มีเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 3-6 ปีไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ราว 250,000 คน หรือร้อยละ 10 เฉลี่ยประมาณจังหวัดละ 3,200 คน ขณะที่เด็กนอกระบบการศึกษาอายุ 3-17 ปี มีจำนวน 592,396 คน สำหรับการทำงานเน้น 3 ด้านสำคัญ คือ 1.สร้างกลไกบูรณาการระหว่างหน่วยงานหลักและภาคประชาสังคมในพื้นที่ 2.พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านการสำรวจค้นหากลุ่มเป้าหมายจริง ทำให้การช่วยเหลือดูแลกลุ่มเป้าหมายมีความน่าเชื่อถือและแม่นยำ และ 3.การสร้างตัวแบบการช่วยเหลือเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาตามบริบทของพื้นที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็กปฐมวัยและเด็กนอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา เรารู้เพียงจำนวนของเด็กกลุ่มนี้ จากการนำฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยหักลบกับฐานข้อมูลนักเรียนในทุกสังกัด แต่เรายังไม่ทราบว่าเด็กอยู่ที่ไหน รูรั่วของระบบข้อมูลอีกจุดอยู่ในช่วงที่เด็กอายุ 24 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะไม่อยู่ในฐานข้อมูลเด็กของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และก่อนที่จะปรากฎข้อมูลเด็กอีกครั้งเมื่อเข้าศึกษาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของท้องถิ่น จากนี้ทั้ง 20 จังหวัดที่ร่วมโครงการจะพัฒนา ค้นหา ติดตามเด็กอายุตั้งแต่ 2-21 ปี ที่หลุดจากระบบการศึกษา ทั้งนี้โครงการยังให้ความสำคัญกับการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเพื่อให้ทราบว่า ขณะนี้เด็กแต่ละคนที่ถูกค้นพบ ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ เป็นเครื่องมือให้หน่วยงานต่างๆ ได้ทำงานร่วมกัน ซึ่ง กสศ.จะสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แต่ละจังหวัด สามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายในปีแรก คือ สามารถช่วยเหลือเด็กปฐมวัยและเด็กนอกระบบการศึกษาจำนวน 35,000 คน&amp;rdquo;ผช.ผู้จัดการ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38164</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน, เด็กนอกระบบการศึกษา20จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe17df17fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
