<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;คิกออฟฉีดวัคซีนนักเรียน ยันปีนี้ได้ตามเป้า150-170ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนในเด็กกับพ่อแม่ผู้ปกครอง พร้อมชูมาตรการแซนด์บอกซ์ลดความเสี่ยงของโควิด-19 โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รวมถึง ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร และนายศิริพงษ์ รัสมี ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12 -18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า) ประมาณ 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสแรกที่ได้มาพบกับเด็กๆ จำนวนมากในวันนี้ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน และยินดีมาพบครูอาจารย์ เด็กๆ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้แทนราษฎรที่ดูแลพื้นที่เหล่านี้อยู่ด้วย ทั้งหมดเป็นระบบการทำงานประเทศของเรา คือมีรัฐบาล มีส่วนราชการ ในฐานะเป็นฝ่ายบริหาร มีฝ่ายนิติบัญญัติ บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายตุลาการ ซึ่ง 3 อำนาจทำงานอยู่ด้วยกันร่วมกัน จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรึกษาหารือมาโดยตลอดในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติบ้านเมืองและพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในวันนี้มีสถานการณ์ที่มีความห่วงใย คือ เรื่องโควิด-19 สถานการณ์อุทกภัย และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง จึงฝากไปถึงบรรดาครูอาจารย์เด็กๆ ทุกคนให้เข้าใจว่าประเทศชาติเราอยู่ได้อย่างไร วันนี้มีปัญหาอะไรก็แก้ไปทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะเรียบร้อยทุกงาน ยืนยันว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า และตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบการบริหารราชการแผ่นดินของ 3 อำนาจ ที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลไกหลักของชาติ ทุกประเทศมีแบบนี้ นอกจากนี้คนเราต้องมีวินัยและกฎหมายที่ทำให้ประเทศทุกประเทศอยู่ได้ ถ้าประเทศไม่มีกฎหมายไม่มีวินัยอะไรเลยก็อยู่ไม่ได้ ประเทศนั้นก็เป็นโจรเท่านั้นเอง นอกจากนี้วันนี้ถ้าทุกคนไม่คำนึงถึงอนาคตตัวเอง ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไม่ได้หมด วันหน้าตนก็ไม่ได้อยู่กับท่านแล้ว จึงขออย่าให้เสียเวลาไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ที่เสียสละทำงานด้วยความอดทนมา 2 ปีกว่าที่ไม่ได้หยุดพัก ขอให้เห็นใจคนทำงานด้วย ซึ่งปัญหาเรามีอยู่เยอะแยะ ทำอย่างไรลดปัญหาของประเทศให้ได้ ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน อย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ถือเป็นประเด็นที่ตนเป็นห่วงในวันนี้อย่างที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือในการมาฉีดในครั้งนี้ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับเด็กมีความปลอดภัยอุ่นใจต้อนรับเปิดเทอม ซึ่งโรคโควิด-19 นั้น มีผลกระทบมากมายทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องรักษาระบบนี้ให้ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อทั้งครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งวันนี้มั่นใจที่มีการบริหารจัดการการศึกษาและส่งเสริมจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครูมีบทบาทอย่างมากในการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่องทาง วันนี้ตนเห็นภาพผู้ปกครองนั่งเรียนกับลูกในกรณีที่เด็กอยู่บ้านเชื่อว่าไม่ใช่ภาระ ถ้ามีเวลาก็อยู่กับลูกกับหลาน เป็นช่วงเวลาครอบครัวที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่ต้องขอโทษถ้ามีหลายคนรู้สึกเป็นภาระ แต่วันนี้ต้องมีความใกล้ชิดกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เพื่อมีภูมิต้านทานในการอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เป็นการส่งเสริมและเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาให้เดินหน้าไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการฉีดระยะแรกให้ได้รับวัคซีนกันครบถ้วน เพื่อเตรียมเปิดเทอม และเพื่อให้ความมั่นใจผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานมาเรียนในโรงเรียน สำหรับวัคซีนที่ฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปนี้ เป็นวัคซีนไฟเซอร์ที่มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ถ้าเราฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมในนักเรียน ครู และบุคลากรทางศึกษาก็จะทำให้การเปิดภาคเรียนที่ 2 ปี 2564 เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ตนอยากเห็นภาพทุกคนได้รับวัคซีนอย่างถ้วนหน้า แน่นอนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้วที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องการจัดหาวัคซีนมี 2 ประเภทคือวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหา ซึ่งเป็นการเจรจาโดยภาครัฐ รัฐบาลต่อรัฐบาล แต่ละวัคซีนทางเลือกเป็นการเจรจาระหว่างผู้จำหน่ายวัคซีน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนทั่วไป โดยยืนยันปีนี้วัคซีนมีเพียงพอทั้งปีนี้และไปถึงปีหน้า คาดการณ์ว่ามีวัคซีน 150 ถึง 170 ล้านโดสในปีนี้ ฉีดได้ครบถ้วนตามที่เราตั้งเป้าไว้ ย้ำว่าวันนี้ต้องเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ให้การเปิดภาคเรียนการศึกษาเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การควบคุมการแพร่ระบาดก็เป็นไปตามแผนที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามฝากนักเรียนช่วยกันศึกษาเรียนหนังสือและคิดว่าเราจะเรียนไปเพื่ออะไร นั่นเป็นคำตอบของตัวเองและเป็นอนาคตว่าวันหน้าจะมีงานทำและเลี้ยงดูครอบครัวได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้รัฐบาลสร้างงานรอไว้ข้างหน้าทั้งการลงทุนใน อีอีซี และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่หลายๆอย่าง จึงฝากหลานๆทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ ว่าเราจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร ต้องมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่เรียนให้จบให้ผ่านและได้ปริญญาเพียงเท่านั้น ซึ่งการหางานไม่ใช่เรื่องง่ายนักในโลกปัจจุบัน ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมตัวเอง ความคิดและหลักการต่างๆ มันมีปัญหามากแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนสนใจเรื่องการเรียนให้มากที่สุด สนใจสถาบันครอบครัว พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ พี่ ป้า น้า อา นั่นคือเทือกเขาเหล่ากอของเรา เหมือนผมก็มีรากเหง้าของผม ถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนไม่ต้องมีความสัมพันธ์กับใครเลยไม่ใช่ โลกใบนี้อยู่แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ประวัติศาสตร์ ศีลธรรมและศาสนา สิ่งสำคัญที่สุดคือวินัย ผมอาจเป็นทหารมาก่อนได้รับการฝึกปฏิบัติมาจึงไม่เคยต่อต้านเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าเราไม่มีวินัยก็สะเปะสะปะไปเรื่อย อยากทำอะไรก็ทำ อาจรบกวนสมาชิกคนอื่น จึงขอฝากไว้ด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯเดินให้กำลังใจนักเรียนที่มาฉีดวัคซีน โดยระบุว่า ไม่ต้องกลัว เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว แม้หากอนาคตจะติด ก็เป็นเพียงเล็กน้อย อาการไม่มาก ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง เด็กนักเรียนรายหนึ่งมีท่าทีกลัวนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า &amp;quot;ลุงเป็นคนน่ากลัวหรือ ไม่น่ากลัวหรอก ซึ่งชีวิตของลุง เป็นทหารมาอย่างเดียว คิดอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง ที่อยากเป็นทหาร เพราะตลอดชีวิต อยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่มีแต่ทหาร พ่อก็เป็นทหาร ดังนั้นเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน พุ่งเป้าไปให้ถึง คิดเพื่อตัวเองเยอะๆ อย่าไปคิดถึงเรื่องเลอะเทอะ เพราะหากทำไม่ดี อนาคตก็จะเสียหาย ลุงรักทุกคน พร้อมขอให้เด็กนักเรียนทุกคนต้องรู้เป้าหมายของตัวเอง และวางเป้าหมายไว้ ถ้าอยากเป็นลิซ่าก็ต้องทำให้ได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118705</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, นายกฯ, บิ๊กตู่, วัคซีน, เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a7fecf3f2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตำรวจ&#039;เผยเด็กนักเรียนเริ่มชิ่ง&#039;ม็อบราษฎร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง.ผบช.น.เปิดเผยถึงกรณีเด็กนักเรียนเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มราษฎร ว่าตอนนี้ผู้ปกครองสนใจมากขึ้นได้ดึงนักเรียนออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะการชุมนุมมีการกระทบกระทั่งใช้อาวุธ ก่อให้เกิดอันตราย ผู้ชุมนุมที่เป็นเด็กจึงเริ่มทยอยออกจากการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหอวังแจ้งความดำเนินกับผู้อำนวยการโรงเรียนหอวังที่เด็กใส่ชุดไปรเวทไม่ให้เข้าร้องเรียน พล.ต.ต.ปิยะ ตอบว่า ก็ต้องดูว่าแจ้งเรื่องอะไร ส่วนรายละเอียดของพฤติการณ์ยังไม่ได้รับรายงาน กฎระเบียบของโรงเรียนก็เพื่อให้นักเรียนอยู่ในกฎระเบียบเป็นคนดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85714</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มราษฎร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, รอง.ผบช.น., เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc727d316280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. ยัน ไม่ได้บังคับ หน้ากากอนามัย ที่นักเรียนใส่ต้องเป็นสีเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพและข้อความ ระบุถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ออกกฎให้นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยแบบไม่มีลวดลาย และนักเรียนชายต้องต้องสวมหน้ากากอนามัยสีเข้ม เช่น ขาว เทา และดำเท่านั้น ส่วนนักเรียนหญิง ให้สวมหน้ากากอนามัยสีอ่อน หรือสีขาว ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่มีการบังคับให้นักเรียนต้องใส่หน้ากากอนามัยลักษณะใด แต่ขอให้โรงเรียนคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะมีลวดลายหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า ศธ. ไม่มีนโยบายกำหนดให้นักเรียนต้องสวมหน้ากากแบบใด แต่ให้ยึดการป้องกันและแพร่เชื้อโควิค-19 เป็นหลัก ทั้งนี้อยากให้โรงเรียนทุกแห่งยืดหยุ่นการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะ การให้นักเรียนและครูรวมถึงบุคคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเพราะต้องการป้องการแพร่เชื้อตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67648</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, #โควิด-19, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed606112a64b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครองเครียดใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม!วอนรัฐช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนและชุดนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;11 พ.ค.62 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง &amp;ldquo;วัดระดับความเครียดของผู้ปกครอง ช่วงใกล้เปิดเทอม&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลจากผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล &amp;ndash; มัธยมศึกษา ทั้งสังกัดโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 1,149 คน พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่ร้อยละ 50.2 ระบุว่าช่วงใกล้เปิดเทอมของบุตรหลานในปีนี้มีความเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ใน ระดับปานกลาง รองลงมาร้อยละ 17.8 ระบุว่าเครียดมาก และร้อยละ 15.9 ระบุว่าเครียดน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาหลักที่ผู้ปกครองพบเจอในช่วงใกล้เปิดเทอมปีนี้ร้อยละ 50.6 ระบุว่า มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ทำให้การเงินติดขัด รองลงมาร้อยละ 41.1 ระบุว่าสินค้าเกี่ยวกับการเรียนแพงขึ้นและร้อยละ 38.1 &amp;nbsp;ระบุว่าเงินช่วยเหลือที่ได้จากรัฐไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ร้อยละ 58.4 ระบุว่าเตรียมเงินค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของบุตร/หลานในช่วงเปิดเทอมปีนี้ โดยการแบ่งเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้อยู่แล้ว รองลงมาร้อยละ 42.2 ระบุว่าใช้เงินประหยัดกว่าช่วงปกติ เพื่อมีเงินพอกับค่าใช้จ่าย และร้อยละ 17.9 ระบุว่า รอเงินเดือนออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อให้เปรียบเทียบกับปีที่แล้วสภาพการเงิน/ปัญหาในช่วงเปิดเทอมเป็นอย่างไรผู้ปกครองส่วนใหญ่ร้อยละ 52.6 ระบุว่าพอๆ กับปีที่แล้ว รองลงมาร้อยละ 40.1 ระบุว่าแย่กว่าปีที่แล้ว และร้อยละ 7.3 ระบุว่า ดีกว่าปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่อยากให้ภาครัฐส่งเสริม/ช่วยเหลือด้านการศึกษามากที่สุด นั้น ร้อยละ 38.9 ระบุว่า อยากให้เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนและชุดนักเรียน รองลงมาร้อยละ 15.7 ระบุว่าช่วยให้ค่าเทอมโรงเรียนเอกชนถูกลง/ช่วยอุดหนุนเงินบางส่วน/ ลดค่ากิจกรรมลง และร้อยละ 9.9 ให้คุณครูเอาใจใส่ในการสอนมากกว่านี้ เด็กจะได้ไม่ต้องเรียนพิเศษเพิ่ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดนักเรียน, ผู้ปกครอง, อุปกรณ์การเรียนการสอน, เด็กนักเรียน, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd614500b2da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาบึกไปแล้ว! เด็กนักเรียนมาเรียนตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแนวพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม เกือบ 200 โรงเรียน ที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต1และเขต3 โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้ง ใน อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ สิงหนคร จะนะ เทพา และเมือง เริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากที่ต้องหยุดเรียนชั่วคราวตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและมีบางแห่งหยุดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี เพื่อความปลอดภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม และขณะนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนจะทำการเรียนการสอนชดเชยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับนักเรียน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25928</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, ปาบึก, ผลกระทบปาบึก, ร.ร.จ.สงขลาปิด, เด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32d0df60762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.บุรีรัมย์คุมตัวไอ้หื่นข่มขืนด.ญ.9 ขวบฝากขัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.61- &amp;nbsp;พ.ต.ต.มานพ &amp;nbsp;ทองพลับพลา &amp;nbsp;สว.(สอบสวน) สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ คุมตัวนายวิโรจน์ &amp;nbsp; ศรีอ่อน &amp;nbsp;หรือโต &amp;nbsp;อายุ 46 ปี ชาวตำบลคลองไก่เถื่อน &amp;nbsp;อ.คลองหาด จ.สระแก้ว &amp;nbsp; ผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.วัย 9 ขวบ มาชี้จุดทำแผนบริเวณข้างป่ามันห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และพา &amp;nbsp;ไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง ข้อหา &amp;ldquo;ข่มขืนกระทำชำเราเด็ก โดยขู่เข็นประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย เด็กอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดยืนได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ด.ญ.9 ขวบ ที่ตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนางรอง &amp;nbsp;เนื่องจากแพทย์ต้องทำการตรวจรักษาทั้งอาการบาดเจ็บทางร่างกาย &amp;nbsp;และสภาพจิตใจ &amp;nbsp;เนื่องจากเหยื่อยังมีอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฐิติวัชร์ &amp;nbsp; พรพีระกุล &amp;nbsp; กำนันตำบลสำโรงใหม่ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุการณ์ก็ได้มีการหารือร่วมกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ &amp;nbsp; เพื่อวางมาตรการดูแลเฝ้าระวังสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่จะเข้ามาในพื้นที่ และผู้ที่มีพฤติกรรมการเสี่ยงที่จะก่อเหตุรุนแรง ทั้งขอความร่วมมือผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นซ้ำอีก ส่วนนายวิโรจน์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหารายนี้ก็พึ่งย้ายเข้ามาอยู่กับภรรยาในหมู่บ้านได้เพียง 2 เดือน &amp;nbsp;จึงไม่มีใครรู้คุ้นเคย และไม่ทราบว่าเป็นผู้ต้องหาหนีคดีมาด้วย &amp;nbsp;กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18791</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ตำรวจ, บุรีรัมย์, เด็กนักเรียน, ไอ้หื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1a48e0e776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
