<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบฯ-ส.ส. ห่วงกองทุนกสศ.ถูกตัดงบฯ กระทบเด็กเยาวชนยากจนหนักขึ้น จากที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64-ตามที่เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ด้านการศึกษา ในส่วนของหน่วยงานอื่นของรัฐ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรรมาธิการส่วนใหญ่แสดงความกังวลถึงเด็กเยาวชนยากจนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการงบประมาณในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณลดลง ซึ่งพบว่ามีตัวเลขเด็กที่ยากจนและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวนมาก รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบเพิ่ม ผ่าน กสศ.หรือ กยศ.และสนับสนุนให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สสวท. เพื่อสนับสนุนให้เด็กเยาวชนจากครัวเรือนยากจนด้อยโอกาสที่มีศักยภาพได้มีโอกาสศึกษาต่อในโรงเรียนคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ที่ สสวท.ดูแลอยู่&amp;nbsp;
ทั้งนี้จากที่ กสศ.ได้รายงานตัวเลขผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองยากจนเพิ่มขึ้นจาก 300,000 คน เป็น 700,000 คน ในปี 2563 และจะเพิ่มขึ้นอีกในปี2564 และเกรงว่างบประมาณที่ถูกปรับลดจะกระทบกับการช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้อยโอกาสขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งเป็นการปรับลดตั้งแต่เมื่อครั้ง กสศ.เคยเสนอไปยังรัฐบาลตั้งแต่แรก และถูกปรับลดลงมาก่อนที่จะเข้าสภาคล้ายกับอีกหลายหน่วยงานที่ถูกปรับลดตั้งแต่ต้นเพราะงบมีจำกัด โดยในส่วนของอนุกรรมการไม่มีการปรับลดในส่วนของกสศ.เพิ่มเติมแต่อย่างไร ซึ่งที่ประชุม กมธ.รับทราบสถานการณ์ ตามที่ชี้แจงแต่ไม่มีอำนาจในการแปรเพิ่ม การแปรเพิ่มขึ้นอยู่ที่รัฐบาลพิจารณาแปรงบประมาณเพิ่มกลับมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางนาที รัชกิจประการ กมธ.งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเป็นเด็กต่างจังหวัดจึงเข้าใจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นอย่างดี การที่กสศ. ให้ความช่วยเหลือเด็กยากจนเมื่อถูกตัดงบประมาณจะทำให้กระทบถึงเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสถึง 7 แสนคน ตรงนี้มีความสำคัญ เพราะประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งกสศ. ช่วยเหลือได้จริงสำหรับเด็กยากจนในต่างจังหวัดจึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าตัดงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ชี้แจงว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กยากจนและยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา จำนวน 712,725 คน ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกจากการประเมินของคณะผู้วิจัยจากเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าการทวีความรุนแรงของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลต่อประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อยทำให้เกิดภาวะยากจนเฉียบพลันมากขึ้นราวร้อยละ 10 ประชากรกลุ่มนี้มีบุตรหลานอยู่ในระบบการศึกษาอยู่ราว150,000 &amp;ndash; 300,000 คน และกลุ่มที่สองคือ ประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่ นักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ ในระดับชั้น อ.3 ป.6 ม.2 ม.3 และม.6 ที่มีมากกว่า 400,000 คน ที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบรายชื่อนักเรียนกลุ่มชั้นรอยต่อราว 300,000 คนในปีการศึกษา 2/2563 พบว่า ขณะนี้มีจำนวนนักเรียนร้อยละ 20 ที่ชื่อหายไปเมื่อเปิดภาคเรียนปีการศึกษา1/2564 สอดคล้องกับผลสำรวจขององค์การยูนิเซฟ ที่ผ่านมาแม้กสศ.จะได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการย้ายโรงเรียนช่วงเปิดเทอมคนละ 800 บาท และบันทึกรายชื่อโรงเรียนที่นักเรียนกลุ่มรอยต่อตั้งใจจะไปสมัครเรียน แต่ยังคงมีนักเรียนอีกราว 60,000 คนที่ยังคงไม่พบตัวในระบบการศึกษา โดย กสศ. สพฐ. สถ.และ บช.ตชด. มีแผนจะวางระบบบูรณาการฐานข้อมูลนักเรียนในระยะยาวเพื่อส่งต่อรายชื่อนักเรียนจากโรงเรียนต้นทางไปยังโรงเรียนปลายทางโดยต้องออกมาเป็นนโยบายเพื่อให้เกิดความร่วมมือในทางปฏิบัติในพื้นที่อย่างยั่งยืน&amp;rdquo;ผู้จัดการ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110440</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., งบประมาณปี65, เด็กยากจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f68ee70d34b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ.เผยผลสำรวจพบพิษโควิด ทำนักเรียนยากจนเพิ่มเป็น1.8ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากปี62 ราว 3แสนคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ส.ค.63-นายชัยยุทธ ปัญญาสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กสศ.ได้ประมวลข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อจัดสรรทุนเสมอภาค พบว่า ปี 2563 ภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มีจำนวนนักเรียนที่สมัครคัดกรองทั้งสิ้น 1,831,250 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 1,558,397 คน หรือร้อยละ 17.5 สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนยากจนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่งเป็นผลจากความทุ่มเทตั้งใจของคุณครูทั่วประเทศที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน คัดกรองนักเรียนเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้จากนักเรียนที่สมัครเข้ามาทั้งหมด คณะวิจัยโครงการได้ใช้วิธีระเบียบวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อมหรือ PMT พิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ข้อมูลรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือน ไม่เกิน 3,000 บาท/คน/เดือน และ 2.ข้อมูลสถานะครัวเรือนซึ่งมีทั้งหมด 8 ด้าน เช่น ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง เช่น มีคนพิการ คนชรา เจ็บป่วยเรื้อรัง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงปลอดภัย ขาดที่ดินทำกิน ไม่มียานพาหนะ แหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่มีไฟฟ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยในสถานการณ์ปกติ จากนักเรียนที่สมัครคัดกรองเข้ามาใหม่ทั้งหมดจะมีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษ ร้อยละ 20 หรือราว 300,000 คน แต่ปรากฎว่าเมื่ออ้างอิงรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนยากจนพิเศษในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 1,337 บาทต่อคนต่อเดือน พบว่าภาคเรียนที่ 1 ปี 2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 600,000 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึงร้อยละ 90 จำนวนนี้ยังไม่รวมนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับต่อเนื่องจากปีก่อน อีกราว 9 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า โควิด-19 ทำให้เด็กและครัวเรือนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะทวีความรุนแรง มีแนวโน้มที่เด็กจะมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบมากขึ้น ยิ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเฉลี่ยของนักเรียนในโรงเรียนรัฐของเด็กที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีฐานะยากจนและยากจนพิเศษในแต่ละช่วงอายุ เด็กแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเดินทางไปโรงเรียนสูงที่สุด รองลงมาคือ ค่าธรรมเนียม ค่าเครื่องแบบ และค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่สูงขึ้นเมื่อมีการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มากกว่า 3-4 เท่าของรายได้&amp;rdquo;หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียน กสศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74921</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., #โควิด-19, ชัยยุทธ์ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์, เด็กยากจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cdd137471f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กด้อยโอกาสในสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กด้อยโอกาส หมายถึง เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก เนื่องจากประสบปัญหาต่างๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป เด็กไม่มีโอกาสที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษาหรือได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัยและสามารถบรรลุถึงศักยภาพขั้นสูงสุดได้ เด็กด้อยโอกาสมี 10 ประเภท ได้แก่ เด็กยากจน เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ ล่วงละเมิดทางเพศ เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์หรือโรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ เด็กในชนกลุ่มน้อย เด็กเร่ร่อน เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงาน หรือแรงงานเด็ก เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก และเด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่เป็นประเด็นน่าสนใจต้องพิจารณา คือ เด็กในชนกลุ่มน้อย เด็กเหล่านี้เกิดจากพ่อแม่ซึ่งเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือแรงงานต่างด้าวซึ่งอพยพเข้ามาในเมือง ซึ่งอาจเป็นการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เมื่อไม่มีสัญชาติไทย เด็กเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศไทย ไม่มีโอกาสเข้าถึงทั้งทางการศึกษา การแพทย์ การบริการของหน่วยงานรัฐ และความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่รัฐบาลและหน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศต้องเร่งแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกกลุ่มที่เป็นประเด็นน่าสนใจต้องพิจารณา คือ เด็กที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ตามตามเขตก่อสร้าง ที่ต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะขาดโอกาสทางการศึกษา หรือได้รับการศึกษาไม่ต่อเนื่อง เพราะพ่อแม่ต้องย้ายที่อยู่ไปตามเขตก่อสร้างตามที่ได้รับมอบหมาย และมักจะเป็นการย้ายกลางเทอม ทำให้มีความยากลำบากในการเข้ารับการศึกษาในระบบอย่างต่อเนื่อง มีเพียงครูอาสาที่เข้าไปสอนเด็กในเขตก่อสร้าง แต่ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนเด็กและไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพของเยาวชน พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเด็กและเยาวชนวัยเรียนที่มีอายุ 6-15 ปีของไทยกว่า 500,000 คนที่หลุดจากระบบการศึกษา กลายเป็นแรงงานไร้ฝีมือและมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในสังคม ในขณะที่โอกาสทางการศึกษาระหว่างคนรวยและคนจนต่างกันถึงร้อยละ 20 สังคมไทยในยุคที่ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โกงเงินคนจน ผู้บริหารโรงเรียนโกงเงินค่าอาหารกลางวันและนมเด็ก จะคาดหวังอย่างไรที่จะให้มีคนมาสนใจเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การให้ความสำคัญกับเด็กของคนในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คนในสังคมจะต้องเข้าใจในสิทธิเสรีภาพที่เด็กควรจะได้รับ ต้องเข้าใจเรื่องสิทธิเด็กและทำความเท่าเทียมให้มีความเท่ากันในความเป็นจริงเสียที.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(g.jittima02@gmail.com)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12006</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์, ยาเสพติด, สติปัญญา, เด็กด้อยโอกาส, เด็กที่ถูกทอดทิ้ง, เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ, เด็กยากจน, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
