<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัสเตอร์ฟันน้ำนม&#039; ติดเชื้อสะสม 3 หมื่นคน กทม.สูงสุด แนะคัดกรองครูผู้ดูแลเด็กด้วย ATK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.64 - ​นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หลังจากพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยการติดและแพร่ระบาดครั้งนี้มาจากผู้ดูแลเด็ก เบื้องต้นพบเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงกว่า 70 คน พบผู้ป่วยเป็นเด็กเล็กจำนวน 11 คน อายุต่ำสุด 4 เดือน นั้น จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเคยเกิดการระบาดในลักษณะกลุ่มก้อนเช่นนี้มาก่อน และกลุ่มเด็กเล็กเป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังหลังพบแนวโน้มระบาดในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากรายงานสถานการณ์โควิด-19 เด็กปฐมวัย (0-5 ปี) พบเด็กติดเชื้อตั้งแต่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 14 ส.ค.2564 จำนวน 26,513 คน เป็นคนไทย 22,982 คน ต่างชาติ 3,531 คน เสียชีวิตสะสม 5 คน และจากข้อมูลล่าสุด 21 ส.ค. 2564 พบจำนวนเด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้น 5,298 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 3.7 เป็นคนไทย 4,773 คน ต่างชาติ 525 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 4 คน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 33 ส่งผลให้มียอดรวมเด็กติดเชื้อสะสม ณ วันที่ 21 ส.ค.2564 จำนวน 31,811 คน เป็นคนไทย 27,755 คน ต่างชาติ 4,056 คน เสียชีวิตรวม 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจังหวัดกรุงเทพมหานครพบมีการติดเชื้อสูงสุด 5,806 คน รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรสาคร 2,324 คน และ จังหวัดชลบุรี 1,993 คน สาเหตุที่ติดเชื้อมากที่สุดคือสัมผัสกับคนใกล้ชิดที่เป็นผู้ป่วยยืนยันมากที่สุด 18,807 คน โดยการติดและแพร่เชื้อในเด็กเล็กที่ผ่านมามักไม่ต่างไปจากการติดเชื้อในผู้ใหญ่ แต่เด็กอาจจะมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากผู้ป่วยเด็กคนนั้นมีภาวะอ้วน เป็นโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก เบาหวาน หอบหืด หัวใจพิการแต่กำเนิด หรือภาวะผิดปกติทางระบบประสาทในบางรายส่งผลให้อันตรายถึงชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ขอให้ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยที่ยังเปิดให้บริการอยู่เข้าประเมินตนเองผ่าน&amp;nbsp;Thai Stop COVID Plus พร้อมยกระดับการคุมเข้มขั้นสูงสุดโดยมีการทำความสะอาดสถานที่ สิ่งของเครื่องใช้ จุดสัมผัสต่าง ๆ รวมถึงยานพาหนะที่ใช้รับส่งให้สะอาด ปลอดภัย มีการกำหนดจุดรับ-ส่งเข้าออกเฉพาะจุดเท่านั้น และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาบริเวณพื้นที่ภายในของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย มีการกำหนด&amp;nbsp; จุดคัดกรอง วัดไข้ จุดล้างมือล้างเท้าชัดเจน ด้านครูผู้ดูแลเด็กจะต้องสังเกตอาการตนเองหรือคนใกล้ชิดอยู่เสมอ หากมีไข้ ไอ เหนื่อยหอบ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้หยุดงานทันที รวมทั้งควรเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการจัดกิจกรรมควรให้เด็กอยู่ภายในกลุ่มตัวเองหรือแยกเป็นรายบุคคล ไม่ให้ข้ามกลุ่มไปมา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค รวมทั้งการกินอาหารและการนอน ต้องเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร หรือมีฉากกั้นระหว่างบุคคล และหากพบว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องยกระดับการป้องกันโควิด-19 ด้วยการคัดกรองครูผู้ดูแลเด็กด้วยการตรวจ Antigen Test Kit (ATK)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้านพ่อแม่ ผู้ปกครอง เมื่อมารับเด็กกลับบ้าน ไม่ควรแวะตามสถานที่เสี่ยงต่างๆ ขอให้รีบกลับบ้าน และให้เด็กอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อถึงบ้าน อีกทั้งเพื่อเป็นการจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สู่ครอบครัว ขณะอยู่บ้านขอให้สมาชิกในครอบครัวปฏิบัติ ดังนี้ 1) เว้นระยะห่างระหว่างกัน จำกัดการเดินทางเท่าที่จำเป็น และไม่ไปในที่มีคนหนาแน่น 2)สวมหน้ากากตลอดเวลา ยกเว้นเฉพาะเวลากินอาหาร และไม่กินอาหารร่วมกัน หากจำเป็นต้องดูแลให้เด็กกินอาหารผู้ปกครองควรแยกหรือเหลื่อมเวลาการกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และ 4)ผู้ปกครองควรทำงานที่บ้าน และประเมินความเสี่ยงตนเองผ่าน &amp;quot;ไทยเซฟไทย&amp;rdquo; ทุกวัน หากสังเกตอาการมีไข้สูงกว่า 37.8 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูกหายใจไม่สะดวก อาจมีปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องเสีย และถ้ามีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อควรตรวจและคัดกรองตนเองด้วย ATK เช่นกัน&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, คลัสเตอร์ฟันน้ำนม, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, เด็กปฐมวัย, เด็กเล็ก, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612ca3554b671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;แนะรัฐบาลเร่งเตรียมการฉีดวัคซีนเด็กเล็ก3-11ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-นายนพดล ปัทมะ ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลว่าจะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาไทย 30 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้และเตรียมวัคซีนไฟเซอร์ไว้ฉีดเด็ก อายุ 12-18 ปี จำนวน 4 ล้านคน ขอรับฟังไว้ก่อนว่าจะทำได้จริงตามที่แถลงไว้หรือไม่ และกังวลว่า การสั่งซื้อวัคซีน mRNA จำนวน 30 ล้านในขณะนี้จะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากคนไทยยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นการเตรียมการเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กเล็กหรือปฐมวัยอายุ 3-11 ขวบที่ส่วนใหญ่เรียนในระดับชั้นอนุบาลถึง ป.6 เห็นว่า ควรคืนห้องเรียนให้น้องๆได้แล้ว และควรมีกรอบการเปิดโรงเรียนให้ชัดเจน เพราะการเรียนออนไลน์กระทบคุณภาพการเรียนรู้และสร้างภาระให้ผู้ปกครองที่ต้องดูแลการเรียนที่บ้าน ดังนั้นรัฐบาลควรมีแผนเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-11 ขวบให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องรีบศึกษาและหาข้อสรุปทางการแพทย์ว่าปลอดภัยที่จะฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กหรือไม่ เมื่อใด และเตรียมจัดซื้อวัคซีนในส่วนนี้ไปอย่างไร เนื่องจากในบางประเทศได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ และอนุมัติให้ฉีดวัคซีนโควิดในเด็กเล็กได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114937</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนพดล ปัทมะ, รัฐบาล, วัคซีน, เด็กเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b4765cb46e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจงยึดหลัก&#039;ไม่แยก ดูแลพร้อมกัน&#039; รักษาโควิดเด็กเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ยึดหลัก &amp;quot;ไม่แยก ดูแลพร้อมกัน&amp;quot; ในกลุ่มเด็ก - ครอบครัวติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่า มีเด็กปฐมวัยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,557 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงธารณสุข จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ สำหรับดูแลเด็กและครอบครัวที่ติดเชื้อโควิด-19 เน้นหลักไม่แยกดูแลพร้อมกัน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เด็กและผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยให้จัดอยู่เป็นกลุ่มครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เด็กเป็นผู้ติดเชื้อ แต่ผู้ปกครองไม่เป็นผู้ติดเชื้อ โดยผู้ปกครองที่อายุไม่เกิน 60 ปี และไม่มีโรคประจำตัว สามารถเข้าดูแลเด็กในสถานพยาบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เด็กไม่เป็นผู้ติดเชื้อ แต่ผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อ ให้ญาติเป็นผู้ดูแล แต่หากไม่มีผู้ดูแล ให้ส่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักในสังกัดกระทรวง พม. เป็นผู้ดูแลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หากเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้คณะกรรมการป้องกันโรคจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร พิจารณาให้เหมาะสมตามบริบทเพื่อดำเนินการดูแลเด็กต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103958</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาล, สธ., เด็กเล็ก, โควิด, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab0f407486b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
